อากาศหนาว ของไทย ทำไมต้องพัดมาจากจีน

บรรยากาศ อากาศหนาว ของไทย เริ่มใกล้เข้ามาแล้ว ว่าแต่เหตุใดต้องมาจากจีน?

ตั้งแต่เด็กจนโต เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว เราทุกคนล้วนได้ยินว่าอากาศที่เย็นนั้นเป็นเพราะมวลอากาศเย็น หรือลมหนาวจากประเทศจีนเดินทางมายังประเทศไทย ทำให้เกิด อากาศหนาว ทว่าทำไมต้องเป็นประเทศจีนด้วย? และมวลอากาศเย็นในจีนมาจากไหน?

ในการตอบคำถามนี้จำเป็นต้องเข้าใจถึงพื้นฐานแรกสุดของการเกิด “ลม” เสียก่อน

การเคลื่อนที่ของลม: จุดกำเนิดของลมหนาว

“ลม” คือการเคลื่อนที่ของอากาศในแนวราบจากบริเวณที่มีความแตกต่างกันสองแห่ง ไม่ว่าจะเป็นความกดอากาศที่ต่างกัน หรืออุณหภูมิที่ต่างกัน เพื่อให้เกิดความสมดุลในสองพื้นที่ โดยลมจะพัดจากบริเวณที่มีความกดอากาศสูง (อุณหภูมิต่ำ) ไปยังบริเวณที่มีความกดอากาศต่ำ (อุณหภูมิสูง) หรืออธิบายอย่างง่ายๆ ว่า ลมพัดจากอากาศเย็นไปยังอากาศร้อน

สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเนื่องจาก เมื่อความร้อนจากดวงอาทิตย์สาดส่องลงมายังโลก อะตอมและโมเลกุลในอากาศบริเวณที่ได้รับความร้อนจะขยายตัวออกจากกัน และเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว ผลที่ได้คืออากาศจะลอยสูงขึ้น และทำให้ความกดอากาศในบริเวณนั้นลดต่ำลงไปด้วย

ในขณะที่อากาศเย็นจากบริเวณใกล้เคียงได้รับความร้อนน้อยกว่า อะตอมและโมเลกุลยังคงจับตัวกัน ส่งผลให้มวลของมันหนักและไม่ลอยขึ้นสูง จึงมีความกดอากาศในบริเวณนั้นมากกว่าพื้นที่ที่อากาศร้อน ความกดอากาศที่มากกว่าจะเคลื่อนเข้ามาแทนที่เกิดเป็นลมขึ้น

โดยการหมุนเวียนของกระแสอากาศนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกพื้นที่ของผิวโลก ยิ่งมีความแตกต่างกันของสองบริเวณมากกระแสลมที่พัดก็จะยิ่งแรง แต่หากความต่างมีน้อยก็จะปรากฏเป็นสายลมพัดอ่อนๆ

ชมอนิเมชั่นจำลองการเกิดลมได้ที่นี่

 

ฤดูหนาวเกิดขึ้นได้อย่างไร

ผู้คนจำนวนมากเข้าใจว่าสาเหตุของการเกิดฤดูหนาวเป็นเพราะโลกโคจรออกห่างจากดวงอาทิตย์ ทว่าในความเป็นจริงแล้วฤดูหนาวต่างหากคือช่วงเวลาที่โลกเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าฤดูอื่น และเดือนที่โลกโคจรใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดก็คือ เดือนมกราคม ถ้าเช่นนั้นแล้วฤดูหนาวเกิดจากอะไร?

พิจารณาดูโลกที่เราอาศัยอยู่ จะเห็นว่าโลกนั้นเอียง ในช่วงฤดูหนาว บริเวณซีกโลกใต้จะหันเข้าหาดวงอาทิตย์ทำให้ได้รับแสงอาทิตย์มากกว่าซีกโลกเหนือ เมื่อได้รับความร้อนมากกว่า อากาศในบริเวณซีกโลกใต้จึงลอยขึ้นสูง และเปิดโอกาสให้มวลอากาศจากซีกโลกเหนือที่เย็นกว่าไหลเข้ามาแทนที่ พร้อมหอบเอาความเย็นพัดผ่านมาด้วย เกิดเป็นการไหลของกระแสอากาศ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับระยะห่างระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์แต่อย่างใด

อากาศหนาว, แกนโลก, ฤดูกาล
เพราะแกนโลกเอียง 23.5 องศา ในฤดูหนาวซีกโลกเหนือจึงได้รับแสงอาทิตย์น้อยกว่าซีกโลกใต้ ในขณะที่ซีกโลกใต้ช่วงเวลาดังกล่าวคือฤดูร้อน จากภาพแสดงวันที่เวลาในตอนกลางวันยาวนานเท่ากับตอนกลางคืนของแต่ละฤดู
ขอบคุณภาพจาก https://www.noaa.gov

แล้วลมหนาวจากจีนมาจากไหน?

