ปะการังเทียม ช่วยสัตว์ทะเลปรับตัวในสภาวะน้ำทะเลที่อุ่นขึ้น-National Geographic Thailand

ปะการังเทียมช่วยปลาเขตร้อนปรับตัวในการเปลี่ยนแปลงของสภาวะภูมิอากาศ

ซากเรือในทะเลของมลรัฐนอร์ทแคโรไลนาถูกล้อมรอบไปด้วยฝูงปลา และมีฉลามที่มีจำนวนประชากรคงที่ว่ายอยู่ล้อมรอบ ซากเรือได้กลายเป็นปะการังเทียมที่ช่วยรักษาชีวิต และเป็นที่อยู่ของสัตว์ทะเลที่ต้องอาศัยอยู่กับน้ำทะเลที่กำลังอุ่นขึ้น ภาพถ่ายโดย DAVID DOUBILET, NAT GEO IMAGE COLLECTION


ในสภาวะที่น้ำทะเลกำลังอุ่นขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อปะการัง ซากเรืออับปาง ที่เป็น ปะการังเทียม สามารถเป็นที่อาศัยหลบภัยของบรรดาสัตว์ทะเลได้

งานศึกษาชิ้นใหม่ที่ปรากฏในวารสาร Nature Communication Biology โดยเทย์เลอร์ แพกซ์ตัน นักนิเวศวิทยาจาก ศูนย์วิทยาศาสตร์มหาสมุทรชายฝั่งในเมืองโบฟอร์ต มลรัฐนอร์ทแคโรไลนา และเอเวอรี แพกซ์ตัน นักนิเวศวิทยาทางทะเลของ ห้องปฏิบัติการทางทะเล มหาวิทยาลัยดุค (the Duke University Marine Laboratory) แสดงให้เห็นว่า ปะการังเทียมในน้ำลึกของชายฝั่งในมลรัฐนอร์ทแคโรไลนา สามารถเพิ่มจำนวนปลาเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนในทางตอนเหนือของพื้นที่ชายฝั่งได้ โดยการค้นพบครั้งนี้มีความเกี่ยวข้องอย่างมีสำคัญสำหรับสายพันธุ์ปลาที่อยู่ในน้ำอุ่น

 

เนื่องจากอุณหภูมิของมหาสมุทรสูงขึ้น ปะการังเทียมสามารถช่วยเหลือการย้ายถิ่นเพื่อค้นหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมสำหรับสายพันธุ์สัตว์เหล่านี้ได้ในอนาคต

ปะการังเทียม
ปลากำลังว่ายในซากเรือเบนวูด (Benwood) เรือซึ่งจมในมลรัฐฟลอริดาเมื่อปี 1942 ซึ่งในขณะนี้ได้ทำหน้าที่เป็นปะการังเทียมเรียบร้อยแล้ว ภาพถ่ายโดย DAVID DOUBILET, NAT GEO IMAGE COLLECTION

ปะการัง ที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ (และเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ)

ปะการังหิน (rocky reef) ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติบริเวณชายฝั่งในมลรัฐนอร์ทแคโรไลนามีลักษณะใกล้เคียงกับแนวปะการัง แต่ปะการังเขตร้อน (tropical reef) นั้นไม่เหมือนปะการังหินที่โครงสร้างของมันเกิดขึ้นจากหิน หรือสารตั้งต้นที่ไม่มีชีวิตประเภทอื่นๆ ซึ่งปะการังหินนั้นสามารถก่อรูปทรงได้หลายแบบ มันสามารถมีลักษณะแบนราบ หรือมีรูปร่างกระจายตัวเป็นหย่อมๆ ในก้นทะเล ในขณะที่ปะการังในเขตอบอุ่น (temperate reef) จะก่อตัวอยู่ตามแนวหน้าผาหรือแนวหินที่ยื่นออกมาจากไหล่ทวีป

