ภาวะโลกร้อนจะยิ่งทำให้วิกฤติผู้ลี้ภัยในยุโรปย่ำแย่ลง - National Geographic Thailand

ภาวะโลกร้อนจะยิ่งทำให้วิกฤติผู้ลี้ภัยในยุโรปย่ำแย่ลง

ภาวะโลกร้อนจะยิ่งทำให้วิกฤติผู้ลี้ภัยในยุโรปย่ำแย่ลง

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ วิกฤติผู้ลี้ภัย กลายเป็นประเด็นสำคัญในสหภาพยุโรป เนื่องมาจากการหลั่งไหลของผู้ลี้ภัยชาวซีเรียและในอีกหลายประเทศที่พากันอพยพเข้ามา เพื่อแสวงหาความปลอดภัยและชีวิตใหม่ที่ดีกว่า

ผลการศึกษาใหม่ระบุว่า หากในอนาคตการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศทวีความรุนแรงขึ้น จะยิ่งขับเคลื่อนให้จำนวนของผู้ลี้ภัยเดินทางเข้าสู่ทวีปยุโรปมากขึ้นทบทวี

เมื่อโลกร้อนขึ้น การหลั่งไหลของผู้คนที่มองหาสิ่งที่ดีกว่าจะยิ่งเพิ่มตาม ภายใต้สถานการณ์ที่อุณหภูมิของโลกเริ่มคงที่ในปี 2100 ประมาณการณ์ไว้ว่าจำนวนของผู้ลี้ภัยจะเพิ่มเป็น 28% แต่หากสถานการณ์ดำเนินไปอย่างไม่ปกติ จำนวนผู้ลี้ภัยอาจเพิ่มเป็น 3 เท่าจากที่เป็นอยู่ นั่นหมายถึงจำนวนผู้ลี้ภัยที่มากกว่าล้านคนในแต่ละปี อันเนื่องมาจากประเทศบ้านเกิดของพวกเขาที่ไม่อาจปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศได้

“นี่คืองานวิจัยที่สำคัญอย่างน่าเหลือเชื่อ” Solomon Hsiang นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ กล่าว ตัวเขาเป็นผู้สร้างโมเดลผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ “งานวิจัยชิ้นนี้แสดงให้เห็นว่าโลกของเรามีประชากรกลุ่มหนึ่งที่หลบหนีจากประเทศตนเอง และขอลี้ภัยในประเทศที่ดีกว่า”

ผลการศึกษาถูกเผยแพร่ในวารสาร Science เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมา และเป็นการศึกษาล่าสุดที่ชี้ให้เห็นว่าภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปกำลังทวีความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทั่วโลกให้รุนแรงขึ้น

ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศสามารถสร้างความวุ่นวายในหลายประเทศได้ ยกตัวอย่างงานวิจัยหนึ่งในปี 2015 พบว่า ความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นตลอดปี 2007 – 2010 ในซีเรียและจอร์แดน ส่งผลให้วิถีชีวิตของชาวไร่ชาวนาเกิดความไม่แน่นอนและผลักดันพวกเขาเข้าสู่สงครามกลางเมือง

ผลการศึกษาอื่นๆ ขยายออกไปกว้างกว่านั้น พวกเขาทำการวิจัยเพื่อสำรวจว่าภาวะโลกร้อนกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างไรบ้าง “แม้ว่าผลของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศจะไม่ได้ปรากฏเห็นเด่นชัดในประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ทุกประเทศบนโลกนี้มีความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกัน เปรียบเสมือนบ้านหลังใหญ่” Anouch Missirian นักวิจัยระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ผู้ศึกษาสาขากิจการระหว่างประเทศกล่าว

 

