ทำความรู้จักกับ ทวีปแอนตาร์กติกา - National Geographic Thailand

ทำความรู้จักกับทวีปแอนตาร์กติกา

ทำความรู้จักกับ ทวีปแอนตาร์กติกา

ทวีปแอนตาร์กติกา คือทวีปที่อยู่ทางทิศใต้สุดของโลก ในเขตขั้วโลกใต้ ล้อมรอบด้วยมหาสมุทร มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 5 รองจากทวีปเอเชีย แอฟริกา อเมริกาเหนือ และอเมริกา ซึ่งร้อยละ 98% ของแอนตาร์กติกาถูกปกคลุมด้วยแผ่นน้ำแข็ง  เรียกว่า พืดน้ำแข็ง มากไปกว่านั้น น้ำแข็งในทวีปนี้ยังคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 90% ของน้ำแข็งทั้งหมดบนโลก ทวีปแอนตาร์กติกาเป็นทวีปเดียวที่ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่แบบถาวร แต่มีสิ่งมีชีวิตบางชนิดที่สามารถทนกับความหนาวเหน็บนี้ได้ เช่น นกเพนกวิน แมวน้ำ ปลาวาฬ  และสาหร่าย เป็นต้น

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ จากการค้นคว้าวิจัยของสถานีวิจัยเกรทวอลบริเวณขั้วโลกใต้ ซึ่งอยู่ใกล้กับประเทศชิลี มีการค้นพบฟอสซิลพืชและสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังอีกด้วย ซึ่งคาดว่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่าล้านปี

(พบฟอสซิลของสัตว์แปลกๆสมัย 500 ล้านปีที่แล้ว)

จากฟอสซิลบ่งบอกได้ว่าในอดีตบริเวณนี้มีอุณหภูมิที่เหมาะสมและอบอุ่นเพียงพอให้พืชเติบโตได้อย่างดี ซึ่งต่างจากบริเวณขั้วโลกใต้ในปัจจุบันที่เป็นพื้นที่ความชื้นสัมพัทธ์ต่ำที่สุด ( แห้งแล้งที่สุด ) หนาวที่สุด และมีฝนตกน้อยมาก ทว่าในปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศส่งผลให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น ปัญหาทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นนี้ส่งผลกระทบให้น้ำแข็งที่ขั้วโลกละลาย และปริแตกออก

(ราว 3 ล้านปีที่แล้ว ระดับน้ำทะเลสูงกว่าปัจจุบันราว 70 ฟุต  หายนะในอดีตเหล่านี้อาจหวนกลับมาหากแผ่นน้ำแข็งกรีนแลนด์ และแอนตาร์กติกาตะวันตกละลายหมด)

น้ำแข็งที่ละลายเหล่านี้จะกลายเป็นมวลน้ำแทรกตัวเข้าไปยังใต้บริเวณที่เป็นน้ำแข็งและก่อให้เกิดรอยร้าวของพืดน้ำแข็งได้ นอกจากนั้นอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นอาจจะปลดปล่อยเชื้อแบคทีเรียและไวรัสที่ถูกกักเก็บอยู่ในชั้นดินมานานนับหมื่นปีให้กลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง

ทวีปแอนตาร์กติกา
นกเพนกวินใช้เวลาช่วงหนึ่งบนแผ่นดิน และอีกช่วงหนึ่งริมชายฝั่งเมื่อพวกมันต้องการจับคริลล์และปลากินเป็นอาหาร
ภาพถ่ายโดย Michael Melford

ย้อนกลับไปในอดีตบริเวณชั้นดินเปลือกแข็งเป็นสถานที่เหมาะสำหรับการฝังตัวอยู่ของเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย เนื่องจากไม่มีแสงสามารถส่องไปถึง มีความเย็น และไม่มีออกซิเจน ทำให้เชื้อโรคที่อาศัยอยู่ในซากสัตว์ที่ถูกกลบฝังสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานนับหมื่นๆ ปี  จนเมื่อกระทั่งปี 2005 นักวิทยาศาสตร์ของนาซ่าพบว่าเชื้อแบคทีเรีย Carnobacterium pleistocenium ซึ่งอยู่ในบ่อน้ำแข็งบริเวณอลาสกามานานกว่า 32,000 ปี เริ่มเคลื่อนไหวได้ หลังจากที่ก้อนน้ำแข็งที่ห่อหุ้มละลายออก

(ในช่วง 20 ถึง 30 ปีที่ผ่านมาน้ำแข็งละลายและการแตกตัวเพิ่มขึ้นถึงสี่เท่า)

และ 2 ปีหลังจากนั้น มีรายงานต่อมาว่าแบคทีเรียที่มีอายุ 8 ล้านปีซึ่งอยู่ใต้ธารน้ำแข็งของทวีปแอนตาร์กติกา กลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง นอกจากนั้น จากการวิจัยของคณะวิทย์ฯจุฬาฯ ยังพบว่า มีพยาธิเพิ่มขึ้นในตัวปลาเยอะกว่าสมัยก่อน และไม่ใช่เพียงในตัวปลาแต่ยังพบนอกตัวปลาอีกด้วย โดยพบว่าตั้งแต่ปี 2009 มีพยาธิเกาะติดที่ลำตัวปลาเป็นจำนวนมาก เทียบกับปี 2004 ที่ไม่พบพยาธิเลย