คำตอบคือ ประเทศไทยตั้งอยู่ที่ละติจูด 5 องศาเหนือถึง 20 องศา 28 เหนือ ซึ่งถือว่าเป็นเขตร้อน เนื่องจากอยู่บริเวณใกล้เส้นศูนย์สูตรซึ่งได้รับแสงจากดวงอาทิตย์มากที่สุด ส่วนประเทศจีนตั้งอยู่ในละติจูด 18 องศาเหนือถึง 54 องศาเหนือ ในเป็นเขตอบอุ่น เมื่อพื้นที่ของจีนได้รับแสงเฉียงจากดวงอาทิตย์ ความร้อนที่ได้รับจึงน้อยกว่าไทยซึ่งตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร อากาศจึงเย็นกว่า มวลอากาศเย็นเหล่านี้จะเคลื่อนตัวเข้ามายังภาคอีสานและภาคเหนือของไทยทุกปีแทนที่มวลอากาศร้อนเดิมที่ลอยสูงขึ้น และเคลื่อนกลับขึ้นไปทางเหนือเรื่อยๆ

ระหว่างทาง เมื่อความเย็นเพิ่มขึ้น มวลอากาศร้อนจะเริ่มเย็นและหนัก ส่งผลให้เริ่มลดระดับลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็จะเคลื่อนวนกลับไปยังพื้นที่บริเวณเส้นศูนย์สูตรอีกครั้ง ตามกระบวนการไหลของอากาศที่มีชื่อเรียกว่า “Hadley cell” ซึ่งเป็นการไหลของอากาศที่เกิดขึ้นในแถบภูมิประเทศที่ตั้งอยู่บริเวณเส้นศูนย์สูตรไปจนถึงละติจูดที่ 30 องศาเหนือและใต้

อากาศหนาว, หย่อมความกดอากาศ
ตัวอย่างแผนที่แสดงหย่อมความกดอากาศสูงและต่ำของทวีปเอเชีย ในวันที่ 2 ตุลาคม เวลา 07.00 น.
ขอบคุณภาพจาก Meteoblue.com

ในขณะที่กระบวนการนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องเรื่อยๆ โลกก็หมุนรอบตัวเองไปด้วยส่งผลให้ลมที่เคลื่อนลงมานั้นไม่ได้เคลื่อนลงมาตรงๆ แต่เคลื่อนแบบเฉียงเบี่ยงไปทางขวาตามแรงคอริออลิส (แรงเสมือนซึ่งเกิดจากการที่โลกหมุนรอบตัวเอง) บ้านเราเรียกลมที่เกิดขึ้นประจำฤดูหนาวนี้ว่า “ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ” โดยจะเริ่มเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยประมาณเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ในขณะที่ภูมิประเทศของภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งเป็นขุนเขาโอบล้อม ยิ่งทำให้มวลอากาศเย็นจมตัว เคลื่อนช้าลง ในภูมิภาคนี้จึงมีอากาศเย็นนานกว่าภาคอื่นๆ

ลมหนาว
แผนที่แสดงการไหลของกระแสอากาศ “Hadley cell” คือกระแสอากาศในพื้นที่ตั้งแต่เส้นศูนย์สูตรไปจนถึงละติจูดที่ 30 องศาเหนือและใต้ “Mid-latitude cell” หรืออีกชื่อหนึ่งคือ “Ferrel Cell” กระแสอากาศในพื้นที่ตั้งแต่ละติจูดที่ 30 องศาเหนือและใต้ ถึงละติจูดที่ 60 องศาเหนือและใต้ และสุดท้ายคือ “Polar Cell” ที่เกิดขึ้นบริเวณขั้วโลก
ขอบคุณภาพจาก www.seas.harvard.edu

แหล่งข้อมูล

ภูมิอากาศของประเทศไทย โดย เกษม สุขะปัณฑะ

วิทยาศาสตร์แห่งฤดูหนาว …. ฤดูหนาวคืออะไร เชิญอ่านครับ

ทำไม มวลอากาศเย็น ชอบมาจากประเทศจีน ?