ปัญหาที่เกิดกับการเกษตร

เพื่อมองหาความเชื่อมโยง Missirian ร่วมมือกับ Wolfram Schlenker นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย พวกเขาศึกษาข้อมูลจากประเทศจำนวน 103 ประเทศที่ยื่นคำร้องขอลี้ภัยมายังสหภาพยุโรปในช่วงปี 2000 – 2014 และนำข้อมูลที่ได้มาเปรียบเทียบกับข้อมูลของสภาพอากาศในแต่ละประเทศ

ทั้งคู่พบความสัมพันธ์บางอย่างที่เชื่อมโยงจำนวนของผู้ลี้ภัยกับค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิ โดยรวมแล้วจำนวนการขอลี้ภัยจะมีจำนวนต่ำที่สุดเมื่ออุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการเก็บเกี่ยวพืชผล แต่เมื่อประเทศนั้นๆ มีอุณหภูมิเปลี่ยนไปร้อนขึ้น หรือเย็นลง จำนวนการขอลี้ภัยจะเพิ่มตาม

Jan Selby นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยซัสเซ็กส์ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การเชื่อมโยงการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศกับสงครามซีเรีย ว่าเป็นแค่เหตุบังเอิญ

“ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่รายงานฉบับนี้จะพบสถิติความสัมพันธ์บางอย่าง เพราะตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา จำนวนการเกิดสงครามกลางเมืองและการหลั่งไหลของผู้อพยพเพิ่มขึ้นอยู่แล้วอย่างอิสระ” Selby ตอบผ่านอีเมล์ “คำถามสำคัญก็คือรายงานนี้ได้บอกถึงสาเหตุของปัญหาหรือไม่ ผมกล้าตอบว่าไม่”

อย่างไรก็ตาม Missirian และ Schlenker ไม่เห็นด้วย เนื่องจากระบุว่าพวกเขาศึกษาแบบสุ่มว่าภูมิอากาศมีผลกระทบอย่างไรต่อพื้นที่ทางการเกษตรของประเทศนั้นๆ และพวกเขาพบว่าจำนวนการขอลี้ภัยแตกต่างกันไปตามการเปลี่ยนแปลงของอากาศในพื้นที่นั้นๆ โดยไม่คำนึงว่าประเทศนั้นๆ จะมีระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยก็ตาม นอกจากนั้นการวิเคราะห์ของพวกเขายังครอบคลุมถึงแรงกระเพื่อมที่สั่นสะเทือนทั่วโลกอย่างวิกฤติเศรษฐกิจปี 2008 ด้วย

“ผมค่อนข้างยืนยันว่าความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่เราศึกษาในปี 2000 – 2014 คือสาเหตุ” Schlenker กล่าว

 

การเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์

ความสัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและจำนวนผู้ลี้ภัยจะดำเนินไปจนสิ้นศตวรรษนี้ อย่างไรก็ตาม Schlenker และ Missirian ยอมรับว่าเรื่องราวทั้งหมดอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้น

“คุณต้องระมัดระวังอย่างมากเวลาคาดการณ์หาผลลัพธ์ เนื่องจากการโมเดลของการใช้การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศเป็นสาเหตุนั้นดูเหมาะสมกว่าการรัฐประหารหรือการจัดสรรจำนวนประชากรในประเทศ” Missirian กล่าว

“มันเป็นไปได้ในทุกทาง” เธอกล่าวเสริม “ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศจะรู้สึกได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับตัวของเราเองด้วย”

Caitlin Werrell ประธานกลุ่ม The Center for Climate and Security องค์กรพลเมืองที่มุ่งเน้นนำเสนอปัญหาการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ เห็นด้วยว่าการกำกับดูแลนั้นมีส่วนสำคัญ

“นโยบายระดับชาติ, การพัฒนาอย่างยั่งยืน, ความร่วมมือของนานาประเทศ, การออกแบบเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้ประชากรสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศได้มากขึ้น เหล่านี้คือกุญแจที่จะช่วยลดจำนวนของการโยกย้ายถิ่นฐาน” เธอกล่าวผ่านอีเมล์

