5 New Year's resolution ที่ทำได้ไม่ยาก ทั้งยังดีต่อโลก - National Geographic Thailand

5 New Year’s resolution ที่ทำได้ไม่ยาก ทั้งยังดีต่อโลก

พลุมากมายสว่างไสวเหนือท้องฟ้าของนครซิดนีย์ เพื่อเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ปี 2019
ขอบคุณภาพถ่ายจาก Brendan Esposito/AAP/AP Photo

5 New Year’s resolution ที่ทำได้ไม่ยาก ทั้งยังดีต่อโลก

ปี 2018 ที่ผ่านมา คือปีแห่งสภาพภูมิอากาศสุดขั้ว เราได้เป็นประจักษ์พยานในเหตุการณ์น่าหวาดหวั่นไม่ว่าจะเป็นคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นกับหลายประเทศในซีกโลกเหนือ, ไฟป่าครั้งใหญ่ในสหรัฐอเมริกา, น้ำท่วมที่คร่าชีวิตผู้คนในอินเดียไปจำนวนมาก และที่ขาดไม่ได้ก็คือพายุหลายลูกที่โหมกระหน่ำซัดภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายต่อหลายครั้ง ฯลฯ

รายงานจากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ปี 2018 คือปีที่ร้อนที่สุดอันดับ 4 เท่าที่เคยมีบันทึกมา สร้างความกังวลถึงในอนาคตอันใกล้ว่าผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศไม่ว่าจะเป็นภัยแล้ง, น้ำท่วม, พายุ ไปจนถึงระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นจะยิ่งทวีความรุนแรงมากตามจำนวนปีที่เพิ่มขึ้นไปด้วย

นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่ามนุษยชาติมีเวลา 12 ปีที่จะแก้ไขสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ก่อนที่อุณหภูมิของโลกจะเพิ่มสูงเป็น 1.5 องศาเซลเซียส ตัวเลขนี้ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย ปกติแล้วหากอุณหภูมิขึ้นหรือลงเพียงแค่ 1.5 องศาเซลเซียส ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมีน้อยมากจนผู้คนไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำ แต่สำหรับอุณหภูมิโลกนั้นต่างออกไป ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะคร่าชีวิตของระบบนิเวศตามแนวปะการังทั้งหมด, สัตว์บางชนิดที่ปรับตัวไม่ทันจะพากันล้มตาย ร้ายแรงคือถึงขั้นสูญพันธุ์, ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นจะรุกคืบกลืนกินชายฝั่ง และสภาพอากาศที่ผันผวนจะเปลี่ยนให้บางพื้นที่ที่ชุ่มชื้น เปียกชุ่มยิ่งกว่าเดิม ในขณะที่บางพื้นที่ซึ่งแห้งแล้งอยู่แล้ว ก็มีแนวโน้มที่จะแห้งผากมากขึ้นไปอีก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออาหารของประชากรโลกโดยตรง เมื่อผลผลิตจากการเกษตรและปศุสัตว์ได้รับความเสียหายไปจำนวนมาก

New Year's resolution
อาสาสมัครเข้าช่วยเหลือชาวบ้านและสัตว์เลี้ยงที่เผชิญกับน้ำท่วมในเมือง New Bern รัฐนอร์ทแคโลไรนา
ภาพถ่ายโดย Chip Somodevilla, Getty Images

อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์แนวโน้มว่า สำหรับสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมแล้วในปี 2019 นี้ มีแนวโน้มที่จะดีกว่าปีที่ผ่านมา จากความใส่ใจในปัญหาของภาคธุรกิจและประชาชนทั่วไป ยกตัวอย่างเช่น เมื่อปีที่แล้ว บริษัทสตาร์บัคส์ออกมาประกาศเตรียมยกเลิกการให้บริการหลอดพลาสติกในร้านกาแฟทุกสาขาทั่วโลก ภายในปี 2020 นี้ แมคโดนัลด์เองก็เช่นกัน ในขณะที่ภาครัฐบาลของหลายประเทศเองก็เริ่มตั้งเป้าหมายเพื่อการเปลี่ยนแปลง เช่น รัฐบาลจีนที่ออกมาประกาศว่า ปี 2019 จะเป็นปีที่พวกเขามุ่งเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกันก็พยายามสร้างสมดุลของการอนุรักษ์ด้านสิ่งแวดล้อมไปในตัว โดยเฉพาะปัญหามลพิษทางอากาศ

