Explorer Awards 2019: ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ - National Geographic Thailand

Explorer Awards 2019: ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์

 Explorer Awards 2019

“เราสามารถมองเห็นความวิเศษของโลกทั้งใบได้ในเม็ดทราย

อยู่ที่ว่าเราจะมองเห็นไหม 

งานที่เราทำคือการพาไปให้เห็นความวิเศษนั้น 

ทุกคนมีความสามารถที่จะเห็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติได้อยู่แล้ว”

ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์

ประธานมูลนิธิโลกสีเขียว

ผู้ริเริ่มโครงการนักสืบสายน้ำ นักสืบชายหาด และนักสืบสายลม ซึ่งเป็นโครงการ “ตรวจสุขภาพ” ของธรรมชาติสิ่งแวดล้อมด้วยสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ได้แก่ ตัวอ่อนแมลงที่อยู่ในแม่น้ำลำธาร สัตว์และพืชที่อยู่ตามชายหาด และไลเคนบนต้นไม้  จากความเชื่อที่ว่าหากเราทุกคนสำรวจและ “อ่าน” ธรรมชาติด้วยตัวเองแล้ว จะมองเห็นความเป็นไปและเฝ้าระวังความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้ด้วย  เป็นนักนิเวศวิทยา นักสิ่งแวดล้อม ที่นอกจากขับเคลื่อนเรื่องจักรยานและเมืองน่าอยู่แล้ว สิ่งที่ทำมาตลอดคือเป็นนักเขียนบทความด้านธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มุ่งเปิดโลกธรรมชาติใกล้ตัว ด้วยงานเขียนภาษาสนุก เข้าใจง่าย เพื่อเชื่อมโยงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ และสนับสนุนให้คนออกไปสัมผัสธรรมชาติด้วยประสบการณ์ตรง

เนื่องในโอกาสที่ ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ ได้รับรางวัล Explorer Awards  2019 นิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย จึงขอนำทรรศนะของ ดร.สรณรัชฎ์ ว่าด้วยการสำรวจและการอนุรักษ์มานำเสนอดังนี้

ทรรศนะว่าด้วยการสำรวจ

ส่วนมากที่เราสำรวจมักจะเป็นโลกใบเล็กรอบตัวเรามากกว่า ไม่เน้นการสำรวจไปที่แปลกๆที่ยิ่งใหญ่  แน่นอน เราสามารถสำรวจเห็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ  ภูเขาน้ำแข็งยิ่งใหญ่ ทุ่งดอกไม้กลางทะเลทรายที่ไม่ได้บานพรึ่บทุกปี  อันนั้นคือวิเศษมาก  แต่ความจริง ความวิเศษเกิดขึ้นตลอดเวลารอบตัวเราในสเกลที่ต่างกัน ในมิติที่แตกต่างกันไป  ดังนั้น งานที่เราทำมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นนักสืบสายน้ำ นักสืบชายหาด นักสืบสายลม ซึ่งมักจะดูสิ่งมีชีวิตเล็กๆ  จนมาถึงการคืนดี ฟื้นสัมพันธ์กับธรรมชาติ  เราเน้นให้คนเห็นถึงความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ กับธรรมชาติใกล้ตัว

ความวิเศษเกิดขึ้นตลอดเวลารอบตัวเราในสเกลที่ต่างกัน ในมิติที่แตกต่างกันไป

เราชอบโคลงบทหนึ่งของวิลเลียม เบลก มาก ที่ว่า “To see a world in a grain of sand.” หมายถึงเราสามารถมองเห็นความวิเศษของโลกทั้งใบได้ในเม็ดทราย อยู่ที่ว่าเราจะมองเห็นไหม  งานที่เราทำคือการพาให้เห็นความวิเศษนั้น  คิดว่าทุกคนมีความสามารถที่จะเห็นสิ่งเหล่านี้อยู่แล้ว เป็นสิ่งที่เราได้มาจากแม่ (ม.ร.ว.สมานสนิท สวัสดิวัฒน์) คือเปิดประตูบ้านออกไปปั๊บ ยังไม่ทันไปไหนเลย  แต่ก็เหมือนไปสู่ป่าวิเศษแล้ว

สำรวจจึงเป็นได้หลายมิติ หลายสเกล เรามองเห็นความมหัศจรรย์ของโลกทั้งใบได้ แค่เรามองเห็นใบไม้ใบแรกเวลาเราเปิดประตูออกมานอกบ้านได้ ก็เป็นการสำรวจธรรมชาติแล้ว

