สามีภรรยาบริจาคที่ดิน 6 ล้านไร่ เพื่อพลิกฟื้นผืนป่าเป็นอุทยานแห่งชาติทั่วอเมริกาใต้

สามีภรรยาบริจาคที่ดิน 6 ล้านไร่ เพื่อพลิกฟื้นผืนป่าเป็นอุทยานแห่งชาติทั่วอเมริกาใต้

สองสามีภรรยานักวิสาหกิจชาวอเมริกันมีความฝันอย่างหนึ่ง นั่นคือ พวกเขาจะซื้อที่ดินหกล้านไร่ในชิลีและอาร์เจนตินา แล้วบริจาคให้เป็น อุทยานแห่งชาติ ใหม่ๆ

ย้อนหลังไปเมื่อปี 1991 ดั๊ก ทอมป์กินส์ ผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติ ซื้อบ้านไร่ผุพังในภูมิภาคทะเลสาบของชิลี ประเทศที่เขามาเยือนสมัยยังหนุ่มในฐานะนักสกีและนักปีนเขาพเนจรช่วงต้นทศวรรษ 1960 ต่อมาในทศวรรษเดียวกัน เขากับภรรยาคนแรกเปิดบริษัทนอร์ทเฟซ (The North Face) ซึ่งขายอุปกรณ์กลางแจ้ง ก่อนจะขายกิจการไปในราคาไม่เท่าไร

จากนั้นก็เปิดบริษัทเสื้อผ้าที่ประสบความสำเร็จอย่างเอสปรีต์ (Esprit) พอถึงต้นทศวรรษ 1990 เขาก็จัดว่ามีฐานะ หย่ากับภรรยา และเอือมระอากับลัทธิบริโภคนิยมที่ตะกรุมตะกราม ทอมป์กินส์ขายหุ้นที่ถือครองในส่วนของเขาและอำลาโลกธุรกิจ อุทิศชีวิตให้กีฬาสมบุกสมบันอย่างการปีนเขา เล่นสกี และพายเรือคายัก ที่นำพาเขาลงใต้ตั้งแต่ต้น รวมถึงการอนุรักษ์ด้วย

กวานาโกแวะดื่มน้ำที่ลากูนาเซกาในอุทยานแห่งชาติปาตาโกเนียของชิลี อุทยานเนื้อที่ 1.8 ล้านไร่แห่งนี้ประกอบด้วยที่ดินสาธารณะและที่ดินเอกชนที่องค์กรอนุรักษ์ทอมป์กินส์บริจาคให้

แผนการฟื้นฟูพืชพันธุ์พื้นถิ่นในไร่ของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความคิดที่ใหญ่โตและบรรเจิดกว่า เขาก่อตั้งมูลนิธิส่วนบุคคลชื่อกองทุนอนุรักษ์ที่ดิน (Conservation Land Trust) และจัดซื้อที่ดินผ่านมูลนิธิเพื่อผนวกที่ผืนใหญ่สองผืนซึ่งส่วนใหญ่เป็นป่าบริสุทธิ์ นั่นคือปูมาลินเหนือและปูมาลินใต้ โดยมีพื้นที่คั่นกลางอย่างอุยเนย์ที่มหาวิทยาลัยคาทอลิกบัลปาไรโซเป็นเจ้าของและยินดีขายให้

อ่านเเพิ่มเติม: อุทยานแห่งชาติทางทะเล ณ สุดขอบโลก

แต่ผลประโยชน์ทางการเมืองที่เข้มข้น รวมทั้งเอดัวร์โด เฟร รูอิซ-ตาเกล ประธานาธิบดีชิลีในขณะนั้น ทำให้การซื้อขายหยุดชะงัก นั่นคือจุดที่คริส แม็กดิวิตต์ เข้ามา เธอเพิ่งเกษียณจากตำแหน่งซีอีโอของบริษัทเสื้อผ้าปาตาโกเนีย และมาที่นี่พร้อมเงินกับแนวคิดของตัวเอง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของดั๊ก ทอมป์กินส์ ทั้งคู่แต่งงานกันเมื่อปี 1994

