มาตรการงดใช้พลาสติกทั่วเอเชีย กับก้าวที่เริ่มต้นในประเทศไทย

หลังจากมีเสียงเรียกร้องมาจากทุกภาคส่วน ประเทศไทยได้เริ่มมีมาตรการลดใช้ ถุงพลาสติก อย่างจริงจังจากร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ และนี่คือกรณีศึกษาจุดเริ่มต้นการลดพลาสติกจากหลายประเทศในเอเชีย

แม้ครั้งหนึ่งในอดีต พลาสติกเปรียบเหมือนวัสดุสังเคราะห์จากฝีมือการสร้างสรรค์ของมนุษย์อันล้ำค่าที่นำพาความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันทุกรูปแบบ แต่ไม่กี่ทศวรรษให้หลัง ชาวโลกต่างเห็นต้องกันว่า พลาสติกส่งผลกระทบเป็นวงกว้างกว่าที่เราจินตนาการไว้

มาตรการงดใช้พลาสติก กลายเป็นกระแสและกำลังส่งแรงกระเพื่อมในสังคมโลก เนื่องจากชาวโลกกำลังเห็นผลกระทบของจากใช้ถุงพลาสติกที่มากเกินไป จนส่งผลให้ธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ป่าไม้ ทะเล และบรรดาสัตว์ ได้รับผลกระทบจากพลาสติกที่พวกมันไม่ได้ก่อขึ้น ดังที่ปรากฎให้เห็นในหน้าสื่ออยู่หลายกรณี

มาตรการงดใช้พลาสติกทั่วเอเชีย

ในส่วนของประเทศไทย กระบวนการงดใช้พลาสติกกำลังเริ่มต้นอย่างจริงจังในปีนี้ แม้จะเป็นการออกตัวที่ช้าไปสักหน่อยเมื่อเทียบกับเพื่อนร่วมทวีปเอเชียหลายประเทศ ที่เล็งเห็นผลกระทบจากวัสดุสังเคราะห์นี้มาเนิ่นนานแล้ว แต่สิ่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งการเริ่มต้นไปสู่เป้าหมายของโลกที่ไร้พลาสติก อันจะส่งผลดีต่อธรรมชาติและสัตว์ร่วมโลก

นี่คือเรื่องราวของวัฒนธรรมการงดใช้ถุงพลาสติกที่โดดเด่นทั่วเอเชีย ซึ่งเราต้องการนำเสนอเพื่อเป็นกรณีศึกษาให้กับประเทศไทยที่กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นมองว่า มาตรการลดพลาสติกในประเทศ สามารถประสบความสำเร็จได้

บังกลาเทศ

บังกลาเทศเป็นประเทศแรกในโลกที่ตั้งมาตรการเกี่ยวกับการห้ามใช้พลาสติก โดยในปี 2002 บังกลาเทศประกาศห้ามใช้พลาสติกที่มีขนาดบาง เนื่องจากพบว่ามันเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ท่อระบายน้ำของประเทศอุดตัน จนทำให้เกิดน้ำท่วมที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศ

แม้จุดเริ่มต้นเกิดจากการประสบภัยที่ส่งผลกระทบโดยตรง แต่การเป็นประเทศแรกที่ประกาศห้ามใช้พลาสติก ได้สร้างแรงบันดาลใจให้ประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีนและออสเตรเลียออกกฎหมายในแบบเดียวกัน และตอนนี้ ในเมืองหลวงของบังกลาเทศก็ไม่มีการแจกถุงพลาสติกโพลิธีน (Polythene) ตามร้านค้าแล้ว

ถุงพลาสติก, ขยะอินเดีย, ขยะ, มุมไบ
ภาพถ่ายกองขยะพลาสติกจากบริเวณชานเมือง ของนครมุมไบ ประเทศอินเดีย ในภาพ คนเก็บขยะกำลังมองหาพลาสติกที่สามารถนำไปขายได้ โดยอินเดียมีแผนการณ์ใหญ่ในเรื่องของการนำพลาสติกกลับมาใช้ใหม่ ภาพถ่ายโดย RANDY OLSON, NAT GEO IMAGE COLLECTION

