ไทย: งดถุงพลาสติก แต่ก็นำเข้าขยะ – เพราะ การงดแจกถุงพลาสติก อย่างเดียวอาจไม่พอ

ไทย: งดถุงพลาสติก แต่ก็นำเข้าขยะ – เพราะการงดแจกถุงพลาสติกอย่างเดียวอาจไม่พอ

คนเก็บขยะแบกถุงวัสดุที่รีไซเคิลได้ ในภูเขาขยะ Dandora กรุงไนโรบี อันเป็น 1 ใน 4 ภูเขาขยะที่ใหญ่และเป็นพิษมากที่สุดในแอฟริกา ภาพถ่ายโดย BENEDICTE DESRUS, SIPA via AP


แม้ประเทศไทยจะดำเนินนโยบายให้ห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ งดแจกถุงพลาสติก ให้กับประชาชน แต่ก็ยังไม่เพียงพอ เพราะต้องทำควบคู่ไปกับระบบคัดแยก รีไซเคิล และกำจัดขยะให้มีประสิทธิภาพ จึงจะแก้ปัญหาขยะพลาสติกได้

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2563 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทยเริ่มดำเนินนโยบายให้ห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้องดแจกถุงพลาสติกให้กับลูกค้า และขอความร่วมมือให้ลูกค้านำถุงผ้าหรือภาชนะอื่นๆมาใส่สิ่งของเอง เพื่อตั้งเป้าลดปัญหาขยะพลาสติกในประเทศไทย สอดคล้องกับกระแสโลกที่กำลังเอาจริงเอาจังเรื่องการลดการใช้ถุงพลาสติก นโยบายดังกล่าวนี้ได้มีการประชาสัมพันธ์ล่วงหน้ามานานนับแรมเดือน หลังวันเริ่มดำเนินนโยบายก็มีเสียงตอบรับทั้งในแง่บวกและแง่ลบ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังมองในแง่บวกว่า หลังผ่านไปสักระยะ ประชาชนจะสามารถปรับตัวและให้ความร่วมมือกับนโยบายนี้ได้ในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่านโยบายนี้เพียงอย่างเดียวไม่สามารถบรรเทาปัญหาขยะพลาสติกได้อย่างสมบูรณ์แบบ

งดแจกถุงพลาสติก
ถุงชอปปิงที่ถูกฝังในดินเป็นเวลาสามปียังสามารถบรรจุของได้เต็มถุง ภาพถ่ายโดย LLOYD RUSSELL, UNIVERSITY OF PLYMOUTH

เพราะนอกจากการแจกถุงพลาสติกตามร้านค้ารายย่อยหรือตลาดสดที่ยังดำเนินอยู่เหมือนเดิมแล้ว ประเทศไทยยังต้องเผชิญปัญหาจากขยะพลาสติก (รวมไปถึงขยะอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเป็นขยะอันตราย) องค์การกรีนพีซ องค์การทำงานด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลก ได้ออกรายงานระบุว่า ประเทศกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังกลายเป็นแหล่งนำเข้าขยะพลาสติกที่ไม่ใช้แล้วจากประเทศพัฒนาแล้วเป็นปริมาณมาก ซึ่งในปี 2561 กลุ่มประเทศอาเซียนนำเข้าขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์กว่า 2,265,962 ตัน คิดเป็นร้อยละ 27 จากทั่วโลก โดยมาเลเซียนำเข้าขยะ 872,797 ตัน เวียดนาม 492,839 ตัน และไทย 481,381 ตัน ส่วนประเทศที่ส่งออกขยะมายังประเทศไทยมากที่สุด 3 ลำดับแรกคือ ญี่ปุ่น 430,064 ตัน ฮ่องกง 99,932 ตัน และสหรัฐอเมริกา 84,462 ตัน

จึงทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่าประเทศไทยเริ่มนโยบายที่ย้อนแย้งในตัวเองด้วยการงดแจกถุงพลาสติก แต่ก็อนุมัติให้มีการนำเข้าขยะพลาสติก

