ภาวะโลกร้อน จะเปลี่ยนโฉมหน้าโลกเราไปอย่างไร - National Geographic Thailand

โลกร้อนจะเปลี่ยนโฉมหน้าโลกเราไปอย่างไร?

ภาวะโลกร้อน จะเปลี่ยนโฉมหน้าโลกเราไปอย่างไร?

ภาพแผนที่ทั้งหมดในนี้ไม่มีอะไรแตกต่างไปจากแผนที่ในปัจจุบัน เว้นเพียงแต่อย่างเดียวนั่นคือ น้ำแข็งทั้งหมดบนโลกได้ละลายหายไปสิ้น นี่คือแผนที่ของทวีปต่างๆที่จะจำลองให้เห็นถึงผลกระทบจาก ภาวะโลกร้อน หากระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น 65 เมตร ชายฝั่งใหม่ๆและทะเลในแผ่นดินจะถือกำเนิดขึ้น และหน้าตาของทวีปต่างๆ จะแตกต่างไปจากภาพที่ทุกคนคุ้นตา นี่อาจเป็นสถานการณ์เลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นจากภาวะโลกร้อน

ทั่วโลกมีน้ำแข็งรวมกันคิดเป็นปริมาณ 20 ล้านลูกบาศก์กิโลเมตร นักวิทยาศาสตร์เคยประมาณไว้ว่า หากมนุษย์ยังคงเดินหน้าผลิตคาร์บอนไดออกไซด์ต่อไป จะใช้เวลาราว 5,000 ปี จึงจะละลายน้ำแข็งทั้งหมดที่มีลงได้ เมื่อถึงเวลานั้นโลกที่ปราศจากน้ำแข็งจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 26 องศาฟาเรนไฮต์เมื่อเทียบกับปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ 14 องศาฟาเรนไฮต์

 

โลกร้อน

ทวีปอเมริกาเหนือ

ชายฝั่งทะเลแอตแลนติกเดิมจะหายไป ในที่นี้รวมไปถึงชายฝั่งฟลอริดา และชายฝั่งอ่าวเม็กซิโกด้วย ในแคลิฟอร์เนีย หุบเขาซานฟรานซิสโกจะกลายเป็นกลุ่มเกาะ บริเวณ Central Valley จะกลายเป็นอ่าวแทน

ภาวะโลกร้อน

ทวีปอเมริกาใต้

พื้นที่ลุ่มน้ำแอมะซอนจะกลายเป็นอ่าว ส่วนกรุงบัวโนสไอเรส เมืองหลวงของอาร์เจนตินาจะจมอยู่ใต้น้ำ เมื่อน้ำทะเลท่วมเข้าไปในแผ่นดินก่อให้เกิดชายฝั่งใหม่ๆ

ภาวะโลกร้อน

ทวีปแอฟริกา

เทียบกับทวีปอื่น แอฟริกาได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลน้อยที่สุด แต่อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นของโลกจากภาวะโลกร้อนจะส่งผลให้หลายพื้นที่ในทวีปไม่สามารถอยู่อาศัยได้ ในอียิปต์ กรุงไคโร และนครอเล็กซานเดรียจะถูกน้ำจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียนท่วม

โลกร้อน

ทวีปยุโรป

กรุงลอนดอนจะกลายเป็นแค่ความทรงจำ นครเวนิสจะจมอยู๋ใต้ทะเลเอเดรียติก อีกหลายพันปีนับจากนี้ เนเธอร์แลนด์จะค่อยๆจมลงสู่ทะเล เดนมาร์กเองก็ด้วย จากการขยายตัวของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทะเลดำและทะเลแคสเปียนก็เช่นกัน

โลกร้อน

ทวีปเอเชีย

พื้นที่อยู่อาศัยของชาวจีนจำนวน 600 ล้านคนจะถูกน้ำท่วม รวมไปถึงบังกลาเทศที่มีประชากร 160 ล้านคนด้วย บริเวณแนวชายฝั่งทางตะวันออกของอินเดียจะถูกรุกล้ำเข้ามามากขึ้น ที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ น้ำจากแม่น้ำโขงจะเอ่อท่วมและส่งผลให้ประเทศกัมพูชากลายเป็นเกาะ

โลกร้อน

ทวีปออสเตรเลีย

อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นจากโลกร้อน ส่งผลให้ทะเลทรายขยายตัว ระดับน้ำทะเลจะส่งผลให้เกิดทะเลในทวีปเพิ่ม พื้นที่ชายฝั่งทางตะวันออกของทวีปจะถูกน้ำทะเลหลากเข้าท่วม ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีความสำคัญเนื่องจากประชากรของประเทศราว 4 ใน 5 จากทั้งหมดอาศัยอยู่ในบริเวณนี้

โลกร้อน

แอนตาร์กติกา

แอนตาร์กติกาตะวันออก : พืดน้ำแข็งแอนตาร์กติกาตะวันออกมีขนาดใหญ่มาก และบรรจุน้ำแข็งปริมาณ 4 ใน 5 จากทั้งหมดทั่วโลก แต่แม้จะมากมายแค่ไหน ก็ไม่อาจต้านทานการละลายได้ อย่างไรก็ตามผลการศึกษาล่าสุด ดูเหมือนว่าชั้นน้ำแข็งบริเวณนี้จะมีความหนาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย อันเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อนที่ส่งผลให้เกิดไอน้ำ และกลั่นตัวตกลงมาเป็นหิมะมากขึ้น