Explorer Awards 2019

การสำรวจช่วยพลิกมุมมอง

สิ่งสำคัญคือมันเป็นการพลิกจิตสำนึกบางอย่าง กระตุ้นความตระหนักบางอย่างขึ้นมา เป็นการพลิกวิธีมองโลกหรือ shift consciousness เช่นการเห็นความงามของบางสิ่งบางอย่าง เห็นความงามของชีวิต เห็นว่าต้นไม้จริงๆเป็นสิ่งมีชีวิต

เราก็รู้ว่าต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิต เราเรียนมาตั้งแต่ ป.1 ป.2  [แต่การเปลี่ยนแปลงความนึกคิดคือ] ถ้าเขาเห็นชีวิตของต้นไม้อย่างที่มันเป็น being เสมือนที่ตัวเองก็เป็นสิ่งมีชีวิตในโลก ทั้งที่เป็นการสำรวจง่ายๆ รอบบ้านตัวเอง  ทัศนคติที่เกิดขึ้น ความตระหนักรู้แท้จริงนี้ จะนำไปสู่การการะทำ

ถ้าเขาเห็นชีวิตของต้นไม้อย่างที่มันเป็น being เสมือนที่ตัวเองก็เป็นสิ่งมีชีวิตในโลก ทั้งที่เป็นการสำรวจง่ายๆ รอบบ้านตัวเอง  ทัศนคติที่เกิดขึ้น ความตระหนักรู้แท้จริงนี้ จะนำไปสู่การการะทำ

จากการสำรวจสู่การอนุรักษ์

การอนุรักษ์ที่สำคัญได้มากมายหลายอย่าง  ไม่ใช่ทุกคนที่จะไปเป็นผู้กำหนดนโยบาย หรือสร้างเอ็นจีโออันยิ่งใหญ่ มีพลังในการอนุรักษ์  มันมีแอ็คชันหลายอย่างที่ทุกคนทำได้ เช่นที่อเมริกา เด็กน้อยพากันปลูกดอกไม้ที่อยู่ในวงศ์มิลค์วีต แม้แต่ระเบียงคอนโดก็มีกระถางดอกไม้นี้ได้  ดอกของมิลค์วีตเป็นอาหารของผีเสื้อโมนาร์ก ซึ่งเป็นผีเสื้อที่อพยพข้ามทวีป 4,000 กิโลเมตร และประชากรลดฮวบฮาบใน 20 ปี เนื่องด้วยระหว่างทางอพยพ มันไม่มีอาหาร  คือในระหว่างการอพยพนั้นผีเสื้อก็เปลี่ยนไปหลายรุ่นมาก  ดักแด้ต้องกินใบมิลค์วีต ตัวเต็มวัยก็กินน้ำหวาน  เพราะฉะนั้นแค่เราช่วยสร้างส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อาหาร เป็นเหมือนปั๊มน้ำมันตามเส้นทางให้ผีเสื้อ ก็สามารถแก้ปัญหาเรื่องการสูญพันธุ์อันยิ่งใหญ่ได้  ไม่จำเป็นต้องทำอะไรใหญ่โต แพง และใช้เวลานาน สิ่งสำคัญคือเรารู้หรือเปล่าว่าสิ่งที่เราทำซึ่งดูเหมือนว่าเล็กๆ แต่สำคัญเพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่อย่างไร

ในลักษณะนี้ ถ้าดูในเมืองไทย แม้เรายังไม่มีข้อมูล  เราไม่รู้ว่ามีอะไรสูญพันธุ์บ้างหรือมีชะตากรรมอย่างไร เพราะไม่ได้มีการเฝ้าติดตาม  แต่เราก็ยังสามารถปลูกต้นงวงช้าง ซึ่งเป็นพืชเล็กๆ แต่ไม่ใช่วัชพืช เป็นพืชที่ผีเสื้อชอบกินไว้บนระเบียงได้

การไม่ทำอะไรเลยก็สำคัญ

เราสามารถตัดสินใจไม่ทำอะไรเลยก็ได้  การไม่ทำอะไรเลยก็สำคัญ เพราะเรารู้ว่าบางครั้งการกระทำต่างๆ ก็ส่งผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ต่อโลก  การไม่ทำด้วยความรู้ เช่น การอยู่เฉยๆ และเชื่อมั่นในธรรมชาติ  เห็นลำธารและมีปิติกับการไหลของลำธาร  แค่ช่วงสั้นๆ เมตรเดียว คุณสามารถเรียนรู้การขนตะกอน มันอยู่ที่ว่าเราสังเกตหรือเปล่า โดยที่ไม่ต้องคิดว่าฉันต้องทำความดีแล้วสร้างฝาย