กัมพูชา

กัมพูชาเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีมาตรการเกี่ยวกับถุงพลาสติกโดยการเก็บเงินค่าถุงพลาสติกในซุปเปอร์มาเก็ตเพิ่มเติม สำหรับลูกค้าที่ต้องการใช้ และรัฐบาลมีแผนว่าจะห้ามการนำเข้า ผลิต หรือแจกจ่ายถุงพลาสติกที่มีขนาดบางกว่า 0.03 มิลลิเมตรและมีขนาดกว้างไม่ถึง 30 เซนติเมตร และมีแผนลดการใช้ถุงพลาสติกให้ได้ร้อยละ 50 และเตรียมผุดโครงการเก็บค่าธรรมเนียมการใช้ถุงพลาสติกทั่วประเทศให้ได้ในปี 2020

ฮ่องกง

ตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา ฮ่องกงวางเกณฑ์ให้ผู้ค้ารายย่อยทุกประเภท นับตั้งแต่ผู้ค้าริมทางไปจนถึงร้านค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าให้เก็บค่าใช้ถุงพลาสติกในอัตราไม่ต่ำกว่า 0.5 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 2 บาท) โดยเป้าหมายของมาตรการนี้คือต้องการปลุกค่านิยมให้ชาวฮ่องกงนั้นนำถุงมาเอง ซึ่งเป็นไปอย่างจริงจัง ดังจะเห็นได้จากการออกกฎปรับเงินเจ้าของร้านขายของชำประมาณ 5,000 ดอลลาร์ฮ่องกงในกรณีที่ให้ถุงพลาสติกกับลูกค้า

อินเดีย

ประเทศที่หลายคนอาจมีภาพจำว่าเป็นประเทศที่มลพิษมาก โดยเฉพาะในเขตเมือง ก็มีมาตรการเกี่ยวการห้ามใช้ถุงพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้ง โดยเริ่มต้นจากเมืองหลวงอย่างกรุงนิวเดลี หลังจากที่เมืองต้องเผชิญกับปัญหาการเผาขยะอย่างผิดกฎหมายมาเนิ่นนาน และมีการห้ามผลิตภัณฑ์จากพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวเช่น ช้อนส้อม ถุง ถ้วย โดยศาลสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (National Green Tribunal) ประเทศอินเดีย

อินโดนีเซีย

เพื่อแก้ปัญหามลภาวะจากพลาสติก ประเทศอินโดนีเซียให้คำมั่นว่าจะใช้งบประมาณราวหนึ่งพันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณสามพันล้านบาท) เพื่อลดจำนวนพลาสติกและขยะประเภทอื่นที่ปนเปื้อนไปกับแหล่งน้ำ

ในปี 2016 มีการจัดเก็บภาษีการใช้ถุงพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งใน 23 เมืองทั่วประเทศอินโดนีเซีย และรัฐบาลมีการรณรงค์ให้ลดการใช้ถุงพลาสติก และออกข้อแนะนำให้บรรดาผู้ค้าปลีกเก็บค่าใช้ถุงพลาสติกราว 5,000 รูเปียห์ (10 บาท) แม้จะมีรายงานต่อต้านมาตรการเช่นนี้ทั้งจากผู้ซื้อและกลุ่มอุตสาหกรรม แต่อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอินโดนีเซียได้รายงานว่าประเทศมีผลการใช้ถุงพลาสติกลดลงไปมาก และก้าวต่อไปของอินโดนีเซีย คือการวางแผนออกกฎหมายที่จะเก็บภาษีถุงพลาสติกไม่ต่ำว่า 200 รูเปียห์ (0.50 บาท) ต่อถุงหนึ่งใบ

ไต้หวัน

ในปี 2030 ประเทศไต้หวันมีแผนการห้ามใช้ถุงพลาสติก อุปกรณ์ ภาชนะเครื่องดื่มที่ใช้แล้วทิ้งอย่างเด็ดขาดในปี 2030 ในปี 2019 ร้านอาหารและเครื่องดื่มประเภทฟาสต์ฟู้ดและต้องไม่บริการหลอดพลาสติก ในปี 2020 จะมีการห้ามให้หลอดพลาสติกฟรีในร้านอาหารทุกประเภท

ถุงพลาสติก,
แกงถุง เป็นอาหารยอดนิยมในชีวิตประจำวันของคนไทยที่ยังมีการใช้พลาสติกเป็นบรรจุภัณฑ์ที่สำคัญ ขอบคุณภาพถ่ายจาก https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Thai_Soup_Take-away.JPG

