หมออีม คือหญิงไทยคนแรกที่ผ่านการปีนเขาจากเจ็ดทวีป และนี่คือเรื่องราวของเธอ

หมออีม หญิงไทยคนแรกผู้ขึ้นสู่ยอดเขาทั้งเจ็ดทวีป

“การก้าวไปถึงจุดสูงสุดอาจไม่ใช่ความสุขที่ยิ่งใหญ่ แต่การกลับลงมาอย่างปลอดภัย คือสิ่งที่สำคัญกว่า” – หมออีม  นภัสพร ชำนาญสิทธิ์

บ่ายวันหนึ่ง ขณะนั่งทำงานตามปกติอยู่ในออฟฟิศ นิ้วมือพลันเลื่อนเมาส์ไปเจอข้อความที่ปรากฏในแถบแจ้งเตือนบนเฟซบุ๊ก ฉันอ่านข้อความจนจบอย่างถี่ถ้วนสองสามรอบ ความปลื้มปริ่มเกิดขึ้นในใจเมื่อทราบถึงจุดประสงค์ของผู้ส่งสาร ที่ต้องการให้เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย นำเสนอเรื่องราวของ หมออีม ทันตแพทย์หญิง นภัสพร ชำนาญสิทธิ์

จากจุดเริ่มต้นจนถึงความสำเร็จ

เมื่อปี 2016 หมออีม คือผู้หญิงไทยคนแรกที่พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์อันเลื่องชื่อได้สำเร็จ และชื่อของเธอกลับมาปรากฏบนหน้าสื่ออีกครั้งหลังจากเธอพิชิตยอดเขา 7 แห่ง จาก 7 ผืนทวีป ช่วงสองสามปีที่ผ่านมา หมออีมกลายเป็นผู้หญิงที่คนไทยจับตามอง เธอคือคนไทยคนแรกที่ใช้ความพยายามและความร่วมมือจากหลายฝ่ายเดินทางไปสู่ยอดเขาทั้ง 7 แห่งได้สำเร็จ

หมออีม, 7 summits,
คุณคมรันต์ (ซ้าย) ผู้ชักชวนให้หมออีมเริ่มภารกิจพิชิตเอเวอเรสต์

การเดินทาของหมออีมเริ่มต้นจากการไปร่วมปีนเขากับคุณคมรัตน์ พิชิตเดช หรือที่คนในวงการปีนเขามักเรียกในนาม ป๋าคมรัตน์ ครั้งนั้น ป๋ามองเห็นความพิเศษในตัวหมออีมจากครั้งที่ไปร่วมปีนเขาบนเส้นทางคีนาบาลูบนเกาะบอร์เนียวด้วยกัน เขาจึงผลักดันให้เธอลองพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ และเธอตอบตกลง “เธอเป็นผู้หญิงที่เดินขึ้นเขาอย่างไม่รู้จักเหนื่อย ร่างกายฟื้นตัวได้เร็ว และเดินเร็ว” คุณธำรงค์ ปิยนราภร ผู้จัดการส่วนตัวของหมออีม เล่าให้เราฟัง “ปกติป๋าคมรัตน์มีประสบการณ์ปีนเขาร่วมกับคนไทยมาหลายคน และป๋าพอจะมองออกว่าใครสามารถขึ้นไปบนเอเวอเรสต์ได้ ซึ่งป๋ามองเห็นความพิเศษในตัวหมออีม

หลังจากนั้น คุณธำรงเข้ามามีบทบาทในการหาเงินทุนสนับสนุนเพื่อให้หมออีมและป๋าได้เดินทางไปทำภารกิจพิชิตเอเวอเรสต์ โดยการตั้งกลุ่มขึ้นมาชื่อ Thai Everest 2016 มีสมาชิกเริ่มต้นประมาณ 30 – 40 คน ในช่วงแรก ทุกคนช่วยกันระดมความคิดในการจัดกิจกรรมเพื่อให้ได้เงินทุนสนับสนุน ตั้งแต่การจัดจำหน่ายเสื้อยืด จัดชมภาพยนตร์รอบพิเศษ และจัดงานวิ่ง ซึ่งเป็นกิจกรรมเดียวที่ยังคงจัดต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้

