‘ป่าโบสถ์’ โอเอซิสอันเขียวชอุ่มของเอธิโอเปีย - National Geographic Thailand

‘ป่าโบสถ์’ โอเอซิสอันเขียวชอุ่มของเอธิโอเปีย

ป่าในพื้นที่โบสถ์ กลายเป็นความหวังหลักในการฟื้นฟูผืนป่าทางตอนเหนือของเอธิโอเปียที่เหลืออยู่น้อยกว่าร้อยละ 5

ตอน Alemayehu Wassie Eschete เป็นเด็ก เขาเดินทางผ่านถนนแห้งแล้งและมีฝุ่นคลุ้งระหว่างทุ่งข้าวสาลีในจังหวัดบ้านเกิดทางตอนเหนือของประเทศเอธิโอเปีย เพื่อไปโบสถ์ในวันอาทิตย์ ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว โบสถ์ในศาสนจักรเอธิโอเปียออร์โธด็อกซ์เตวาฮีโด ศาสนาหลักของประเทศที่มีจำนวนผู้นับถือถึง 50 ล้านคน จะตั้งอยู่บนผืนป่าร่มเย็นและมีชีวิตชีวาห่อหุ้มอาคารโบสถ์เอาไว้ตรงศูนย์กลางตามความเชื่อทางศาสนา และมีพื้นที่เท่ากับตัวสิ่งก่อสร้างอย่างโบสถ์เอง

ณ สถานที่เล็กๆ อันมีชื่อเสียงด้านความหลากหลายทางชีวภาพและจิตวิญญาณนี้ Wassie สามารถหนีจากแสงอาทิตย์ร้อนระอุไปสู่โลกอันร่มรื่นงดงาม ล้อมรอบไปด้วยเสียงนกร้องและกลิ่นหอมจากต้นไม้

ชายคนหนึ่งยืนภาวนาและอ่านคัมภีร์ไบเบิ้ลอยู่ในพื้นที่ของโบสถ์ Robit Bahita ใกล้เมือง Bahir Dar
ภาพถ่ายโดย Kieran Dodds

“ถ้ามองจากมุมมองด้านนิเวศวิทยา นี่คงเหมือนการเดินทางจากนรกไปสวรรค์” เขากล่าว “ถ้าต้องจากพื้นที่แห้งแล้งแถมร้อนอีกต่างหากมายังป่านี้ ใครๆ ก็ต้องคิดว่าที่นี้ช่างงดงาม แต่สำหรับผมแล้ว ผืนป่าเป็นมากกว่าความสวยงาม เพราะมันยังเป็นสถานที่แห่งจิตวิญญาณอันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติซึ่งเหมาะกับการสวดภาวนาถึงพระเจ้า”

นักบวชแต่งตัวด้วยชุดคลุมพิธียืนอยู่หน้าประติมากรรมภาพวาดสีสันสดใสที่โบสถ์ Robit Bahita ใกล้เมือง Bahir Dar
ภาพถ่ายโดย Kieran Dodds

แต่หลังจากเติบโตขึ้นและเริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และชีววิทยา เขาตระหนักได้ว่าป่าที่เขารักกำลังมีจำนวนน้อยลงและห่างไกลออกไปเรื่อยๆ การเรียนเรื่องความสำคัญของป่าต่อระบบนิเวศตามที่ต่างๆ ทั่วโลกก็ทำให้เขาถามตัวเองอีกว่า ป่าของเราอยู่ไหนกัน? แล้วทำไมจึงเหลืออยู่แค่นี้?

หลายศตวรรษผ่านมา ป่าดั้งเดิมเกือบทั้งหมดในจังหวัด South Gonder ได้หายไป กลับกลายเป็นทุ่งข้าวสาลีและแหล่งอาหารสัตว์ แม้จะมีป่าในพื้นที่โบสถ์มากมายเหลืออยู่จากการคุ้มครองโดยคนดูแลโบสถ์และชุมชนรอบข้าง แต่ป่าเหล่านี้ก็เป็นแค่ชิ้นส่วนเล็กๆ ของอดีตที่สูญเสียไป ทว่าสำหรับ Wassie นี่คือศูนย์กลางความหวังด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูในอนาคต

 

