ไทย: งดถุงพลาสติก แต่ก็นำเข้าขยะ – เพราะ การงดแจกถุงพลาสติก อย่างเดียวอาจไม่พอ

ไทย: งดถุงพลาสติก แต่ก็นำเข้าขยะ – เพราะการงดแจกถุงพลาสติกอย่างเดียวอาจไม่พอ

คนเก็บขยะแบกถุงวัสดุที่รีไซเคิลได้ ในภูเขาขยะ Dandora กรุงไนโรบี อันเป็น 1 ใน 4 ภูเขาขยะที่ใหญ่และเป็นพิษมากที่สุดในแอฟริกา ภาพถ่ายโดย BENEDICTE DESRUS, SIPA via AP


แม้ประเทศไทยจะดำเนินนโยบายให้ห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ งดแจกถุงพลาสติก ให้กับประชาชน แต่ก็ยังไม่เพียงพอ เพราะต้องทำควบคู่ไปกับระบบคัดแยก รีไซเคิล และกำจัดขยะให้มีประสิทธิภาพ จึงจะแก้ปัญหาขยะพลาสติกได้

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2563 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทยเริ่มดำเนินนโยบายให้ห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้องดแจกถุงพลาสติกให้กับลูกค้า และขอความร่วมมือให้ลูกค้านำถุงผ้าหรือภาชนะอื่นๆมาใส่สิ่งของเอง เพื่อตั้งเป้าลดปัญหาขยะพลาสติกในประเทศไทย สอดคล้องกับกระแสโลกที่กำลังเอาจริงเอาจังเรื่องการลดการใช้ถุงพลาสติก นโยบายดังกล่าวนี้ได้มีการประชาสัมพันธ์ล่วงหน้ามานานนับแรมเดือน หลังวันเริ่มดำเนินนโยบายก็มีเสียงตอบรับทั้งในแง่บวกและแง่ลบ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังมองในแง่บวกว่า หลังผ่านไปสักระยะ ประชาชนจะสามารถปรับตัวและให้ความร่วมมือกับนโยบายนี้ได้ในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่านโยบายนี้เพียงอย่างเดียวไม่สามารถบรรเทาปัญหาขยะพลาสติกได้อย่างสมบูรณ์แบบ

งดแจกถุงพลาสติก
ถุงชอปปิงที่ถูกฝังในดินเป็นเวลาสามปียังสามารถบรรจุของได้เต็มถุง ภาพถ่ายโดย LLOYD RUSSELL, UNIVERSITY OF PLYMOUTH

เพราะนอกจากการแจกถุงพลาสติกตามร้านค้ารายย่อยหรือตลาดสดที่ยังดำเนินอยู่เหมือนเดิมแล้ว ประเทศไทยยังต้องเผชิญปัญหาจากขยะพลาสติก (รวมไปถึงขยะอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเป็นขยะอันตราย) องค์การกรีนพีซ องค์การทำงานด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลก ได้ออกรายงานระบุว่า ประเทศกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังกลายเป็นแหล่งนำเข้าขยะพลาสติกที่ไม่ใช้แล้วจากประเทศพัฒนาแล้วเป็นปริมาณมาก ซึ่งในปี 2561 กลุ่มประเทศอาเซียนนำเข้าขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์กว่า 2,265,962 ตัน คิดเป็นร้อยละ 27 จากทั่วโลก โดยมาเลเซียนำเข้าขยะ 872,797 ตัน เวียดนาม 492,839 ตัน และไทย 481,381 ตัน ส่วนประเทศที่ส่งออกขยะมายังประเทศไทยมากที่สุด 3 ลำดับแรกคือ ญี่ปุ่น 430,064 ตัน ฮ่องกง 99,932 ตัน และสหรัฐอเมริกา 84,462 ตัน

จึงทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่าประเทศไทยเริ่มนโยบายที่ย้อนแย้งในตัวเองด้วยการงดแจกถุงพลาสติก แต่ก็อนุมัติให้มีการนำเข้าขยะพลาสติก

โรงงานนำเข้าขยะในประเทศจำนวนไม่น้อยเป็นบริษัทต่างชาติที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานราชการของไทยให้นำเข้า ขยะรีไซเคิล จากประเทศต่างๆ (ตามหลักการที่ถูกต้อง) เพื่อนำมาหลอมเป็นสินค้าพลาสติกชิ้นใหม่มาจำหน่าย ส่งเสริมการลงทุนของบริษัทต่างชาติในประเทศ และตอบสนองการบริโภคสินค้าพลาสติกราคาถูกจากขยะรีไซเคิล โดยประเทศไทยเองถูกมองว่าเป็นประเทศที่มีค่าดำเนินการราคาถูกและกฎหมายเรื่องการนำเข้าขยะไม่เข้มงวดมากนัก จึงมีโรงงานลักษณะนี้เกิดขึ้นมากมาย

