Explorer Awards 2019 : ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ - National Geographic Thailand

Explorer Awards 2019 : ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์

Explorer Awards 2019

“ถ้าคุณอยากจะเปลี่ยนโลก คุณต้องเริ่มจากการไปตามหาโลก

ไปเรียนรู้จากโลก ไปเข้าใจโลก ไปสำรวจโลก

จนกว่าโลกจะเปลี่ยนตัวคุณ คุณถึงจะเปลี่ยนโลกได้”

ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์

นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล นักเขียนและนักเดินทาง

ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์เกี่ยวข้องกับท้องทะเล “ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์” เป็นหนึ่งในชื่อแรกๆ ที่คนนึกถึง เขาใช้ความเป็นนักเขียน อาจารย์ และนักสื่อสาร ช่วยขับเคลื่อนแนวคิดในการอนุรักษ์ท้องทะเลจนเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การบริหารจัดการอุทยานทางทะเลด้วย “พีพีโมเดล” การ “ปิด” แหล่งท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติที่ทรุดโทรมจากกิจกรรมการท่องเที่ยวเกินขนาด เช่น อ่าวมาหยา เกาะตาชัย และเกาะยูง ตลอดจนการผลักดันสัตว์ป่าสงวนสี่ชนิดใหม่ของไทย ได้แก่ วาฬบรูด้า วาฬโอมูระ เต่ามะเฟือง และฉลามวาฬ  จนเป็นผลสำเร็จ 

ในโอกาสที่ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ได้รับรางวัล  Explorer Awards 2019 ทีมงาน National Geographic Thailand มีโอกาสได้สัมภาษณ์พูดคุยกับ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ในประเด็นต่างๆ 

—————————————————————–

นิยามคำว่า “นักสำรวจ”

ถามว่าสำรวจเพื่ออะไร ถ้าสำรวจเพื่อตัวเอง ท้าทายตัวเอง ในแง่หนึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะหลายคนมีแรงบันดาลใจ ท้าทายตัวเองที่จะไปให้ถึงยอดเขาเอเวอเรสต์ หรือไปให้ถึงขั้วโลกเหนือ ขั้วโลกใต้ ก็เป็นเรื่องที่ดี เหมือนกับการบุกเบิก ผมไม่เรียกตัวเองว่าเป็นนักบุกเบิก เพราะบุกเบิกคือต้องไปให้ถึง ผมเรียกตัวเองว่าผู้ตาม ตามนักบุกเบิกไป การตามเราไม่จำเป็นต้องมีแรงบันดาลใจที่จะต้องไปให้ถึง เราไม่ได้มีแรงบันดาลใจที่จะเป็นอันดับหนึ่งในด้านนั้น เราจะมีเวลามองรอบๆ ผมตามไปในฐานะนักสื่อสาร นักสื่อสารก็ต้องมองไปรอบๆ ว่ามีอะไรสามารถนำมาสื่อสารได้ ความต้องการของผมคือสื่อสาร บอกกับคน เพราะฉะนั้น การเป็นนักสำรวจของผม คือการสำรวจเพื่อสื่อสาร ไม่ได้ท้าทายที่จะไปให้ถึง ความท้าทายอยู่ที่ว่า เราจะสื่อสารกับคนอื่นได้ไหม ไม่ใช่ความท้าทายว่าผมจะไปยืนอยู่ตรงนั้น แล้วมองโลกที่อยู่ข้างล่าง