 หัวใจของชุมชน

ทุ่งหญ้าใกล้เคียงกำลังบุกรุกพื้นที่ป่าเล็กๆ ของโบสถ์ Gebita Giyorgis ภาพถ่ายโดย Kieran Dodds

ตัวโบสถ์และป่าที่ห้อมล้อมต่างก็ถือเป็นศูนย์กลางสำคัญของชุมชนท้องถิ่น เพราะเป็นส่วนช่วยผสมผสานชีวิตทางศาสนาและทางโลกเข้าด้วยกันมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 ป่าเป็นเสมือนสิ่งคุ้มกันอันน่าเคารพเมื่อคำนึงถึงความเก่าแก่ โบสถ์บางแห่งมีอายุถึง 1,500 ปี และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ในตัวมันเอง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงไปของโลกภายนอก

ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 มีพื้นที่สีเขียวที่ครอบคลุมเอธิโอเปียจำนวนร้อยละ 40 แต่ด้วยการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรในรอบร้อยปีก่อนหน้า ทำให้ความต้องการอาหารพุ่งสูงขึ้น จึงมีการถางพื้นที่ป่าไปทำการเกษตร นั่นทำให้ไม่กี่สิบปีต่อมา ปริมาณผืนป่าลดน้อยลงเหลือเพียงร้อยละ 4  อย่างในจังหวัด South Gonder ก็เหลืออยู่เป็นหย่อมๆ จำนวน 1,500 แห่ง และขณะนี้ผืนป่าเล็กๆ เหล่านี้  ซึ่งสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพ กำลังตกอยู่ภายใต้ความเสี่ยงจากการบุกรุกของต้นไม้คุณค่าสูงเหมาะสำหรับใช้ก่อไฟเช่น ต้นยูคาลิปตัส หรือบรรดาฝูงวัวที่ร่อนเร่เข้ามาเหยียบย่ำทำลายต้นอ่อนและต้นไม้เก่าแก่

โบสถ์ Entos Eyesus และ ป่าของมัน เติมเต็มพื้นที่ทั้งหมดของเกาะเล็กๆ ใจกลางแม่น้ำ Tana ใกล้เมือง Bahir Dar
ภาพถ่ายโดย Kieran Dodds

 

เจ้าแห่งป่า

ในช่วงแรก Wassie ศึกษาผืนป่าอย่างหนักเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตในป่าและความสำคัญของพวกมันต่อการอนุรักษ์ป่าทางตอนเหนือของเอธิโอเปีย นอกจากนั้น เขายังนับจำนวนพรรณพืช พรรณสัตว์ มองหาจำนวนเมล็ดในดินเพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ในการเจริญเติบโตของต้นไม้ใหม่ๆ ในอนาคต และแกะรอยปศุสัตว์เร่ร่อนที่เข้าไปทำลายพืชในระดับต่ำกว่า 20 เมตร เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งในการศึกษาระดับปริญญาเอกของเขา

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของโบสถ์ Ural Kidane ถูกตกแต่งด้วยภาพจิตกรรมหรูหราประณีตเบื้องหน้านักบวชที่กำลังสวดภาวนา
ภาพถ่ายโดย Kieran Dodds
ฝูงคนจ้องมองแบบจำลองหีบแห่งพันธสัญญาในขณะที่กำลังถูกขนกลับมายังสถานที่ศักดิ์สิทธ์ภายในโบสถ์เมื่อเทศกาล Timket หรือ เทศกาลฉลองการเสด็จมาของพระเยซูคริสต์ สิ้นสุดลง
ภาพถ่ายโดย Kieran Dodds

แต่ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจจะช่วยปกป้องป่าเหล่านี้ดีกว่าแค่ศึกษาและเฝ้ามองพวกมันค่อยๆ หายไป อนึ่ง Wassie ยังได้รับความเชื่อใจจากนักบวชและชุมชนภายนอกป่าโบสถ์ที่เขาทำงานวิจัยเป็นแรงสนับสนุน เขาจึงอยากช่วยรักษา ฟื้นฟู และอาจช่วยขยายผืนป่าอันเป็นที่รักนี้เอาไว้ โดยใช้ความร่วมมือจากคนเหล่านี้เป็นแรงผลักดันการอนุรักษ์