ก้าวแรกของมาตรการลดการใช้ถุงพลาสติกในประเทศไทย

ตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา ในประเทศไทยเริ่มมีแนวคิดที่จะลดละเลิกถุงพลาสติกตามหน่วยงานราชการ และเอกชน เช่น ผู้ขายสินค้าต่างๆ อันเป็นรูปแบบการรณรงค์โดยสมัครใจ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติในประเทศไทยหลายแห่งเริ่มปรากฏให้เห็นถึงผลกระทบจากพลาสติกที่กลายเป็นขยะตกค้าง และส่งผลต่อสัตว์ที่อาศัยอยู่โดยรอบ โดยเฉพาะพื้นที่ทะเล จนต้องมีประกาศปิดสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติบางแห่ง

และตั้งแต่ต้นปี 2019 เป็นต้นมา ประเทศไทยเริ่มมาตรการลดถึงพลาสติกอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นมาตรการเชิงรุกอย่างการห้ามให้พลาสติกหุ้มฝาเครื่องดื่ม มาตรการการห้ามใช้ถุงพลาสติกในสถานศึกษา การจดแจกถุงพลาสติก 1 วันต่อเดือน หรือแม้กระทั่งใช้การศิลปิน ดารานักร้องที่มีชื่อเสียงเพื่อทำแคมเปญจ์รณรงค์การไม่รับถุงพลาสติกโดยเฉพาะ

จนในเดือนเมษายนที่ผ่านมา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้รายงานว่า ประเทศไทยสามารถลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกตามตลาดสด ร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ และร้านสรรพสินค้าได้มากถึง 1,300-1,500 ล้านใบ หรือประมาณ 2,686 ตัน

สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของความตระหนักในการลดใช้ถุงพลาสติกของคนไทย ดังนั้น ในวันที่ 3 กรกฎาคม อันเป็นวันปลอดถุงพลาสติกสากล บรรดาห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เช่น เดอะมอลล์ทุกสาขา, สยามพารากอน, ดิเอ็มโพเรียม, ดิเอ็มควอเทียร์ และห้างอื่นๆ ในเครือ ได้เตรียมงดให้บริการถุงพลาสติก และแนะนำให้ลูกค้านำถุงผ้ามาใส่สินค้า หรือบริจาค 1 บาท ในกรณีที่ต้องการรับถุงพลาสติก เพื่อนำเงินไปสนับสนุนกิจกรรมทางสิ่งแวดล้อม

และเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ห้างสรรพสินค้าในเครือเซ็นทรัลได้ประกาศแคมเปญจ์งดแจกถุงพลาสติกให้กับลูกค้า และแจกถุงกระดาษแทน รวมไปถึงร้านค้าปลีกในเครือ เช่น ซูเปอร์สปอต บีทูเอส ออฟฟิศเมท เป็นต้น

ในส่วนของซุปเปอร์มาเก็ต เช่น เทสโก โสตัส ได้ยกเลิกใช้บรรจุภัณฑ์กับผลิตภัณฑ์อาหารทุกสาขาแล้ว ด้านบิ๊กซี ยังมีบริการให้ถุงพลาสติกกับลูกค้า แต่ละมีการกำหนดวันงดแจกถุงพลาสติก ประจำสัปดาห์หรือประจำเดือน

ถุงพลาสติก
วิธีการจำหน่ายสินค้าแบบเติม โดยให้ลูกค้านำบรรจุภัณฑ์มาด้วยตัวเอง ถือเป็นวิธีการลดพลาสติกที่ได้ผลอีกวิธีหนึ่ง ภาพถ่ายโดย ANNE CUSACK, LOS ANGELES TIMES/GETTY

นอกจากมาตรการจากร้านค้าปลีกยักษ์ใหญ่ ในส่วนของระดับแบรนด์นั้นก็มีการขยับตัวจาก ยูนิโคล (Uniqlo) แบรนด์เสื้อผ้าสตรีทแฟชั่นจากประเทศญี่ปุ่นได้ประกาศงดการใช้ถุงพลาสติกในทุกสาขา “ทั่วโลก” (รวมถึงประเทศไทย) และเปลี่ยนมาใช้ถุงกระดาษแทน ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนนี้เป็นต้นไป

แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์บางส่วนว่า มาตรการงดใช้ถุงพลาสติกของห้างสรรพสินค้ายักษ์ออกจะกะทันหันไปสักนิด จนส่งผลกระทบต่อลูกค้าที่ไม่ได้เตรียมตัวอยู่บ้าง แต่จากกรณีศึกษาจากมาตรการลดพลาสติกทั่วเอเชีย ก็จะพบได้ว่าในช่วงของการดำเนินการช่วงแรกย่อมได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากทั้งผู้ค้าและผู้ซื้อ แต่ในท้ายที่สุดมักปรากฏผลการลดการใช้พลาสติกที่น่าพอใจ และประชาชนเกิดความคุ้นชินในที่สุด เพียงแต่ต้องอาศัยระยะเวลาของประชาชนในการปรับตัวกับชีวิตที่ลดพลาสติกมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม สำหรับประเทศไทย ยังมีโจทย์สำคัญว่า จะมาตรการลดถุงพลาสติกในระดับร้านค้าครัวเรือน เช่นในตลาดสด หรือร้านค้ารายย่อยได้อย่างไร ซึ่งอาจจะต้องอาศัยมาตรการทางกฎหมาย หรือมาตรการทางภาษีบังคับผู้ค้าทุกคนอย่างเท่าเทียมเช่นเดียวกับกรณีเดียวกันที่เคยเกิดขึ้นในต่างประเทศ มิฉะนั้นการลดพลาสติกในประเทศไทยจะกลายเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดแค่ในบางภาคส่วนของประเทศ และไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์การลดใช้พลาสติกได้อย่างสมบูรณ์

แหล่งอ้างอิง

How are Asian countries tackling plastic pollution?

ดีเดย์ 3 ก.ค.นี้ ห้างดังงดแจกถุงพลาสติก 100% 

2 ยักษ์เอาจริง ‘เทสโก้ โลตัส’ เลิกใช้บรรจุภัณฑ์โฟมทั้งหมด ขณะที่ ‘เซ็นทรัล’ ประกาศงดให้ถุงพลาสติก 

ข่าวดี ! 8 เดือนไทยลดขยะถุงพลาสติก 1,300 ล้านใบ

Uniqlo ประกาศงดแจกถุงพลาสติก เปลี่ยนมาให้ “ถุงกระดาษ” เริ่มพร้อมกันทั่วโลก 1 กันยายนนี้


