ความคิดบ้าๆ ของสองสามีภรรยา ที่อยากพลิกพื้นที่ให้กลายเป็น อุทยานแห่งชาติ

สองสามีภรรยาบริจาคที่ดินให้เป็น อุทยานแห่งชาติ

สองสามีภรรยานักวิสาหกิจชาวอเมริกันมีความฝันอย่างหนึ่ง นั่นคือ พวกเขาจะซื้อที่ดินหกล้านไร่ในชิลีและอาร์เจนตินา แล้วบริจาคให้เป็น อุทยานแห่งชาติ ใหม่ๆ

ย้อนหลังไปเมื่อปี 1991 ดั๊ก ทอมป์กินส์ ผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติ ซื้อบ้านไร่ผุพังในภูมิภาคทะเลสาบของชิลี ประเทศที่เขามาเยือนสมัยยังหนุ่มในฐานะนักสกีและนักปีนเขาพเนจรช่วงต้นทศวรรษ 1960 ต่อมาในทศวรรษเดียวกัน เขากับภรรยาคนแรกเปิดบริษัทนอร์ทเฟซ (The North Face) ซึ่งขายอุปกรณ์กลางแจ้ง ก่อนจะขายกิจการไปในราคาไม่เท่าไร

จากนั้นก็เปิดบริษัทเสื้อผ้าที่ประสบความสำเร็จอย่างเอสปรีต์ (Esprit) พอถึงต้นทศวรรษ 1990 เขาก็จัดว่ามีฐานะ หย่ากับภรรยา และเอือมระอากับลัทธิบริโภคนิยมที่ตะกรุมตะกราม ทอมป์กินส์ขายหุ้นที่ถือครองในส่วนของเขาและอำลาโลกธุรกิจ อุทิศชีวิตให้กีฬาสมบุกสมบันอย่างการปีนเขา เล่นสกี และพายเรือคายัก ที่นำพาเขาลงใต้ตั้งแต่ต้น รวมถึงการอนุรักษ์ด้วย

อุทยานแห่งชาติ, ชิลี, อาร์เจนตินา
คริส ทอมป์กินส์ จากองค์กรอนุรักษ์ทอมป์กินส์ หยุดพักใกล้ลาเปปาลากูนในอุทยานแห่งชาติปาตาโกเนียของชิลี ผืนป่าที่ฟื้นตัวขึ้นช่วยโอบอุ้มประชากรกวางเวมูลหรือกวางพื้นเมืองแถบแอนดีส ที่ใกล้สูญพันธุ์ให้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างช้าๆ “ภูมิทัศน์ที่ไม่มีสัตว์ป่าเป็นได้แค่จุดชมวิว”

แผนการฟื้นฟูพืชพันธุ์พื้นถิ่นในไร่ของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความคิดที่ใหญ่โตและบรรเจิดกว่า เขาก่อตั้งมูลนิธิส่วนบุคคลชื่อกองทุนอนุรักษ์ที่ดิน (Conservation Land Trust) และจัดซื้อที่ดินผ่านมูลนิธิเพื่อผนวกที่ผืนใหญ่สองผืนซึ่งส่วนใหญ่เป็นป่าบริสุทธิ์ นั่นคือปูมาลินเหนือและปูมาลินใต้ โดยมีพื้นที่คั่นกลางอย่างอุยเนย์ที่มหาวิทยาลัยคาทอลิกบัลปาไรโซเป็นเจ้าของและยินดีขายให้

อ่านเเพิ่มเติม: อุทยานแห่งชาติทางทะเล ณ สุดขอบโลก

แต่ผลประโยชน์ทางการเมืองที่เข้มข้น รวมทั้งเอดัวร์โด เฟร รูอิซ-ตาเกล ประธานาธิบดีชิลีในขณะนั้น ทำให้การซื้อขายหยุดชะงัก นั่นคือจุดที่คริส แม็กดิวิตต์ เข้ามา เธอเพิ่งเกษียณจากตำแหน่งซีอีโอของบริษัทเสื้อผ้าปาตาโกเนีย และมาที่นี่พร้อมเงินกับแนวคิดของตัวเอง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของดั๊ก ทอมป์กินส์ ทั้งคู่แต่งงานกันเมื่อปี 1994