ณ งานสัมมนาวิชาการที่จัดขึ้นในเม็กซิโก Wassie ได้พบกับ Meg Lowman นักชีววิทยาชาวอเมริกันผู้สนใจงานนำเสนอเรื่องป่าโบสถ์ และได้เชิญ Wassie มายังห้องทดลองของตัวเองเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับโครงการอนุรักษ์ เมื่อมาถึง Wassie ก็พิมพ์ภาพถ่ายทางอากาศของป่าเหล่านี้ผ่าน Google Earth ออกมา พวกเขาคิดว่าถ้าร่วมมือกันสามารถศึกษาและอนุรักษ์ป่าเหล่านี้ไว้ได้ เพราะ Lowman รู้จักกับรู้จักกลุ่มนักวิทยาศาสตร์แห่งสหรัฐฯ ที่สามารถให้การสนับสนุนงานวิจัย ในขณะที่ Wassie มีความรู้เชิงลึกและความสัมพันธุ์อันดีต่อนักบวชผู้ดูแลผืนป่า

ทั้งคู่เดินทางกลับไปยังไปเอธิโอเปียเพื่อจัดอบรบนักบวชกว่า 150 รูป เหล่านักวิทยาศาสตร์ต่อเครื่องทำไฟเข้ากับแล็ปท็อปแล้วฉายรูปจาก Google Earth ไปยังผ้าปูเตียง เพื่อแสดงให้เห็นการหดตัวลงของป่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา “พวกเขามีความตั้งใจมาตั้งแต่ต้น” Lowman กล่าว “เพราะพวกเขามองว่าตัวเองเป็นผู้ดูแลสิ่งมีชีวิตที่พระเจ้าสร้างขึ้น และฉันในฐานะนักวิทยาศาสตร์เชิงอนุรักษ์ก็เชื่อว่าพวกเรามีเป้าหมายเดียวกันนั้นก็คือปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพนี้”

หญิงสาวสองคนเดินผ่านป่าของโบสถ์ Betre Mariam ใกล้กับจังหวัด Zege
ภาพถ่ายโดย Kieran Dodds
ที่โบสถ์ Robit Bahita นักบวชถือไม้กางเขนในขณะกำลังยืนอยู่ในป่าเขียวชอุ่ม ภาพถ่ายโดย Kieran Dodds
นักบวชฝึกหัดอายุน้อยยืนอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่ที่กำลังเติบโตในป่ารอบโบสถ์ Robit Bahita
ภาพถ่ายโดย Kieran Dodds
นักบวชจากโบสถ์ Robit Bahita ตั้งท่าให้ถ่ายรูป ภาพถ่ายโดย Kieran Dodds

 

สร้างทางออก

นักวิทยาศาตร์ตัดสินใจร่วมกับนักบวช พวกเขาเลือกวิธีง่ายแต่เปี่ยมประสิทธิภาพในการอนุรักษ์ป่าคือ สร้างกำแพงต่ำเพื่อกั้นป่าออกจากบรรดาสัตว์เร่ร่อน

ปีถัดมา เมื่อ Wassie และ Lowman มีเงินมากพอและเริ่มก่อสร้าง ปรากฏว่าวิธีนี้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งยวด ทำให้ในไม่ช้าก็มีนักบวชมาขอให้ช่วยสร้างกำแพงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ปัจจุบันหลังจากผ่านไป 2-3 ปี ทั้งคู่ได้ช่วยชุมชนกว่า 20 ชุมชนสร้างกำแพงรอบๆ ป่า และยังมีบัญชีรายชื่อสถานที่ที่พวกเขาอยากไปสร้างเพิ่มอีกเป็นหางว่าว ป่าในกำแพงเริ่มเจริญเติบโตมากขึ้นส่งผลให้นักบวชบางคนตัดสินใจจะขยายพื้นที่ป่า โดยดันกำแพงออกไปให้ไกลขึ้น น้ำในป่าโบสถ์ที่อุดมสมบูรณ์จะมีคุณภาพมากกว่าน้ำจากบริเวณโดยรอบทำให้ต้นอ่อนของต้นไม้รอดชีวิตมากขึ้นเช่นเดียวกับพาหะละอองเรณูซึ่งมีความสำคัญต่อพืชพรรณสายพันธุ์ต่างๆ ทั้งในตัวป่าและพื้นที่ทำการเกษตรโดยรอบ

