โตโน่ ภาคิน กับโครงการที่ทำให้คนทั่วไปหันมาสนใจปัญหาสิ่งแวดล้อม

โตโน่ – ภาคิน กับภารกิจว่ายน้ำข้ามทะเล

“เมื่อผมรู้สึกได้ว่าอากาศและสิ่งแวดล้อมกำลังแย่ลง ผมจึงอยากช่วยเป็นหนึ่งเสียงที่ช่วยให้คนในสังคมสนใจเรื่องนี้” โตโน่ – ภาคิน คำวิลัยศักดิ์

ภายในอาคารของคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สระว่ายน้ำในร่มที่ใช้เป็นสถานที่ฝึกซ้อมการว่ายทวนกระแสน้ำ ตั้งอยู่กลางโถงใหญ่ดูคล้ายฐานปฏิบัติการลับในภาพยนตร์ วันนี้ กองบรรณาธิการออนไลน์ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย กำลังพูดคุยกับ โตโน่ นักร้อง นักแสดง และล่าสุดเขาคือ ทูตแห่งมหาสมุทรเพื่อความยั่งยืนแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากองค์การสหประชาชาติเพื่อมหาสมุทร (UN Ocean Conference) เขามาฝึกซ้อมว่ายน้ำที่นี่กับคุณครูและผู้ฝึกสอน เพื่อเตรียมตัวสู่โปรเจกต์ใหญ่ในชีวิต ONE MAN & THE SEA หนึ่งคนว่าย หลายคนช่วย

โตโน่

บรรยากาศสบายและเป็นกันเองภายในห้องควบคุมบริเวณด้านบนของสระน้ำ โตโน่เล่าย้อนไปถึงกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่เขาลงมือทำมาเป็นเวลาหนึ่งปี “โครงการเก็บรักษ์” เป็นกิจกรรมที่เขาได้เริ่มมองเห็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และตระหนักว่า ผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมกำลังขยายวงกว้างออกไป “ผมเห็นว่าทะเลกำลังได้รับผลกระทบจากปัญหาขยะ ซึ่งทะเลเป็นแหล่งกำเนิดของสรรพชีวิต แต่ก็เป็นปลายทางของขยะด้วยเช่นกัน” โตโน่บอกและเสริมว่า “กิจกรรมการว่ายน้ำครั้งนี้จึงน่าจะเป็นตัวเชื่อมโยง และเป็นกระบอกเสียงหนึ่ง ที่สร้างความตระหนักให้กับทุกคนหันมาใส่ใจเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากขึ้น

คุณคิดว่า ตัวคุณเองได้รับผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างไร จนทำให้คุณต้องลุกขึ้นมาทำกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม

จากชีวิตประจำวันก็คงเป็นเรื่อง PM2.5 สภาพภูมิอากาศที่ร้อนและยาวนานขึ้น และภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้นทุกวัน เช่นกรณีอุทกภัยครั้งล่าสุดที่อุบลราชธานี สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่เราสัมผัสได้ตอนนี้มันเปลี่ยนไปมาจากความทรงจำตอนวัยเด็ก เราอาจจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมในสเกลระดับประเทศให้ดีขึ้นภายในหนึ่งเดือนหรือหนึ่งปี แต่เราก็ต้องเริ่มทำอะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้สิ่งแวดล้อมแย่ลงไปกว่านี้ เราจึงเริ่มจากโครงการเก็บรักษ์ เมื่อเราเริ่มลงมือทำอย่าจริงจัง และมีคนเห็นความสำคัญของสิ่งที่เราทำ ผมจึงมีโอกาสได้รับเชิญไปศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น เรื่องการบริหารจัดการขยะอย่างถูกต้อง ตั้งแต่การแยกขยะระดับครัวเรือน การจัดการขยะที่โรงทิ้งขยะ และการนำขยะกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล

โตโน่

สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากกว่าเรื่องการจัดการ ผมมองว่า คือเรื่องจิตสำนึกส่วนบุคคล ที่เข้าใจและตระหนักว่า เราช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เพราะกฎหมายหรือข้อบังคับ แต่เพราะสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติกำลังแย่ลงจริงๆ