หมออีม, ปีนเขา, แรงบันดาลใจ, กางเต็นท์

เรื่องราวทุกอย่างเหมือนกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี แต่ไม่มีเส้นทางไหนที่ผ่านไปได้แบบไร้การทดสอบ ช่วงที่หมออีมและป๋าเดินทางไปถึงเนปาลเพื่อพิชิตยอดเอเวอเรสต์ อยู่ในช่วงเกิดข้อพิพาทระหว่างจีนและทิเบต จึงต้องเปลี่ยนแผนการเดินทางจากเดิมที่ตั้งใจว่าจะใช้เส้นทางขึ้นเขาฝั่งทิเบต มาเป็นฝั่งเนปาล ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น งบประมาณที่เตรียมไปจึงไม่เพียงพอ “เราจึงต้องระดมทุนกันอีกครั้ง เพื่อให้หมอได้ขึ้นเขา โดยการไปกู้ยืมเงินมา และเอาความสำเร็จของหมออีมเป็นประกัน” คุณธำรงค์เล่า

7 summits, หมออีม, ภูเขา, ยอดเขาทั้งเจ็ดทวีป
ภาพแสดงลำดับการปีเขาของหมออีมจากเอเวอเรสต์จนจบโครงการ

กระบวนการพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ดำเนินไปจนกระทั่งหมออีมกลับลงมาอย่างปลอดภัย และกลายเป็นบุคคลในสื่อทั้งไทยและต่างประเทศ ตอนเริ่มปีนเขาเอเวเรสต์หมออีมและป๋าเดินทางขึ้นไปด้วยกัน แต่ป๋าคมรัตน์ต้องหยุดการพิชิตไว้กลางทางเนื่องจากปัญหาสุขภาพ และปล่อยหมออีมขึ้นสู่ยอดเขาเพียงลำพัง เรื่องราวทุกอย่างหลังจากการพิชิตเอเวอเรสต์สำเร็จดูง่ายขึ้น ทางผู้จัดการและทีมงานจึงจัดทำโครงการ 7 Summits ไปยังบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ผลคือ หมออีมได้รับทุนสนับสนุนจำนวนหนึ่งจาก ปตท. ในการเดินทางไปพิชิตยอดเขาอื่นๆ ที่เหลืออยู่

แต่เนื่องจากงบประมาณสนับสนุนที่เสนอไป ครอบคลุมเฉพาะตัวหมออีมเพียงคนเดียว จึงนับได้ว่าหมอเดินทางคนเดียวตลอดเส้นทางที่เหลือ “หมออีมไม่เคยทำให้เราผิดหวัง สามารถพิชิตยอดเขาทั้งหมดมาได้ตลอดปี 2016 ถึงปี 2017” คุณธำรงค์กล่าวและเสริมว่า “จนกระทั่งมาถึงยอดเขาลำดับที่ 6 เทือกเขาเดนาลี (หรือเมานต์แมกคินลีย์) ทวีปอเมริกาเหนือ การพิชิตยอดเขาต้องหยุดชะงักชั่วคราว เนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ทุกอย่างข้างบนนั้นขาวโพลนจนมองไม่เห็นเส้นขอบฟ้าตัดกับแผ่นดิน” คุณธำรงค์อธิบาย

ปีเขา, แอดเวนเจอร์, หมออีม

หมออีมจำเป็นต้องกลับมาตั้งต้นใหม่อีกครั้งที่เมืองไทย โดยเลื่อนแผนการพิชิตยอดเขาเดนาลีออกไปก่อน และการกลับไปพิชิตอีกครั้งต้องใช้เงินสนับสนุนอีกจำนวนหนึ่ง ทางทีมงานจึงร่วมกันจัดงานวิ่งเทรลรายการ “Trail Savanna Thailand” ที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จังหวัดพิษณุโลกเพื่อนำรายได้ไปสนับสนุนการพิชิตยอดเขาเดนาลี