ทุกๆ ปี เมื่อถึงช่วงเทศกาลปีใหม่ ผู้คนส่วนใหญ่มักตั้ง New Year’s resolution หรือคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับตนในการลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงชีวิต ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อย เช่น การลดน้ำหนัก ไปจนถึงเรื่องใหญ่ในชีวิตอย่างจบการศึกษา คงจะดีไม่น้อยถ้าเราจะใช้โอกาสอันดีของช่วงเวลาปีใหม่นี้ไม่เพียงแค่สร้างระเบียบวินัยในชีวิตของตนให้ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังสามารถเปลี่ยนแปลงโลกที่เราอยู่อาศัยให้น่าอยู่ขึ้นไปอีกขั้นด้วยเช่นกัน และเหล่านี้คือตัวอย่างไอเดียน่าสนใจที่ไม่ยากจนเกินไป เพื่อเยียวยาบ้านหลังเดียวของเราให้ยังคงงดงามไปจนถึงรุ่นลูกหลาน

New Year's resolution
ในมาเก๊า ประเทศจีน น้ำท่วมจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักเพราะอิทธิพลของไต้ฝุ่นมังคุด ขณะนี้บ้านเรือนมากกว่า 22,000 หลังต้องอยู่โดยปราศจากไฟฟ้าใช้ ในขณะที่อีกหลายพันคนเลือกอพยพไปอยู่ยังศูนย์ช่วยเหลือชั่วคราวแทน
ภาพถ่ายโดย ImagineChina, AP

 

ยับยั้งชั่งใจในการใช้พลาสติก และใช้บริการขนส่งมวลชน

หากคุณมองไม่เห็นภาพว่าในวันหนึ่งๆ มีขยะผ่านมือเรามากน้อยแค่ไหน ให้ลองแยกขยะ หรือเก็บขยะเหล่านั้นไว้พิจารณาจะพบว่ามีขยะพลาสติกมากมายที่ไม่จำเป็น ตั้งแต่พลาสติกห่ออาหาร ถุงช้อปปิ้ง ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ในจำนวนนี้กลายเป็นขยะหลังถูกใช้งานเพียงไม่กี่นาที และมีสัดส่วนเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่ถูกนำไปรีไซเคิล

สิ่งที่ยากที่สุด ทว่าได้ผลอย่างยั่งยืนหากทำได้ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาด้วยพลาสติกที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ แต่คือการเปลี่ยนแปลงนิสัยต่างหาก ลดปริมาณการใช้พลาสติกใช้แล้วทิ้งให้เหลือน้อยที่สุด พกถุงผ้าและกระติกน้ำติดตัว เหล่านี้คือแนวทางรับมือที่เราทำได้ ส่วนปัญหามลพิษจากรถยนต์ ที่เป็นปัญหาระดับชาติในหลายเมือง เช่น นครมุมไบ หรือกรุงปักกิ่ง แน่นอนคุณไม่อาจห้ามผู้คนไม่ให้ซื้อรถยนต์ได้ เนื่องจากแต่ละคนก็มีเหตุผลและความจำเป็นต่างกันไป เพียงแต่ลองหาโอกาสใช้บริการระบบขนส่งมวลชนบ้าง ในแต่ละสัปดาห์ หรือจะให้ดีการปั่นจักรยานก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการเพิ่มพูนสุขภาพที่ดี ทั้งหมดทั้งมวลนี้ใครหลายคนทราบวิธีการอยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้ลองลงมือทำเท่านั้น