โบสถ์มากมายสร้างกำแพงต่ำเพื่อกันสัตว์ไม่ให้ร่อนเร่เข้ามาในป่า แต่ต้นไม้ใหญ่หล่นลงมาทำลายกำแพงส่วนนี้จนเกิดเป็นรู กลายเป็นทางให้หญิงสาวผู้นี้ใช้เดินไปสักการะพระผู้เป็นเจ้า
ภาพถ่ายโดย Kieran Dodds

“พวกเราได้ยินมาว่าป่าส่วนใหญ่ได้ถูกทำลายลงไปแล้วและดูเหมือนไม่มีหวังเลยว่าจะฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ได้” Wassie กล่าว แต่สำหรับเขา การมีอยู่ของโบสถ์หลายพันโบสถ์ก็คือความหวังแล้ว และสิ่งต่อไปที่เขาต้องการค้นหาคือวิธีเชื่อมป่าเข้าด้วยกัน และสร้างสายใยใหม่ทางนิเวศวิทยาไปรอบจังหวัด ไม่ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน

“สิ่งจำเป็นก็มีอยู่ครบแล้ว”เขากล่าว “ทั้งความหวังที่ผมได้รับจากการทำงานร่วมกับนักบวช แม้ว่าจะตกอยู่ภายใต้แรงกดดัน พวกเขาก็ยังพยายามปกป้องสิ่งที่เรามีอยู่ แล้วเราจะฟื้นคืนมันกลับมาอีกครั้ง”

เรื่องโดย  Alejandra Borunda

เด็กหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางพื้นที่เพาะปลูกใกล้กับโบสถ์ Bitsawit Mariam ในจังหวัด South Gonder
ภาพถ่ายโดย Kieran Dodds
อาคารเพิ่มเติมสองสามหลังติดชิดป่าเคียงไปกับโบสถ์ Tebebari Michael ที่เมือง Anbesame ในภูมิภาค
Amhara
ภาพถ่ายโดย Kieran Dodds
วัวจำนวนหลายตัวเดินเตะฝุ่นให้ฟุ้งกระจายผ่านทุ่งธัญพืชอันแห้งแล้งใกล้กับโบสถ์ Bahirdo Michael ในเขต West Gojam ภาพถ่ายโดย Kieran Dodds
บ้านจัดสรรใหม่โดยรัฐบาลเพิ่มขึ้นจนเข้าใกล้ขอบนอกป่าของโบสถ์ Gedame Weyin Enchet Michael ภาพถ่ายโดย Kieran Dodds
ชั้นเรือนยอดป่าโตเต็มวัยอันเขียวชอุ่มปกคลุมเหนือโบสถ์ Betre Mariam ในจังหวัด Zege ตรงริมแม่น้ำ Tana ภาพถ่ายโดย Kieran Dodds
โบสถ์บางโบสถ์ อย่างโบสถ์ Chimba Michael ในเขต West Gojam สูญเสียป่าเกือบทั้งหมด เหลือเพียงต้นไม้จำนวนหนึ่งกระจายตัวทั่วพื้นที่ ภาพถ่ายโดย Kieran Dodds
โบสถ์ Debre Mihret Arbiatu Ensesa ที่มองจากข้างบนดูเหมือนกังหันสีสันสดใส ถูกล้อมรอบโดยต้นไม้มากมาย แต่พื้นที่ร้อนแห้งแล้งกลับอยู่ห่างไปเพียงไม่กี่ก้าว
ภาพถ่ายโดย KIERAN DODDS

 

อ่านเพิ่มเติม

“ต้นไม้” วิธีที่ง่ายและยั่งยืนที่สุดในการลดปัญหาฝุ่นควัน

เรื่องแนะนำ

ฤดูหนาว : มนตร์สะกดแห่งแดนหนาวเหน็บ

ความหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจมีอะไรน่าดึงดูดอย่างนั้นหรือ ต่อไปนี้คือเรื่องราวของนักเขียนผู้หลงใหลในแดนเหน็บหนาว "จากการฝ่าน้ำแข็งทะเลอาร์กติกในเรือตัดน้ำแข็ง ถึงการต้านพายุกระหน่ำในแอนตาร์กติกา จากการพักแรมในกระท่อมที่อะแลสกาถึงการไปยืนอยู่ที่ขั้วโลกเหนือ  เหตุการณ์สำคัญส่วนใหญ่ในชีวิตผมล้วนเกี่ยวข้องกับความหนาวเย็นจับขั้วหัวใจ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสถานที่และสิ่งแวดล้อมที่ผมรู้สึกว่าเป็นบ้านมากที่สุด เป็นที่ที่ผมเลือกใช้ชีวิตและตั้งตาคอยที่จะได้ไปเยี่ยมเยือน และเป็นถิ่นที่ผมต้องกลับไปเสมอ"