ในขณะที่กลับไปพิชิตยอดเดนาลีอีกครั้ง หมออีมหอบความหวังของทีมงานที่เมืองไทยติดตัวไปด้วย “ในการเดินทางครั้งนั้นมีนักปีนเขาทั่วโลกทั้งหมด 4 คน ไม่นับรวมผู้นำทาง แต่มีหมออีมเพียงคนเดียวที่ไปถึงยอดเขาได้สำเร็จ” คุณธำรงค์บอก ความท้าทายของเทือกเขาแห่งนี้ คือสภาพอากาศที่แปรปรวนจนไม่สามารถพยากรณ์ล่วงหน้าได้ เนื่องจากเมานต์แมกคินลีย์ตั้งอยู่ในแนวโพลาร์วอร์เท็กซ์ (Polar vortex) และนักปีนเขาทั่วโลกประเมินความสำเร็จในการไปถึงจุดสูงสุดไว้เพียงร้อยละ 40

ความสำเร็จที่ต้องแลกมาด้วยแรงกาย แรงใจ และความร่วมมือ

หมออีมเป็นทันตแพทย์ประจำโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ทุกเช้า เธอตื่นขึ้นมาวิ่งวันละ 20 กิโลเมตร ออกกำลังกายด้วยน้ำหนัก (weight training) และฝึกการเดินขึ้นที่สูงในกรุงเทพที่อาคาร Energy Complex ของ ปตท. โดยการแบกถุงข้าวสารหนัก 20 กิโลกรัม และเดินขึ้นตึกสูง 36 ชั้น มีบางครั้งที่หมออีมอยากล้มเลิกความคิดนี้ไป แต่เมื่อเธอหันกลับมามองข้างหลัง เธอเห็นผู้คนมากมายที่คอยสนับสนุนเธอมาตลอด เธอเรียกพลังจากคนเหล่านี้ว่า “ลมใต้ปีก” เปรียบเหมือนแรงพยุงให้เธอลุกขึ้นเดินต่อไปได้อีกครั้ง

อีกหนึ่งแรงบันดาลใจผลักดันให้หมออีมเริ่มต้นกิจกรรมปีนเขาคือในหลวงรัชกาลที่ 9 ในเวลานั้น เธอรับชมคลิปวิดีโอของคุณหนึ่ง – วิธิตนันท์ โรจนพานิช คนไทยคนแรกที่ขึ้นสู่จุดสูงสุดของเอเวอเรสต์ และถือพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี หมออีมรู้สึกตื้นตันไปกับภาพบรรยากาศนั้น และเป็นจุดเริ่มต้นที่ผลักให้เธอก้าวข้ามขีดจำกัดต่างๆ ของตัวเองออกมาทำในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยทำ

หมออีมกล่าวเสมอว่า กำลังใจจากเพื่อนๆ ทุกคนที่คอยสนับสนุนเป็นส่วนสำคัญมาก เพราะถ้าไม่ได้ทุกคนที่คอยช่วยเธอคงไม่ได้มายืนอยู่จุดนี้ เพื่อนๆ คอยหาทุนให้ ขายเสื้อ และจัดงานวิ่ง ทีมงานที่เมืองไทยไม่เคยกดดันเธอ ระหว่างเดินผ่านความยากลำบากของเส้นทางบนภูเขาแต่ละลูก เธอจำเป็นต้องแยกแยะความกดดันกับเรื่องสภาพร่างกายออกจากกัน เพราะความปลอดภัยของเธอคือสิ่งเดิมพันที่เธอต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง “ความสุขที่ยิ่งใหญ่อาจไม่ใช่การไปยืนบนจุดสูงสุดของยอดเขา แต่การกลับลงมาอย่างปลอดภัยเพื่อพบเจอคนที่รอเราอยู่ คือสิ่งที่สำคัญกว่า