นักชีววิทยา จูเลียโน เปสซี สำรวจสมเสร็จเพศเมียสวมปลอกคอวิทยุและลูกของมัน ที่ปล่อยสู่ป่าในอุทยานอีเบรา โครงการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติหยุดชะงักลงในเวลาต่อมา หลังสมเสร็จห้าตัวตายจากปรสิตภายนอก สมเสร็จหกตัวที่เหลือของอุทยานอยู่ศูนย์กักกันโรค

คริส ทอมป์กินส์ เป็นหญิงร่างเล็กที่ดุดันและชาญฉลาด เธอพูดถึงเรื่องในอดีตได้โดยไม่ฟูมฟาย แน่นอนว่าอุยเนย์จะเชื่อมปูมาลินเป็นผืนเดียว เธอบอก พื้นที่ราวสองแสนไร่นั้นไม่ถือว่าใหญ่เมื่อเทียบกับปูมาลินเหนือหรือใต้ แต่มันคือจุดเชื่อมพื้นที่บนแผ่นดินใหญ่ของชิลีในจุดที่แคบที่สุดจุดหนึ่งของประเทศ จากอ่าวอังกุดถึงเทือกเขาแอนดีส ความพยายามซื้อที่ดินของพวกเขาทำให้เกิดความกังขา การต่อต้าน และความขุ่นเคือง บางคนบอกว่า การกว้านซื้อที่ดินและการปกป้องทั้งหมดนี้ไม่เพียงทำให้พื้นที่เกษตรกรรมเสียไปเปล่าๆ แต่ยังทำให้คนตกงาน และสร้าง “ระบอบศักดินา” ขึ้นในชิลี

ปฏิกิริยาเหล่านี้ดำเนินไปตลอดทศวรรษ 1990 และในช่วงปีแรกๆของศตวรรษนี้ ขณะที่ทั้งคู่ขยายการซื้อที่ดินและการอนุรักษ์ไปยังพื้นที่ส่วนอื่นๆของชิลี (รวมถึงหุบเขาชากาบูโกที่ผมนั่งอยู่กับเธอตอนนี้ด้วย) คนขาวจอมละโมบเหล่านี้เป็นใครกัน พวกเขามีแผนร้ายอะไร พวกเขาคิดจะสร้างที่ทิ้งกากนิวเคลียร์หรือแค่อยากมีที่ดินผืนใหญ่ในชิลีเป็นที่พักผ่อนส่วนตัวเท่านั้น

ลูกนกเรียดาร์วินคู่หนึ่งซึ่งเกิดในศูนย์เพาะพันธุ์ ได้รับอิสระในเขตปรับสภาพที่มันจะพักอยู่ราวหนึ่งถึงสองเดือนก่อนปล่อยสู่อุทยานแห่งชาติปาตาโกเนียในชิลี โครงการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติตั้งเป้าปล่อยนกบินไม่ได้ชนิดนี้ 10 ถึง 20 ตัวต่อปี

อันที่จริง เป้าหมายในปูมาลินของทั้งคู่คือการซื้อที่ดิน ก่อตั้งอุทยาน และคืนให้ชิลี แต่ชิลีไม่มีขนบการบริจาคของเอกชนที่ไม่ใช่โครงการศาสนาและการศึกษา ความใจกว้างเกินหยั่งของคู่สามีภรรยาอเมริกันนี้อย่างดีที่สุดก็ดูเหมือนความพยายายามของคนมักใหญ่ใฝ่สูง หรือแย่ที่สุดก็คือเจตนาร้าย อุยเนย์นั้นอ่อนไหวเป็นพิเศษเพราะแม้จะมีขนาดเล็ก แต่ก็แผ่ยาวตลอดแนวชายแดน นักวิจารณ์บอกว่า ถ้าคนขาวเงินหนาได้ที่ดินผืนนี้ไป ประเทศจะถูกแบ่งครึ่ง