แอนตาร์กติกาตะวันตก : เช่นเดียวกับกรีนแลนด์ พื้นที่ของแอนตาร์กติกาตะวันตกมีขนาดเล็กมากหากปราศจากน้ำแข็งและผืนทวีปส่วนใหญ่ก็อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ภาวะโลกร้อนส่งผลให้ชั้นน้ำแข็งค่อยๆยุบตัวลงเรื่อยๆ นับตั้งแต่ปี 1992 เป็นต้นมา มีปริมาณน้ำแข็งราว 65 ล้านเมตริกตันละลายลงทะเลไปในทุกๆปี

 

อ่านเพิ่มเติม

“หมีขั้วโลกผอมโซ” ประจักษ์พยานของภาวะโลกร้อน

เรื่องแนะนำ

เสียงเพรียกจากมวลบุปผา

ความสร้างสรรค์ระหว่างธรรมชาติไม่มีที่สิ้นสุดดังจะเห็นได้จากกรณีของค้างคาวกินนํ้าต้อยและเถาไม้เลื้อยที่ผลิดอกยามคํ่าคืน ซึ่งใช้ชีวิตร่วมกันในป่าเขตร้อนลุ่มตํ่าของอเมริกากลาง ค้างคาวลิ้นยาวสีนํ้าตาล (Glossophaga commissarisi) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีปีกตัวเล็กจ้อยที่มีขนาดร่างกาย ไม่ใหญ่กว่านิ้วโป้ง และโผบินท่ามกลางมวลดอกหมามุ่ย (Mucuna holtonii) เพื่อลิ้มเลียนํ้าต้อยเฉกเช่นนกฮัมมิงเบิร์ดและแมลงภู่ โดยผสมเกสรเป็นการแลกเปลี่ยน ในเวลากลางวัน ดอกได้อวดสีสันสดใส แต่ในยามคํ่าคืน กระทั่งเฉดสีสุกสว่างที่สุดก็ยังซีดจางในแสงจันทร์ ดอกหมามุ่ยจึงต้องหันไปพึ่งเสียงเพื่อดึงดูดค้างคาว ที่สถานีชีววิทยาลาเซลวาทางเหนือของคอสตาริกา เถาหมามุ่ยเก่าแก่ที่ยังงอกงามเลื้อยกระหวัดถักทอเป็นเพดานใบไม้เหนือที่ว่างในป่า และทอดกิ่งเขียวยาวที่มี ดอกหมามุ่ยนับสิบ ๆ ดอกลงสู่เบื้องล่าง เมื่อสิ้นแสงอาทิตย์ ดอกตูมของเถาหมามุ่ยเตรียม แต่งองค์ทรงเครื่องรอรับค้างคาว เริ่มจากกลีบดอกสีเขียวอ่อนด้านบนสุดที่หุ้มดอกตูมอยู่ค่อย ๆ เปิดขึ้นในแนวตั้ง ราวกับไฟส่งสัญญาณวับวาม ถัดจากกลีบส่งสัญญาณนี้ ลงไปเป็นกลีบด้านข้างเล็ก ๆ สองกลีบที่สยายออกราวกับปีก เผยให้เห็นร่องด้านบนของฝักถั่วอันเป็นที่มาของกลิ่นคล้ายกระเทียมโชยอ่อนไปไกลเย้ายวนให้ทาสติดปีกรุดมาเยือน ค้างคาวใช้คลื่นเสียงความถี่สูงเป็นเครื่องมือในการระบุสิ่งกีดขวางหรือเป้าหมาย พวกมันใช้เส้นเสียงสร้างเสียงที่สั้น รัว ส่งผ่านรูจมูกหรือปาก และตีความรูปแบบการเปลี่ยนแปลงของคลื่นเสียงที่สะท้อนกลับมายังหูที่ไวต่อเสียง ข้อมูลที่กลับเข้ามาได้รับการประมวลอย่างรวดเร็วและ ต่อเนื่อง ช่วยให้ค้างคาวสามารถปรับเส้นทางการบินกลางอากาศได้อย่างคล่องแคล่ว ค้างคาวส่วนใหญ่กินแมลงเป็นอาหาร พวกมันมักส่งสัญญาณเสียงอันทรงพลัง ครอบคลุมระยะทางไกล ๆ ขณะที่ค้างคาวกินนํ้าต้อยส่งสัญญาณเสียงที่แผ่วเบา แต่ ซับซ้อนกว่า ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เรียกว่า การกลํ้าความถี่ (frequency modulation) สัญญาณอย่างหลังนี้ชดเชย […]

ชีวิตคนเดนมาร์กใช้พลาสติกน้อยมาก พวกเขาทำได้อย่างไร?

ในเดนมาร์กผู้คนใช้ถุงพลาสติกเฉลี่ย 4 ใบต่อปีเท่านั้น เทียบกับชาวอเมริกันที่ใช้ถุงพลาสติกเฉลี่ย 1 ใบในแต่ละวัน ทว่าชาวเดนมาร์กยังไม่พอใจ พวกเขาตั้งใจว่าจะลดการใช้พลาสติกลงอีก!

NGT x SaySci Ep.8 “การแยกขยะ”

การแยกขยะคืออะไร จำเป็นแค่ไหน และแค่แยกขยะเวลาทิ้งจะช่วยลดปัญหาขยะในสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร? มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของการแยกขยะกัน!

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.