งดแจกถุงพลาสติก
โรงงานรีไซเคิลขยะในซานฟรานซิสโกจัดการกับขยะถึง 500-600 ตันต่อวัน นี่เป็นหนึ่งในโรงงานเพียง 2-3 แห่งในสหรัฐอเมริกาที่รับรีไซเคิลถุงชอปปิง ซึ่งมีอัตราการเพิ่มขึ้นในวงจรรีไซเคิลถึงสองเท่าในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมา ในภาพ สายพานกำลังลำเลียงพลาสติกที่ปนเปกันสู่เครื่องคัดแยก ภาพถ่ายโดย RANDY OLSON, NAT GEO IMAGE COLLECTION

ขยะพลาสติกส่วนนำใหญ่เข้ามาทางท่าเรือแถบจังหวัดชลบุรีทางตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบทางศุลกากรว่าเป็นขยะที่นำเข้าตรงตามประเภท (ขยะรีไซเคิลได้) อย่างไรก็ตาม มีขยะนำเข้าที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ปะปนมาด้วยปริมาณมาก เนื่องจากต้องการให้ประเทศไทยเป็นที่ทิ้งขยะที่ไร้ประโยชน์ และหวังฉวยโอกาสจากระบบการตรวจสอบที่ย่อหย่อน โดยขยะที่นำเข้ามาปริมาณไม่น้อยต้องลงเอยที่บ่อฝังกลบหรือกลายเป็นขยะในทะเล เช่นเดียวกับขยะพลาสติกในประเทศ กลายเป็นปัญหาขยะที่ทับถมประเทศมาจากทั้งสองด้าน

คำถามสำคัญจากสถานการณ์นี้คือ เราจะมีวิธีกำจัดหรือใช้ประโยชน์จากขยะที่ดีกว่าการฝังกลบหรือการกำจัดอื่นๆที่ผิดวิธีอย่างไร

“การรีไซเคิลขยะ” กระบวนการสำคัญในการลดขยะพลาสติกที่ถูกมองข้าม

นายสนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ โพสต์ข้อความทางบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า นโยบายการแยกขยะที่ต้นทางไม่จริงจังของรัฐบาลเป็นสาเหตุของการล่มสลายในการจัดการปัญหาขยะในประเทศ โดยชี้แจงว่า การที่ประชาชนทิ้งขยะโดยไม่ได้คัดแยก ทำให้ขยะที่คัดแยกได้มีปริมาณน้อยและช้ากว่าความต้องการของโรงงาน ดังนั้นการนำเข้าขยะสำเร็จรูป (จากต่างประเทศ) จึงตอบโจทย์โรงงานเหล่านี้ได้มากกว่า

…นโยบายการคัดแยกขยะที่ต้นทางที่ไม่จริงจังของรัฐบาลเป็นสาเหตุของการล่มสลายในการจัดการปัญหาขยะในประเทศ1.การคัดแยกขยะเป็…

Posted by Sonthi Kotchawat on Thursday, January 2, 2020

สอดคล้องกับรายงานจากสำนักข่าวไทยพีบีเอสที่ระบุว่า ขณะนี้โรงงานรับซื้อขยะและผู้ค้าขยะ (ซาเล้งรับซื้อของเก่า) ทั่วประเทศกำลังประสบปัญหาราคาขยะตกต่ำ เนื่องจากมีขยะรีไซเคิลนำเข้าจากต่างประเทศมาตีตลาด เกิดปัญหาซาเล้งไม่กล้าเก็บขยะเพราะไม่คุ้มค่าตอบแทน ก่อให้เกิดปัญหาขยะล้นเมือง เพิ่มมลภาวะให้กับประเทศอีกทางหนึ่ง

เราจึงสรุปได้ว่า ขยะที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการคัดแยกจากครัวเรือน เมื่อมารวมกับกระบวนการจัดการขยะที่ยังไม่ได้ประสิทธิภาพ จึงมีขยะที่ผ่านกระบวนการรีไซเคิลน้อย ทำให้เกิดปัญหาขยะล้นเมืองในประเทศไทย