โดยสิ่งที่มาช่วยเสริมปะการังเหล่านี้คือปะการังเทียม ซึ่งมีทั้งซากเรือล่ม หรือสิ่งของที่มนุษย์จงใจทิ้งลงทะเลเพื่อให้เป็นปะการัง เช่น ท่อคอนกรีต เสาค้ำสะพาน และเรือโยงที่ปลดระวางแล้ว

แม้ว่าความนิยมปะการังเทียมจะเพิ่มมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ใช่ของใหม่ มนุษย์ได้สร้างปะการังเทียมโดยบังเอิญในยามที่พวกเขาได้ออกไปสำรวจทะเล (และก็มีเรือที่ล่มในระหว่างกระบวนการสำรวจนั้น) ในช่วงคริสต์ศตวรรษ ที่ 1800 ชาวประมงบางคนได้ทิ้งท่อนซุงลงในแม่น้ำเพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยของปลาที่พวกเขาต้องการจับ โรเบิร์ต มารทอร์ นักชีววิทยาทางทะเลของ หน่วยงานทรัพยากรธรรมชาติแห่งมลรัฐเซาท์แคโรไลนา กล่าวและเสริมว่า “ปะการังเทียมส่วนใหญ่เกิดจากการทำประมง การใช้ปะการังเพื่อวัตถุประสงค์อื่นเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อมานานมานี้”

ปลาที่อยู่ห่างไกล

เหล่านักวิทยาศาสตร์ทำการสำรวจโดยการดำน้ำ พบว่า บรรดาปลาในพุ่มปะการังใช้ปะการังเทียมเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย แต่สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่รู้คือ ปะการังเทียมนั้นให้ประโยชน์ในทางธรรมชาติกับบรรดาปลาเหล่านี้หรือไม่ อย่างไร ทั้ง เทย์เลอร์แพกซ์ตัน, เอเวอรี แพกซ์ตัน และทีมงานการศึกษาปะการัง 30 แห่งในมลรัฐนอร์ทแคโรไลนาโดยการดำน้ำลงไปใต้ทะเล และวางสายวัด (measuring tape) เพื่อนับจำนวนปลาที่ว่ายข้ามสายวัดไป และพวกเขาได้ทำการนับจำนวนซ้ำเช่นนี้อย่างน้อย 4 ครั้งต่อปี ในช่วงระหว่างปี 2013 ถึง 2015 เพื่อตรวจจับผลที่แตกต่างออกไปในแต่ละฤดู

ปะการังเทียม
ซากเรือซึ่งจมอยู่ที่ คีย์ ลาร์โก ในมลรัฐฟลอริดา คือปะการังเทียมสำหรับกลุ่มปลา smallmouth grunts โดยสะพานเรือนั้นถูกหุ้มไปด้วยปะการังที่สวยงาม และฟองน้ำที่กำลังเติบโต ภาพถ่ายโดย DAVID DOUBILET, NAT GEO IMAGE

แพกซ์ตันประหลาดใจกับความหลากหลายของปลาเขตร้อนที่พบในปะการังด้วย

“ฉันเห็นปลาผีเสื้อ และปลาสินสมุทร ตอนนั้นฉันคิดว่า ภาพที่เห็นนั้นจริงหรือเปล่า แต่มันก็มีปลาพวกนั้นจริงๆ” แพกซ์ตันกล่าว

เมื่อกลับมาที่ห้องปฏิบัติการ บรรดานักวิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเปิดเผยว่า ปลาเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนนั้นสามารถสร้างบ้านของมันในปะการังเทียมได้หรือไม่ ผลที่ได้มานั้นน่าสนใจ เพราะปลาก็นิยมอยู่ปะการังที่อยู่ในน้ำลึก ทั้งปะการังเทียมและปะการังธรรมชาติ ที่อยู่ลึกระหว่าง 24 – 35 เมตรจากพื้นผิว