โรงงานนำเข้าขยะในประเทศจำนวนไม่น้อยเป็นบริษัทต่างชาติที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานราชการของไทยให้นำเข้า ขยะรีไซเคิล จากประเทศต่างๆ (ตามหลักการที่ถูกต้อง) เพื่อนำมาหลอมเป็นสินค้าพลาสติกชิ้นใหม่มาจำหน่าย ส่งเสริมการลงทุนของบริษัทต่างชาติในประเทศ และตอบสนองการบริโภคสินค้าพลาสติกราคาถูกจากขยะรีไซเคิล โดยประเทศไทยเองถูกมองว่าเป็นประเทศที่มีค่าดำเนินการราคาถูกและกฎหมายเรื่องการนำเข้าขยะไม่เข้มงวดมากนัก จึงมีโรงงานลักษณะนี้เกิดขึ้นมากมาย

งดแจกถุงพลาสติก
โรงงานรีไซเคิลขยะในซานฟรานซิสโกจัดการกับขยะถึง 500-600 ตันต่อวัน นี่เป็นหนึ่งในโรงงานเพียง 2-3 แห่งในสหรัฐอเมริกาที่รับรีไซเคิลถุงชอปปิง ซึ่งมีอัตราการเพิ่มขึ้นในวงจรรีไซเคิลถึงสองเท่าในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมา ในภาพ สายพานกำลังลำเลียงพลาสติกที่ปนเปกันสู่เครื่องคัดแยก ภาพถ่ายโดย RANDY OLSON, NAT GEO IMAGE COLLECTION

ขยะพลาสติกส่วนนำใหญ่เข้ามาทางท่าเรือแถบจังหวัดชลบุรีทางตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบทางศุลกากรว่าเป็นขยะที่นำเข้าตรงตามประเภท (ขยะรีไซเคิลได้) อย่างไรก็ตาม มีขยะนำเข้าที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ปะปนมาด้วยปริมาณมาก เนื่องจากต้องการให้ประเทศไทยเป็นที่ทิ้งขยะที่ไร้ประโยชน์ และหวังฉวยโอกาสจากระบบการตรวจสอบที่ย่อหย่อน โดยขยะที่นำเข้ามาปริมาณไม่น้อยต้องลงเอยที่บ่อฝังกลบหรือกลายเป็นขยะในทะเล เช่นเดียวกับขยะพลาสติกในประเทศ กลายเป็นปัญหาขยะที่ทับถมประเทศมาจากทั้งสองด้าน

คำถามสำคัญจากสถานการณ์นี้คือ เราจะมีวิธีกำจัดหรือใช้ประโยชน์จากขยะที่ดีกว่าการฝังกลบหรือการกำจัดอื่นๆที่ผิดวิธีอย่างไร

“การรีไซเคิลขยะ” กระบวนการสำคัญในการลดขยะพลาสติกที่ถูกมองข้าม

นายสนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ โพสต์ข้อความทางบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า นโยบายการแยกขยะที่ต้นทางไม่จริงจังของรัฐบาลเป็นสาเหตุของการล่มสลายในการจัดการปัญหาขยะในประเทศ โดยชี้แจงว่า การที่ประชาชนทิ้งขยะโดยไม่ได้คัดแยก ทำให้ขยะที่คัดแยกได้มีปริมาณน้อยและช้ากว่าความต้องการของโรงงาน ดังนั้นการนำเข้าขยะสำเร็จรูป (จากต่างประเทศ) จึงตอบโจทย์โรงงานเหล่านี้ได้มากกว่า

…นโยบายการคัดแยกขยะที่ต้นทางที่ไม่จริงจังของรัฐบาลเป็นสาเหตุของการล่มสลายในการจัดการปัญหาขยะในประเทศ1.การคัดแยกขยะเป็…