“เราถูกคนจงเกลียดจงชังอยู่สี่หรือห้าปีเลยค่ะ” คริส ทอมป์กินส์ บอก “คนคิดว่าเราเป็นพวกลัทธิอะไรสักอย่าง”

ภูเขาไฟกอร์โกบาโดตระหง่านเหนืออุทยานแห่งชาติกอร์โกบาโดในชิลี ดั๊ก ทอมป์กินส์ นักผจญภัยและนักอนุรักษ์ผู้ล่วงลับ พิชิตยอดเขานี้ในทศวรรษ 1990 อุทยานก่อตั้งเมื่อปี 2005 โดยผนวกที่ดินของรัฐเข้ากับที่ดินซึ่งองค์กรอนุรักษ์ทอมป์กินส์และเศรษฐีใจบุญ ปีเตอร์ บั๊กลีย์ บริจาคให้

ตลอดชีวิตแต่งงาน 21 ปี การมีที่ดินกระจายไปทั่ว สารพัดโครงการในชิลีและอาร์เจนตินา  รวมถึงความสนใจอันไม่เคยหยุดหย่อนต่อภูมิทัศน์  ทำให้สองสามีภรรยาใช้เวลามหาศาลบนเครื่องบินส่วนตัวลำเล็กๆ เขาเป็นนักบินที่มีชั่วโมงบิน 15,000 ชั่วโมง เธอเองก็บังคับเครื่องบินบ่อยครั้ง แต่ไม่เคยมีใบอนุญาตทั้งการนำเครื่องขึ้นหรือลง “นั่นคือตอนที่ฉันมีความสุขที่สุดเวลาบินค่ะ” เธอบอกและเสริมว่า ทั้งคู่มักคิดว่าจะตายด้วยกัน เพราะการกระเด้งกระดอนไปด้วยกันในเครื่องบินเซสนาหรือฮัสกี ท่ามกลางหุบผาชันและยอดเขาต่างๆ ของเทือกเขาแอนดีส

บารูกี เปเรซ ผู้จัดการไร่ หยุดพักหลังล่าสุนัขจิ้งจอกไม่สำเร็จในที่ดินของครอบครัวที่จังหวัดซานตากรูซ สุนัขของเขาเลือดออกเพราะวื่งบนหินคมๆ สุนัขจิ้งจอกและเสือพูม่าเป็นภัยคุกคามแกะ 6,000 ตัวในที่ดินของเขาซึ่งขณะนี้ถูกอุทยานสองแห่งขนาบไว้

แต่การณ์ไม่เป็นแบบนั้น ดั๊กเสียชีวิตจากภาวะตัวเย็นเกินเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ปี 2015 โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกอยไอเก เมืองหลวงของภูมิภาค หลังแช่น้ำในทะเลสาบอันเย็นเยียบของชิลีเป็นเวลานาน ในวันโชคร้ายหายนะวันหนึ่งที่คลื่นสูง ลมแรง และหางเสือเรือคายักขัดข้อง เรือคว่ำ คลื่นลมที่แรงจัดทำให้เขากับคู่หู ริก ริดจ์เวย์ นักปีนเขาชื่อดัง เข้าฝั่งไม่ได้ ริดจ์เวย์ได้รับการช่วยเหลือหลังผ่านไปหนึ่งชั่วโมงและปลอดภัย แต่ดั๊ก ทอมป์กินส์ ไม่โชคดีเช่นนั้น