ทั้งแพ็กซ์ตันและเทย์เลอร์ยังไม่ทราบว่าเหตุใดบรรดาปลาจึงชอบไปอยู่อาศัยในบริเวณน้ำลึก คงต้องมีงานวิจัยในอนาคตเพื่อตอบคำถามนี้ และยังมีสิ่งที่ทีมนักวิจัยสงสัยคือ การรวมตัวของแพลงก์ตอนสัตว์ (Zooplankton) ที่เป็นอาหารของปลา ความซับซ้อนของโครงสร้างปะการังเทียมเมื่อเทียบกับปะการังธรรมชาติ และความใกล้เคียงของบริเวณทะเลน้ำลึก กับกระแสน้ำกัลฟ์สตรีม (Gulf Stream) บริเวณไหล่ทวีป

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม บรรดานักวิจัยต่างพากันกล่าวว่า การดำรงอยู่ของปะการังเหล่านี้จะช่วยในการอนุรักษ์เหล่าสัตว์ทะเล โดยการเป็นที่อยู่อาศัยในภาวะที่น้ำทะเลค่อยๆ อุ่นขึ้นเช่นนี้

เรื่องโดย CARRIE ARNOLD


อ่านเพิ่มเติม สัตว์ในมหาสมุทรกำลังขาดอากาศหายใจเพราะสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง

เรื่องแนะนำ

โซลาร์เซลล์ลอยน้ำแบบไฮบริด โดย กฟผ.

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. กำลังดำเนินโครงการก่อสร้าง โซลาร์เซลล์ลอยน้ำแบบไฮบริด เขื่อนสิรินธรใหญ่ที่สุดในโลก ล่าสุดคืบหน้าแล้วกว่าร้อยละ 80 พร้อมเร่งติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ให้ครบ 7 ชุดตามแผน คาดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้กลางปี 2564 เพื่อเสริมความมั่นคงพลังงานสะอาดของประเทศไทย และเตรียมผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดอุบลราชธานี พลังงานหมุนเวียนนับเป็นพลังงานสะอาดจากธรรมชาติที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ โดยเฉพาะการนำพลังงานหมุนเวียนมาผลิตไฟฟ้า เนื่องจากเป็นทางออกหนึ่งในการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศ แต่พลังงานเหล่านี้ยังมีข้อจำกัดในการนำมาใช้ผลิตไฟฟ้าที่ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศที่มีความผันผวนตลอดเวลา ตัวอย่างเช่น โซลาร์เซลล์จะผลิตไฟฟ้าได้ก็ต่อเมื่อมีแสงแดด และต้องมีความเข้มแสงที่เหมาะสมเท่านั้น จากข้อจำกัดดังกล่าวจึงส่งผลให้ยังไม่สามารถนำพลังงานแสงอาทิตย์ หรือพลังงานหมุนเวียนประเภทอื่น ๆ มาเป็นแหล่งพลงงานหลักสำหรับผลิตไฟฟ้าได้เมื่อเทียบกับพลังงานจากฟอสซิล และทำให้เกิดนวัตกรรม โซลาร์เซลล์ลอยน้ำแบบไฮบริด ในวันนี้ ประเทศไทยได้นำโซลาร์เซลล์มาติดตั้งบนผิวน้ำ ซึ่งนอกจากจะมีข้อดีในการลดการใช้พื้นที่บนบกแล้ว ยังนำระบบไฮบริดมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าการติดตั้งบนพื้นดิน สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิรินธร หรือ Hydro-floating Solar Hybrid เป็นโครงการนำร่องแห่งแรกของ กฟผ. ที่นำพลังงานหมุนเวียนสองประเภทจาก “พลังงานแสงอาทิตย์” และ “พลังน้ำ” มาผลิตไฟฟ้าแบบผสมผสาน หรือเรียกว่าระบบไฮบริด เพื่อลดข้อจำกัดของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่การผลิตไฟฟ้าจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ “เมื่อดำเนินการก่อสร้างจนเสร็จสมบูรณ์ ระบบไฮบริดมีขนาดกำลังผลิต 45 เมกะวัตต์ ถือเป็นโครงการโซลาร์เซลล์ทุ่นลอยน้ำแบบไฮบริดที่ใหญ่ที่สุดในโลก” ฉัตรชัย มาวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำและพลังงานหมุนเวียน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย […]

กลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์ดุหยง เกาะลิบง การรวมตัวของคนชุมชนเพื่อภารกิจฟื้นฟูท้องทะเล

อาสาสมัครพิทักษ์ดุหยง เกาะลิบง เมื่องานอนุรักษ์เริ่มต้นจากคนในชุมชน สู่การทำงานกับวิจัยและนักอนุรักษ์ เพื่อคืนทรัพยากรบ้านเกิดให้กลับคืนมา พี่ฉัตร-ทิพย์อุสา แสงสว่าง เป็นชาวเกาะลิบง จังหวัดตรัง มาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ ภาพจำในวัยเด็กที่เด่นชัดมาจนถึงปัจจุบัน คือความเหนียวแน่นของชุมชนมุสลิมบนเกาะ ที่อยู่กันแบบพี่น้องถ้อยทีถ้อยอาศัยมาช้านาน และความอุดสมบูรณ์ของบ้านเกิดกลางทะเลอันดามันแห่งนี้ “ตอนเด็ก ๆ ทั้งเกาะมีเรือยนต์เล็ก ๆ อยู่ลำเดียวที่วิ่งไปกลับระหว่างเกาะลิบงกับท่าเรือกันตัง ที่ฝั่งแผ่นดินใหญ่ ใครจะขนน้ำแข็ง หยูกยาหรืออาหารอะไรจากในเมืองมาที่เกาะ ต้องไปให้ทันเรือขนาดยี่สิบที่นั่งลำนี้ที่วิ่งรอบเดียวเท่านั้น ถ้าตกเรือแล้วก็พลาดเลย ต้องรอวันต่อไป “ท้องทะเลรอบเกาะอุดมสมบูรณ์มาก มีแนวหญ้าทะเลเขียวชอุ่มสุดสายตาเต็มไปหมด เดินลุยน้ำไปตอนเช้า ๆ จะพบสัตว์ทะเลตัวเล็กหลายสิบชนิดบ้างแหวกว่าย บ้างซ่อนตัวอยู่ในแนวหญ้า ส่วนสัตว์ใหญ่อย่างพะยูน คิดว่าน่าจะมีเกินสามร้อยตัว เห็นแทบทุกวัน แต่ด้วยความที่ตอนนั้นมันไม่ใช่สัตว์ทะเลหายากอย่างทุกวันนี้ เราเลยไม่ได้ตื่นเต้นอะไร” พี่ฉัตรบอกว่า สำหรับคนวัย 40 ขึ้นไป ภาพความทรงจำของท้องทะเลที่อุดมสมบูรณ์นั้นยังตราตรึงอยู่ในใจ เพราะเกิดทันได้เห็นความมหัศจรรย์ที่เด็กรุ่นใหม่ ๆ อาจนึกภาพไม่ออก เพราะเกิดมาพร้อมกับทรัพยากรที่เสื่อมโทรมลงและสัตว์ทะเลที่ลดปริมาณลงเรื่อย ๆ จุดชมวิวบนเขาบาตู ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาเกาะลิบงต่างพากันขึ้นไปสอดส่อง เพราะเป็นจุดเดียวที่จะชื่นชมวิถีชีวิตของฝูงพะยูนในช่วงน้ำขึ้นได้จากยอดเขา พี่ฉัตรและเพื่อน ๆ เคยปีนป่ายเล่นกันตั้งแต่เมื่อ 30 กว่าปีก่อน ตอนนั้นไม่มีบันได […]