Posted by Sonthi Kotchawat on Thursday, January 2, 2020

สอดคล้องกับรายงานจากสำนักข่าวไทยพีบีเอสที่ระบุว่า ขณะนี้โรงงานรับซื้อขยะและผู้ค้าขยะ (ซาเล้งรับซื้อของเก่า) ทั่วประเทศกำลังประสบปัญหาราคาขยะตกต่ำ เนื่องจากมีขยะรีไซเคิลนำเข้าจากต่างประเทศมาตีตลาด เกิดปัญหาซาเล้งไม่กล้าเก็บขยะเพราะไม่คุ้มค่าตอบแทน ก่อให้เกิดปัญหาขยะล้นเมือง เพิ่มมลภาวะให้กับประเทศอีกทางหนึ่ง

เราจึงสรุปได้ว่า ขยะที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการคัดแยกจากครัวเรือน เมื่อมารวมกับกระบวนการจัดการขยะที่ยังไม่ได้ประสิทธิภาพ จึงมีขยะที่ผ่านกระบวนการรีไซเคิลน้อย ทำให้เกิดปัญหาขยะล้นเมืองในประเทศไทย

นายสนธิได้โพสต์ในบัญชีเฟซบุ๊กเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยมีขยะพลาสติกเกิดขึ้นปีละ 2 ล้านตัน แต่มีเพียง 5 แสนตันเท่านั้นที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลใช้ประโยชน์ได้

ดังนั้น การแก้ปัญหาด้วยการงดแจกถุงพลาสติกเพียงอย่างเดียว อาจเป็นแค่เพียงการบรรเทาปัญหาโดยผลักภาระการแก้ปัญหาไปที่ผู้บริโภค แต่ไม่อาจแก้ปัญหาขยะพลาสติกล้นเมืองอย่างได้ผล ถ้าไม่มีการเริ่มต้นนโยบายการรีไซเคิลขยะอย่างจริงจัง

งดแจกถุงพลาสติก
ชายคนหนึ่งกำลังหาขยะพลาสติกเพื่อนำไปรีไซเคิลที่ประเทศมาเลเซีย ภาพถ่ายโดย MOHD SAMSUL MOHD SAID, GETTY

ต่างประเทศ: ให้ความสำคัญกับนโยบายการแยกและรีไซเคิลขยะไม่แพ้การงดแจกถุงพลาสติก

ปัจจุบัน ทั่วโลกให้ความสนใจกับการคัดแยก รีไซเคิล รวมไปถึงการใช้ประโยชน์ขยะที่เกิดจากครัวเรือนให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น ในประเทศสวีเดนที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ “ขาดแคลนขยะ” เพราะนับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1940 สวีเดนเริ่มต้นโครงการคัดแยกขยะ นำขยะกลับมาใช้เป็นพลังงาน ปัจจุบัน สวีเดนสามารถพัฒนาเทคโนโลยีนำขยะมาใช้เป็นพลังงานได้ และสามารถนำขยะกลับมาใช้ใหม่อีกครั้งถึงร้อยละ 96

ด้านประเทศเยอรมนีเองก็เป็นประเทศที่มีอัตราการรีไซเคิลขยะที่ดีที่สุดในโลก เมื่อปี 2561 เยอรมนีมีอัตราการรีไซเคิลขยะถึงร้อยละ 56.1 เพราะเยอรมนีมีกฎหมายการควบคุมขยะมูลฝอยในทุกขั้นตอนนับตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการบริโภค รวมไปถึงวางนโยบายให้ประชาชนคัดแยกขยะก่อนทิ้งทุกครั้ง และมีระบบมัดจำค่าขวดพลาสติกที่กระตุ้นให้ประชาชนส่งคืนขวดเพื่อนำไปรีไซเคิล ซึ่งสามารถรีไซเคิลขวดพลาสติกได้ถึงร้อยละ 90

งดแจกถุงพลาสติก
ประเทศฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มาของขยะพลาสติกพลาสติกเป็นอันดับสามของโลก ในภาพคือขยะที่ถูกคัดแยก ภาพถ่ายโดย RANDY OLSON, NATIONAL GEOGRAPHIC