การว่ายน้ำในทะเลมีหลายปัจจัยที่ส่งผลให้ยากขึ้น คุณฝึกซ้อมอย่างไร

ผมไม่ใช่นักว่ายน้ำ และไม่เคยว่ายน้ำในทะเลมาก่อน ในตอนเริ่มซ้อม ผมคิดว่า ผมสามารถว่ายท่ากบเป็นระยะทางไกลได้ แต่ครูฝึกบอกว่า ไม่สามารถว่ายท่ากบสำหรับระยะทางไกลได้ เนื่องจากส่งผลต่อหัวเข่า ผมจึงต้องเริ่มฝึกว่ายน้ำท่าฟรีสไตล์เพื่อว่ายในทะเลเมื่อเจ็ดเดือนที่ผ่านมา ผมซ้อมที่จุฬาฯ เป็นการฝึกว่ายทวนกระแสน้ำ ที่บึงตะโก้ และในทะเลเปิด ผมรู้ว่าสิ่งที่กำลังทำยากมาก แต่เมื่อผมมองเห็นถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่กำลังเกิดขึ้น ผมรู้สึกว่า ถ้าเราไม่ทำอะไรเลยกลับน่ากลัวยิ่งกว่า ผมได้รับการสนับสนุนจากทีมงานภาคสนามอย่างเต็มที่ ทั้งทีมเรือคายัค ทีมครูสอนว่ายน้ำ และหน่วยงานอื่นๆ เรื่องที่จะเกิดขึ้นในวันจริงผมคงคาดเดาอะไรไม่ได้ แต่อย่างน้อยเรารู้ว่า เราทำเพื่ออะไร

โตโน่

โตโน่

ภาพประชาสัมพันธ์โครงการที่มีมนุษย์ว่ายน้ำอยู่กับขยะ คุณมีแนวความคิดในการถ่ายภาพชุดนี้อย่างไร

ทางทีมงานทุกคนช่วยกันระดมความคิดครับ เราคิดว่า เรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง ผมจึงชวนเพื่อนๆ ในวงการบันเทิงมาช่วยกัน และได้รับเกียรติจากคุณติ๋ม-พันธ์สิริ สิริเวชชะพันธ์ เป็นช่างภาพในการถ่ายคอลเล็กชันนี้ เราพยายามสื่อว่าขยะแต่ละประเภทส่งผลกระทบอย่างไร และมนุษย์ได้รับผลกระทบอย่างไรจากขยะ และเราสามารถใช้วัสดุอะไรทดแทน เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติก จึงเกิดเป็นภาพชุดนี้ขึ้นมา ในภาพ ทีมงานใช้ขยะที่มาจากโครงการเก็บรักษ์ บางส่วนได้รับมาจากหน่วยงานอื่นๆ ที่ทำงานด้านขยะ ผมรู้สึกขอบคุณทุกคนที่มีส่วนช่วยโครงการนี้ ทุกคนมาด้วยใจโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเลย

โตโน่

ช่วยพูดถึงโครงการ ONE MAN & THE SEA หนึ่งคนว่าย หลายคนช่วย

เป็นโครงการที่ผมต้องการเป็นหนึ่งกระบอกเสียงปลุกจิตสำนึกคนไทยให้ทันมาสนใจปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยการว่ายน้ำตัวเปล่า ข้าม 12 เกาะ จากสุราษฎร์ธานีถึงเกาะสมุย เริ่มต้นวันที่ 19 มีนาคม 2020 และคาดว่าจะสิ้นสุดวันที่ 5 เมษายน 2020 พร้อมชวนคนไทยร่วมสมทบทุนซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อช่วยเหลือสัตว์ทะเล และโรงพยาบาลริมชายฝั่ง ในหลังจบโครงการผมจะนำเงินที่ได้มาทั้งหมดมอบให้กับศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร จังหวัดภูเก็ต ส่วนงานช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก จังหวัดระยอง และศูนย์อนุกรักษ์พันธุ์เต่าทะเล เกาะมันใน จังหวัดระยอง รวมถึงโรงพยาบาริมชายฝั่ง โดยสามารถบริจาคผ่านทาง บัญชีธนาครไทยพาณิชย์ สาขาเพชรบุรีตัดใหม่ ชื่อบัญชี: มูลนิธิเพื่อชนบทแห่งประเทศไทยฯ เพื่อโครงการเทใจ (TRRM FOR TAEJAI) เลขบัญชี 043-272833-9 สามารถติดตามรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เก็บรักษ์ และทางอินตาแกรม เก็บรักษ์