และล่าสุดในปี 2016 กลับพบว่า ร้อยละ 80 เปอร์เซ็นต์ ของปลามีพยาธิเกาะอยู่ 6 – 7 ตัวต่อปลา 1 ตัว ยิ่งไปกว่านั้นในการศึกษายังพบอีกว่าในกระเพาะของปลาก็มีพยาธิและไข่พยาธิอยู่ด้วยเช่นกัน มากไปกว่านั้นยังมีการคาดการณ์ว่า จะมีพยาธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 ต่อปี ด้วยสภาวะอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น ในขณะที่สัตว์หลายๆ ชนิด เช่น เพนกวิน และแมวน้ำ จะมีอัตราการรอดที่น้อยลง

(การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศกำลังลดจำนวนประชากรของเพนกวิน)

ทวีปแอนตาร์กติกา
การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศส่งผลให้เพนกวิจหาอาหารได้ยากลำบากขึ้น อนาคตของสัตว์สายพันธุ์นี้ยังคงไม่แน่น่นอน แม้จะมีนโยบายอนุรักษ์และการกำหนดเขตคุ้มครองทางทะเล
ภาพถ่ายโดย Ralph Lee Hopkins

 

อ่านเพิ่มเติม

ค้นพบนิคมขนาดยักษ์ของเพนกวินในแอนตาร์กติกา

เรื่องแนะนำ

เคปทาวน์เผชิญวิกฤติขาดแคลนน้ำครั้งใหญ่

เคปทาวน์เผชิญวิกฤติขาดแคลนน้ำครั้งใหญ่ “คนเราอยู่ไม่ได้ถ้าขาดน้ำ” คุณจะตระหนักถึงความจริงข้อนี้อย่างลึกซึ้งเมื่อไม่มีน้ำใช้ และนี่คือสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับพลเมืองในเคปทาวน์ ของแอฟริกาใต้ เมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา ผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำส่งผลทั่วถึงไม่ว่าคุณจะรวยหรือจน แม้แต่นักท่องเที่ยวเองก็เช่นกัน แท้จริงแล้ววิกฤติทำนองนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่ดำเนินต่อเนื่องมาแล้วนานกว่าสามปี โดยเชื่อกันว่ามีสาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกที่ส่งผลให้น้ำจืดในเขื่อนแห้งเหือด รวมไปถึงระบบชลประทานที่ออกแบบให้ผู้คนในเมืองนี้ต้องพึ่งพาน้ำจากฝนและเขื่อนมากเกินไป ในสารคดีสั้นที่จัดทำโดย Tadzio Müller จาก Rosa-Luxemburg-Stiftung จะพาคุณผู้อ่านไปสำรวจว่าชาวเมืองเคปทาวน์ใช้ชีวิตกันอย่างไร เมื่อรัฐบาลออกมาตราการควบคุมน้ำอย่างเข้มงวด ให้เหลือใช้เพียงแค่คนละไม่เกิน 50 ลิตร ต่อวันเท่านั้น (คิดเป็น 13.2 แกลอน) ไปจนถึงแนวทางในอนาคตที่จะป้องกันไม่ให้วิกฤติขาดแคลนน้ำแบบนี้เกิดขึ้นอีก   อ่านเพิ่มเติม สำรวจโลก : เพราะน้ำคือชีวิต

ป่าแอมะซอนกำลังสูญเสียพื้นที่นับล้านตารางกิโลเมตร

ข้อมูลใหม่เผยให้เห็นรายละเอียดการสูญเสียพื้นที่ ป่าแอมะซอน ในประเทศบราซิลที่รวดเร็วอย่างน่าเจ็บปวด นับจนถึงวันนี้ (23 สิงหาคม) เป็นเวลากว่า 3 สัปดาห์แล้วที่ป่าฝนแอมะซอน ผืนป่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก กำลังเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่ส่งผลให้ธรรมชาติ ทั้งพรรณไม้และสัตว์ป่าซึ่งมีจำนวนไม่น้อยที่ปรากฏแค่ในป่าแอมะซอนเท่านั้นได้รับผลกระทบ โดยคาดว่าขณะนี้มีพื้นที่ป่าที่ถูกไฟไหม้ไปแล้วกว่า 3,000 ตารางกิโลเมตร โดยในทางธรรมชาติ ถือเป็นการสูญเสียปราการทางธรรมชาติของมนุษย์อย่างมหาศาล ป่าแอมะซอนได้ชื่อว่าเป็น ปอดของโลก เนื่องจากเป็นแหล่งผลิตก๊าซออกซิเจนให้กับโลกมากถึงร้อยละ 20 และมีปัจจัยสำคัญในการต่อสู้เรื่องภาวะโลกร้อน โดยการช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ทำลายชั้นบรรยากาศโลกเฉลี่ยปีละกว่า 2,000 ล้านตัน  นอกจากนี้ แอมะซอนยังเป็นป่าฝนที่มีความสมบูรณ์ที่สุดนอกจากนี้ยังเป็นบ้านของชนเผ่าพื้นเมือง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการปกป้องผืนป่าแอมะซอนนับล้านคน แม้ว่าการเกิดไฟป่าแอมะซอนจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ปกติในช่วงหน้าแล้ง แต่จากการเก็บข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม พบว่ามีการเกิดไฟป่าเพิ่มขึ้นมากถึงร้อยละ 83 จากปีที่แล้ว แม้สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากภาวะโลกร้อน แต่สาเหตุโดยส่วนใหญ่นั้นเชื่อว่าเกิดจากมนุษย์ที่เข้าไปบุกรุกในพื้นที่ป่า ในปี 2018 กิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์เป็นเหตุให้เกิดการสูญเสียพื้นป่าหลายแห่งในโลก รวมไปถึง ป่าแอมะซอน ตามข้อมูลที่รวบรวม วิเคราะห์ และรายงานโดยกลุ่มนักวิจัยที่ชื่อว่า Global Forest Watch ในมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ (University of Merryland) การตัดไม้โดยไม่มีการควบคุม เป็นเหตุของการสูญเสียพื้นที่ป่าโดยรวม โดยส่วนมากเป็นการตัดไม้เพื่อทำพื้นที่ปศุสัตว์ แต่กิจกรรมเชิงพาณิชย์อื่นๆ […]