(โดยเฉลี่ยแล้วชาวอเมริกันสร้างขยะราว 2 กิโลกรัมต่อวัน Rob Greenfield จะมาสาธิตให้ชมว่าขยะที่เขาสร้างใน 1 เดือนนั้นมากขนาดไหน เพื่อย้ำเตือนถึงความสำคัญของการลดขยะที่ไม่จำเป็นออกจากชีวิตประจำวัน)

 

งดทานเนื้อสัตว์สัก 1 วัน

งดกินเนื้อจะไปช่วยโลกได้อย่างไร? อันที่จริงมันเปลี่ยนแปลงมากกว่าที่คิดเลยทีเดียว เพราะทุกวันนี้ก๊าซเรือนกระจกถูกผลิตขึ้นจากอุตสาหกรรมอาหารมากถึง 30% และในจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งมาจากฟาร์มปศุสัตว์ ปัจจุบันประชากรโลกบริโภคเนื้อสัตว์มากกว่า 230 ล้านตันต่อปี นั่นหมายความว่าต้องใช้พลังงาน น้ำ และอาหารจำนวนมากกว่าจะผลิตเนื้อสัตว์ออกมาให้เรากิน นอกจากนั้นฟาร์มปศุสัตว์ยังปลดปล่อยก๊าซมีเทนและก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ รวมถึงผลิตของเสียอีกจำนวนมหาศาล ทั้งยังต้องใช้พื้นที่ปริมาณมากในการทำฟาร์มอีกด้วย โดยเฉพาะกับสัตว์ใหญ่ เช่น วัว และหมู

งานวิจัยชี้ว่า หากประชากรโลกลดปริมาณการทานเนื้อสัตว์ลงเพียง 1 วันต่อสัปดาห์ นอกเหนือจากจะดีต่อสุขภาพของคุณเองที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคอ้วนและเบาหวานแล้ว ยังช่วยลดปริมาณการเกิดก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย ด้านนักวิทยาศาสตร์แนะนำให้เหลือมื้อที่มีโอกาสทานเนื้อสัตว์เพียง 1 – 3 ครั้งต่อสัปดาห์ เทียบเท่ากับปริมาณที่ผู้คนในช่วงเวลาก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ทานจะช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมได้มาก ทั้งนี้ปัจจุบันมีเทรนด์การทานอาหารที่เรียกว่า “flexitarian diet” คือทางสายกลางระหว่างคนทานมังสวิรัติ และคนรักการทานเนื้อ เทรนด์เพื่อสุขภาพนี้ยังคงทานเนื้อสัตว์ แต่เน้นไปที่ผักผลไม้ และธัญพืชเป็นหลัก สำคัญคือความยืดหยุ่นที่ไม่ฝืนตนเองมากเกินไป

(งดทานเนื้อสัตว์ช่วยลดโลกร้อนได้อย่างไร? ทำความเข้าใจถึงผลกระทบจากปศุสัตว์กันให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นผ่านวิดีโอนี้)

 

กินให้หมดจาน

คำสอนจากพ่อแม่ที่เราได้ยินกันมาตั้งแต่เด็ก ทว่าความสำคัญในประเด็นนี้หมายถึงการกินให้พอดีกับความต้องการของเรา แนวคิดดังกล่าวคือการตักอาหารให้พอดี เพื่อที่จะมั่นใจได้ว่าเราจะกินมันหมด และไม่ก่อขยะเศษอาหารเหลือทิ้งบนจาน

สิ่งนี้สัมพันธ์กับปัญหาขยะ ตลอดจนรอยเท้าคาร์บอนที่เกิดขึ้นจากการผลิตอาหาร ดังที่อธิบายไปในข้อก่อนหน้าว่ากว่าจะได้อาหารมาให้เราทานต้องแลกกับพลังงาน และของเสียที่ฝากไว้กับโลกมากมาย จึงเป็นการดีกว่าที่จะใช้อาหารนั้นๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และพยายามแยกให้ออกว่าความต้องการอาหารนั้นเกิดขึ้นจากความหิว หรือความอยากทานเฉยๆ กันแน่ นักวิทยาศาสตร์เปรียบเปรยว่าความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดจากหลายคนร่วมกันทำนี้เทียบได้กับ “เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว” ซึ่งดวงดาวในที่นี้หมายความถึงอุตสาหกรรมอาหารที่กำลังส่งผลกระทบต่อโลกมากมาย