ความกดอากาศ

ลมมรสุม

เขตภูมิอากาศโลก

Jet stream – กระแสลมที่เร็วที่สุดในโลก

Jet Stream ( กระแสลมกรด )

Deadly weather may rise 50 percent from now to 2100

Global warming to give colder winters and hotter summers


อ่านเพิ่มเติม สภาพอากาศรุนแรงสุดขั้ว ตัวการคร่าชีวิตในอนาคต?

เรื่องแนะนำ

ธนาคารปู กับความยั่งยืนทางอาหาร

เธอก่อตั้ง ธนาคารปู ขึ้นมา เพราะเธอเห็นว่าทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกำลังเสื่อมโทรม เสียงเรือดังอื้ออึงไปทั่วลำคลองส่งคลื่นน้ำกระทบฝั่งดังโครมครามมาจากใต้ถุนบ้าน บ้านเรือนแต่ละหลังสร้างขึ้นมาง่ายๆ บ้างจากไม้ บ้างจากปูนรูปทรงทันสมัย ฉันอยู่ที่บ้านหัวถนน ตำบลท่ายาง อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ที่นี่ ชาวประมงรวมตัวกันตั้ง ธนาคารปู หรือชมรมอนุรักษ์พันธุ์ปูปากน้ำชุมพร เพื่อรักษาและอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลอันมีค่าของพวกเขาให้มีความยั่งยืน ถังพลาสติกตั้งเรียงรายอยู่บนนชานไม้ นับได้เกือบห้าสิบใบ แต่ละใบมีแม่ปูที่กำลังรอวางไข่ และบางถังก็เป็นกลุ่มพวงไข่หมึกที่รอฟักเป็นตัว สมาชิกในบ้านต้อนรับเราและเชิญให้เราไปนั่งบริเวณริมน้ำ น้องอุ้ม แกนนำชมรมอนุรักษ์พันธุ์ปู ปากน้ำชุมพร และสมาชิกในบ้าน ใช้พื้นที่บ้านของตัวเองในการเป็นแหล่งอนุบาลปูไข่ที่ติดมากับลอบวางปูของชาวประมง “เมื่อก่อนเราไม่เคยทำแบบนี้หรอกค่ะ เราทั้งจับกิน และเอาไปขายทั้งหมด ทั้งปูไข่ ปูเล็ก เราจับหมด” เธอเล่าด้วยน้ำเสียงทองแดงอย่างน่ารัก “จนมาถึงช่วงสองปีก่อน เราจับปูไม่ได้เลย หรือได้น้อยมาก” น้องอุ้มเล่าถึงสถานการณ์ที่เธอและชาวประมงในละแวกนี้พบเจอ ครอบครัวของเธอและชาวบ้านตระหนักดีว่า ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันเป็นปากท้องของพวกเขากำลังเสื่อมโทรม เธอจึงเสนอเรื่องนี้กับที่บ้านว่าต้องการทำธนาคารปู เพื่อเป็นแหล่งอนุบาลปูไข่และปูขนาดเล็ก ก่อนจะนำแม่ปูและไข่ปูกลับไปปล่อยคืนสู่ทะเล พ่อของเธอถามความสมัครใจของเพื่อร่วมอาชีพในละแวกนั้น หลายคนเห็นพ้องต้องกันว่า เราต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ก่อนจะไม่มีอาหารเหลือให้เรามีกิน “ทางครอบครัวเราเป็นคนออกค่าใช้จ่ายในการดูแลปูทั้งหมด” เธอเล่าและเสริมว่า “สมาชิกในชมรมให้แม่ปูที่มาฝากเราไว้เป็นค่าตอบแทน” ฉันเห็นกระบวนการใส่ใจของเธอในการเรียนรู้ ดูแล และจัดการกับปูเหล่านี้ ฉันรู้สึกประหลาดใจในเยาวชนหญิงผู้ไม่ได้ศึกษามาทางวิทยาศาสตร์ และอายุเพียงยี่สิบต้นๆ […]