ชมแผ่นน้ำแข็งทรงกลมค่อยๆ หมุนอยู่บนผิวน้ำ

โดย ซาร่าห์ กิบเบ็นส์ ภาพที่เกิดขึ้นนี้ดูราวกับเป็นความสมบูรณ์แบบทางธรรมชาติ เมื่อแผ่นน้ำแข็งรูปทรงกลมกำลังหมุนอย่างช้าๆ บนผิวของแม่น้ำ คลิปวิดีโอนี้ถูกบันทึกไว้ในปี 2016 จากแม่น้ำใน Omsk Oblast ภูมิภาคทางตอนกลางของรัสเซีย และทางตอนเหนือของคาซัคสถาน เมื่อมองในแวบแรก แผ่นน้ำแข็งดูเหมือนว่ากำลังหยุดนิ่ง แต่หากดูให้ดีจะพบว่ามันกำลังหมุนอย่างช้าๆ และที่น่าทึ่งก็คือแผ่นน้ำแข็งรูปวงกลมนี้ถูกสร้างขึ้นอย่างสมมาตร หรือเรียกได้ว่าเป็นวงกลมที่สมบูรณ์แบบ คำบอกเล่าจากผู้ถ่ายวิดีโอ (ที่ไม่ขอเปิดเผยชื่อ) แผ่นน้ำแข็งแผ่นนี้มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 50 ฟุต ในรัสเซียแผ่นน้ำแข็งทรงกลมขนาดใหญ่เช่นนี้หาดูได้ยาก แต่ปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่ใช่เรื่องผิดธรรมชาติแต่อย่างใดและแผ่นน้ำแข็งลักษณะนี้ก็มีรายงานการพบใน รัฐนอร์ทดาโกตา, วอชิงตัน และมิชิแกนเช่นกัน ทฤษฎีแรกที่เกิดจากการสังเกตแผ่นน้ำแข็งในปี 1987 และ 1994 ที่อยู่ระหว่างการไหลของแม่น้ำ อธิบายถึงสาเหตุของการเกิดลงใน Royal Meteorological Society ว่า การไหลของแม่น้ำทำให้เกิดกระแสน้ำวนขึ้น และส่งผลให้เกิดแผ่นน้ำแข็งเป็นรูปวงกลม แต่ผลการศึกษาเพิ่มเติม เมื่อเดือนมีนาคม ปีที่ผ่านมา ระบุว่าทฤษฎีนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้เท่าไหร่ ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Physical Review E นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยลีแยฌ ในเบลเยียม พบว่า อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นตัวทำให้เกิดน้ำวนขึ้น โดยเกิดจากเมื่อน้ำมีอุณหภูมิสูงขึ้นจะมีความหนาแน่นน้อยลงในขณะที่พื้นผิวยังคงเย็นอยู่ด้วยน้ำแข็ง จึงเกิดเป็นน้ำวนขึ้นมา ทีมนักวิจัยทดลองทฤษฎีนี้ในห้องปฏิบัติการ […]

บันทึกภาคสนามนักอนุรักษ์: “ฉลาม” นักล่าผู้ตกเป็นเหยื่อ

ในแต่ละปีมีเหตุฉลามทำร้ายมนุษย์ทั่วโลกไม่ถึง 100 ครั้ง ซึ่งรวมถึงเหตุการณ์ล่าสุดบริเวณหน้าวัดเขาเต่า อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และส่วนใหญ่เกิดจากการเข้าใจผิด ขณะที่นักอนุรักษ์ชี้ว่า ทุกปีมีฉลามถูกฆ่าถึง 100 ล้านตัวทั่วโลกจนประชากรฉลามลดลงถึงขั้นวิกฤติ และหลายชนิดอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์