 

มีเซ็กส์อย่างป้องกัน

45% ของการตั้งครรภ์ในสหรัฐฯ เกิดขึ้นจากความไม่ตั้งใจ ส่งผลให้จำนวนประชากรเพิ่มสูงขึ้น และตามมาด้วยปริมาณการบริโภคที่สูงขึ้นตาม ปัญหาประชากรล้นโลกคือความกังวลที่นักวิทยาศาสตร์กำลังพยายามหาทางแก้ไข ความกังวลดังกล่าวไม่เพียงแต่ในอนาคตที่เราอาจจะต้องแก่งแย่งอาหารกันเท่านั้น แต่จำนวนประชากรที่เพิ่มสูงขึ้นยังรวมไปถึงพื้นที่ตามธรรมชาติที่จะถูกรุกราน และเปลี่ยนแปลงให้เป็นที่อยู่อาศัยอีกด้วย ทุกวันนี้ปัญหาการบุกรุกและทำลายถิ่นอาศัยกำลังเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้สัตว์ท้องถิ่นหลายชนิดเผชิญความเสี่ยงสูญพันธุ์

รายงานจากปี 2017 เสริมว่า หากประชากรโลกวางแผนที่จะมีลูกเพียงคนเดียวจะช่วยลดปริมาณการเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 60 ตันต่อปี นอกเหนือจากการวางแผนครอบครัวแล้ว การมีเซ็กส์อย่างป้องกันคือวิธีที่ดีในการลดความเสี่ยงที่จะตั้งครรภ์ไม่พร้อม ท่ามกลางจำนวนประชากรโลกที่กำลังสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งคาดการณ์กันว่าภายในปี 2050 นี้ จำนวนประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 9,800 ล้านคน และ 11,200 ล้านคน ในปี 2100

(ประชากรล้นโลกได้อย่างไรในเมื่อมีคนเสียชีวิตทุกวัน? วิดีโอจาก Kurzgesagt จะช่วยฉายภาพที่มาของปัญหาให้คุณผู้อ่านเข้าใจมากยิ่งขึ้น (มีซับไทย))

 

ส่งต่อแนวคิดให้คนใกล้ตัว

ไม่ว่าคุณจะทำอะไรที่กำลังช่วยโลก จงแบ่งปันให้คนรอบตัว และเผยแพร่บนโซเชียลมีเดียให้ทุกคนได้รับทราบว่า การใช้ชีวิตควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมนั้นไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดกัน นี่คือความเปลี่ยนแปลงทางอ้อม ทว่าคุ้มค่าในการพัฒนาคุณภาพของประชาชน เพราะองค์ความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนแนวทางปฏิบัติจะถูกส่งต่อไปยังผู้คนอื่นๆ มากมาย และขยายเป็นวงกว้างไปสู่สังคมในที่สุด

นอกจากนั้นความร่วมมือในชุมชนก็เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างจิตสำนึก และตัวอย่างที่ดีต่อเด็กๆ คุณสามารถเริ่มต้นง่ายๆ เพียงจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้เพิ่มเดือนละต้น หรือไปเดินป่าชมธรรมชาติ ไปจนถึงสิ่งที่ใหญ่กว่า เช่น การเลือกใช้พลังงานทดแทนในชุมชน สิ่งสำคัญคือการดำเนินโครงการอย่างยั่งยืน ต้องมีความต่อเนื่อง และมีการดูแลรักษา เพื่อให้ชุมชนสามารถใช้ประโยชน์จากโครงการนั้นๆ ได้ในระยะยาว