การสำรวจนำไปสู่อะไร

ผมชอบคำพูดหนึ่งของ เช กูวารา ที่ว่า ถ้ารักอยากจะเปลี่ยนโลก ต้องเริ่มให้โลกเปลี่ยนเรา เพราะฉะนั้น คุณไม่สามารถจะเปลี่ยนโลกได้  เป็นสิ่งที่ผมอยากสื่อสารให้รุ่นน้องๆ และเด็กหลายคน คือบางทีเราติดอยู่กับการอ่านและฟังคนอื่นมา แล้วคิดว่าใช่ แล้วพยายามจะไป แต่จริงๆ แล้ว ถ้าคุณต้องการจะทำอะไรมากกว่านั้น สิ่งที่ต้องใช้คือแรงบันดาลใจหรืออะไรมากกว่านั้น แต่สิ่งเดียวที่สอนคุณได้ก็คือโลก ถ้าคุณอยากจะเปลี่ยนโลก คุณต้องเริ่มจากการไปตามหาโลก ไปเรียนรู้จากโลก ไปเข้าใจโลก ไปสำรวจโลก จนกว่าโลกจะเปลี่ยนตัวคุณได้ คุณถึงจะเปลี่ยนโลกได้

ผมถึงพยายามบอกว่า การไปสำรวจโลก หรือการไปที่นั่น ที่โน่น มันไม่เกี่ยวว่า คุณต้องเรียนรู้เรื่องธรรมชาติเสมอไป  โลกเปลี่ยนความคิดของคน และสามารถนำไปใช้ได้ในทุกทิศทาง ไม่จำเป็นว่าคุณต้องเข้าป่าเพื่ออนุรักษ์เสมอไป   คุณอาจจะเข้าป่าเพื่อสร้างเพลงที่ไพเราะที่สุดในชีวิตของคุณก็ได้

Explorer Awards 2019

การเป็นนักสำรวจของผม คือการสำรวจเพื่อสื่อสาร ไม่ได้ท้าทายที่จะไปให้ถึง ความท้าทายอยู่ที่ว่า เราจะสื่อสารกับคนอื่นได้ไหม

เคยรู้สึก ‘ท้อ’ กับปัญหาบ้างไหม

ผมไม่เคยรู้สึกท้อ ผมตัดสินใจเลือกเดินเส้นทางนี้ตั้งแต่เรียนอยู่ ม.3 แล้ว ถ้าผมท้อ ก็เท่ากับผมทิ้งชีวิตตั้งแต่ ม.3  มาจนถึงตอนนี้ มันทิ้งไม่ได้ และผมก็พูดเสมอว่า คุณจะทรยศอะไรก็ตาม  เชิญตามสบาย เพราะบางทีสถานการณ์ก็พาคุณไป  ซึ่งบางทีก็ไม่ใช่ว่าคุณทรยศ  คุณจำเป็นต้องทำสิ่งนั้นด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่สิ่งสำคัญคือ คุณทรยศตัวเองไม่ได้ ถ้าคุณทรยศตัวเอง จะทำอะไรต่อได้ล่ะ มันไปไม่ได้ ผมคงไม่สามารถที่จะนั่งจ้องตาคนอื่น ยืนพูดต่อหน้าเด็กนักเรียน ซีอีโอบริษัท หรือต่อหน้าใครต่อใคร เพราะถ้าคุณทรยศตัวเองตั้งแต่ต้นมันก็จบ เพราะฉะนั้น คำว่า ‘ท้อ’ หมายถึงผมต้องทรยศต่อตัวเอง สิ่งที่ผมคิด ตั้งมั่นมาตลอด ไม่เคยมีแม้กระทั่งในความคิด

แนวคิดในการผลักดันมาตรการ ‘ปิด’ พื้นที่อุทยานแห่งชาติเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ

ต้องเข้าใจว่า อุทยานทุกที่ในโลก ต้องมีการจัดการอย่างเหมาะสม บางเขตควรจะเป็นเขตสงวน แต่เนื่องจากกระแสท่องเที่ยวรุนแรงจนทำให้เขตสงวนบางเขตเหล่านั้นบิดเบือนไป เช่น เกาะตาชัย ก็ไม่ได้ออกแบบให้เป็นเขตท่องเที่ยวตั้งแต่แรก แต่เป็นเขตสงวน เพราะฉะนั้น การปิดเกาะตาชัยก็คือการกลับไปสู่เจตนารมณ์เดิมตั้งแต่ต้นของอุทยานฯ มีแผนต่างๆ ให้มันถูกต้อง เกาะยูงที่กระบี่ก็ต้องทำให้เป็นตัวอย่างของการเริ่มต้นเปลี่ยนแปลง เพราะมันพังจนไม่รู้จะพังยังไงแล้ว คือเปิดต่อไปก็จะมีแต่ทำให้ขายหน้าประเทศ และรายได้ที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้มากพอที่จะให้เก็บมันเอาไว้ มันจะเป็นตัวแปรที่ทำให้เกิดการพลิกผันในการเปลี่ยนแปลงเยอะแยะมากมาย อ่าวมาหยาเองก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทรุดโทรม เราปิดเพื่อที่จะฟื้นฟู แล้วก็มีกำหนดการที่จะเปิดใหม่และปรับปรุงระบบต่างๆ ให้เหมาะสมกับการท่องเที่ยว ในอ่าวที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก (ชมคลิปฉลามหูดำหวนคืนสู่อ่าวมาหยา https://www.facebook.com/thon.thamrongnawasawat/posts/2426941540654368)

จุดยืนในการทำงานและความท้าทาย

ผมไม่ได้เป็นนักอนุรักษ์ที่ไปเรียนจากเมืองนอก  แล้วรู้สึกอยากจะเปลี่ยนแปลงประเทศ  กลับมาก็ทำโน่นทำนี่ แต่พอประเทศไม่ยอมเปลี่ยนตามที่เราคิด เราทำ ก็เริ่มรู้สึกผิดหวัง ผมอยู่เมืองไทยมาตลอด เข้าใจว่าเมืองไทยเป็นอย่างไร  ที่ไปเรียนเมืองนอกคือเพื่อเอามาปรับใช้กับเมืองไทย ผมอยู่เมืองไทยมานานมากกว่านั้น ผมรู้ว่าตรงไหนต้องยกมือไหว้ หรือต้องไปกินเหล้า แต่สิ่งที่ทำให้ผมสำเร็จคือ ผมไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด แล้วผมจะลงมาทำประโยชน์ให้คนพีพี หรือที่อื่นๆ ทำไม คำตอบคือ ทะเลมันน่าจะดีได้กว่านี้ เราน่าจะใช้ทะเลให้ฉลาดกว่านี้ แล้วมันก็จะเกิดประโยชน์มากกว่านี้

Explorer Awards 2019

ถ้าเราไปตีความคำว่า สำรวจโลกใหม่ ก็จะได้ความหมายที่กว้างมากอย่างมหาศาล และจะกลายเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากต่อการอยู่รอดของประเทศนี้ ไม่ใช่เฉพาะธรรมชาติ แต่เป็นชีวิตทั้งหมดในประเทศนี้

จาก “ปล่อยให้ธรรมชาติฟื้นตัวเอง” ถึงการต่อยอดจาก “การสำรวจโลก” 

ผมเชื่อในที่สุดว่า ธรรมชาติสามารถฟื้นตัวเองได้ [สมดังพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่เก้า]  หรือธรรมชาติจะปรับตัวเข้ากับมนุษย์ อย่างเกาะยูงหรืออ่าวมาหยา จะเห็นชัดมาก เพราะไม่ใช่เราอยากจะฟื้นฟูอย่างไรก็ฟื้น เกาะยูงตอนแรกเราปลูกปะการังนิดหน่อย แต่พอเราใช้ภาพถ่ายดาวเทียม ภาพจากโดรน ก็เห็นชัดว่า เราจะปลูกไปทำไม แต่ถ้าเราเปลี่ยนใช้ปะการังในพื้นที่นั้น แล้วปลูกให้มันถูกต้อง มันก็จะมีปะการังกลับมาเร็วขึ้นดีกว่ารอ  (ชมภาพแนวปะการังหวนคืนสู่เกาะยูงหลังการปิดเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศได้ที่ https://www.facebook.com/thon.thamrongnawasawat/posts/2792720217409830)

เพราะฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่า คำพูดเดียวกัน แต่ต่างกันตรงพื้นที่ ซึ่งตรงนั้นคือสิ่งที่สำคัญในการสำรวจ เพราะ เราไม่สามารถใช้ความคิดเดียวของมนุษย์ไปตัดสินทุกที่ในโลกด้วยวิธีการเดียวกัน มันไม่ได้ ถ้าเรามาเถียงว่าตรงนี้ปลูกปะการังได้ไหม นั่นแปลว่าคุณไม่ใช่นักสำรวจโลกเลย โลกจะเป็นคนตอบคุณเองว่าจะต้องใช้วิธีการใดในการช่วยโลก นั่นคือเหตุผลที่สำคัญ ผมจึงให้ความสำคัญกับการสำรวจโลกมาก

สิ่งที่ประเทศไทยขาดอย่างมากในปัจจุบัน คือความรู้จักการสำรวจโลก เราใช้การประชุม เอาข้อมูลต่างๆ มากอง ซึ่งมันไม่น่าเชื่อ เว้นเสียแต่ผมทราบที่มาอย่างแน่ชัด เพราะฉะนั้น ถ้าเราไปตีความคำว่าสำรวจโลกใหม่ ก็จะได้ความหมายที่กว้างมากอย่างมหาศาล และจะกลายเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากต่อการอยู่รอดของประเทศนี้ ไม่ใช่เฉพาะธรรมชาติ แต่เป็นชีวิตทั้งหมดในประเทศนี้

เรื่องแนะนำ

โลกร้อนเรื่องหลอกลวง? เหตุใดจึงยังมีผู้คนที่ “ไม่เชื่อ” เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือปัญหาโลกร้อน คือปัญหาระดับโลกที่มนุษยชาติต้องหาหนทางแก้ไข แต่ยังมีอีกหลายคนที่ไม่เชื่อเรื่องนี้และพยายามโต้แย้งว่าเป็นเรื่องไม่จริง เหตุใดพวกเขาจึงเชื่อเช่นนั้น หนึ่งในเนื้อหาสำคัญจากสุนทรพจน์ของเกรตา ทูนแบร์ก (สุนทรพจน์เดียวกับ How dare you – พวกคุณกล้าดียังไง ที่เคยเป็นกระแสในโลกออนไลน์) ซึ่งได้กล่าวไว้ในเวทีการประชุมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ UN Climate Action Summit 2019 ณ นครนิวยอร์ก เมื่อเดือนกันยายน คือการพูดถึงข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ตลอด 30 ปีที่ผ่านมาว่าได้พิสูจน์เห็นแจ้งเรื่องภาวะผลกระทบต่างๆจากการกระทำของมนุษย์ที่มีต่อธรรมชาติแล้ว และผู้นำแต่ละประเทศควรยอมรับความจริงนี้และหาทางแก้ไขโดยเร่งด่วน ก่อนที่โลกจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง แต่ในขณะเดียวกัน ยังมีบุคคลจำนวนมากที่ปฏิเสธข้อเท็จจริงนี้ ยกตัวอย่างเช่น โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่ได้แสดงออกชัดเจนมาโดยตลอดว่าเขาปฏิเสธข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ในเรื่องโลกร้อนทั้งหลาย ล่าสุด เขาได้นำประเทศสหรัฐอเมริกาถอนตัวออกจาก “ความตกลงปารีส” (Paris Agreement) ซึ่งเป็นข้อตกลงระดับโลกที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันไม่ให้โลกได้รับอันตรายอย่างใหญ่หลวงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำไมถึงมีผู้คนที่ปฏิเสธข้อเท็จจริงเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยหลักแล้ว การปฏิเสธความจริงเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้นเกิดจากความไม่สอดคล้องกันระหว่าง ข้อเท็จจริง (fact) และ ค่านิยม (Value) ผู้คนจำนวนไม่น้อยปฏิเสธเรื่องวิกฤติการณ์ภูมิอากาศ อาจเป็นเพราะพวกเขามีความรู้สึกผิดบางอย่างอยู่กับตัว ปกติแล้ว การรับรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้นเกี่ยวข้องกับการยอมรับข้อเท็จจริงในบางกรณี ซึ่งการยอมรับข้อเท็จจริงดังกล่าวนั้นเกี่ยวข้องกับทั้ง […]