นอกเหนือจากนั้นบรรดาผู้เชี่ยวชาญอื่นๆ เห็นว่า การศึกษา คือแรงกระตุ้นสำคัญ

“มันยังเป็นไปได้ที่จะชะลอการหลั่งไหลของผู้คน ด้วยการลดการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ” Hsiang กล่าว “เปรียบเทียบกับนโยบายการจัดการปัญหาผู้ลี้ภัยที่ไม่มีวันจบสิ้น ทั้งยังต้องรับมือกับความวุ่นวายทางการเมืองที่จะตามมา ดูเหมือนว่าการช่วยกันลดปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกวันนี้คือการต่อรองที่ดีที่สุด”

เรื่อง มิคาเอล เกรสโค

 

อ่านเพิ่มเติม : เปิดใจช่างภาพผู้บันทึก “หมีขั้วโลกผอมโซ”จะช่วยมหาสมุทรต้องเลิกใช้กากเพชร?

เรื่องแนะนำ

พลังบำบัดของธรรมชาติ

ธรรมชาติบำบัด: ธรรมชาติส่งผลต่อร่างกายและสมองของเราอย่างไร เมื่อเราพาตัวเข้าใกล้ธรรมชาติขึ้นอีกอีกนิด ไม่วาจะเป็นผืนป่าบริสุทธิ์ หรือต้นไม้ในสวนหลังบ้าน เรากำลังช่วยให้สมองที่ตึงเครียดได้ผ่อนคลาย “เป็นความจริงทางวิทยาศาสตร์ที่ว่าการดื่มด่ำกับทิวทัศน์ทางธรรมชาติอันตระการตาเป็นครั้งคราว…ส่งผลดีต่อสุขภาพและกำลังวังชาของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อสุขภาพและกำลังของสติปัญญา” เฟรเดอริก ลอว์ โอล์มสเตด ภูมิสถาปนิก เรียกร้องให้สภานิติบัญญัติแห่งรัฐแคลิฟอร์เนียปกป้องป่าในหุบเขาโยเซมิทีจากการโหมพัฒนาเมื่อปี 1865  ตลอดเวลาที่ผ่านมา การศึกษามากมายที่ชี้ชัดว่าคำพูดของโอล์มสนั้น เป็นจริง เดวิด เสตรเยอร์ นักจิตวิทยากลุ่มการรู้คิด มหาวิทยาลัยยูทาห์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสนใจของมนุษย์เป็นพิเศษ และเป็นนักท่องไพร ไม่คุยโทรศัพท์หรือส่งข้อความขณะขับรถเพราะเขารู้ว่าสมองมีแนวโน้มจะทำผิดพลาดเมื่อทำหลายอย่างพร้อมกัน  เขาวิจับพบว่าการใช้โทรศัพท์มือถือทำให้คนส่วนใหญ่ขับรถแย่ลงไม่ต่างจากการดื่มแอลกอฮอล์  เขารู้ว่าชีวิตสมัยใหม่ส่งผลกระทบกับผู้คนอย่างไร และรู้ด้วยว่ายาถอนพิษที่ได้ผลชะงัดคือ “ธรรมชาติ” สมองมนุษย์ไม่ใช่เครื่องจักรกลหนัก 1.4 กิโลกรัมที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย  สมองเหนื่อยง่ายมาก  เมื่อคนเราใช้ชีวิตช้าลง  วางมือจากงานอันยุ่งเหยิงและดื่มด่ำกับธรรมชาติงดงามรอบตัว ไม่เพียงแต่ร่างกายที่ฟื้นตัว แต่สมองก็สดชื่นด้วย  เสตรเยอร์พบว่านักศึกษาที่ออกตั้งแคมป์ท่องป่านานสามวัน แก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ได้ดีขึ้นร้อยละ 50  สามวันในป่าจึงเป็นการทำความสะอาดสมองลักษณะหนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเราอยู่กับธรรมชาตินานพอ  “ในวันที่สาม ประสาทสัมผัสของผมปรับตัวดีขึ้น ผมได้ยินเสียงและได้กลิ่นที่ไม่เคยสัมผัสได้มาก่อน  ผมรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติมากขึ้น” ปัญหาสาธารณสุขระดับมหัพภาค เช่น โรคอ้วน ภาวะซึมเศร้า และสายตาสั้นที่เป็นกันอย่างแพร่หลายล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับการใช้เวลาในร่มอย่างชัดเจน ผลักดันให้สเตรเยอร์และนักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆกลับมาให้ความสนใจกันอีกครั้งว่า ธรรมชาติส่งผลต่อร่างกายและสมองของเราอย่างไร ความก้าวหน้าทางประสาทวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาทำให้พวกเขาเริ่มตรวจวัดสิ่งที่เคยเป็นปริศนามืดมนได้ และผลการตรวจวัดสิ่งต่างๆ ตั้งแต่ฮอร์โมนเครียด อัตราการเต้นของหัวใจ […]