นายสนธิได้โพสต์ในบัญชีเฟซบุ๊กเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยมีขยะพลาสติกเกิดขึ้นปีละ 2 ล้านตัน แต่มีเพียง 5 แสนตันเท่านั้นที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลใช้ประโยชน์ได้

ดังนั้น การแก้ปัญหาด้วยการงดแจกถุงพลาสติกเพียงอย่างเดียว อาจเป็นแค่เพียงการบรรเทาปัญหาโดยผลักภาระการแก้ปัญหาไปที่ผู้บริโภค แต่ไม่อาจแก้ปัญหาขยะพลาสติกล้นเมืองอย่างได้ผล ถ้าไม่มีการเริ่มต้นนโยบายการรีไซเคิลขยะอย่างจริงจัง

งดแจกถุงพลาสติก
ชายคนหนึ่งกำลังหาขยะพลาสติกเพื่อนำไปรีไซเคิลที่ประเทศมาเลเซีย ภาพถ่ายโดย MOHD SAMSUL MOHD SAID, GETTY

ต่างประเทศ: ให้ความสำคัญกับนโยบายการแยกและรีไซเคิลขยะไม่แพ้การงดแจกถุงพลาสติก

ปัจจุบัน ทั่วโลกให้ความสนใจกับการคัดแยก รีไซเคิล รวมไปถึงการใช้ประโยชน์ขยะที่เกิดจากครัวเรือนให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น ในประเทศสวีเดนที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ “ขาดแคลนขยะ” เพราะนับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1940 สวีเดนเริ่มต้นโครงการคัดแยกขยะ นำขยะกลับมาใช้เป็นพลังงาน ปัจจุบัน สวีเดนสามารถพัฒนาเทคโนโลยีนำขยะมาใช้เป็นพลังงานได้ และสามารถนำขยะกลับมาใช้ใหม่อีกครั้งถึงร้อยละ 96

ด้านประเทศเยอรมนีเองก็เป็นประเทศที่มีอัตราการรีไซเคิลขยะที่ดีที่สุดในโลก เมื่อปี 2561 เยอรมนีมีอัตราการรีไซเคิลขยะถึงร้อยละ 56.1 เพราะเยอรมนีมีกฎหมายการควบคุมขยะมูลฝอยในทุกขั้นตอนนับตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการบริโภค รวมไปถึงวางนโยบายให้ประชาชนคัดแยกขยะก่อนทิ้งทุกครั้ง และมีระบบมัดจำค่าขวดพลาสติกที่กระตุ้นให้ประชาชนส่งคืนขวดเพื่อนำไปรีไซเคิล ซึ่งสามารถรีไซเคิลขวดพลาสติกได้ถึงร้อยละ 90

งดแจกถุงพลาสติก
ประเทศฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มาของขยะพลาสติกพลาสติกเป็นอันดับสามของโลก ในภาพคือขยะที่ถูกคัดแยก ภาพถ่ายโดย RANDY OLSON, NATIONAL GEOGRAPHIC

แม้ญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่ส่งออกขยะพลาสติกเข้ามายังประเทศไทยเป็นอันดับหนึ่ง และเป็นประเทศที่ผลิตขยะพลาสติกต่อคนปริมาณมากที่สุดรองจากสหรัฐอเมริกา แต่ภายในประเทศก็มีระบบและกฎหมายการคัดแยกขยะที่เข้มงวด โดยเริ่มตั้งแต่การคัดแยกขยะที่ทุกครัวเรือนต้องแยกขยะประเภทต่างๆ และจะต้องทิ้งขยะที่คัดแยกแล้วตามวันที่ชุมชนกำหนดไว้ อีกทั้งญี่ปุ่นยังมีกฎหมายสำหรับการจัดการขยะพลาสติกซึ่งนำมาบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ยังมีกรณีศึกษาจากประเทศอื่นๆ เช่น เกาหลีใต้ ที่มีอัตราการรีไซเคิลขยะสูงถึงร้อยละ 53.7 ประเทศบังกลาเทศที่มีกฎหมายห้ามผลิตและงดแจกถุงพลาสติก หากฝ่าฝืนมีโทษปรับ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2561 ประเทศออสเตรียสามารถรีไซเคิลขยะได้ร้อยละ 53.8 และมีกฎหมายห้ามนำขยะหลายประเภทไปทิ้งในหลุมกำจัดขยะ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์มีนโยบาย “คนก่อมลพิษจ่าย” ที่ให้ภาคธุรกิจและครัวเรือนจ่ายค่าขยะในกรณีที่มีการผลิตขยะที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ และประเทศจีนซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้นำเข้าขยะรายใหญ่ของโลก ก็มีนโยบายห้ามการนำเข้าพลาสติกรีไซเคิลเมื่อช่วงปลายปี 2560 (แต่นโยบายนี้กลับเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ขยะจากทั่วโลกถูกส่งมายังประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แทน)