ความสำเร็จของชุมชนเล็กแห่งเม็กซิโก ในการฟื้นฟูท้องทะเลหลังการประมงล่มสลาย

กุญแจสำคัญในการจัดการมหาสมุทรอย่างยั่งยืน ของชุมชนเล็ก ๆ แห่งท้องทะเลเม็กซิโก ที่เคยประสบกับการล่มสลายของอุตสาหกรรมประมง ประวัติศาสตร์การประมงในคาบสมุทรบาฮา กาลีฟอร์เนีย (Baja California) ตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศเม็กซิโก เป็นตำนานซึ่งมีทั้งรุ่งเรืองและโรยรา ตอนที่จอห์น สไตน์เบ็ก นักเขียนชื่อดัง มาเยือนคาบสมุทรแห่งนี้เมื่อปี 1940 เขารู้สึกทึ่งกับความหลากหลายทางชีวภาพอันเหลือเชื่อ ทั้งกระเบนราหูฝูงใหญ่ ดงหอยมุก และเต่าที่มีอยู่มากมายเสียจนผู้เฒ่าผู้แก่ที่นี่เล่าว่า คุณสามารถเดินข้ามทะเลได้โดยเหยียบไปบนกระดองเต่า แต่หลังจากหลายทศวรรษของการทำประมงเกินขนาด ภูมิภาคแถบนี้กำลังประสบกับการล่มสลายของอุตสาหกรรมประมง ในพื้นที่สองสามแห่ง ชุมชนเล็กๆเริ่มคิดหาวิธีรักษาทรัพยากร ในที่สุดแนวคิดของพวกเขาก็แพร่หลาย จากเรื่องราวความสำเร็จที่กระจัดกระจายเหล่านี้ เราพอจะมองเห็นกฎหรือข้อกำหนดห้าข้อซึ่งถือได้ว่าเป็นกุญแจสำคัญในการจัดการมหาสมุทรอย่างยั่งยืน ข้อแรก จะเป็นการดีถ้าพื้นที่นั้นตั้งอยู่ค่อนข้างโดดเดี่ยวโดยมีชุมชนเพียงหนึ่งหรือสองแห่งใช้ประโยชน์ ข้อที่สอง ชุมชนต้องมีทรัพยากรมูลค่าสูง ผู้นำชุมชนที่เข้มแข็งและมีวิสัยทัศน์เป็นข้อกำหนดข้อที่สาม ข้อที่สี่ ชาวประมงต้องมีวิธีหาเลี้ยงชีพระหว่างที่ทรัพยากรกำลังฟื้นตัว และข้อสุดท้าย ชุมชนต้องร้อยรัดอยู่ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ในบาฮา หลายชุมชนแสดงให้เห็นความสำคัญของข้อกำหนดเหล่านี้ ตัวอย่างหนึ่งที่น่าทึ่งของทรัพยากรมูลค่าสูงสามารถเห็นและสัมผัสได้ในลากูนาซานอิกนาเซียว เลียบชายฝั่งลงไปประมาณ 30 กิโลเมตร ย้อนหลังไปเมื่อปี 1972 ตำนานท้องถิ่นเล่าว่า ฟรันซิสโก มาโยรัล กำลังจับปลาตรงบริเวณที่เขาจับตามปกติในลากูน เขามักติดไม้พายไปด้วยเพื่อใช้ตีลำเรือเมื่อใดก็ตามที่วาฬสีเทาว่ายเข้ามาใกล้เกินไป ทุกคนคิดว่าวาฬสีเทาเป็นสัตว์อันตรายไม่นานวาฬตัวหนึ่งก็เข้ามาใกล้เรือของเขาด้วยเหตุผลที่ไม่อาจรู้ได้ มาโยรัลเอื้อมมือออกไปสัมผัสตัวมันอย่างกล้าๆ กลัวๆ วาฬเอียงตัวเข้าหาและยอมให้เขาลูบเนื้อตัวและผิวหนังเรียบนุ่มของมัน พอถึงปลายทศวรรษ […]