การตัดสินใจไม่สร้างฝายตามแฟชั่นก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะในซอกมุมการไหลของน้ำแบบนั้น มันสร้างบ้านให้สัตว์ เป็นเมืองใต้น้ำของสัตว์ต่างๆ อย่างไร มีความสำคัญต่อปลา นก ต่อสิ่งมีชีวิตบนบกอย่างไร  คือหากมีความละเอียดอ่อนในการมองเห็นมิติต่างๆ สเกลต่างๆ คุณก็จะเข้าใจโลกใบใหญ่ได้  บางครั้งก็ดีกว่าคนเที่ยวรอบโลก ปล่อยคาร์บอนเต็มไปหมด แล้วกลับบ้านมาสร้างฝาย ไม่เคยสังเกตว่าการสร้างฝายในลำธารที่ดีอยู่แล้วมันทำลายบ้านสัตว์อย่างไรบ้าง  สัตว์ต่างๆ ที่คุณอ้างว่ารักมากมาย สูญเสียบ้านและอาจถึงขั้นสูญพันธุ์ไปไม่รู้เท่าไหร่ไม่ทราบได้

การตัดสินใจไม่สร้างฝายตามแฟชั่นก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะในซอกมุมการไหลของน้ำแบบนั้น มันสร้างบ้านให้สัตว์ เป็นเมืองใต้น้ำของสัตว์ต่างๆ อย่างไร มีความสำคัญต่อปลา นก ต่อสิ่งมีชีวิตบนบกอย่างไร

Explorer Awards 2019

เมื่อเห็นชีวิตรอบตัวเป็นปัจเจก

ตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก แม่เราเป็นคนที่มีความสัมพันธ์กับธรรมชาติ  เขามองเห็นชีวิตรอบตัวเป็นเพื่อน  เขาเปิดประตูออกไปแล้วทักทาย  แม่จะคุยกับสรรพสิ่ง ทั้งสัตว์ทั้งพืช เป็นเรื่องปกติ  เราจึงซึมซับคุณค่านี้มาด้วย

การที่เรามีจุดจุดหนึ่งที่จะสังเกตความเป็นไปในธรรมชาติได้ทุกวัน  เราจะได้ความรู้ ได้ข้อมูลมากมาย  แน่นอน เราได้ฝึกการสังเกตสังกาจนเป็นนิสัยบางอย่าง จนทำให้เราได้เห็นถึงความมหัศจรรย์ตลอดเวลา และมันทำให้เราเข้าถึงเรื่องราวมากมายในธรรมชาติที่ปกติมันเกิดขึ้นตลอดเวลา แต่เราไม่ได้สังเกต ซึ่งถ้าเราไม่ได้สังเกตอยู่ทุกวัน เราจะไม่สามารถเข้าถึงรายละเอียดของสัตว์ เช่นนกกระจาบทำรังต่างกัน  เราจะเห็นนกเป็นกลุ่มก้อนของสังคมแบบหนึ่งที่มีเรื่องราวที่อ่านได้ในตำรา  แต่การที่เราได้ดูมันอย่างใกล้ชิดทุกวัน เราเห็นว่าทุกชีวิตเป็นปัจเจกเหมือนคน มีนิสัยต่างๆนานา มีความชอบไม่ชอบ ทำให้เราเอ็นดูมัน แต่ก็ทำให้เกิดความเคารพ เกิดความทึ่งในทุกชีวิต ในขณะเดียวกันก็เห็นความเหมือนกันของทุกชีวิตมากขึ้น   ความเหมือนนี่หมายความว่ามันต่างกันมาก  ซึ่งทำให้เรารู้สึกว่าทุกชีวิตมีความเท่าเทียมกันมากขึ้นด้วย

การที่เราได้ดูมันอย่างใกล้ชิดทุกวัน เราเห็นว่าทุกชีวิตเป็นปัจเจกเหมือนคน มีนิสัยต่างๆนานา มีความชอบไม่ชอบ ทำให้เราเอ็นดูมัน แต่ก็ทำให้เกิดความเคารพ เกิดความทึ่งในทุกชีวิต ในขณะเดียวกันก็เห็นความเหมือนกันของทุกชีวิตมากขึ้น