ถุงพลาสติก
วิธีการจำหน่ายสินค้าแบบเติม โดยให้ลูกค้านำบรรจุภัณฑ์มาด้วยตัวเอง ถือเป็นวิธีการลดพลาสติกที่ได้ผลอีกวิธีหนึ่ง ภาพถ่ายโดย ANNE CUSACK, LOS ANGELES TIMES/GETTY

สิ่งที่ประเทศไทยควรดำเนินการเกี่ยวกับขยะพลาสติก

ดังจะเห็นได้ว่านโยบายงดแจกถุงพลาสติกของไทยซึ่งให้ผู้บริโภคเป็นผู้รับผิดชอบเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ และเมื่อพิจารณาร่วมกับเงื่อนไขที่ว่าประเทศไทยมีแผนที่จะห้ามการนำเข้าขยะพลาสติกในปี 2021 โดยจะมีการตั้งระบบการจัดเก็บและคัดแยกขยะ ตั้งระบบควบคุมมลพิษให้มีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิม แผนการนี้ต้องอาศัยการดำเนินการอย่างเข้มงวดและจริงจัง เพราะเป็นการเปลี่ยนจากนโยบายสนับสนุนการตั้งโรงงานรีไซเคิลขยะจากต่างประเทศอย่างง่ายดายที่เคยเป็นมาแต่เดิม

ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้แผนการดังกล่าวเป็นจริงได้คือการจัดตั้งระบบ หรืออาจถึงขั้นตรากฎหมายในการคัดแยกขยะและการรีไซเคิลขยะให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประเทศไทยมีขยะพลาสติกที่เพียงพอต่อการรีไซเคิล หรือสามารถนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ รวมไปถึงการออกแบบวิธีการแก้ปัญหาขยะนับตั้งแต่การผลิตไปจนถึงผู้บริโภค เช่นเดียวกับต่างประเทศดังที่ได้กล่าวมา เพราะไม่มีนโยบายการกำจัดขยะใดที่มีประสิทธิภาพที่มาจากการปฏิบัติของประชาชนเพียงฝ่ายเดียว แต่ภาครัฐควรมีบทบาทเชิงรุกในการแก้ปัญหาองค์รวมให้เป็นระบบ จึงจะประสบความสำเร็จ

แหล่งข้อมูล

ไทยนำเข้าขยะพลาสติก 481,381 ตัน/ปี สูงสุดเป็นอันดับ 3 ในอาเซียน

Curbing the waste crisis

AS WORLD’S TRASH FLOODS THAILAND, ACTIVISTS CALL FOR WASTE IMPORT BAN

Thailand to ban foreign plastic waste from 2021

6 ประเทศตัวอย่าง กับวิธีการจัดการปัญหาพลาสติกล้นเมือง

เปิดโมเดลต้นแบบ 5 ประเทศ “รีไซเคิลขยะ” มากที่สุดในโลก


อ่านเพิ่มเติม มาตรการงดใช้พลาสติกทั่วเอเชีย กับก้าวที่เริ่มต้นในประเทศไทยถุงพลาสติก