นักชีววิทยา จูเลียโน เปสซี สำรวจสมเสร็จเพศเมียสวมปลอกคอวิทยุและลูกของมัน ที่ปล่อยสู่ป่าในอุทยานอีเบรา โครงการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติหยุดชะงักลงในเวลาต่อมา หลังสมเสร็จห้าตัวตายจากปรสิตภายนอก สมเสร็จหกตัวที่เหลือของอุทยานอยู่ศูนย์กักกันโรค

คริส ทอมป์กินส์ เป็นหญิงร่างเล็กที่ดุดันและชาญฉลาด เธอพูดถึงเรื่องในอดีตได้โดยไม่ฟูมฟาย แน่นอนว่าอุยเนย์จะเชื่อมปูมาลินเป็นผืนเดียว เธอบอก พื้นที่ราวสองแสนไร่นั้นไม่ถือว่าใหญ่เมื่อเทียบกับปูมาลินเหนือหรือใต้ แต่มันคือจุดเชื่อมพื้นที่บนแผ่นดินใหญ่ของชิลีในจุดที่แคบที่สุดจุดหนึ่งของประเทศ จากอ่าวอังกุดถึงเทือกเขาแอนดีส ความพยายามซื้อที่ดินของพวกเขาทำให้เกิดความกังขา การต่อต้าน และความขุ่นเคือง บางคนบอกว่า การกว้านซื้อที่ดินและการปกป้องทั้งหมดนี้ไม่เพียงทำให้พื้นที่เกษตรกรรมเสียไปเปล่าๆ แต่ยังทำให้คนตกงาน และสร้าง “ระบอบศักดินา” ขึ้นในชิลี

ปฏิกิริยาเหล่านี้ดำเนินไปตลอดทศวรรษ 1990 และในช่วงปีแรกๆของศตวรรษนี้ ขณะที่ทั้งคู่ขยายการซื้อที่ดินและการอนุรักษ์ไปยังพื้นที่ส่วนอื่นๆของชิลี (รวมถึงหุบเขาชากาบูโกที่ผมนั่งอยู่กับเธอตอนนี้ด้วย) คนขาวจอมละโมบเหล่านี้เป็นใครกัน พวกเขามีแผนร้ายอะไร พวกเขาคิดจะสร้างที่ทิ้งกากนิวเคลียร์หรือแค่อยากมีที่ดินผืนใหญ่ในชิลีเป็นที่พักผ่อนส่วนตัวเท่านั้น

ลูกนกเรียดาร์วินคู่หนึ่งซึ่งเกิดในศูนย์เพาะพันธุ์ ได้รับอิสระในเขตปรับสภาพที่มันจะพักอยู่ราวหนึ่งถึงสองเดือนก่อนปล่อยสู่อุทยานแห่งชาติปาตาโกเนียในชิลี โครงการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติตั้งเป้าปล่อยนกบินไม่ได้ชนิดนี้ 10 ถึง 20 ตัวต่อปี

อันที่จริง เป้าหมายในปูมาลินของทั้งคู่คือการซื้อที่ดิน ก่อตั้งอุทยาน และคืนให้ชิลี แต่ชิลีไม่มีขนบการบริจาคของเอกชนที่ไม่ใช่โครงการศาสนาและการศึกษา ความใจกว้างเกินหยั่งของคู่สามีภรรยาอเมริกันนี้อย่างดีที่สุดก็ดูเหมือนความพยายายามของคนมักใหญ่ใฝ่สูง หรือแย่ที่สุดก็คือเจตนาร้าย อุยเนย์นั้นอ่อนไหวเป็นพิเศษเพราะแม้จะมีขนาดเล็ก แต่ก็แผ่ยาวตลอดแนวชายแดน นักวิจารณ์บอกว่า ถ้าคนขาวเงินหนาได้ที่ดินผืนนี้ไป ประเทศจะถูกแบ่งครึ่ง

“เราถูกคนจงเกลียดจงชังอยู่สี่หรือห้าปีเลยค่ะ” คริส ทอมป์กินส์ บอก “คนคิดว่าเราเป็นพวกลัทธิอะไรสักอย่าง”