แม้ญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่ส่งออกขยะพลาสติกเข้ามายังประเทศไทยเป็นอันดับหนึ่ง และเป็นประเทศที่ผลิตขยะพลาสติกต่อคนปริมาณมากที่สุดรองจากสหรัฐอเมริกา แต่ภายในประเทศก็มีระบบและกฎหมายการคัดแยกขยะที่เข้มงวด โดยเริ่มตั้งแต่การคัดแยกขยะที่ทุกครัวเรือนต้องแยกขยะประเภทต่างๆ และจะต้องทิ้งขยะที่คัดแยกแล้วตามวันที่ชุมชนกำหนดไว้ อีกทั้งญี่ปุ่นยังมีกฎหมายสำหรับการจัดการขยะพลาสติกซึ่งนำมาบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ยังมีกรณีศึกษาจากประเทศอื่นๆ เช่น เกาหลีใต้ ที่มีอัตราการรีไซเคิลขยะสูงถึงร้อยละ 53.7 ประเทศบังกลาเทศที่มีกฎหมายห้ามผลิตและงดแจกถุงพลาสติก หากฝ่าฝืนมีโทษปรับ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2561 ประเทศออสเตรียสามารถรีไซเคิลขยะได้ร้อยละ 53.8 และมีกฎหมายห้ามนำขยะหลายประเภทไปทิ้งในหลุมกำจัดขยะ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์มีนโยบาย “คนก่อมลพิษจ่าย” ที่ให้ภาคธุรกิจและครัวเรือนจ่ายค่าขยะในกรณีที่มีการผลิตขยะที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ และประเทศจีนซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้นำเข้าขยะรายใหญ่ของโลก ก็มีนโยบายห้ามการนำเข้าพลาสติกรีไซเคิลเมื่อช่วงปลายปี 2560 (แต่นโยบายนี้กลับเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ขยะจากทั่วโลกถูกส่งมายังประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แทน)

ถุงพลาสติก
วิธีการจำหน่ายสินค้าแบบเติม โดยให้ลูกค้านำบรรจุภัณฑ์มาด้วยตัวเอง ถือเป็นวิธีการลดพลาสติกที่ได้ผลอีกวิธีหนึ่ง ภาพถ่ายโดย ANNE CUSACK, LOS ANGELES TIMES/GETTY

สิ่งที่ประเทศไทยควรดำเนินการเกี่ยวกับขยะพลาสติก

ดังจะเห็นได้ว่านโยบายงดแจกถุงพลาสติกของไทยซึ่งให้ผู้บริโภคเป็นผู้รับผิดชอบเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ และเมื่อพิจารณาร่วมกับเงื่อนไขที่ว่าประเทศไทยมีแผนที่จะห้ามการนำเข้าขยะพลาสติกในปี 2021 โดยจะมีการตั้งระบบการจัดเก็บและคัดแยกขยะ ตั้งระบบควบคุมมลพิษให้มีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิม แผนการนี้ต้องอาศัยการดำเนินการอย่างเข้มงวดและจริงจัง เพราะเป็นการเปลี่ยนจากนโยบายสนับสนุนการตั้งโรงงานรีไซเคิลขยะจากต่างประเทศอย่างง่ายดายที่เคยเป็นมาแต่เดิม

ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้แผนการดังกล่าวเป็นจริงได้คือการจัดตั้งระบบ หรืออาจถึงขั้นตรากฎหมายในการคัดแยกขยะและการรีไซเคิลขยะให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประเทศไทยมีขยะพลาสติกที่เพียงพอต่อการรีไซเคิล หรือสามารถนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ รวมไปถึงการออกแบบวิธีการแก้ปัญหาขยะนับตั้งแต่การผลิตไปจนถึงผู้บริโภค เช่นเดียวกับต่างประเทศดังที่ได้กล่าวมา เพราะไม่มีนโยบายการกำจัดขยะใดที่มีประสิทธิภาพที่มาจากการปฏิบัติของประชาชนเพียงฝ่ายเดียว แต่ภาครัฐควรมีบทบาทเชิงรุกในการแก้ปัญหาองค์รวมให้เป็นระบบ จึงจะประสบความสำเร็จ