สเปิร์มปะการังช่วยมหาสมุทร

สเปิร์มปะการัง ช่วยมหาสมุทร ที่สมาคมอนุรักษ์ Taronga สถานที่แห่งนี้นอกจากจะมีหน้าที่ดูแลสัตว์ในสวนสัตว์แล้ว ยังเป็นธนาคารสเปิร์มของปะการังที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ของปะการัง นักวิทยาศาสตร์จากสมาคม แห่งนี้สามารถเก็บรวบรวมสเปิร์มได้มากถึง 171,000,000,000 ล้านสเปิร์มเลยทีเดียว จากแนวปะการังเพียงแค่ 31 แห่ง สเปิร์มเหล่านี้จะถูกแช่แข็งและเก็บเตรียมไว้ ด้วยความหวังที่ว่าในอนาคต นักวิทยาศาสตร์จะใช้สเปิร์มเหล่านี้ช่วยในการก่อร้างสร้างแนวปะการังใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง เนื่องจากในปัจจุบันมีแนวปะการังจำนวนมากที่กำลังถูกคุกคามจากมนุษย์และอุณหภูมิของน้ำทะเลที่เปลี่ยนแปลงไป   อ่านเพิ่มเติม : จะช่วยมหาสมุทรต้องเลิกใช้กากเพชร?, ความรู้ประจำวัน : การเดินทางของไมโครพลาสติก

ทะเลร้อนคร่าแปซิฟิก

เรื่อง เครก เวลช์ ภาพถ่าย พอล นิกเคลน ช่วงปลายปี 2013 บริเวณน้ำอุ่นอันน่าพิศวงเริ่มก่อตัวขึ้นในอ่าวอะแลสกา ระบบความกดอากาศสูงที่คงอยู่นานสะกดพายุให้สงบนิ่ง โดยปกติแล้วลมจะพัดกวนให้ผิวทะเลเย็นลง ในทำนองเดียวกับที่การเป่ากาแฟร้อนๆช่วยคายความร้อนออกมา แต่แทนที่จะเป็นเช่นนั้น ความร้อนภายใน “มวลน้ำอุ่นยักษ์” นี้กลับสะสมตัวขึ้น และแปรสภาพไปเป็นบริเวณกว้างกว่าเดิมโดยเลียบไปตามชายฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกาเหนือ ในบางบริเวณอุณหภูมิของน้ำทะเลสูงกว่าค่าเฉลี่ย 4 องศาเซลเซียส  ในช่วงสูงสุด มวลน้ำอุ่นนี้ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 9 ล้านตารางกิโลเมตร จากเม็กซิโกถึงอะแลสกา คิดเป็นพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลกว่าสหรัฐอเมริกาทั้งประเทศเสียอีก ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิลซึ่งทำให้โลกอุ่นขึ้นมีส่วนก่อให้เกิดเหตุการณ์นี้หรือไม่ ไม่มีใครรู้แน่ชัด แนวคิดที่ยังถกเถียงกันอยู่แนวคิดหนึ่งเสนอว่า น้ำแข็งทะเลในแถบอาร์กติกซึ่งหดหายไปอย่างรวดเร็วทำให้กระแสลมกรดขั้วโลก (polar jet stream) แปรปรวนมากขึ้น เอื้อให้ระบบลมฟ้าอากาศคงอยู่นานขึ้น ทฤษฎีซึ่งเป็นที่ยอมรับมากกว่าชี้ว่า ความร้อนนี้เป็นผลจากความผันผวนตามปกติของบรรยากาศในกระแสลมกรดซึ่งความอบอุ่นในเขตร้อนกระตุ้นให้เกิดขึ้น แต่แม้กระทั่งนักวิจัยผู้สนับสนุนทฤษฎีหลังนี้ก็ไม่จำเป็นต้องตัดบทบาทรองของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศออกไป พฤติกรรมประหลาดนี้ทำความเข้าใจได้ยาก เพราะมหาสมุทรขนาดใหญ่แห่งนี้ยุ่งเหยิงมาก รูปแบบที่คาบเกี่ยวกันซึ่งคงอยู่ได้นานหลายทศวรรษ ควบคุมการแกว่งของอุณหภูมิ  ทุกๆสองสามปีหรืออาจถึงทศวรรษ มหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งตะวันออกเปลี่ยนจากบริเวณน้ำเย็นที่อุดมด้วยอาหารเป็นบริเวณที่น้ำอุ่นขึ้น อันเป็นวัฏจักรที่เรียกว่า การผันผวนทุกสิบปีของมหาสมุทรแปซิฟิก (Pacific Decadal Oscillation) ปรากฏการณ์เอลนีโญทำให้ทวีปอเมริกาเหนือมีอุณหภูมิสูงขึ้น กระแสน้ำสายหลักในมหาสมุทรกระแสหนึ่ง คือกระแสน้ำแคลิฟอร์เนีย นำน้ำเย็นจากแคนาดาลงไปทางใต้ถึงบาฮากาลีฟอร์เนีย ตลอดเส้นทางนั้นลมพัดน้ำอุ่นบนพื้นผิวออกนอกชายฝั่ง ทำให้น้ำทะเลที่เย็นและอุดมสารอาหารมากกว่าลอยตัวขึ้นจากด้านล่าง […]