เรื่องแนะนำ

แปรงสีฟัน ขยะพลาสติกชนิดใหม่

ปกติแล้วขยะพลาสติกที่พบได้ทั่วไปตามชายหาดมักจะเป็นถุงพลาสติก หลอด กล่องโฟม และเศษข้าวของเครื่องใช้อื่น ๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งของใช้ส่วนตัวอย่าง แปรงสีฟัน (ขยะพลาสติก: ภัยคุกคามใหม่แห่งท้องทะเล) แปรงสีฟันยุคแรก ๆ ทำมาจากวัสดุธรรมชาติ กระทั่งช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เมื่อวิทยาการต่าง ๆ พัฒนาขึ้น ไนล่อนและพลาสติกชนิดอื่น ๆ จึงถูกนำมาใช้ผลิตแปรงสีฟันตั้งแต่นั้น และเพราะพลาสติกเป็นวัสดุที่ย่อยสลายได้ยาก จึงเป็นไปได้ที่แปรงสีฟันพลาสติกที่ผลิตขึ้นตั้งแต่ทศวรรษ 1930 จะยังหลงเหลืออยู่ที่ไหนในโลกนี้ก็ได้  มนุษยชาติรู้จักทำความสะอาดฟันมาหลายพันปีแล้ว นักโบราณคดีค้นพบ “แท่งไม้จิ้มฟัน” ในสุสานอียิปต์โบราณ พระพุทธเจ้าทรงเคี้ยวกิ่งไม้เล็ก ๆ (สันนิษฐานว่าอาจเป็นกิ่งข่อย) จนปลายของมันอ่อนนุ่มลงเพื่อทำความสะอาดฟัน แม้กระทั่งกวีชาวโรมันอย่าง Ovid ยังกล่าวว่าการทำความสะอาดฟันทุกเช้าเป็นเรื่องที่ดี ในยุคจักรพรรดิหงจื้อของจีนช่วงปลายศตวรรษที่ 15 มีการออกแบบสิ่งที่คล้ายคลึงกับแปรงสีฟันในปัจจุบัน โดยขนแปรงทำมาจากขนหมูป่าที่สั้นและแน่น ส่วนด้ามจับทำมาจากกระดูกหรือไม้ แต่แปรงสีฟันดังกล่าวมีราคาแพง ชาวบ้านทั่วไปจึงใช้กิ่งไม้ เศษผ้า หรือกระทั่งนิ้วมือของตนในการทำความสะอาดฟัน สงครามเปลี่ยนทุกอย่าง การดูแลสุขภาพฟันยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก จนกระทั่งสงครามกลางเมืองอเมริกันในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 ในยุคนี้ปืนต้องโหลดกระสุนทีละนัด กระสุนและดินปืนถูกบรรจุไว้ในห่อกระดาษ เมื่อจะโหลดกระสุน ทหารต้องใช้ฟันในการฉีกห่อกระดาษนั้น กองทัพได้มองเห็นปัญหาสุขภาพฟันของเหล่าทหารตั้งแต่ช่วงสงครามกลางเมืองต่อเนื่องมาจนถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ชายหนุ่มหลายคนที่สมัครใจจะไปร่วมรบในสงคราม แต่กลับโดนปฏิเสธเพราะมีฟันไม่ครบตามที่กองทัพกำหนด […]

ไทย: งดถุงพลาสติก แต่ก็นำเข้าขยะ – เพราะการงดแจกถุงพลาสติกอย่างเดียวอาจไม่พอ

คนเก็บขยะแบกถุงวัสดุที่รีไซเคิลได้ ในภูเขาขยะ Dandora กรุงไนโรบี อันเป็น 1 ใน 4 ภูเขาขยะที่ใหญ่และเป็นพิษมากที่สุดในแอฟริกา ภาพถ่ายโดย BENEDICTE DESRUS, SIPA via AP แม้ประเทศไทยจะดำเนินนโยบายให้ห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ งดแจกถุงพลาสติก ให้กับประชาชน แต่ก็ยังไม่เพียงพอ เพราะต้องทำควบคู่ไปกับระบบคัดแยก รีไซเคิล และกำจัดขยะให้มีประสิทธิภาพ จึงจะแก้ปัญหาขยะพลาสติกได้ เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2563 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทยเริ่มดำเนินนโยบายให้ห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้องดแจกถุงพลาสติกให้กับลูกค้า และขอความร่วมมือให้ลูกค้านำถุงผ้าหรือภาชนะอื่นๆมาใส่สิ่งของเอง เพื่อตั้งเป้าลดปัญหาขยะพลาสติกในประเทศไทย สอดคล้องกับกระแสโลกที่กำลังเอาจริงเอาจังเรื่องการลดการใช้ถุงพลาสติก นโยบายดังกล่าวนี้ได้มีการประชาสัมพันธ์ล่วงหน้ามานานนับแรมเดือน หลังวันเริ่มดำเนินนโยบายก็มีเสียงตอบรับทั้งในแง่บวกและแง่ลบ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังมองในแง่บวกว่า หลังผ่านไปสักระยะ ประชาชนจะสามารถปรับตัวและให้ความร่วมมือกับนโยบายนี้ได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่านโยบายนี้เพียงอย่างเดียวไม่สามารถบรรเทาปัญหาขยะพลาสติกได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะนอกจากการแจกถุงพลาสติกตามร้านค้ารายย่อยหรือตลาดสดที่ยังดำเนินอยู่เหมือนเดิมแล้ว ประเทศไทยยังต้องเผชิญปัญหาจากขยะพลาสติก (รวมไปถึงขยะอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเป็นขยะอันตราย) องค์การกรีนพีซ องค์การทำงานด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลก ได้ออกรายงานระบุว่า ประเทศกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังกลายเป็นแหล่งนำเข้าขยะพลาสติกที่ไม่ใช้แล้วจากประเทศพัฒนาแล้วเป็นปริมาณมาก ซึ่งในปี 2561 กลุ่มประเทศอาเซียนนำเข้าขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์กว่า 2,265,962 ตัน คิดเป็นร้อยละ 27 จากทั่วโลก โดยมาเลเซียนำเข้าขยะ 872,797 […]