แหล่งข้อมูล

ไทยนำเข้าขยะพลาสติก 481,381 ตัน/ปี สูงสุดเป็นอันดับ 3 ในอาเซียน

Curbing the waste crisis

AS WORLD’S TRASH FLOODS THAILAND, ACTIVISTS CALL FOR WASTE IMPORT BAN

Thailand to ban foreign plastic waste from 2021

6 ประเทศตัวอย่าง กับวิธีการจัดการปัญหาพลาสติกล้นเมือง

เปิดโมเดลต้นแบบ 5 ประเทศ “รีไซเคิลขยะ” มากที่สุดในโลก


อ่านเพิ่มเติม มาตรการงดใช้พลาสติกทั่วเอเชีย กับก้าวที่เริ่มต้นในประเทศไทยถุงพลาสติก

เรื่องแนะนำ

พรุควนเคร็ง : พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญต่อชีวิต

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2562 สำนักข่าว ไทยพีบีเอส รายงานว่า กรมป่าไม้ร่วมมือกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นำเจ้าหน้าที่กว่า 200 คน ลงพื้นที่ดับไฟป่า พรุควนเคร็ง จังหวัดนครศรีธรรมราช หลังพบว่า ระยะเวลาภายใน 7 เดือนเกิดไฟไหม้ในป่า พรุควนเคร็ง 88 ครั้ง สร้างความเสียหายต่อพื้นที่ป่าจำนวน 4,968 ไร่ โดยระบุต้นเหตุชัดเจน คือ การเผาป่าเพื่อขยายพื้นที่การเกษตร และหาปลาในป่าพรุ รู้จักกับพื้นที่ชุ่มน้ำ ป่าพรุ และไฟป่าพรุ พื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetland) คำจำกัดความตามอนุสัญญาแรมซาร์ (Ramsar Convention) หรืออนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ กล่าวว่า พื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetlands) หมายถึง ที่ลุ่ม ที่ราบลุ่ม ที่ชื้นแฉะ พรุ แหล่งน้ำ ทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้น ทั้งที่มีน้ำขังหรือ น้ำท่วมอยู่ถาวรและชั่วครั้งชั่วคราว ทั้งที่เป็นแหล่งน้ำนิ่งและน้ำไหล ทั้งที่เป็นน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม […]

งานวิจัยเผย เขื่อนประเทศต้น แม่น้ำโขง กักน้ำมหาศาลจนประเทศปลายน้ำเกิดภัยแล้ง

(ภาพปก) ภัยแล้งและเขื่อนต้นน้ำได้ลดระดับน้ำของแม่น้ำโขงให้ต่ำที่สุดในรอบร้อยปี และส่งผลกระทบต่อการวางไข่ของปลา อันเป็นสัญญาณที่ไม่ดีต่อแหล่งอาหารในภูมิภาคนี้ ภาพถ่ายโดย BEN DAVIES/LIGHTROCKET/GETTY ข้อมูลจากงานวิจัยใหม่เผยให้เห็นว่าทางการปักกิ่งเป็นต้นเหตุของระดับน้ำใน แม่น้ำโขง ที่ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ ในประเทศไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม เมื่อปีที่แล้ว เขื่อนบนแม่น้ำโขงในประเทศจีนได้กักน้ำจำนวนมหาศาลในช่วงภัยแล้งซึ่งสร้างความเสียหายให้กับประเทศที่อยู่ปลายน้ำเมื่อปีที่แล้ว โดยในช่วงเวลาเดียวกัน เขื่อนของจีนกลับมีปริมาณน้ำมากกว่าค่าเฉลี่ยของระดับน้ำในพื้นที่ต้นน้ำของแม่น้ำ บรรดากลุ่มสิ่งแวดล้อมที่ทำงานเพื่อดูแลแม่น้ำโขงต่างเรียกร้องถึงความโปร่งใสและความร่วมมือในการเปิดเผยรายงานว่า เขื่อนของจีนได้กักน้ำจำนวนมากในช่วงเวลาดังกล่าว บริษัท Eyes on Earth Inc., บริษัทสำรวจและให้คำปรึกษาที่เชี่ยวชาญด้านแหล่งน้ำได้เปิดเผยการศึกษาที่ได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ ในเรื่องการจัดการน้ำในแม่น้ำโขงระหว่างประเทศจีนและประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง แม่น้ำที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนราว 60 ล้านคนที่แม่น้ำไหลผ่าน ทั้งใน สปป. ลาว เมียนมา ไทย กัมพูชา และเวียดนาม โดยข้อมูลระดับน้ำดังกล่าวได้มาจากข้อมูลดาวเทียมที่เก็บข้อมูลเขื่อน 11 แห่งของจีน ซึ่งได้กักน้ำทั้งที่ในช่วงเวลานั้นจีนมีระดับน้ำที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยอยู่แล้ว ในทางกลับกัน ประเทศปลายน้ำกลับมีระดับน้ำที่ต่ำที่สุดในรอบ 50 ปี ภัยแล้งในปีที่แล้วได้ส่งผลให้ทั้งชาวนาและชาวประมงในพื้นที่ปลายน้ำเห็นการลดลงของระดับน้ำจนเห็นสันดอนทรายไปตลอดแนวแม่น้ำ และสีของแม่น้ำที่เปลี่ยนจากสีน้ำตาลเข้มเป็นสีฟ้าสว่างเนื่องจากระดับน้ำที่ตื้นและขาดแคลนตะกอนที่พัดมากับแม่น้ำ “ถ้าจีนอ้างว่าไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะแห้งแล้ง ข้อมูลที่เราพบก็ไม่ได้สนับสนุนคำกล่าวอ้างดังกล่าว” อลัน บาซิสต์ นักอุตุนิยมวิทยาและประธานบริษัท Eyes on Earth […]