ความจำเป็นของการมีประสบการณ์ตรงกับธรรมชาติ

คิดว่าการมีไกด์ มีเมนทอร์ มีผู้นำ มันช่วย [ให้เห็น/ตระหนักถึงความเป็นปัจเจกของสิ่งมีชีวิตอื่น]  นับเป็นลักษณะเด่นของสัตว์สังคมแบบมนุษย์ เพราะในสังคมเรา ปัญญาต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นการสะสมตลอดวิวัฒนาการ  เป็นการถ่ายทอดประสบการณ์ที่ตกผลึกกันมา  ทำไมเราไม่ต้องมาเริ่มเรียนว่าจะจุดไฟอย่างไร  เพราะฉะนั้นการมีไกด์ ช่วยอยู่แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าคุณจะเรียนรู้เอง  สิ่งสำคัญคือ ถ้าเรียนรู้อะไรด้วยประสบการณ์ตรง มือหนึ่ง ไม่ใช่มือสอง ไม่ใช่แค่ดูจากภาพ ไม่ใช่แค่ดูจากสารคดี ซึ่งแม้จะช่วยในการสื่อสารถึงความยิ่งใหญ่ถึงระบบความสัมพันธ์ของโลก แต่ไม่มีอะไรมาทดแทนประสบการณ์ตรงได้  เราไม่ได้ใช้แค่ตาดู หูฟังอย่างในสารคดี แต่มันมีทั้งกลิ่น ความรู้สึก  คำว่าความรู้สึกไม่ใช่แค่ร้อนเย็น  ทำไมบางคนขนลุกวาบ มีความรู้สึกนู่นนี่นั่น  การที่เราปล่อยให้ร่างกายได้เปิดผัสสะเชื่อมโยงกับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว เราคิดว่ามันสำคัญมากที่นำมาสู่ความเห็นอกเห็นใจต่อชีวิตอื่นๆ

Explorer Awards 2019

โลกสมัยใหม่กับการใช้ผัสสะที่เปลี่ยนไปของมนุษย์

ในโลกสมัยใหม่ทุกวันนี้ จำเป็นต้องฝึกเปิดผัสสะกับธรรมชาติ  สมัยก่อน เราต้องใช้มันเพื่ออยู่กับธรรมชาติ ต้องใช้ผัสสะต่างๆ ในการดำเนินชีวิต  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมคนป่า ถ้าคุณไม่หัดใช้ผัสสะ คุณหาอาหารไม่ได้ แล้วคุณอาจจะกลายเป็นอาหารของตัวอื่นไปด้วย  มันฝึกโดยอัตโนมัติ  เราใช้ร่างกายของเราทั้งร่างอย่างคุ้มค่ามากในการเรียนรู้ความเป็นไปในโลกนี้ทั้งหมด  99.99% ของวิวัฒนาการมนุษย์นั้นเราใช้ร่างกายเราทั้งร่าง  เราวิวัฒนาการร่วมกับชีวิตต่างๆ รอบตัว ร่วมกับธรรมชาติ  แต่ภายในน้อยกว่า 0.01% เราเพิ่งมามีเทคโนโลยี โดยเฉพาะช่วง 20-30 ปีหลังนี้ เป็นจอมือถือ มีความสะดวกสบายมากมาย และเราใช้สายตาเป็นหลัก  ไม่ได้ใช้ระบบสัมผัสอื่นๆ เลย  ร่างกายของเราจึงไม่สามารถวิวัฒนาการได้เร็ว ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เร็วเท่ากับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป  ดังนั้นจึงเกิดปัญหาต่างๆ ทั้งทางสุขภาพจิตสุขภาพกายมากมายหลายอย่างที่วิทยาศาสตร์ค้นพบ และมีงานวิจัยออกมาเรื่อยๆ ว่าเกิดจากการขาดความสัมพันธ์กับธรรมชาติ

เราทุกคนมีความสามารถในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับสรรพสิ่งรอบตัวอยู่แล้ว มันอยู่ในตัวเราอยู่แล้ว เพียงแต่เราเปิดประตูหรือเปล่า  ประตูคือประตูประสาทสัมผัส  เมื่อเปิดออก มันจะทำงานอย่างรวดเร็วมากในการเชื่อมโยงเรากับจิตวิญญาณของโลกทั้งใบ และเมื่อเราโยงได้ เราจะไม่เหงา

เราทุกคนมีความสามารถในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับสรรพสิ่งรอบตัวอยู่แล้ว มันอยู่ในตัวเราอยู่แล้ว เพียงแต่เราเปิดประตูหรือเปล่า  ประตูคือประตูประสาทสัมผัส  เมื่อเปิดออก มันจะทำงานอย่างรวดเร็วมากในการเชื่อมโยงเรากับจิตวิญญาณของโลกทั้งใบ