สำรวจโลก : ปลูกเพื่อสันติ

เรื่อง นีนา สตรอคลิก ไนจีเรียเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดของแอฟริกาที่ไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ แม้จะมีพื้นที่เพาะปลูกมากกว่า 35 ล้านตารางกิโลเมตรก็ตาม และต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหารอย่างหนัก ในแต่ละปีมีหนุ่มสาวชาวไนจีเรียกว่าสองล้านคนเข้าสู่ตลาดแรงงาน แต่ต้องเผชิญกับอัตราการว่างงานในคนหนุ่มสาวที่สูงถึงร้อยละ 25 กลุ่มหัวรุนแรงอย่างโบโกฮารามจึงเกณฑ์กำลังพลจากกลุ่มประชากรที่มีพลังเหลือล้นทว่าไร้งานทำ การสนับสนุนให้คนหนุ่มสาวลุกขึ้นมาจับจอบเสียมแทนที่จะเป็นอาวุธจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้หรือไม่ “คนหนุ่มสาวตกงานกับกลุ่มก่อการร้ายก็เหมือนออกซิเจนกับไฟยังไงยังงั้นเลยครับ” โคลา มาชา ผู้ประกอบการชาวไนจีเรีย-อเมริกัน บอก “ทำไมคนที่คับข้องใจกลุ่มเล็กๆ ถึงลุกขึ้นมาจัดตั้งกองทัพเล็กๆ ได้ นั่นเป็นเพราะคนหนุ่มสาวมีโอกาสทางเศรษฐกิจจำกัดจำเขี่ยอย่างไรละครับ” มาชาดำเนินโครงการชื่อบับบันโกนา (Babban Gona) แปลว่า ไร่นายิ่งใหญ่ (Great Farm) โดยมีเป้าที่จะยกระดับฐานะของเกษตรกรที่ทำไร่นาขนาดเล็กให้พ้นจากระดับพอยังชีพ โดยจะเน้นไปที่การเพิ่มผลผลิตและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงตลาดที่ให้ราคาสูงกว่าเดิมได้ การลงทุนในภาคเกษตรเป็นรูปแบบของความช่วยเหลือจากต่างชาติที่บรรเทาความขัดแย้งได้ดีที่สุด ในขณะที่ความช่วยเหลือรูปแบบอื่นๆ อาจส่งผลให้สถานการณ์เลวร้ายลงได้ เอดวิน ไพรซ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทกซัสเอแอนด์เอ็ม ด้านความขัดแย้งและการพัฒนาบอก โครงการอย่างบับบันโกนาจึงเริ่มเปิดตัวทั่วทั้งทวีปและธนาคารพัฒนาแอฟริกา (African Development Bank) ซึ่งใช้โครงการนี้เป็นต้นแบบก็ตั้งเป้าที่จะสร้างงานในภาคธุรกิจการเกษตรสำหรับคนหนุ่มสาวใน 30 ประเทศให้ได้ 1.5 ล้านตำแหน่งภายในระยะ เวลาห้าปีข้างหน้า   อ่านเพิ่มเติม : สำรวจโลก : สาหร่ายทะเลกำลังมาแรง, สำรวจโลก : เพราะน้ำคือชีวิต