ภาพถ่ายทางอากาศเผยให้เห็นแดนอัศจรรย์ทางธรรมชาติของอาร์กติก

เรื่อง ซาราห์ พอลเจอร์ ภาพถ่าย โฟลรียอง เลอดู ภูมิภาคอาร์กติกที่มีความเป็นธรรมชาติและสวยงาม จับใจช่างภาพ โฟลรียอง เลอดู ตั้งแต่เขาอายุสิบขวบ “ขนาดของภูมิทัศน์และชนิดพันธุ์อันเหลือเชื่อซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นดึงดูดผมมายังอาร์กติก ผมรู้สึกประทับใจอย่างลึกซึ้งตอนที่ออกเดินทางครั้งแรกไปยังภูมิภาคเหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล และความรู้สึกนั้นรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อผมสำรวจไปไกลขึ้นครับ” เลอดูบอก ทุกวันนี้ เลอดูเดินทางผ่านไอซ์แลนด์ กรีนแลนด์ แคนาดา และไกลออกไป เขาให้ความสนใจกับการถ่ายภาพฟุตเทจของภูมิทัศน์และสัตว์ป่า ขณะทำงานเป็นช่างภาพข่าวในกองทัพเรือของฝรั่งเศส เลอดูฝึกฝนทักษะในโครงการถ่ายภาพส่วนตัวซึ่งเขาถ่ายภาพวัฒนธรรมอินูอิตของกรีนแลนด์และความสัมพันธ์ของผู้คนเหล่านั้นกับผืนดิน เลอดูส่งภาพถ่ายหลายภาพเข้าร่วมในโครงการประกวด National Geographic Nature Photographer of the Year ประจำปี 2017 ในปี 2017 เลอดูออกเรือเพื่อตามหาหมีขั้วโลกใกล้กับเทรมเบลย์ซาวด์ของแคนาดา หลังจากค่ำคืนที่ไม่ประสบความสำเร็จ ในวันรุ่งขึ้นเลอดูและทีมของเขาพบกับชิ้นส่วนน้ำแข็งขนาดใหญ่ซึ่งทำให้มีความหวัง เพราะน้ำแข็งนั้นเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับให้หมีขั้วโลกออกล่าเหยื่อ เมื่อเข้าไปใกล้บริเวณนั้น พวกเขาพบว่าพวกเขากำลังตามหาหมีขั้วโลกสี่ตัวที่กระโดดจากพืดน้ำแข็งแผ่นหนึ่งไปยังอีกแผ่นหนึ่งเพื่อมองหาแมวน้ำ เพื่อหามุมมองใหม่ๆของภาพ เลอดูจึงถ่ายภาพหมีท่องไปตามน้ำแข็งจากข้างบนโดยใช้โดรน เลอดูเข้าใกล้ถิ่นอาศัยทุกแห่งด้วยความระมัดระวัง เขาทำวิจัยเรื่องพฤติกรรมของสัตว์และใช้เวลาเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าก่อนที่จะออกภาคสนาม เขามุ่งถ่ายภาพเรื่องราวที่ใหญ่ขึ้นของภูมิภาคอาร์กติกและสรรพสัตว์ซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นแม้ว่าจะเป็นไปได้ยาก แล้วโครงการต่อไปของเขาคืออะไร เลอดูวางแผนจะทำโครงการถ่ายภาพอาร์กติกในระยะยาว โดยการถ่ายฟุตเทจทางอากาศในช่วงเวลาที่แตกต่างกันของปี ในขณะเดียวกัน เขากับเพื่อนร่วมงานจะนำเที่ยวอาร์กติกเพื่อช่วยให้ความรู้แก่ผู้มาเยือนและแบ่งปันความหลงใหลในการถ่ายภาพของเขา   อ่านเพิ่มเติม : มหัศจรรย์แห่งชีวิตใต้ทะเล, ชมสุดยอดภาพถ่ายสัตว์แห่งปีที่คุณต้องหันมาสนใจ