 

เรื่องแนะนำ

นกชนหิน : เหยื่อของเงินตรา อำนาจ และความหรูหรา

นกชนหินกำลังตกเป็นเป้าของการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลให้นกแปลกประหลาดชนิดนี้ตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยง ขณะที่ผืนป่าอันเป็นถิ่นอาศัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หดเล็กลง

ไทยพร้อมรับมือ ภาวะลมฟ้าอากาศสุดขั้ว ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกแล้วหรือไม่

โคฟี อันนัน ตั้งคำถามเมื่อครั้งเป็นประธานคณะทำงานโกลบอลฮิวแมนิแทเรียนฟอรัมและตีพิมพ์รายงาน Climate Change – The Anatomy of A Silent Crisis ว่า “ชาวประมงจะไปอยู่ไหนเมื่ออุณหภูมิของท้องทะเลอุ่นขึ้นจนปะการังและปลาหมดไป ชาวนารายย่อยจะทำอย่างไรไรกับปศุสัตว์และพืชผลเมื่อน้ำแห้งเหือด ครอบครัวทั้งหลายจะเหลืออะไร เมื่อผืนดินที่เคยอุดมและแหล่งนํ้าจืดปนเปื้อนเกลือจากนํ้าทะเลหนุน” คำถามเหล่านี้อาจไม่มีใครอยากตอบจริงจัง เพราะร้อยละ 99 ของผู้เสียชีวิตจากสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงอยู่ในประเทศกำลังพัฒนาที่ทั้งยากจนและห่างไกล กล่าวได้ว่าเป็น “กายวิภาคของวิกฤติอันเงียบงัน” นับตั้งแต่ปี 2558 จิตรภณ ไข่คำออกเดินทางบันทึกภาพภัยแล้งที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ภูผาม่าน และที่อื่น ๆ ในภาคอีสาน ในช่วงเวลานั้น กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนประชาชนว่า อุณหภูมิอาจสูงถึง 44 องศาเซลเซียส ทำสถิติสูงสุดในรอบ 55 ปี ปีนั้นสำนักงานบริหารมหาสมทุรและบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือโนอา (NOAA) ก็บันทึกความผิดปกติของสภาพอากาศทั่วโลก ทั้งร้อนสุด ร้อนเกือบสุด แห้งแล้งที่สุด รวมทั้งคลื่นความร้อน ฝนตกหนักผิดปกติด้วยเช่นกัน แต่การประกาศว่าปี 2558 เป็นปีที่ร้อนที่สุดทั่วโลกนั้นไม่ยืดยาว เพราะทั้งโนอาและนาซาเพิ่งประกาศเมื่อเดือนมกราคม 2560 ว่า ปี […]

6 เรื่องที่ผู้คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ เอลนีโญและลานีญา

เมื่อเกิดปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ เช่น อุทกภัย และภัยแล้ง ผู้คนมักยึดโยงสาเหตุไปยังปรากฏการณ์ เอลนีโญและลานีญา เหตุการณ์ทางสภาพภูมิอากาศเพียงหนึ่งปัจจัย ทำให้เกิดภัยธรรมชาติทั้งหมด ได้หรือไม่? เอลนีโญและลานีญา ( (El Niño and La Niña) เป็นปรากฏการณ์สุดขั้วตรงข้ามของวัฏจักรการหมุนเวียนกระแสอากาศและกระแสน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก (Eastern Tropical Pacific Ocean) ที่เรียกว่า “El Niño – Southern Oscillation” หรือ “เอนโซ” (ENSO) เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างมหาสมุทรกับชั้นบรรยากาศโลก ดังนั้น เมื่อกระแสลมเกิดการเปลี่ยนทิศบวกกับกระแสน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกเปลี่ยนแปลง จึงก่อให้เกิดปรากฏการณ์สภาวะอากาศแปรปรวนฉับพลันที่เรียกว่า “เอลนีโญ” และ “ลานีญา” นอกเหนือจากความผันแปรตามฤดูกาลปกติ เอนโซยังเป็นหนึ่งในปัจจัยควา.มแปรปรวนของสภาพอากาศในแต่ละปี โดยส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างมีนัยสำคัญในหลายภูมิภาคทั่วโลก ในปีปกติ ลมสินค้าผลักกระแสน้ำอุ่น และปริมาณน้ำฝน จากตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิกไปยังอินโดนีเซีย ในทางกลับกัน ช่วงที่เกิดเอลนีโญ ลมสินค้าจะอ่อนแรงลง และสามารถพัดย้อนกลับทิศทางได้ โดยผลักฝนไปยังทวีปอเมริกาใต้แทน นี่คือเหตุผลที่คนในอินโดนีเซียและออสเตรเลียมักเชื่อมโยงเอลนีโญกับภัยแล้ง ในขณะที่ผู้คนในเปรูเชื่อมโยงเอลนีโญกับน้ำท่วม สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงเหล่านี้ร่วมกับปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสังคม เช่น ผลผลิตทางการเกษตรลดลง […]