ภูเขาไฟกอร์โกบาโดตระหง่านเหนืออุทยานแห่งชาติกอร์โกบาโดในชิลี ดั๊ก ทอมป์กินส์ นักผจญภัยและนักอนุรักษ์ผู้ล่วงลับ พิชิตยอดเขานี้ในทศวรรษ 1990 อุทยานก่อตั้งเมื่อปี 2005 โดยผนวกที่ดินของรัฐเข้ากับที่ดินซึ่งองค์กรอนุรักษ์ทอมป์กินส์และเศรษฐีใจบุญ ปีเตอร์ บั๊กลีย์ บริจาคให้

ตลอดชีวิตแต่งงาน 21 ปี การมีที่ดินกระจายไปทั่ว สารพัดโครงการในชิลีและอาร์เจนตินา  รวมถึงความสนใจอันไม่เคยหยุดหย่อนต่อภูมิทัศน์  ทำให้สองสามีภรรยาใช้เวลามหาศาลบนเครื่องบินส่วนตัวลำเล็กๆ เขาเป็นนักบินที่มีชั่วโมงบิน 15,000 ชั่วโมง เธอเองก็บังคับเครื่องบินบ่อยครั้ง แต่ไม่เคยมีใบอนุญาตทั้งการนำเครื่องขึ้นหรือลง “นั่นคือตอนที่ฉันมีความสุขที่สุดเวลาบินค่ะ” เธอบอกและเสริมว่า ทั้งคู่มักคิดว่าจะตายด้วยกัน เพราะการกระเด้งกระดอนไปด้วยกันในเครื่องบินเซสนาหรือฮัสกี ท่ามกลางหุบผาชันและยอดเขาต่างๆ ของเทือกเขาแอนดีส

บารูกี เปเรซ ผู้จัดการไร่ หยุดพักหลังล่าสุนัขจิ้งจอกไม่สำเร็จในที่ดินของครอบครัวที่จังหวัดซานตากรูซ สุนัขของเขาเลือดออกเพราะวื่งบนหินคมๆ สุนัขจิ้งจอกและเสือพูม่าเป็นภัยคุกคามแกะ 6,000 ตัวในที่ดินของเขาซึ่งขณะนี้ถูกอุทยานสองแห่งขนาบไว้

แต่การณ์ไม่เป็นแบบนั้น ดั๊กเสียชีวิตจากภาวะตัวเย็นเกินเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ปี 2015 โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกอยไอเก เมืองหลวงของภูมิภาค หลังแช่น้ำในทะเลสาบอันเย็นเยียบของชิลีเป็นเวลานาน ในวันโชคร้ายหายนะวันหนึ่งที่คลื่นสูง ลมแรง และหางเสือเรือคายักขัดข้อง เรือคว่ำ คลื่นลมที่แรงจัดทำให้เขากับคู่หู ริก ริดจ์เวย์ นักปีนเขาชื่อดัง เข้าฝั่งไม่ได้ ริดจ์เวย์ได้รับการช่วยเหลือหลังผ่านไปหนึ่งชั่วโมงและปลอดภัย แต่ดั๊ก ทอมป์กินส์ ไม่โชคดีเช่นนั้น

คริส ทอมป์กินส์ รู้ข่าวทางโทรศัพท์ เป็นข้อความกว้างๆ ว่าเกิดอุบัติเหตุ และอาจมีผู้เสียชีวิต จากนั้น เธอขับรถหกชั่วโมงไปยังโรงพยาบาลที่ยืนยันว่า สามีของเธอเสียชีวิตแล้ว “การที่เขาจากไปเร็วขนาดนั้นก็เหมือนการแต่งงานของเรานั่นละค่ะ” เธอบอก “ความเศร้าโศกเสียใจก็เป็นแค่ความต่อเนื่องของสายสัมพันธ์ที่เรามี” ชีวิตที่ยิ่งแบ่งปันกันมากเท่าไร ก็ยิ่งยังความเสียใจมากเท่านั้น เป็นอย่างนั้นเอง

เพนกวินมาเจลลันยืนมองฝูงกวานาโกเดินผ่านโดยไม่สะทกสะท้านในเขตสงวนปุนตาตมโบริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกของอาร์เจนตินา องค์กรอนุรักษ์ทอมป์กินส์เริ่มซื้อที่ดินริมชายฝั่งทางใต้ของเขตสงวนเพื่อทำโครงการอุทยานแห่งชาติทางทะเลชื่อ ปาตาโกเนียอาซูล