พลังบำบัดของธรรมชาติ

ธรรมชาติบำบัด: ธรรมชาติส่งผลต่อร่างกายและสมองของเราอย่างไร เมื่อเราพาตัวเข้าใกล้ธรรมชาติขึ้นอีกอีกนิด ไม่วาจะเป็นผืนป่าบริสุทธิ์ หรือต้นไม้ในสวนหลังบ้าน เรากำลังช่วยให้สมองที่ตึงเครียดได้ผ่อนคลาย “เป็นความจริงทางวิทยาศาสตร์ที่ว่าการดื่มด่ำกับทิวทัศน์ทางธรรมชาติอันตระการตาเป็นครั้งคราว…ส่งผลดีต่อสุขภาพและกำลังวังชาของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อสุขภาพและกำลังของสติปัญญา” เฟรเดอริก ลอว์ โอล์มสเตด ภูมิสถาปนิก เรียกร้องให้สภานิติบัญญัติแห่งรัฐแคลิฟอร์เนียปกป้องป่าในหุบเขาโยเซมิทีจากการโหมพัฒนาเมื่อปี 1865  ตลอดเวลาที่ผ่านมา การศึกษามากมายที่ชี้ชัดว่าคำพูดของโอล์มสนั้น เป็นจริง เดวิด เสตรเยอร์ นักจิตวิทยากลุ่มการรู้คิด มหาวิทยาลัยยูทาห์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสนใจของมนุษย์เป็นพิเศษ และเป็นนักท่องไพร ไม่คุยโทรศัพท์หรือส่งข้อความขณะขับรถเพราะเขารู้ว่าสมองมีแนวโน้มจะทำผิดพลาดเมื่อทำหลายอย่างพร้อมกัน  เขาวิจับพบว่าการใช้โทรศัพท์มือถือทำให้คนส่วนใหญ่ขับรถแย่ลงไม่ต่างจากการดื่มแอลกอฮอล์  เขารู้ว่าชีวิตสมัยใหม่ส่งผลกระทบกับผู้คนอย่างไร และรู้ด้วยว่ายาถอนพิษที่ได้ผลชะงัดคือ “ธรรมชาติ” สมองมนุษย์ไม่ใช่เครื่องจักรกลหนัก 1.4 กิโลกรัมที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย  สมองเหนื่อยง่ายมาก  เมื่อคนเราใช้ชีวิตช้าลง  วางมือจากงานอันยุ่งเหยิงและดื่มด่ำกับธรรมชาติงดงามรอบตัว ไม่เพียงแต่ร่างกายที่ฟื้นตัว แต่สมองก็สดชื่นด้วย  เสตรเยอร์พบว่านักศึกษาที่ออกตั้งแคมป์ท่องป่านานสามวัน แก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ได้ดีขึ้นร้อยละ 50  สามวันในป่าจึงเป็นการทำความสะอาดสมองลักษณะหนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเราอยู่กับธรรมชาตินานพอ  “ในวันที่สาม ประสาทสัมผัสของผมปรับตัวดีขึ้น ผมได้ยินเสียงและได้กลิ่นที่ไม่เคยสัมผัสได้มาก่อน  ผมรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติมากขึ้น” ปัญหาสาธารณสุขระดับมหัพภาค เช่น โรคอ้วน ภาวะซึมเศร้า และสายตาสั้นที่เป็นกันอย่างแพร่หลายล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับการใช้เวลาในร่มอย่างชัดเจน ผลักดันให้สเตรเยอร์และนักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆกลับมาให้ความสนใจกันอีกครั้งว่า ธรรมชาติส่งผลต่อร่างกายและสมองของเราอย่างไร ความก้าวหน้าทางประสาทวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาทำให้พวกเขาเริ่มตรวจวัดสิ่งที่เคยเป็นปริศนามืดมนได้ และผลการตรวจวัดสิ่งต่างๆ ตั้งแต่ฮอร์โมนเครียด อัตราการเต้นของหัวใจ […]

Explorer Awards 2019 : ม.ล. ปริญญากร วรวรรณ

"ผมรู้สึกนับถือ เคารพสัตว์ป่ามากยิ่งขึ้น  รู้สึกถึงความเป็นชีวิตของสัตว์ป่ามากยิ่งขึ้น   ผมรู้ว่าที่ผมมีงานเกี่ยวกับสัตว์ป่าได้ ไม่ใช่เพราะความสามารถหรือทักษะใดๆ ของผมเลย แต่เป็นเพราะสัตว์ป่าอนุญาตให้ผมทำงานเท่านั้นเอง" รู้จักกับ ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ ช่างภาพสัตว์ป่าและนักเขียนแนวธรรมชาติ ผู้คร่ำหวอด และผู้รับรางวัล National Geographic Thailand Explorer Awards ประจำปี 2019