ขยะพลาสติกในทะเล จะมีจำนวนหลายร้อยตันในปี 2040 หากไม่มีมาตรการแก้ไขใดๆ

แผนการณ์อันทะเยอทะยานที่ใช้เวลาสร้างขึ้นกว่า 2 ปี อาจเป็นทางแก้ปัญหา ขยะพลาสติกในทะเล ได้ มีการคาดว่าจำนวน ขยะพลาสติกในทะเล ที่ไหลลงสู่มหาสมุทรในทุกปีจะเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าในปี 2040 หรือคิดเป็นจำนวนกว่า 29 ล้านเมตริกตัน งานวิจัยใหม่ที่ใช้เวลาศึกษากว่า 2 ปี แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวของการรณรงค์เพื่อจำกัดมลพิษจากพลาสติก และมีการให้คำแนะนำถึงแผนอันทะเยอทะยานในการลดขยะซึ่งไหลลงสู่ทะเลเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีผู้ใดทราบชัดเจนว่าพลาสติกซึ่งไม่สามารถทำลายได้เหล่านี้รวมตัวในทะเลมากน้อยเพียงใด โดยการคาดการณ์ที่ดีที่สุดในปี 2015 มีจำนวนอยู่ที่ 150 เมตริกตัน หากอนุมานว่าพลาสติกเหล่านี้ยังคงอยู่เหมือนเดิม งานศึกษาคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นเป็น 600 เมตริกตันในปี 2040 โครงการที่พัฒนาโดยกองทุนเพื่อการกุศลพิว (Pew Charitable trusts) และบริษัท SYSTEMIQ สถาบันคลังสมองด้านสิ่งแวดล้อมในกรุงลอนดอนได้เรียกร้องให้อุตสาหกรรมผลิตพลาสติกระดับโลกเปลี่ยนการผลิตสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ประกอบไปด้วยการนำกลับมาใช้ใหม่ (Reuse) และรีไซเคิล ซึ่งถ้าเกิดขึ้นได้จริง ผู้เชี่ยวชาญของสถาบันกล่าวว่าการไหลของพลาสติกสู่มหาสมุทรอาจลดลงถึงร้อยละ 80 ในช่วงสองทศวรรษข้างหน้า แต่ถ้าเริ่มต้นการเปลี่ยนผ่านช้าไป 5 ปี ก็จะมีขยะพลาสติกเพิ่มเติมว่า 80 เมตริกตันลงสู่ชายฝั่ง โดยร่างแผนที่ชื่อว่า System Change Scenario […]