โตโน่

เรื่องแนะนำ

เหตุเกิด ณ อ่าวพร้าว – ย้อนรอยเหตุการณ์ น้ำมันรั่ว 50,000 ลิตร เกาะเสม็ด ปี 2556

ภารกิจขจัดคราบน้ำมัน จากเหตุการณ์ น้ำมันรั่ว ปี 2556 ผ่านไปอย่างรวดเร็วราวสายลมทะเล ทว่าเบื้องหลังน้ำใสๆ นั้นอาจเป็นเพียงภาพลวงตา “อย่างแรกที่ผมมองหาคือสิ่งมีชีวิตที่น่าจะได้รับผลกระทบจาก นํ้ามันรั่ว จนมาเจอปลาขนาดประมาณกระดาษ A4  สองตัวนอนตายอยู่บนหาด  มีคราบนํ้ามันบางๆ เกาะบนปากกับเหงือกเหมือนสำลักนํ้ามันมา”  นี่คือสิ่งที่เริงฤทธิ์  คงเมือง พบเห็นเป็นสิ่งแรกๆ หลังเดินทางถึงอ่าวพร้าว เกาะเสม็ด  ในคํ่าคืนที่สังคมกำลังฮือฮากับสโมสรฟุตบอลจากอังกฤษ  ข่าวอดีตพระเครื่องบินเจ็ตผู้ยังหลบหนีอยู่ในต่างประเทศ  และกรณีนํ้ามันดิบรั่วนอกชายฝั่งจังหวัดระยองยังเป็น เพียงข่าวเล็กๆในโลกออนไลน์ “ทะเลกับหาดทรายเป็นสีดำไปหมด  คลื่นทะเลเหนียวๆข้นๆ เหมือนช็อกโกแลต เสียงคลื่นแตกฟองดังบุ๋งๆ อย่างกับหินภูเขาไฟ  แต่ที่สุดคงเป็นกลิ่นนํ้ามันที่ฉุนแรงเกินทนครับ”  เขาเล่าถึงคํ่าคืนแรกๆ ที่คลื่นลมและสายนํ้าพัดพามวลนํ้ามันดิบมาเกยฝั่ง  ช่างภาพผู้เคยผ่านงานด้านสิ่งแวดล้อมมาแล้วหลายสนามรายนี้ค่อนข้างตกใจกับวิธีการขจัดคราบนํ้ามันปริมาณมหาศาลบนชายหาดอ่าวพร้าว ซึ่งชาวประมงท้องถิ่นทราบดีว่าเป็นภูมิศาสตร์อ่าวที่กระแสนํ้ามักพัดพาขยะทะเลมาเกยฝั่งมากที่สุด “คืนนั้นมีเจ้าหน้าที่ 7-8 คน  ผลัดเวรกันเฝ้าเครื่องสูบนํ้าที่มีแค่เครื่องเดียว” ตัวเลขที่เผยแพร่บอกว่า นํ้ามันรั่ว ไหลคราวนี้มีปริมาณราว 50,000 ลิตร  อยู่ห่างจากเกาะเสม็ดไปประมาณ 10 ไมล์ทะเล (ราว 18 กิโลเมตร)  ต้นเหตุ มาจากท่อขนถ่ายนํ้ามันกลางทะเลชำรุดระหว่างการขนถ่ายนํ้ามันดิบจากเรือบรรทุกขึ้นฝั่งไปยังโรงกลั่นนํ้ามันในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด  เจ้าหน้าที่พยายามล้อมกรอบนํ้ามันด้วยทุ่นดักคราบนํ้ามันแล้วในเบื้องต้นเพื่อสูบออกจากน่านนํ้า  ทว่าคลื่นลมแรงทำให้นํ้ามันหลุดรอดออกไปเช่นเดียวกับการฉีดพ่นสารสลายคราบนํ้ามันซึ่งไม่เพียงพอต่อการสลายคราบนํ้ามันปริมาณมหาศาลในเวลาอันสั้น ภาพถ่ายดาวเทียมจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) เผยให้เห็น […]