ทีมอาสาสมัครดำน้ำเก็บเศษแห-อวนทิ้งร้างในทะเลแห่งนิวซีแลนด์

ความยั่งยืนคือประเด็นที่โลกแฟชั่นจำเป็นต้องเดินตาม และแบรนด์หรูอย่างปราดา (Prada) ก็ให้ความสนใจในเรื่องนี้ผ่านโครงการ “ใช้ไนลอนอีกครั้ง” (Re-Nylon Project) ซึ่งปราดาร่วมมือกับโครงการอัพไซเคิล (Upcycle – การเปลี่ยนวัสดุที่ไม่ใช้แล้วให้มีคุณภาพดีกว่าเดิม) ทั่วโลก เพื่อเปลี่ยนเศษผ้าเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิต ตั้งแต่พรมเก่าไปจนถึงแหตกปลา ให้เป็นสินค้าใหม่อีกครั้ง ร็อบ วิลสัน ตรวจดูนาฬิกาดำน้ำและพยุงตัวขึ้นยืนในชุดดำน้ำที่ดูรุงรัง พร้อมถังออกซิเจน 2 ใบติดอยู่กลางหลัง คู่หูของเขาลงไปรออยู่ในน้ำก่อนแล้ว มีอาสาสมัคร นักดำน้ำฟรีไดเวอร์อยู่บนผิวน้ำสองคนเพื่อคอยจับตาดูสิ่งต่างๆ ส่วนนักดำน้ำสกูบาอีก 2 คนจะดำน้ำเอาเศษซากแหหรืออวนที่อยู่ลึกลงไปในมหาสมุทรราว 14 เมตรขึ้นมา พวกเขาต้องทรงตัวให้มั่นท่ามกลางกระแสน้ำใหญ่ที่ไหลสู่มหาสมุทรใต้ (South Ocean Water) วิลสันเป็นผู้ดำเนินโครงการ Ghost Fishing New Zealand (GFNZ) องค์กร อาสาสมัคร ในเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งอุทิศตัวในการเก็บแหหรืออวนที่ถูกทิ้งและเศษซากอื่นๆบริเวณน่านน้ำชายฝั่ง เขาและทีมมุ่งทำภารกิจเก็บแหอวนเหล่านี้ในช่วงสุดสัปดาห์ ตามรายงานการพบเห็นแหและอวนจับปลาเหล่านี้ของนักดำน้ำหรือเรือ 45 นาทีถัดมา วิลสันและทีมของเขาก็ขึ้นมาที่ผิวน้ำ ดึงแหหนักอึ้งที่เต็มไปด้วยโคลน สัตว์จำพวกกุ้ง ปู ดาวทะเล เพรียงหัวหอม และโครงกระดูกของสัตว์ที่ติดกับแหที่ทำจากไนลอนอย่างดี […]

ปากบารา : มรดกแบบไหนที่เราจะส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป

เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เคยนำเสนอสารคดีเรื่อง “ทางแพร่งของปากบารา” ในฉบับเดือนกรกฎาคม 2560 ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย ช่างภาพ และนักเขียน ศักดิ์อนันต์ ปลาทอง ในตอนนั้น ข่าวเรื่องโครงการสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา เกิดขึ้นพร้อมๆ กับความพยายามผลักดันทะเลอันดามันของไทยให้เป็นมรดกโลก... วันนี้ เกือบสองปีให้หลัง ความพยายามจะเดินหน้าโครงการสร้างท่าเรือน้ำลึกแห่งนี้เกิดขึ้นอีกครั้ง เราขอความเห็นจาก ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย ช่างภาพ และนักอนุรักษ์ ผู้ถ่ายภาพสารคดีชิ้นนี้ว่าเขาคิดอย่างไร