หลายปีที่อยู่ด้วยกัน เธอมีชื่อเล่นในการบินสำหรับการสื่อสารทางวิทยุว่า “ปีกาฟลอร์” หรือ “ฮัมมิงเบิร์ด” ในภาษาสเปน ดั๊ก ทอมป์กินส์ ใช้ชื่อ “อากีลา” ที่แปลว่า “เหยี่ยว” แต่ชื่อที่ใกล้ชิดกว่านั้นคือ “โลโล” สำหรับเขาและ “เบิร์ดดี” สำหรับเธอ แต่ถ้าเป็นนก เธอก็เป็นนกโต้คลื่นที่ทนทรหด ไม่ใช่ฮัมมิงเบิร์ด ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอสานต่องานที่ทั้งคู่เริ่มต้นด้วยกันตามลำพังด้วยความมุ่งมั่นยิ่งกว่าเดิม

“นี่คือสิ่งที่ทำให้ฉันไม่ตามดั๊กไปค่ะ” เธอบอก โดยหมายถึงการยอมแพ้ หรือการเดินลุยไฟตามสามีที่เสียชีวิต “ฉันนึกภาพชีวิตที่ไม่มีเขาไม่ออกเลย”

แทนที่จะยอมแพ้ คริสกลับทุ่มเทความพยายามในการทำตามเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนที่ดินของทอมป์กินส์ให้เป็น อุทยานแห่งชาติ ที่งดงามน่าทึ่งในชิลีและอาร์เจนตินา นั่นใช้เวลาสามปี แต่จังหวะก้าวเร่งเร็วขึ้นมาก

ภายในสองสัปดาห์หลังฝังศพสามี เธอก็บรรลุข้อตกลงที่จะปกป้องระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ที่รู้จักกันในชื่ออีเบราทางเหนือของอาร์เจนตินา และพอสิ้นเดือนมีนาคม ปี 2019 เธอก็ทำความตกลงขั้นสุดท้ายกับรัฐบาลชิลีในอันที่จะผนวกที่ดินกว่า 2.5 ล้านไร่ของทอมป์กินส์ เข้ากับที่ดินของรัฐบาลอีก 25 ล้านไร่ เพื่อก่อตั้ง อุทยานแห่งชาติ ขึ้นใหม่ห้าแห่งกับขยายพื้นที่อุทยานอีกสามแห่ง

ตอนนี้สิ่งที่เคยเป็นเขตสงวนเอกชนปูมาลินได้กลายเป็นสมบัติสาธารณะแล้ว นั่นคือ อุทยานแห่งชาติ ปูมาลินดักลาสทอมป์กินส์

คริส ทอมป์กินส์ จากองค์กรอนุรักษ์ทอมป์กินส์ หยุดพักใกล้ลาเปปาลากูนในอุทยานแห่งชาติปาตาโกเนียของชิลี ผืนป่าที่ฟื้นตัวขึ้นช่วยโอบอุ้มประชากรกวางเวมูลหรือกวางพื้นเมืองแถบแอนดีส ที่ใกล้สูญพันธุ์ให้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างช้าๆ “ภูมิทัศน์ที่ไม่มีสัตว์ป่าเป็นได้แค่จุดชมวิว”

อ่านเรื่องราวเพิ่มเติมได้ในนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนพฤษภาคม 2563 

สั่งซื้อได้ที่ https://www.naiin.com/product/detail/503828

เรื่องแนะนำ

อาร์กติก จะกลายเป็นสมรภูมิสงครามเย็นครั้งใหม่จริงหรือ

ขณะที่ภูมิภาคอาร์กติกกำลังละลายอย่างรวดเร็ว ชาติมหาอำนาจต่างเร่งรุดเข้าไปหมายควบคุมทรัพยากรและเส้นทางเดินเรือที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนน้ำแข็ง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเตรียมพื้นที่ให้ความขัดแย้ง ณ ดินแดนเหนือสุดของโลก จนหลายฝ่ายเกรงว่าอาร์กติกอาจกลายเป็นสมรภูมิสงครามเย็นครั้งใหม่