หลายครั้งหลายคราที่นักปีนเขาหลายคนพาชีวิตตัวเองไปจบบนเส้นทางปีนเขา ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงขากลับลงมา เพราะไม่เหลือเรี่ยวแรงในการเดินลงเขา ทางจิตวิทยาให้เหตุผลว่า นักปีนเขารวบรวมความตั้งใจและใส่พลังงานร่างกาย และพลังใจจนหมดไปในช่วงเดินขึ้น จนสุดท้ายเมื่อไปถึงจุดที่ตั้งใจไว้ ก็ไม่เหลือพลังงานให้เดินกลับลงมา จึงเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ขึ้นอยู่เนืองๆ ทางทีมงานไทยคุยกับหมออีมเสมอว่า ไม่ต้องกดดันตัวเอง และกลับมาเจอพวกเราให้ได้

กลับสู่ความเป็นธรรมชาติ

แม้ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่ขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของยอดเขามาแล้วทั่วโลก แต่เธอกลับไม่เคยคิดว่าตัวเองคือผู้พิชิตเลย เพราะเมื่อเธอเดินจากมา ยอดเขาต่างๆ ก็ยังตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้น ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป เธอกลับรู้สึกว่า เธอได้กลับไปสู่ความเรียบง่ายของธรรมชาติ ปรับวิถีชีวิตเพื่อความอยู่ง่าย กินง่าย และนอนง่าย สุดท้ายเธอค้นพบตัวตนที่แท้จริงของตนเอง

ครั้งหนึ่ง หมออีมให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “ยิ่งเรารู้จักธรรมชาติที่แท้จริงของตัวเอง เรากลับรู้สึกว่ามนุษย์ช่างตัวเล็กเหลือเกิน

นักเดินทางหลายคนที่ฉันได้พูดคุยด้วย กล่าวว่า “ยิ่งเราออกเดินทางไปรู้จักโลกมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งรู้จักตัวเองมากขึ้นเช่นกัน” ฉันเห็นด้วยกับคำกล่าวนี้


เรื่อง: นภัทรดนัย

ภาพถ่าย: นภัสพร ชำนาญสิทธิ์

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : หยุดงาน 1 วัน แล้วไปเดินป่า ใบสั่งยาแบบใหม่จากคุณหมอ

ธรรมชาติบำบัด
ในอุทยานแห่งชาติบูคันซันซึ่งอยู่ไม่ไกลจากย่านกลางเมืองของกรุงโซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้และศูนย์กลางชีวิตทันสมัยอันตึงเครียด ฮงซุงอวิน พนักงานขาย ล้มตัวลงนอนพักหลังเดินป่า อุทยานแห่งนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวปีละประมาณห้าล้านคน