วาด ต้นไม้ จากความทรงจำ

คนเมืองกรุงอย่างผมไม่ใส่ใจ ต้นไม้ มากนักตราบใดที่ต้นไม้เหล่านั้นไม่ใช่ต้นไม้หน้าบ้านเราเอง การได้เห็นต้นไม้ถูกตัดจนด้วนหรือแหว่งกลับกลายเป็นภาพชินตา “เดี๋ยวมันก็งอก” เราบอกกับตัวเองเช่นนั้น ผมเพิ่งมารับรู้ถึงความเจ็บใจก็เมื่อตอนที่พบว่าต้นไม้ใหญ่ฝั่งตรงข้ามหน้าปากซอยบ้านอาจจะไม่มีวันแตกกิ่งใหม่ขึ้นมาอีกแล้ว ต้นไม้ต้นนี้ยืนต้นมานานแค่ไหนไม่มีใครทราบ แต่ทุกคนเพิ่งมาเริ่มเห็นคุณค่าของมันก็ตอนที่พระอาทิตย์ยามบ่ายสาดแสงลงมายังบรรดาพ่อค้าแม่ค้ากับลูกค้าที่กำลังรับประทานอาหารในบริเวณนั้น เนื่องจากไม่มีกิ่งไม้ใหญ่คอยบังให้ร่มเงาอีกต่อไป ถ้าต้นไม้เลือกสถานที่อยู่อาศัยได้ คงไม่มีต้นไม้ต้นไหนอยากที่จะเกิดหรือเติบโตในฐานะต้นไม้ในเมือง อันเนื่องมาจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการเจริญเติบโตใดๆ ที่ด้านล่างรากของมันต้องเผชิญกับฟุตบาทแข็งๆ หรือท่อระบายน้ำ บางต้นโชคร้ายกว่านั้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตัดสินใจเทปูนล้อมรอบ ในขณะที่ด้านบนกิ่งก้านของมันถูกตัดทิ้งได้ทุกเมื่อหากเติบโตแผ่ขยายจนไปกินพื้นที่ของสายไฟ นั่นจึงทำให้ชาวกรุงอย่างผมชินตากับภาพของต้นไม้ที่ถูกตัดจนเหี้ยนเหล่านี้ เคราะห์ดีบางต้นรอดและยังคงเติบโตแตกกิ่งก้านสาขาออกไปได้ แม้จะไม่แข็งแรงเหมือนเดิมก็ตาม ในขณะที่บางต้นกลับไม่โชคดีเช่นนั้น การตัดต้นไม้โดยขาดองค์ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งผลให้พวกมันกลายเป็นต้นไม้พิการ ซึ่งในที่สุดแล้วต้นไม้เหล่านี้จะเติบโตช้าลงๆ อันเป็นผลมาจากใบและรากที่ไม่แข็งแรง ทำให้รับส่งอาหารและพลังงานได้ไม่เพียงพอ เมื่อต้นไม้อ่อนแอลงเรื่อยๆ ในที่สุดมันจะตายกลายเป็นแค่ซากไม้ยืนต้น หากบรรดาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงตัดต้นไม้อย่างขาดความรู้เช่นนี้ทุกปี ภาพถ่ายชุดนี้ได้แนวคิดมาจากการรำลึกถึงอดีตของต้นไม้เหล่านั้น ก่อนที่จะถูกตัด หรือบั่นกิ่ง ต้นไม้พิการที่กุดแหว่ง หรือบิดเบี้ยวเหล่านี้ เคยมีหน้าตาเป็นอย่างไร? แผ่กิ่งก้านสาขายิ่งใหญ่ขนาดไหน? มีดอกหรือไม่? ด้วยความช่วยเหลือจากผู้คนในพื้นที่นั้นๆ คอลัมน์ “The Perspective” เดินเท้าออกสำรวจต้นไม้พิการหลายจุดในเมืองกรุง และขอให้พวกเขาช่วยวาดมันขึ้นมาอีกครั้งจากความทรงจำ 1. สากล จงนิรักษ์ วินมอเตอร์ไซต์ประจำอยู่ที่วินหน้าห้างเซ็นจูรี่มานานกว่า 10 ปี เล่าให้ฟังว่า เห็นต้นไม้ต้นนี้มาตั้งแต่วันแรกของการทำงาน แต่ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์อายุกว่าทศวรรษต้นนี้กลับต้องถูกตัดจนกุดอีกครั้ง เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา […]