ในเปรู ชาวบ้านที่เคยล่า กบหนังห้อย จนเสี่ยงสูญพันธุ์ ได้กลับมาเป็นผู้อนุรักษ์

กบหนังห้อย จากทะเลสาบตีตีกากาที่กำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง มักถูกลักลอบล่าเพื่อนำไปปรุงสมูทตี้กบเปรู ซึ่งเป็นเครื่องดื่มกระตุ้นพลังทางเพศประเทศดังกล่าว ภาพถ่ายโดย JOEL SARTORE, NATIONAL GEOGRAPHIC PHOTO ARK ผู้หญิงชาวเปรูขายงานหัตถกรรมที่มีแรงบันดาลใจจาก กบ หนังห้อย ซึ่งกำลังเสี่ยงสูญพันธุ์ มีเครื่องดื่มแบบดั้งเดิมชนิดหนึ่งในเปรู ซึ่งบางคนเรียกว่าสมูทตี้ กบ โดยเครื่องดื่มที่คนมักใช้เป็นยากระตุ้นทางเพศนี้ (แม้จะมีการกล่าวอ้างว่ามันรักษาโรคได้สารพัดอย่าง) ปรุงด้วยกบที่ถูกถลกหนัง กับส่วนผสมอื่นๆ เช่นน้ำผึ้งและรากของต้นมาคา (Maca) แน่นอนว่ากบซึ่งถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องดื่มชนิดนี้คือกบหนังห้อย หรือกบน้ำทะเลสาบตีตีกากา (Lake Titicaca Water Frog) แต่สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกที่เคยพบได้บ่อยประเภทนี้กลับมีจำนวนน้อยลงอย่างมาก Rosa Elena Zegarra Adrianzén นักชีววิทยาประจำสำนักงานอนุรักษ์ป่าและสัตว์ป่าแห่งชาติเปรู (Peru’s Forest and Wildlife National Service) กล่าวว่า พวกมันอาจมีจำนวนเพียง 50,000 ตัว (แม้เธอจะกล่าวเสริมว่า การคาดเดาจำนวนที่แน่นอนเป็นสิ่งที่ยาก เนื่องจากพวกมันอาศัยอยู่ในก้นลึกของทะเลสาบ) และองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (International Union for Conservation of […]

เขื่อนแม่น้ำโขง ขนาดใหญ่กำลังทำให้เหล่าปลายักษ์แม่น้ำโขงเสี่ยงสูญพันธุ์

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ความพยายามการสร้าง เขื่อนแม่น้ำโขง ในประเทศลาวและตามพื้นที่ใกล้เคียงมีผลกระทบต่อปลายักษ์และเสี่ยงต่อวิกฤตการสูญพันธุ์หลายชนิด รวมถึงปลาบึก  ธารน้ำโขงที่ไหลผ่านเมืองหลวงพระบาง เมืองมรดกโลกยูเนสโกอันเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมผสมผสานในประเทศลาว เคยเป็นจุดผ่านไปยังแหล่งสืบพันธุ์ของเหล่าปลายักษ์ในแม่น้ำอย่างปลายี่สก ปลาสวาย และปลาบึก ปัจจุบันเราแทบไม่พบเห็นปลาเหล่านี้ สาเหตุหนึ่งมาจากการจับปลาเกินขนาดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์หลายรายยังคงมีหวังในเรื่องการฟื้นตัวของสิ่งมีชีวิตในแม่น้ำ การประมงขนาดเล็กและวิถีอนุรักษ์อื่นๆอาจนำไปสู่การฟื้นตัวจากวิกฤตการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ ตราบใดที่แม่น้ำโขงทางตอนใต้ของจีนยังไม่ถูกกั้นโดยเขื่อน ทว่า ความหวังนี้อาจดูเลือนลางเมื่อลาวมีแผนก่อสร้างเขื่อนแห่งใหม่บนธารน้ำโขงสายหลักขึ้นถึง 10 จุด หนึ่งในโครงการสร้างเขื่อนดังกล่าวคือโครงการ Nam Sang  ซึ่งเป็นโรงงานไฟฟ้าพลังน้ำขนาดยักษ์ที่จะสร้างบนทางต้นน้ำของหลวงพระบาง รัฐบาลคอมมิวนิสต์ลาวพยายามสร้างตัวเองให้เป็นแบตเตอรี่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยการสร้างเขื่อนตามแนวของแม่น้ำโขงในหลายๆ จุด ด้วยความคาดหวังว่าเขื่อนใหม่ๆ เช่น Nam Sang ที่จะสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2570 จะสร้างรายได้จากการขายพลังงานให้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศไทย “ถ้าโครงการสร้างเขื่อนเหล่านี้ดำเนินการต่อไป สายธารแม่น้ำโขงที่เคยเป็นแหล่งสืบพันธุ์ให้กับเหล่าปลายักษ์ จะถูกตัดเป็นส่วนๆ” เซ็บ โฮแกน นักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก และนักชีววิทยาแห่งมหาวิทยาลัยเนวาดา เรโน (University of Nevada, Reno) ผู้ทำการศึกษาพันธุ์ปลาในแม่น้ำโขงมากว่าสองทศวรรษกล่าวและเสริมว่า “นี่อาจเป็นจุดจบของปลาที่ต้องอาศัยแม่น้ำตามธรรมชาติในการดำรงชีวิต” กลุ่มเปโตรเวียตนาม (PetroVietnam) ผู้พัฒนาโครงการ Nam Sang ชาวเวียดนามปฏิเสธให้ความเห็นกับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก […]