คริส ทอมป์กินส์ รู้ข่าวทางโทรศัพท์ เป็นข้อความกว้างๆ ว่าเกิดอุบัติเหตุ และอาจมีผู้เสียชีวิต จากนั้น เธอขับรถหกชั่วโมงไปยังโรงพยาบาลที่ยืนยันว่า สามีของเธอเสียชีวิตแล้ว “การที่เขาจากไปเร็วขนาดนั้นก็เหมือนการแต่งงานของเรานั่นละค่ะ” เธอบอก “ความเศร้าโศกเสียใจก็เป็นแค่ความต่อเนื่องของสายสัมพันธ์ที่เรามี” ชีวิตที่ยิ่งแบ่งปันกันมากเท่าไร ก็ยิ่งยังความเสียใจมากเท่านั้น เป็นอย่างนั้นเอง

เพนกวินมาเจลลันยืนมองฝูงกวานาโกเดินผ่านโดยไม่สะทกสะท้านในเขตสงวนปุนตาตมโบริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกของอาร์เจนตินา องค์กรอนุรักษ์ทอมป์กินส์เริ่มซื้อที่ดินริมชายฝั่งทางใต้ของเขตสงวนเพื่อทำโครงการอุทยานแห่งชาติทางทะเลชื่อ ปาตาโกเนียอาซูล

หลายปีที่อยู่ด้วยกัน เธอมีชื่อเล่นในการบินสำหรับการสื่อสารทางวิทยุว่า “ปีกาฟลอร์” หรือ “ฮัมมิงเบิร์ด” ในภาษาสเปน ดั๊ก ทอมป์กินส์ ใช้ชื่อ “อากีลา” ที่แปลว่า “เหยี่ยว” แต่ชื่อที่ใกล้ชิดกว่านั้นคือ “โลโล” สำหรับเขาและ “เบิร์ดดี” สำหรับเธอ แต่ถ้าเป็นนก เธอก็เป็นนกโต้คลื่นที่ทนทรหด ไม่ใช่ฮัมมิงเบิร์ด ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอสานต่องานที่ทั้งคู่เริ่มต้นด้วยกันตามลำพังด้วยความมุ่งมั่นยิ่งกว่าเดิม

“นี่คือสิ่งที่ทำให้ฉันไม่ตามดั๊กไปค่ะ” เธอบอก โดยหมายถึงการยอมแพ้ หรือการเดินลุยไฟตามสามีที่เสียชีวิต “ฉันนึกภาพชีวิตที่ไม่มีเขาไม่ออกเลย”

แทนที่จะยอมแพ้ คริสกลับทุ่มเทความพยายามในการทำตามเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนที่ดินของทอมป์กินส์ให้เป็น อุทยานแห่งชาติ ที่งดงามน่าทึ่งในชิลีและอาร์เจนตินา นั่นใช้เวลาสามปี แต่จังหวะก้าวเร่งเร็วขึ้นมาก

ภายในสองสัปดาห์หลังฝังศพสามี เธอก็บรรลุข้อตกลงที่จะปกป้องระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ที่รู้จักกันในชื่ออีเบราทางเหนือของอาร์เจนตินา และพอสิ้นเดือนมีนาคม ปี 2019 เธอก็ทำความตกลงขั้นสุดท้ายกับรัฐบาลชิลีในอันที่จะผนวกที่ดินกว่า 2.5 ล้านไร่ของทอมป์กินส์ เข้ากับที่ดินของรัฐบาลอีก 25 ล้านไร่ เพื่อก่อตั้ง อุทยานแห่งชาติ ขึ้นใหม่ห้าแห่งกับขยายพื้นที่อุทยานอีกสามแห่ง

ตอนนี้สิ่งที่เคยเป็นเขตสงวนเอกชนปูมาลินได้กลายเป็นสมบัติสาธารณะแล้ว นั่นคือ อุทยานแห่งชาติ ปูมาลินดักลาสทอมป์กินส์


อ่านเรื่องราวเพิ่มเติมได้ในนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนพฤษภาคม 2563 