สาหร่ายปริศนากำลังเปลี่ยนกรีนแลนด์ให้เป็นสีชมพู

จุลชีพขนาดเล็กอย่างแบคทีเรียและสาหร่ายที่อาศัยอยู่ในผืนน้ำแข็งของกรีนแลนด์กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และความอุดมสมบูรณ์ของพวกมันส่งผลให้น้ำแข็งละลายเร็วขึ้น

เบอร์นี เคราส์ กับสรรพเสียงธรรมชาติที่เงียบงันลงทุกที

ครั้งหน้าเมื่อออกไปในธรรมชาติ ลองหยุดนิ่ง หลับตา และเงี่ยหูฟังสิ เบอร์นี เคราส์ อยากให้เราทำอย่างนั้น ก่อนสายเกินไปที่จะฟังเสียงซิมโฟนีแห่งโลกธรรมชาติ  เคราส์เป็นนักดนตรีแจ๊สผู้โด่งดัง ระหว่างเรียนปริญญาเอกสาขา Bioacoustics เขาก่อตั้งสาขา “นิเวศวิทยาของเสียงจากสิ่งแวดล้อม” เคราส์อัดเสียงต่างๆ จากป่าดงพงไพร ทั้งบนบกและในทะเล มาตั้งแต่ พ.ศ. 2511  เขารวบรวมเสียงจากถิ่นที่อยู่ต่างๆ มากกว่า 5 พันชั่วโมง บันทึกเสียงจากสิ่งมีชีวิตอย่างน้อย 15,000 ชนิด  บางคนถือว่าห้องสมุดเสียงของเขาเป็นสมบัติของชาติ  แต่ที่น่าเศร้าคือการรบกวนของมนุษย์ที่เพิ่มขึ้นทุกทีกำลังทำให้เสียงธรรมชาติเหล่านั้นแผ่วลง  จากเสียงนกร้องถึงเสียงหมาป่าหอนและเสียงขยับจังหวะของแมลง และเสียงที่บันทึกจากระบบนิเวศหลายแห่งที่เคราส์เรียกว่า “biophonies”—เสียงสรรพชีวิต—ก็หยุดบรรเลงไปตลอดกาลเสียแล้ว  “ออร์เคสเตรธรรมชาติกำลังสาบสูญไป ไม่ใช่แค่เสียง แต่เป็นตัวผู้บรรเลงเองด้วย”  เคราส์ เคยให้สัมภาษณ์ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ว่าทำไมเสียงของธรรมชาติจึงสำคัญ   เสียงจากสิ่งแวดล้อม (soundscape) บอกอะไรเราต่างไปจากภูมิทัศน์ (landscape) ? แน่นอน  มีตัวอย่างหนหนึ่งที่บริษัทตัดไม้เข้าไปยังเซียราเนวาดา เมื่อ พ.ศ. 2531  ผมบันทึกเสียงธรรมชาติตอนรุ่งอรุณทั้งก่อนและหลังการตัดไม้  ถ้ามองด้วยตาเปล่า ป่าดูเหมือนเดิมหลังจากต้นไม้ที่ถูกเลือกตัดบางต้นถูกขนย้ายออกไป แต่เสียงนกที่เคยร้องหายไปอย่างมากและแม้อีกทศวรรษให้หลัง เสียงนกร้องแบบที่เคยมีดั้งเดิมก็ยังไม่หวนกลับมาอีกเลย […]

เสือโคร่ง ข้างบ้าน : ตีแผ่ขบวนการค้าสัตว์ป่าในสหรัฐฯ

เสือโคร่งข้างบ้าน: ในสหรัฐฯ เสือโคร่ง และสัตว์กลุ่มแมวใหญ่อื่นๆ ที่อยู่ในสถานเพาะเลี้ยง  เช่น สวนสัตว์ข้างถนน คณะละครสัตว์ และกระทั่งบ้านเรือน มีจำนวนมากกว่าประชากรในธรรมชาติเสียอีก