โลกมีมหาสมุทรแห่งใหม่แล้ว คุณสามารถบอกชื่อทั้ง 5 แห่ง ได้หรือไม่

เนื่องในวันมหาสมุทรโลก ปี 2021 นักวาดแผนที่ของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก กล่าวว่ากระแสน้ำที่เชี่ยวกรากของทวีปแอนตาร์ติกมีความโดดเด่น และเหมาะสมที่จะมีชื่อเป็นของตนเอง นั่นคือ “มหาสมุทรใต้” สำหรับผู้ที่คุ้นเคยกับ มหาสมุทรใต้ ที่ล้อมรอบทวีปแอนตาร์กติกา พวกเขาทราบดีว่ามันไม่เหมือนที่อื่น “ใครก็ตามที่เคยย่างเข้าไปต่างยากที่จะอธิบายถึงสิ่งความพิศวงของมัน แต่พวกเขามีความเห็นที่ตรงกันคือ ธารน้ำแข็งมีสีฟ้ามากขึ้น อากาศเย็นลง ภูเขาที่ดูน่ากลัว และภูมิประเทศที่น่าดึงดูดใจมากกว่า เมื่อเทียบกับที่อื่นที่คุณสามารถเข้าถึงได้” เซธ ไซโครา-บอดี นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลขององค์การมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติอเมริกาหรือ NOAA และเป็นนักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก กล่าว นับตั้งแต่เนชั่แนล จีโอกราฟฟิก เริ่มสร้างแผนที่ในปี 1915 เรารู้จักมหาสมุทรทั้งหมด 4 แห่งได้แก่ มหาสมุทรแอตแลนติก แปซิฟิก อินเดีย และอาร์กติก แต่ในวันมหาสมุทรโลก (8 มิถุนายน ของทุกปี) นี้ มหาสมุทรใต้จะถูกเพิ่มเข้าไปเป็นมหาสมุทรแห่งที่ห้าของโลกอย่างเป็นทางการ “มหาสมุทรใต้เป็นที่รู้จักของนักวิทยาศาสตร์มานานแล้ว แต่เนื่องจากไม่เคยมีข้อตกลงระดับนานาชาติ จึงไม่ได้มีการยอมรับอย่างเป็นทางการ” อเล็กซ์ เทต จากสมาคมนักภูมิศาสตร์ของเนชั่แนล จีโอกราฟฟิก กล่าว  นักภูมิศาสตร์ต่างถกเถียงกันว่า น่านน้ำรอบ ๆ […]

วิกฤติ น้ำ ในดินเดีย

การเดินเท้าผ่านอินเดียเป็นระยะทาง 3,900 กิโลเมตร เผยให้เห็นพลังดึงดูดลี้ลับของมหานทีศักดิ์สิทธิ์ และวิกฤติ น้ำ ที่คุกคามวิถีชีวิตของผู้คน ผมกำลังเดินเท้าท่องโลก ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา ผมเดินทางย้อนรอยเส้นทางของ โฮโม เซเปียนส์ ที่รอนแรมจากแอฟริกาในยุคหินออกมาสำรวจโลกสมัยบรรพกาล ไม่มีที่แห่งใดในการเดินทางด้วยเท้าของผม ไม่ว่าจะในชาติหรือทวีปใด ที่ผมได้พบเห็นเคราะห์กรรมทางสิ่งแวดล้อมในระดับเดียวกับวิกฤติขาดแคลน น้ำ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับอินเดีย ซึ่งร้ายแรงน่ากลัวจนแทบไม่อยากนึกถึง เรื่อง พอล ซาโลเพก ภาพถ่าย จอห์น สแตนเมเยอร์ ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลก บ้านของผู้คนกว่า 1,300 ล้านคน และภูมิทัศน์ได้รับการสลักเสลาจากมหานทีศักดิ์สิทธิ์ ทั้งสินธุ คงคา พรหมบุตร และลำน้ำสาขาอันทรงพลังทั้งปวง อินเดียกำลังยืนโงนเงนอยู่บนขอบผาแห่งภาวะฉุกเฉินทางน้ำโดยยังไม่ทราบผลพวงที่จะเกิดขึ้น ผู้คนราว 100 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในมหานคร 21 แห่งของอินเดีย รวมถึงกรุงเดลี เมืองเบงกาลูรู (บังคาลอร์) และไฮเดอราบาด อาจสูบน้ำบาดาลจนเหือดแห้งภายในสิ้นปีนี้ เกษตรกรในรัฐปัญจาบทางภาคเหนือของอินเดีย ซึ่งเป็นอู่ข้าวอู่น้ำสำคัญของเอเชีย คร่ำครวญว่าระดับน้ำบาดาลที่ถูกสูบขึ้นมาใช้อย่างไม่หยุดหย่อนลดลง 12 ถึง 18 หรือกระทั่ง 30 เมตรภายในชั่วรุ่นเดียว และมลพิษในรูปกากของเสียอุตสาหกรรม […]