การปกป้องป่า คือสิ่งจำเป็นเพื่อโลกที่ยั่งยืนในอนาคต

หมู่บ้าน Mian Gu ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Nu ของประเทศจีน เป็นโครงการสร้างบ้านของรัฐบาลที่ออกแบบเพื่อจูงใจประชาชนที่อาศัยอยู่บนภูเขาให้ย้ายลงมาที่แม่น้ำเพื่อลดการตัดไม้ทำลายป่า ภาพถ่ายโดย ADAM DEAN, NAT GEO IMAGE COLLECTION เมื่อปีที่แล้ว ยูเอ็นได้เตือนให้ระวังวิกฤตภูมิอากาศที่ใกล้เข้ามา ในปีนี้ ยูเอ็นวิงวอนให้ อนุรักษ์ป่า ไว้ก่อนจะสายเกินไป รายงานจาก คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขององค์การสหประชาชาติ (The United Nation’s Intergovernmental Panel on Climate Change – IPCC) ซึ่งเผยแพร่เมื่อต้นเดือนสิงหาคมได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นของการเปลี่ยนวิธีการจัดการที่ดินของโลกอย่างรวดเร็วและเร่งด่วน เดบราห์ ลอว์เรนซ์ (Deborah Lawrence) นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมแห่งมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย กล่าวว่า เพื่อจัดการกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ต้องมีการใช้กลยุทธ์ที่ยั่งยืนซึ่งจัดการปัญหาได้ตรงเป้าและส่งผลกระทบได้อย่างกว้างขวาง “การเปลี่ยนแปลงของสภาวะภูมิอากาศเป็นภัยคุกคาม เราต้องหาหนทางที่เป็นไปได้ในทุกแง่มุมเพื่อจัดการกับมัน” เดบราห์ กล่าว ในรายงานของ IPCC มีเนื้อหาเกี่ยวกับคำแนะนำว่าทั้งประชาชน นักวิทยาศาสตร์ และผู้กำหนดนโยบาย ควรกำหนดความสำคัญอย่างไร และนี่คือหัวข้อสำคัญในคำแนะนำดังกล่าว การปรับปรุงยกเครื่องระบบการผลิตอาหารครั้งใหญ่ของมนุษย์เป็นเรื่องที่จำเป็น โดยในรายงานกล่าวว่า ปัญหาสภาวะภูมิอากาศสุดขั้วเช่น […]