อ่านเพิ่มเติม รัฐนิวยอร์กเริ่มมีมาตรการงดใช้ถุงพลาสติกแล้ว 

เรื่องแนะนำ

ประวัติย่อการล่าสัตว์ของมนุษย์

ย้อนรอยเส้นทางการล่าสัตว์ของมนุษย์: จากการล่าเพื่อยังชีพในธรรมชาติ เพื่อถ่ายรูป เลี้ยงไว้ล่าเล่น และการค้าขายสัตว์ป่า “เราเป็นผู้บริโภคธรรมชาติมากกว่าเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ” – ไมเคิล แพเทอร์นิที กระดูกสันหลังของช้างแมมมอทขนยาวซึ่งพบตรงบริเวณที่แม่นํ้าออบและแม่นํ้าอีร์ติชไหลมาบรรจบกันดูเหมือนว่าถูกแทงด้วยอาวุธที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยมีร่องรอยของสะเก็ดหินอยู่ภายในกระดูกชิ้นหนึ่ง เป็นหลักฐานการล่าสัตว์แรกสุดที่แสดงว่าช้างถูกฆ่าด้วยนํ้ามือมนุษย์ ซึ่งสืบย้อนกลับไปถึงไซบีเรียเมื่อเกือบ 14,000 ปีก่อน ทว่าการล่าสัตว์เป็นมากกว่าเครื่องตอบแทนเพื่อการยังชีพ เพราะเมื่อถึงยุคหนึ่งการล่าสัตว์กลายเป็นเครื่องแสดงสถานะในสังคมความเป็นชายและพลังอำนาจ  ภาพสลักของชาวอัสซีเรียเมื่อ 650 ปีก่อนคริสตกาล แสดงภาพสิงโตกำลังถูกปล่อยจากกรงเพื่อให้กษัตริย์ที่ทรงรถม้าฆ่า  ขณะที่ชาวมาไซฆ่าสิงโตในพิธีเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นผู้ใหญ่มาช้านานแล้ว เป็นต้น เมื่อมีอาวุธดีขึ้น การล่าสัตว์ยังวิวัฒน์เป็นกีฬาที่มีการแบ่งชนชั้นและบางครั้งเป็นตัวอย่างอันร้ายกาจของ ความสูญเปล่า ในบันทึกจากปี 1760 ของชไนเดอร์เคาน์ตี รัฐเพนซิลเวเนีย พรานสองคนยิงสัตว์ป่ามากกว่าหนึ่งพันตัว เมื่อล่วงเข้าสู่ปลายศตวรรษที่สิบแปด พรานนิรนามชาวอังกฤษเขียนหนังสือชื่อ คู่มือนักกีฬา หรือ ความเรียงเรื่องการยิงสัตว์ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการล่าสัตว์อย่างยุติธรรมและบรรยายถึง “กฎเกณฑ์สำหรับสุภาพบุรุษ” รวมถึงการจำกัดจำนวนสัตว์ที่ถูกฆ่า ในปี 1887 เทโอดอร์ (เท็ดดี) โรสเวลต์ ก่อตั้งชมรมบูนและคร็อกเกตต์ อันเป็นการรวมตัวของกลุ่มพรานผู้ทรงอิทธิพลชาวอเมริกัน และต่อมามีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งระบบอุทยานแห่งชาติของสหรัฐฯ ต่อมาในปี 1934 ที่โรงแรมนอร์ฟอล์กในกรุงไนโรบี ประเทศเคนยา พรานชาวผิวขาวก่อตั้งสมาคมพรานอาชีพ แอฟริกาตะวันออกขึ้น สมาคมนี้ประกาศหลักเกณฑ์ เกียรติยศ และผลักดันให้ออกเป็นกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ […]

โซลาร์เซลล์ลอยน้ำแบบไฮบริด โดย กฟผ.

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. กำลังดำเนินโครงการก่อสร้าง โซลาร์เซลล์ลอยน้ำแบบไฮบริด เขื่อนสิรินธรใหญ่ที่สุดในโลก ล่าสุดคืบหน้าแล้วกว่าร้อยละ 80 พร้อมเร่งติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ให้ครบ 7 ชุดตามแผน คาดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้กลางปี 2564 เพื่อเสริมความมั่นคงพลังงานสะอาดของประเทศไทย และเตรียมผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดอุบลราชธานี พลังงานหมุนเวียนนับเป็นพลังงานสะอาดจากธรรมชาติที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ โดยเฉพาะการนำพลังงานหมุนเวียนมาผลิตไฟฟ้า เนื่องจากเป็นทางออกหนึ่งในการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศ แต่พลังงานเหล่านี้ยังมีข้อจำกัดในการนำมาใช้ผลิตไฟฟ้าที่ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศที่มีความผันผวนตลอดเวลา ตัวอย่างเช่น โซลาร์เซลล์จะผลิตไฟฟ้าได้ก็ต่อเมื่อมีแสงแดด และต้องมีความเข้มแสงที่เหมาะสมเท่านั้น จากข้อจำกัดดังกล่าวจึงส่งผลให้ยังไม่สามารถนำพลังงานแสงอาทิตย์ หรือพลังงานหมุนเวียนประเภทอื่น ๆ มาเป็นแหล่งพลงงานหลักสำหรับผลิตไฟฟ้าได้เมื่อเทียบกับพลังงานจากฟอสซิล และทำให้เกิดนวัตกรรม โซลาร์เซลล์ลอยน้ำแบบไฮบริด ในวันนี้ ประเทศไทยได้นำโซลาร์เซลล์มาติดตั้งบนผิวน้ำ ซึ่งนอกจากจะมีข้อดีในการลดการใช้พื้นที่บนบกแล้ว ยังนำระบบไฮบริดมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าการติดตั้งบนพื้นดิน สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิรินธร หรือ Hydro-floating Solar Hybrid เป็นโครงการนำร่องแห่งแรกของ กฟผ. ที่นำพลังงานหมุนเวียนสองประเภทจาก “พลังงานแสงอาทิตย์” และ “พลังน้ำ” มาผลิตไฟฟ้าแบบผสมผสาน หรือเรียกว่าระบบไฮบริด เพื่อลดข้อจำกัดของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่การผลิตไฟฟ้าจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ “เมื่อดำเนินการก่อสร้างจนเสร็จสมบูรณ์ ระบบไฮบริดมีขนาดกำลังผลิต 45 เมกะวัตต์ ถือเป็นโครงการโซลาร์เซลล์ทุ่นลอยน้ำแบบไฮบริดที่ใหญ่ที่สุดในโลก” ฉัตรชัย มาวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำและพลังงานหมุนเวียน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย […]