ทั้งนี้ข้อแนะนำจากศาสตราจารย์ Randy O’Reilly ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยโคโลราโดเสริมว่า สารสื่อประสาทอย่าง โดพามีน คือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ New Year’s resolution ประสบความสำเร็จ ในช่วงแรก เมื่อผู้คนทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ ความสำเร็จของพวกเขาจะกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกพึงใจจากสารโดพามีนที่หลั่งออกมา แต่เมื่อเวลาผ่านไป การปฏิบัติสิ่งเดิมซ้ำๆ จะส่งผลให้สมองเริ่มเคยชิน และลดการหลั่งของสารลง นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมใครหลายคนจึงทำตามปณิธานที่ตั้งไว้ได้เพียงไม่กี่เดือน และล้มเลิกในที่สุด ดังนั้นจึงเป็นการดีกว่าที่จะตั้งเป้าหมายเล็กๆ ไว้ก่อน และค่อยๆ เพิ่มความท้าทายขึ้นทีหลัง สิ่งสำคัญคือต้องหมั่นสร้างความรู้สึกเชิงบวกจากความสำเร็จในแต่ละวัน เพราะความเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลา

 

อ่านเพิ่มเติม

รอยเท้าคาร์บอน เบื้องหลังเทศกาลลอยกระทง

 

แหล่งข้อมูล

‘Momentum is growing’: reasons to be hopeful about the environment in 2019

Here’s how to stick to your 2019 New Year’s resolution

5 resolutions you should make for the planet in 2019

5 Science-Backed New Year’s Resolutions You Can Take In 2019 To Help Save The Environment

“แก้ไขปัญหาขยะพลาสติก ต้องเริ่มที่ตัวเรา”คุยเรื่องทางออกปัญหาสิ่งแวดล้อม กับ เต้ย – วีรยา ภักดีรจนาแห่งมูลนิธิเอ็นไลฟ

เคล็ดลับ “ตั้งปณิธานปีใหม่” ไม่ให้ล้มเหลวเหมือนปีก่อน

 

เรื่องแนะนำ

พรุควนเคร็ง : พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญต่อชีวิต

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2562 สำนักข่าว ไทยพีบีเอส รายงานว่า กรมป่าไม้ร่วมมือกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นำเจ้าหน้าที่กว่า 200 คน ลงพื้นที่ดับไฟป่า พรุควนเคร็ง จังหวัดนครศรีธรรมราช หลังพบว่า ระยะเวลาภายใน 7 เดือนเกิดไฟไหม้ในป่า พรุควนเคร็ง 88 ครั้ง สร้างความเสียหายต่อพื้นที่ป่าจำนวน 4,968 ไร่ โดยระบุต้นเหตุชัดเจน คือ การเผาป่าเพื่อขยายพื้นที่การเกษตร และหาปลาในป่าพรุ รู้จักกับพื้นที่ชุ่มน้ำ ป่าพรุ และไฟป่าพรุ พื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetland) คำจำกัดความตามอนุสัญญาแรมซาร์ (Ramsar Convention) หรืออนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ กล่าวว่า พื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetlands) หมายถึง ที่ลุ่ม ที่ราบลุ่ม ที่ชื้นแฉะ พรุ แหล่งน้ำ ทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้น ทั้งที่มีน้ำขังหรือ น้ำท่วมอยู่ถาวรและชั่วครั้งชั่วคราว ทั้งที่เป็นแหล่งน้ำนิ่งและน้ำไหล ทั้งที่เป็นน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม […]

ฉลามวาฬ ยักษ์ใหญ่ผู้ใกล้สูญพันธุ์

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับฉลามวาฬล่าสุด ในจังหวัดภูเก็ต กำลังสะท้อนถึงชะตากรรมของสัตว์น้ำใกล้สูญพันธุ์เหล่านี้ที่กำลังถูกคุกคามจากการประมงที่ไม่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