เรื่องแนะนำ

รินด์จานี : ความฝัน ความทรงจำ และคราบน้ำตา

การเดินทางที่เคล้าด้วยการผจญภัย และคราบน้ำตา บนภูเขาไฟ รินด์จานี สวัสดี รินด์จานี ปี 2015 ข่าวการระเบิดครั้งใหญ่ทำให้เรารู้จักกับภูเขาไฟลูกหนึ่ง ปี 2017 เราเดินทางไปพิชิตภูเขาไฟลูกนั้น และนี่คือเรื่องราวทั้งหมด ยินดีที่ได้รู้จัก กุหนุงรินด์จานี คือภูเขาไฟที่ยังปะทุอยู่ และสูงที่สุดในเกาะลอมบอก ประเทศอินโดนิเซีย เมื่อปี 2015 เรารู้จักกันผ่านข่าวการระเบิดของเธอที่เผยแพร่ผ่านทางจอโทรทัศน์ แม้เป็นการรู้จักที่ไม่น่ายินดีสักเท่าไร แต่ก็คงต้องกล่าวว่า ยินดีที่ได้รู้จักต่อกันจริงๆ การเดินทางตลอดสิบหกชั่วโมง จากดอนเมืองถึงมาตารัม เราหวังใจไว้ว่า อยากยลโฉมรินด์จานีในทันทีที่เดินทางไปถึง แต่กลับกลายเป็นเรื่องเพ้อฝัน ราตรีกาลบดบังนางเอาไว้จนเรามองไม่เห็น และนางยังคงหลับไหลซ่อนตัวอยู่ในนั้น 6 นาฬิกา 30 นาทีของวันถัดมา คือเวลาที่เรามองเห็น รินด์จานี จากหน้าห้องพักด้วยตาของตัวเองเป็นครั้งแรก เราผินมองยอดสูงสุดพร้อมคิดว่า เราต้องไปถึงตรงนั้นในอีก 24 ชั่วโมงต่อจากนี้ ความประหม่ากลับเกิดขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ จากจุดที่ตั้งของร้านจอห์นส์แอดเวนเจอร์ (John’s Adventure) เราต้องนั่งรถต่อไปอีกราวหนึ่งชั่วโมงจนถึงเซมบาลุน ซึ่งเราเริ่มเดินเท้าจากตรงนั้น สิ่งที่น่าอัศจรรย์คือความแข็งแรงของพอร์เตอร์ (porter) หรือลูกหาบ ที่ฉีกทุกทฤษฎีของกระเป๋าเดินเขาไปอย่างสิ้นเชิง ไม้ไผ่ถูกสานขัดกันเพื่อใช้ในการแบกของ และเท้าเปล่าก็เพียงพอสำหรับการขึ้นให้ถึงเบสแคมป์   […]

อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล: ขึ้นรถไฟไปปีนผาและเดินป่าในม่านหมอกจาง

เรื่องราวการลุยเส้นทางเดินป่าภายในอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ที่สามารถเดินทางไปได้โดยรถไฟ และประสบการณ์ของการเดินป่าครั้งแรกในชีวิต หลังจากอายุ 25 ปีได้ไม่นาน ผมตัดสินใจออกไปเดินป่าครั้งแรกในชีวิต แม้การทำงานที่ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย จะทำให้ผมได้รับรู้เรื่องราวและความสำคัญของธรรมชาติและโลกใบนี้มากขึ้น แต่ผมยังไม่มีโอกาสได้ออกไปสัมผัสธรรมชาติโดยการไปปีนเขา ตั้งแคมป์ หรือเดินป่าอย่างจริงจัง และการมีสถานะเป็น “คนในเมือง” ก็ยิ่งทำให้โอกาสในการออกไปพบกับธรรมชาติดูเป็นเรื่องที่ห่างไกลออกไป จนกระทั่งผมได้รับการชักชวนจากรุ่นพี่ในออฟฟิศท่านหนึ่งที่ทำงานในนิตยสารเพื่อนบ้าน เขาเป็นนักเดินป่าตัวยง และได้เขียนเรื่องราวการท่องเที่ยวธรรมชาติ การเดินป่า ให้กับเว็บไซต์ของนิตยสารมาได้ระยะหนึ่ง เขากำลังหาเพื่อนร่วมทางในการสำรวจเส้นทางเดินป่าที่ชื่อว่า “อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล” เขาเล่าว่า ความน่าสนใจของที่แห่งนี้ คือการเป็นอุทยานแห่งชาติเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่สามารถเดินทางได้โดยขนส่งสาธารณะ (รถไฟ) ในขณะที่อุทยานแห่งชาติอื่นๆต้องพึ่งพารถยนต์ส่วนตัวในการเข้าถึง เขาจึงเอ่ยปากชวนผม ซึ่งยังไม่มีประสบการณ์ในการเดินป่าอย่างจริงจังให้ร่วมทางไปด้วยกัน คำชักชวนนี้อาจมองได้ว่าเป็นหนึ่งในภาระงานของผมเช่นกัน ผมจึงรีบดำเนินการจองตั๋วรถไฟตามคำแนะนำของเขา โดยมีกำหนดเวลาเดินทาง 3 วัน 2 คืน และนอกเหนือไปจากนี้ ผมไม่จำเป็นต้องทำอะไรเพิ่มเติม นอกเสียจากเตรียมตัวเพื่อรับประสบการณ์การออกเดินป่าครั้งแรกในชีวิต “ไม่ต้องเอาอะไรไปนอกจากของใช้ส่วนตัว เต็นท์ อุปกรณ์เดินป่า เราใช้ด้วยกันได้” ผมรับฟังชายนักเดินป่าผู้มากประสบการณ์ และเมื่อวันเดินทางมาถึง เราสองคนจับรถไฟเที่ยวเย็นจากกรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาลที่เรากำลังมุ่งหน้าไปนี้ มีพื้นที่ครอบคลุมพื้นที่อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน และอำเภอห้างฉัตร อำเภอเมือง […]