สืบสานงานอนุรักษ์ของบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ สืบ นาคะเสถียร

สืบ นาคะเสถียร คือชื่อของชายคนหนึ่งผู้ยอมทำทุกอย่างแม้กระทั่งสละชีวิตเพื่อการอนุรักษ์ ผู้อยู่เบื้องหลังมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของไทย เสียงปืนในวันนั้นยังดังอยู่แม้เลือนจางไปกับกาลเวลาบ้าง

โครงการอนุรักษ์สัตว์ป่าแห่งบุรีรัมย์ ที่ฟื้นคืนฝูงนกกระเรียนพันธุ์ไทยจากการสูญพันธุ์

โครงการอนุรักษ์สัตว์ป่าที่การฟื้นคืนฝูง นกกระเรียน พันธุ์ไทยจากการสูญพันธุ์ และทำให้ชาวบ้านหันมาทำนาอินทรีย์กันทั้งชุมชน โลกของเรามี นกกระเรียน 15 ชนิด ตั้งแต่นกกระเรียนพันธุ์ยุโรป นกกระเรียนพันธุ์ไซบีเรีย นกกระเรียนพันธุ์ออสเตรเลีย นกกระเรียนกู่แห่งทวีปอเมริกา มาจนถึงนกกระเรียนพันธุ์ไทย (Eastern Sarus Crane) ที่มีขนาดใหญ่โตที่สุด เมื่อโตเต็มวัย โดยมีความสูงถึง 1.8 เมตร จึงนับเป็นนกบินได้ที่สูงที่สุดในโลก เชื่อว่าทุกคนรู้จักชื่อนกกระเรียน แล้วรู้หรือไม่ว่า นกกระเรียนพันธุ์ไทย เคยสาบสูญไปจากธรรมชาติเมืองไทยนานถึง 50 ปี แต่ตอนนี้พวกมันได้กลับมาแล้ว ซึ่งเกิดจากน้ำพักน้ำแรงของเหล่านักอนุรักษ์ และชาวนาแห่งอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก จังหวัดบุรีรัมย์ ใน ‘โครงการการปล่อย นกกระเรียน พันธุ์ไทยคืนสู่ธรรมชาติ’ เมื่อ 50 ปีก่อน บริเวณนี้คือ พื้นที่ชุ่มน้ำ แหล่งอยู่อาศัยตามธรรมชาติอันสมบูรณ์ของเหล่านกกระเรียน มาวันนี้เมื่อทุกอย่างเปลี่ยนไปจากหนองน้ำกลายเป็นทุ่งนา ความเป็นอยู่ของชาวบ้านถูกชี้วัดด้วยผลผลิตข้าวจำนวนมหาศาลในแต่ละปี ฉะนั้นการกลับมาของฝูงนกกระเรียนจึงเป็นความท้าทายของทั้งนกและคน ความท้าทายของการเพาะพันธุ์นกกระเรียน เลี้ยงดูให้เติบโตอและเตรียมความพร้อมให้พวกมันออกไปใช้ชีวิตได้ตามธรรมชาติว่ายากแล้ว แต่การทำงานร่วมกับชาวบ้านเจ้าของที่นาในปัจจุบันนั้นยากยิ่งกว่า เพราะความสำเร็จของภารกิจนี้คือ นกต้องอยู่รอดได้ด้วยตัวเองในธรรมชาติ ดังนั้นชาวบ้านในชุมชนจึงต้องเข้าใจและเต็มใจทำมาหากิน ไปพร้อมกับนกกระเรียนที่มาหากินและอยู่อาศัยในพื้นที่นาของตัวเอง จากจุดเริ่มต้นโครงการ ใน พ.ศ. […]