แผ่นดินทรุดตัวและน้ำทะเลสูงขึ้น – ภัยคุกคามประชากรนับร้อยล้านคนทั่วโลก

เคราะห์ร้ายที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการทรุดตัวของแผ่นดินที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ ทำให้ผู้คนที่อาศัยอยู่ริมชายฝั่งกำลังพบเจอกับภาวะ ระดับน้ำทะเล ที่สูงขึ้นอย่างรุนแรง ผู้คนที่อาศัยอยู่ตามพื้นที่ชายฝั่งแห่งต่างๆ ของโลกกำลังพบเจอการเพิ่มขึ้นของ ระดับน้ำทะเล ที่เกินกว่าจะรับได้ อันเป็นผลมาจากการที่พวกเขาอาศัยรวมกันอย่างหนาแน่นในพื้นดินที่กำลังจมอย่างรวดเร็ว ตามงานศึกษาที่เผยแพร่ในวารสาร Nature Climate Change เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ระดับน้ำทะเลกำลังสูงขึ้นทั่วโลกเนื่องจากการละลายของแผ่นน้ำแข็งโลก และการขยายตัวของผืนน้ำทะเลที่อบอุ่น (warming sea water) ส่วนในระดับท้องถิ่น พื้นที่ทรุดตัว หรือพื้นที่ที่กำลังจมก็ได้ซ้ำเติมปัญหาให้รุนแรงขึ้นอีก เมืองใหญ่หลายเมือง เช่น นิวออร์ลีนส์ในสหรัฐฯ หรือจาการ์ตาในอินโดนีเซียกำลังเจอปัญหาระดับน้ำทะเลที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับระดับชายฝั่ง-หรือภาวะที่แผ่นดินกำลังจมเนื่องจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะนี้ ทีมนักวิจัยนานาชาติแสดงให้เห็นว่าสองสถานการณ์ที่เชื่อมโยงกันนี้เป็นมากกว่าปัญหาของแต่ละท้องถิ่น พื้นดินที่กำลังจมทำให้ผู้คนที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่งรอบโลกอยู่ในภาวะเสี่ยงจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น โดยพวกเขาต้องพบเจอกับอัตราการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลมากกว่าค่าเฉลี่ยระดับโลก 3 ถึง 4 เท่า “สิ่งที่เรากำลังพูดถึงไม่ใช่การคาดการณ์ เรากำลังพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในวันนี้” Robert Nicholls ผู้นำงานศึกษาจากศูนย์วิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทินดัลล์ มหาวิทยาลัยอีสต์แองเกลีย (University of East Anglia) สหราชอาณาจักร กล่าว แต่ยังมีข่าวดี นั่นคือ พื้นที่ชายฝั่งที่กำลังจมส่วนใหญ่นั้นเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่นการขุดเจาะน้ำบาดาลมาใช้ ซึ่งบรรดาเมืองชายฝั่งสามารถทำบางอย่างเพื่อแก้ปัญหาได้ จากปัญหาท้องถิ่นสู่ระดับโลก ปัจจัยบางประการที่ส่งผลต่อการลดลง (หรือเพิ่มขึ้น) ของพื้นที่ชายฝั่งบนโลกนั้นอยู่เหนือการควบคุมของมนุษย์ […]