พบไมโครพลาสติก บนยอดเขาเอเวอเรสต์

จากธารน้ำแข็งที่หดตัวลงสู่การ พบไมโครพลาสติก บนยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก สัญญาณอันน่าพรั่นพรึงของสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน สำหรับนักผจญภัยทั่วโลกภาพของยอดเขาเอเวอเรสต์ถือเป็นภาพที่ยากจะลืมเลือน ภาพของหิมะที่ตกลงมาจากยอดเขา น้ำแข็งที่ไหลลงมา รวมไปถึงทิวทัศน์อันน่าทึ่ง แต่บนยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกกลับ พบไมโครพลาสติก ระหว่างเดือนเมษายนถึงมิถุนายน ปี 2019 ทีมนักวิจัยนำเครื่องตรวจวัดอากาศเพื่อเก็บข้อมูลจำนวน 100 ตัวอย่างของหิน น้ำ หิมะ น้ำแข็ง และอื่น ๆ แม้การตรวจพบไมโครพลาสติกอาจไม่ก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อสิ่งแวดล้อมในทันที แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นน่าเป็นห่วงมากกว่าคือ เรากำลังสูญเสียธารน้ำแข็งที่สูงที่สุดในโลกซึ่งจะละลายเป็นน้ำจืดไปอย่างรวดเร็ว และค่อย ๆ ส่งผลให้ชุมชนและการท่องเที่ยวบนภูเขาที่ต้องพึ่งพาธารน้ำแข็งได้รับผลกระทบในอนาคต “ถึงเวลาที่ต้องตระหนักเรื่องนี้อย่างจริงจัง” พอล มายอว์สกิ หัวหน้าคณะสำรวจและผู้อำนวยการสถาบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งมหาวิทยาลัยเมน กล่าว “แม้เอเวอเรสต์จะอยู่ที่ระดับสูงมาก แต่ในอนาคตจะได้รับผลกระทบรุนแรงอย่างแน่นอน” หิมะที่แสนสกปรก ในเช้าที่แสนสดใส นักปีนเขา มารีอุสซ์ โปโตก์กี ได้เฝ้าดูกลุ่มนักปีนเขาขณะหยุดพักที่ความสูง 8,382 เมตร ก่อนเดินต่อเพื่อพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ ในตอนแรก โปโตก์กี นักธรณีวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยเมน วางแผนเก็บตัวอย่างหิมะที่ยอดเขา แต่เนื่องจากมีผู้คนจำนวนมาก ทำให้ยากต่อการเก็บตัวอย่างจึงต้องเปลี่ยนมาเก็บตัวอย่างที่ความสูง 8,077 เมตร และนำมาวิเคราะห์ผลในภายหลัง ผลสำรวจเผยให้เห็นว่า ตัวอย่างที่รวบรวมได้ระหว่างจุดเบสแคมป์และบัลโคนีนั้นเต็มไปด้วยเส้นใยไมโครพลาสติก “ปริมาณของไมโครพลาสติกที่พบบนภูเขาสูงเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ” […]