ในเปรู ชาวบ้านที่เคยล่า กบหนังห้อย จนเสี่ยงสูญพันธุ์ ได้กลับมาเป็นผู้อนุรักษ์

กบหนังห้อย จากทะเลสาบตีตีกากาที่กำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง มักถูกลักลอบล่าเพื่อนำไปปรุงสมูทตี้กบเปรู ซึ่งเป็นเครื่องดื่มกระตุ้นพลังทางเพศประเทศดังกล่าว ภาพถ่ายโดย JOEL SARTORE, NATIONAL GEOGRAPHIC PHOTO ARK ผู้หญิงชาวเปรูขายงานหัตถกรรมที่มีแรงบันดาลใจจาก กบ หนังห้อย ซึ่งกำลังเสี่ยงสูญพันธุ์ มีเครื่องดื่มแบบดั้งเดิมชนิดหนึ่งในเปรู ซึ่งบางคนเรียกว่าสมูทตี้ กบ โดยเครื่องดื่มที่คนมักใช้เป็นยากระตุ้นทางเพศนี้ (แม้จะมีการกล่าวอ้างว่ามันรักษาโรคได้สารพัดอย่าง) ปรุงด้วยกบที่ถูกถลกหนัง กับส่วนผสมอื่นๆ เช่นน้ำผึ้งและรากของต้นมาคา (Maca) แน่นอนว่ากบซึ่งถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องดื่มชนิดนี้คือกบหนังห้อย หรือกบน้ำทะเลสาบตีตีกากา (Lake Titicaca Water Frog) แต่สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกที่เคยพบได้บ่อยประเภทนี้กลับมีจำนวนน้อยลงอย่างมาก Rosa Elena Zegarra Adrianzén นักชีววิทยาประจำสำนักงานอนุรักษ์ป่าและสัตว์ป่าแห่งชาติเปรู (Peru’s Forest and Wildlife National Service) กล่าวว่า พวกมันอาจมีจำนวนเพียง 50,000 ตัว (แม้เธอจะกล่าวเสริมว่า การคาดเดาจำนวนที่แน่นอนเป็นสิ่งที่ยาก เนื่องจากพวกมันอาศัยอยู่ในก้นลึกของทะเลสาบ) และองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (International Union for Conservation of […]

ภาพถ่ายบุคคลแห่งความหวังและการฟื้นตัวหลังจากเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์

ภาพถ่ายบุคคลแห่งความหวังและการฟื้นตัวหลังจาก เฮอร์ริเคนฮาร์วีย์ ทุกวันนี้ ผู้คนราว 40,000 คนอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงทั่วรัฐเทกซัส ลุยเซียนา และเทนเนสซี หลังจาก เฮอร์ริเคนฮาร์วีย์ พัดถล่ม วิลเลียม วิดเมอร์ ช่างภาพ เดินทางไปยังศูนย์การประชุมจอร์จ อาร์. บราวน์ ในเมืองฮิวสตัน เพื่อบันทึกเรื่องราวเหล่านั้นบางส่วนให้เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก พายุลูกนี้พัดถล่มเมืองฮิวสตันและภูมิภาคโดยรอบเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำท่วมรุนแรง และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 60 ราย ตอนนี้นอกจากผู้คนหลายพันคนที่อยู่ในศูนย์พักพิง คนอีกมากยังต้องการความช่วยเหลือในการสร้างที่พักอาศัยขึ้นใหม่ หน่วยงาน Federal Emergency Management Agency กล่าวว่า ผู้คนกว่า 500,000 คนลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือด้านภัยพิบัติ ซึ่งรวมถึงการซ่อมแซมและการสูญเสียทรัพย์สิน ตอนที่วิดเมอร์มาถึง น้ำลดลงจากย่านใจกลางเมืองฮิวสตันแล้ว ผู้คนนับหมื่นส่วนใหญ่ซึ่งมาหลบภัยที่ศูนย์การประชุมในช่วงที่ภัยพิบัติรุนแรงที่สุดได้เริ่มย้ายออกไปแล้ว ส่วนคนที่ยังอยู่ล้วนมีความบอบช้ำในระดับต่างๆกัน ภาพถ่ายบุคคลของวิดเมอร์คือบทพิสูจน์ของประสบการณ์แห่งความโศกเศร้า ความสูญเสีย และความอยู่รอด ที่มนุษย์แบ่งปันกัน ภาพถ่าย วิลเลียม วิดเมอร์, National Geographic อ่านเพิ่มเติม : เมื่อพายุมาทุกคนวิ่งหนี […]