สั่งซื้อได้ที่ https://www.naiin.com/product/detail/503828

เรื่องแนะนำ

ปรับปรุงจามจุรียักษ์เมืองกาญจน์ กระทบหนักจากนักท่องเที่ยว

โครงการปรับปรุงต้นจามจุรียักษ์ของจังหวัดกาญจนบุรี มีแผนแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม ทว่าภาพถ่ายเพียงไม่กี่ภาพระหว่างการปรับปรุงช่วงต้นก่อให้เกิดความเข้าใจผิด แท้จริงแล้วรายละเอียดเป็นอย่างไร? ลองชมแผนด้านใน

เบอร์นี เคราส์ กับสรรพเสียงธรรมชาติที่เงียบงันลงทุกที

ครั้งหน้าเมื่อออกไปในธรรมชาติ ลองหยุดนิ่ง หลับตา และเงี่ยหูฟังสิ เบอร์นี เคราส์ อยากให้เราทำอย่างนั้น ก่อนสายเกินไปที่จะฟังเสียงซิมโฟนีแห่งโลกธรรมชาติ  เคราส์เป็นนักดนตรีแจ๊สผู้โด่งดัง ระหว่างเรียนปริญญาเอกสาขา Bioacoustics เขาก่อตั้งสาขา “นิเวศวิทยาของเสียงจากสิ่งแวดล้อม” เคราส์อัดเสียงต่างๆ จากป่าดงพงไพร ทั้งบนบกและในทะเล มาตั้งแต่ พ.ศ. 2511  เขารวบรวมเสียงจากถิ่นที่อยู่ต่างๆ มากกว่า 5 พันชั่วโมง บันทึกเสียงจากสิ่งมีชีวิตอย่างน้อย 15,000 ชนิด  บางคนถือว่าห้องสมุดเสียงของเขาเป็นสมบัติของชาติ  แต่ที่น่าเศร้าคือการรบกวนของมนุษย์ที่เพิ่มขึ้นทุกทีกำลังทำให้เสียงธรรมชาติเหล่านั้นแผ่วลง  จากเสียงนกร้องถึงเสียงหมาป่าหอนและเสียงขยับจังหวะของแมลง และเสียงที่บันทึกจากระบบนิเวศหลายแห่งที่เคราส์เรียกว่า “biophonies”—เสียงสรรพชีวิต—ก็หยุดบรรเลงไปตลอดกาลเสียแล้ว  “ออร์เคสเตรธรรมชาติกำลังสาบสูญไป ไม่ใช่แค่เสียง แต่เป็นตัวผู้บรรเลงเองด้วย”  เคราส์ เคยให้สัมภาษณ์ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ว่าทำไมเสียงของธรรมชาติจึงสำคัญ   เสียงจากสิ่งแวดล้อม (soundscape) บอกอะไรเราต่างไปจากภูมิทัศน์ (landscape) ? แน่นอน  มีตัวอย่างหนหนึ่งที่บริษัทตัดไม้เข้าไปยังเซียราเนวาดา เมื่อ พ.ศ. 2531  ผมบันทึกเสียงธรรมชาติตอนรุ่งอรุณทั้งก่อนและหลังการตัดไม้  ถ้ามองด้วยตาเปล่า ป่าดูเหมือนเดิมหลังจากต้นไม้ที่ถูกเลือกตัดบางต้นถูกขนย้ายออกไป แต่เสียงนกที่เคยร้องหายไปอย่างมากและแม้อีกทศวรรษให้หลัง เสียงนกร้องแบบที่เคยมีดั้งเดิมก็ยังไม่หวนกลับมาอีกเลย […]