วิธีที่ เบธ ร็อดเดน นักไต่เขาชั้นยอดสามารถท้าทายจุดสูงสุดใหม่ๆ ได้เสมอ

หลังจากพิชิตเส้นทางใหม่หลายครั้ง การถูกลักพาตัวในคีร์กีซสถาน และการเขียนบล็อกชีวิตแม่ยอดนิยม เบธ ร็อดเดน (Beth Rodden) ยังคงสร้างมาตรฐานใหม่ๆ ในการไต่เขาต่อไป

สิ่งที่ควรทำเมื่อมา อุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน

ฉลองครบรอบ 100 ปี ของอุทยานอันเป็นที่รักด้วยกิจกรรมที่ไม่สิ้นสุด อุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ปี 1919 ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ ที่มีมาอย่างยาวนาน และยังถือเป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติ อันเป็นที่รักของสหรัฐอเมริกา ลองอ่านเคล็ดลับจากผู้มีประสบการณ์ทั้งเจ็ดที่นี่ เพื่อให้การเดินทางของคุณไม่น่าเบื่ออีกต่อไป Do the classics ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย วิธีดั้งเดิมในการหาเส้นทางลาดชันของหุบเขาคือ การขี่ล่อ การเดินทางหนึ่งวันในฝั่งทางใต้ควรเริ่มเดินทางออกจาก Stone Corral เพื่อมุ่งไปทาง Bright Angel Trail ที่แฟนทอมแรนช์ คุณจะพบที่พักเพียงแห่งเดียวในอุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน ที่ไม่ใช่การตั้งแคมป์ (วิธีที่ดีที่สุดคือการจองทัวร์และที่พักของคุณล่วงหน้าหกเดือน) การล่องแพในแม่น้ำโคโลราโด การผจญภัยนี้จะทำให้คุณมองเห็นเรื่องราวประวัติศาสตร์ของอุทยานฯ เส้นทางของแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวและคดเคี้ยวที่สุดในโลก มากกว่า 160 เส้นทาง และใช้ระยะเวลาในการเดินทางสามารถอยู่ได้เป็นเวลาหนึ่งถึง 25 วัน เพลิดเพลินกับการขับรถชมวิวทิวทัศน์ สำหรับการเยี่ยมชมภายในหนึ่งวัน บนถนน เฮอร์มีส ตามแนวชายฝั่งทางใต้เป็นเส้นทางยาว 11 กิโลเมตร ที่ล้อมรอบหุบเขาแกรนด์แคนยอนและทัศนียภาพอันยอดเยี่ยมของแม่น้ำโคโลราโดที่คดเคี้ยวสลับกับเขาวงกตของหุบเขา นอกจากนี้ยังมีบริการรถบัสรับส่งไปตามเส้นทาง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เมื่อคราวที่มีการยุติห้ามใช้รถยนต์ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤศจิกายน ถนนเคปรอยัล ริมฝั่งทางเหนือ […]