ก๊าซธรรมชาติ พระเอกหรือวายร้าย

ก๊าซธรรมชาติ ทำให้บ้านเรือนอบอุ่น แต่หากปล่อยให้รั่วไหล จากบ่อขุดเจาะ หรือทวีปอาร์กติก ที่กำลังละลาย โลกทั้งใบคงร้อนขึ้น แสงสุดท้ายของอาทิตย์อัสดงลอดผ่านดงสนสปรูซที่มีหิมะปกคลุมตามริมฝั่งทะเลสาบโกลด์สตรีมนอกเมืองแฟร์แบงส์ รัฐอะแลสกา เหนือท้องทะเลสาบ  แคทีย์  วอลเตอร์  แอนโทนี  นักนิเวศวิทยาจากมหาวิทยาลัยอะแลสกาแฟร์แบงส์  เพ่งมองแผ่นนํ้าแข็งสีดำคลํ้าใต้เท้าของเธอ  และพรายฟองสีขาวที่ถูกกักอยู่ข้างในซึ่งมีทั้งเล็กและใหญ่ซ้อนกันหลายชั้นแผ่ออกไปทุกทิศทาง  วอลเตอร์  แอนโทนีคว้าเหล็กเจาะนํ้าแข็งหนักอึ้ง  ขณะที่นักศึกษาปริญญาโทอีกคนจุดไม้ขีดรอไว้เหนือฟองอากาศขนาดใหญ่ฟองหนึ่ง  วอลเตอร์  แอนโทนีกระแทกเหล็กเจาะนํ้าแข็งลงไป ก๊าซที่พุ่งออกมาติดไฟพึ่บจนเธอผงะถอยหลัง “งานของฉันต้องบอกว่าเป็นเผือกร้อนดีๆ นี่เอง ก็เล่นกับไฟตลอดเวลานี่คะ” วอลเตอร์  แอนโทนีบอกทั้งรอยยิ้ม เปลวไฟยืนยันว่าพรายฟองเหล่านั้นคือมีเทน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของก๊าซธรรมชาติ  วอลเตอร์  แอนโทนี ใช้การนับและวัดเพื่อคะเนปริมาณก๊าซมีเทนที่ผุดขึ้นมาจากทะเลสาบนับล้านแห่งที่ตอนนี้กินพื้นที่เกือบหนึ่งในสามของภูมิภาคอาร์กติก  ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาทวีปอาร์กติกอบอุ่นขึ้นเร็วกว่าพื้นที่ส่วนอื่นของโลกอย่างมาก และเมื่อชั้นดินเยือกแข็งคงตัว (permafrost) ละลาย ทะเลสาบเดิมก็ขยายตัว  ขณะที่ทะเลสาบใหม่ๆก่อตัวขึ้น ฟองมีเทนผุดจากพื้นเลนก้นทะเลสาบในลักษณะที่ยากจะ ระบุปริมาณได้  ต้องรอให้นํ้าในทะเลสาบเริ่มจับตัวแข็งในฤดูใบไม้ร่วง  จึงพอจะเห็นภาพคร่าวๆของการปล่อยมีเทนจากทะเลสาบแต่ละแห่งได้ วอลเตอร์  แอนโทนีเดินบนนํ้าแข็งเหล่านั้น ไม่ว่าจะ เป็นในอะแลสกา  กรีนแลนด์  หรือไซบีเรีย  เธอเล่าว่า ทะเลสาบบางแห่งมี “จุดร้อน” ที่ฟองมีเทนหนาแน่นจนนํ้าไม่สามารถจับตัวแข็งได้  ทำให้เกิดเป็นโพรงเปิดขนาดใหญ่ “แต่ละวันโพรงเล็กๆ โพรงหนึ่งอาจปล่อยมีเทนมากถึง […]