ชมคลิปวิดีโอที่ช่วยไขปริศนาว่า นาร์วาฬใช้งาของมันทำอะไร

เรื่อง    ซาราห์ กิบเบนส์ ในคลิปวิดีโอที่ถ่ายจากโดรนเหนือน่านน้ำนอกชายฝั่งดินแดนนูนาวุตของแคนาดา นาร์วาฬตัวหนึ่งใช้งาของมันฟาดปลาค้อดอาร์กติกก่อนจับกินเป็นอาหาร แรงกระแทกอาจทำให้ปลามึนงงและกลายเป็นเหยื่อที่จับได้ง่ายของนาร์วาฬ แท้จริงแล้ว งาของนาร์วาฬคือฟันที่บิดเกลียวยื่นออกมาจากส่วนหัว และสามารถยาวได้เกือบถึงสามเมตร นอกจากนั้นงาของนาร์วาฬยังปกคลุมไปด้วยปลายประสาทนับพันๆ ที่ช่วยให้พวกมันรับรู้เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมรอบตัว นาร์วาฬอาศัยอยู่ในน่านน้ำห่างไกล และเรายังรู้จักพฤติกรรมของพวกมันน้อยมาก ที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ได้แต่คาดเดาว่า นาร์วาฬใช้งาของมันทำอะไร  พฤติกรรมที่ได้รับการบันทึกไว้เป็นครั้งแรกนี้จึงช่วยไขปริศนาที่มีมาช้านานได้ แบรนดอน ลาฟอเรสต์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านชนิดพันธุ์และระบบนิเวศแถบอาร์กติกจากกองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) ประจำแคนาดา อธิบายว่า เพราะเหตุใดนาร์วาฬจึงเป็นชนิดพันธุ์ที่เรารู้จักน้อยมาก “พวกมันไม่กระโดดทิ้งตัวเหมือนวาฬชนิดอื่นๆ และค่อนข้างขี้อายครับ คลิปวิดีโอนี้จึงให้ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับการใช้งาของมัน” ลาฟอเรสต์บอก ที่ผ่านมา ลาฟอเรสต์ซึ่งทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลแคนาดา ใช้เวลาศึกษานาร์วาฬในถิ่นอาศัยฤดูหนาวของพวกมัน แต่ความที่ถิ่นอาศัยของพวกมันอยู่ห่างไกล การสังเกตพฤติกรรมด้วยสายตาจึงทำได้ค่อนข้างยาก มารีอาน มาร์กู นักวิจัยจากกรมประมงและมหาสมุทรของแคนาดา บอกว่า การใช้โดรนเป็นวิธีใหม่ที่ช่วยให้เราศึกษาสัตว์ผู้ลึกลับเหล่านี้ได้ เธอบอกว่า “โดรนเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมาก เราสามารถเห็นอะไรที่ไม่เคยเห็นมาก่อน” ที่ผ่านมา การใช้เครื่องบินเล็กให้ภาพได้ไม่ชัดเจน และบ่อยครั้งทำให้สัตว์ที่เป็นเป้าหมายตื่นตกใจ ขณะที่คลิปวิดีโอนี้ช่วยยืนยันทฤษฎีหนึ่งเกี่ยวกับการใช้งาของนาร์วาฬ  พวกมันยังอาจใช้งาเพื่อการอื่นด้วย เช่น เจาะน้ำแข็ง ใช้เป็นอาวุธต่อสู่กัน ช่วยเรื่องการคัดเลือกทางเพศ (sexual selection) หรือเป็นเครื่องมือเกี่ยวข้องกับการใช้เสียงสะท้อน เพื่อนำทางหรือระบุตำแหน่ง (echolocation) คล้ายโซนาร์  […]

ครอบครัวนี้ปฏิเสธแพมเพิส และกลับไปใช้ผ้าอ้อมธรรมดา

เลี้ยงเด็กทารกยากและเหนื่อยแค่ไหนใครๆ ก็รู้ ท้าทายกว่านั้นเป็นไปได้ไหมที่จะเลี้ยงเด็กโดยไม่ทำร้ายโลกไปด้วย พบกับครอบครัวเล็กๆ แสนน่ารัก ผู้ตั้งมั่นไว้ว่าจะเลี้ยงดูลูกน้อยของพวกเขาให้เติบโตขึ้นมาโดยก่อขยะให้น้อยที่สุด