“เจ้าหน้าที่ด้านนี้ไม่มีใครไม่รักต้นไม้” คุยกับเขตดุสิตที่ตัดแต่งต้นไม้ริมถนนได้ดี

“เจ้าหน้าที่ด้านนี้ไม่มีใครไม่รักต้นไม้”พูดคุยกับเขตดุสิตที่ตัดแต่งต้นไม้ริมถนนได้ดี

แม้จะมีหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานครที่ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการตัดแต่ง ต้นไม้ริมถนน ที่เกินความจำเป็น แต่ในพื้นที่เขตดุสิตมีการตัดแต่งต้นไม้สาธารณะที่สวยงาม พวกเขาทำได้อย่างไร

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา บรรดาคนที่รักต้นไม้ต่างแสดงความเห็นถึงเหตุการณ์การตัด ต้นไม้ริมถนน ในพื้นที่สาธารณะของสำนักงานเขตในกรุงเทพมหานครแห่งหนึ่ง ที่ได้ตัดต้นไม้ในลักษณะที่เกินความจำเป็น เช่น การบั่นยอดของต้นไม้ทิ้งทั้งหมดเป็นแนวยาว หรือการตัดกิ่ง-ยอดของต้นไม้จนไม่สามารถให้ร่มเงาตามพื้นที่ริมทางได้เช่นเคย ส่งผลต่อทั้งทัศนียภาพและบรรยากาศโดยรวมของพื้นที่สีเขียวซึ่งมีอยู่น้อยนิดอยู่แล้วในกรุงเทพมหานคร

อันที่จริง เหตุการณ์ในลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เรามักพบเห็นการตัด ต้นไม้ริมถนน ในพื้นที่สาธารณะในระดับที่ส่งผลต่อทัศนียภาพดั้งเดิมมากเกินไปในพื้นที่กรุงเทพมหานครในหลายพื้นที่มาหลายปีแล้วเช่นกัน

ในขณะที่ชาวกรุงเทพมหานคร อยู่บ้านช่วยชาติกันนั้น เขตปทุมวัน และเขตสาทร…

Posted by BIG Trees on Tuesday, 21 April 2020

ในอีกด้านหนึ่ง ทางกองบรรณาธิการได้ลงพื้นที่สำรวจเขตดุสิต หนึ่งในพื้นที่ใจกลางเมืองของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญทางราชการหลายแห่ง พบว่าต้นไม้ในพื้นที่สาธารณะนั้นได้รับการตกแต่งเป็นอย่างดี และสามารถตัดแต่งให้สอดรับกับสายไฟและสายสื่อสาร ซึ่งถือว่าเป็นอุปสรรคในการตัดแต่งต้นไม้ที่มีมากไม่แพ้เขตอื่นๆ และทำให้เราได้เห็นทัศนียภาพพื้นที่สีเขียวที่ได้รับการจัดวางเป็นอย่างดี

เราได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับ คุณจินดา พงศ์ด่านเพชร เจ้าพนักงานการเกษตรชำนาญงาน ฝ่ายรักษาความสะอาด สำนักงานเขตดุสิต ถึงที่มาที่ไปและวิธีการตัดแต่งต้นไม้จนเกิดทัศนียภาพที่สวยงามได้เช่นนี้

ต้นไม้ริมถนน, เขตดุสิต

ต้นไม้ริมถนน, เขตดุสิต

คุณจินดาเล่าให้ฟังว่า อันที่จริงแล้วเขตดุสิตก็เป็นเหมือนพื้นที่อื่นๆ ในกรุงเทพที่มีต้นไม้ใหญ่เป็นจำนวนมาก จึงต้องมีเจ้าหน้าที่ดูแลการตัดต้นไม้ ซึ่งมีนโยบายหรือโจทย์สำคัญว่าต้นไม้ที่ตัดแต่งแล้วต้องทั้งปลอดภัยและสวยงาม ซึ่งคำว่าปลอดภัยนี้ คือต้นไม้ต้องไม่หักลงมา, ยื่นเข้าไปในผิวจราจร หรือทำความเดือดร้อนให้ประชาชน นอกจากนี้ การตัดแต่งต้นไม้ต้องคงสภาพความสวยงาม ซึ่งจะต้องใช้หลักวิชาการ เช่น ต้องไม่ตัดมากเกินไป และจะมีการเน้นย้ำต่อเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการอยู่ตลอด

“แต่ถามว่าเราเคยโดน (ชาวบ้าน) ล้อมไหม ก็เคย และก็ต้องปล่อยเหมือนกัน ตรงนี้ก็ทำให้เราต้องระมัดระวังในการตัดมากขึ้น ซึ่งก็เกิดจากประชาชนด้วยนะ ประชาชนในพื้นที่ หรือประชาชนที่เค้าผ่านไปมาก็จะให้ความสำคัญกับต้นไม้ด้วย พอพวกเขาเห็นเจ้าหน้าที่เขตตัดเยอะเกินไปเขาก็จะโทรแจ้งเลย เราก็ต้องระมัดระวังข้อนี้เป็นพิเศษ”

สำหรับการตัดต้นไม้ที่ดูมากเกินไปในบางพื้นที่ของกรุงเทพฯ คุณจินดาผู้มีประสบการณ์ในการดูแลต้นไม้ในพื้นที่เมืองกว่า 30 ปีให้ความเห็นว่า “บางครั้งเราเองก็เคยตัดในสภาพแบบนั้นเนื่องจากมันมีข้อจำกัด คือต้นไม้ในเมืองอย่างกรุงเทพมหานครนั้นดูแลยาก ตัดยากมาก เนื่องจากทั้งเรื่องสายไฟ อันเป็นประเด็นหลักที่เรามีปัญหากันมากคือต้นไม้กับสายไฟ เพราะในกรุงเทพต้นไม้กับสายไฟมันจะอยู่ในแนวเดียวกัน ซึ่งเป็นมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แล้วจะทำอย่างไรถึงไม่รบกวนกัน ซึ่งมันยาก”

ต้นไม้ริมถนน, เขตดุสิต

ต้นไม้ริมถนน, เขตดุสิต

“แล้วจะตัดตามหลักวิชาการทั้งหมด บางครั้งก็ไม่ได้ บางทีก็ไปติดหม้อแปลง ซึ่งถ้าเราไม่ตัดแบบนั้น เวลาเกิดลมพัดหรือฝนตก เวลาต้นไม้ไปเสียดสีกันหรือเกิดประกายไฟใกล้หม้อแปลง พอระเบิดขึ้นมาเจ้าหน้าที่ต้องรับผิดชอบ ก็เข้าใจว่าเขาก็มีเหตุผล”

เมื่อถามถึงกระบวนการปฏิบัติงานตัดแต่งต้นไม้ในพื้นที่จริง คุณจินดาเล่าให้ฟังว่า แต่ละเขตจะมีเจ้าหน้าที่ที่มีวุฒิการศึกษาเกี่ยวกับต้นไม้หรือเกษตรเป็นผู้ดูแล แต่ก็ต้องยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ที่ออกปฏิบัติการจริงๆ นั้นแทบเลือกไม่ได้ เพราะไม่ใช่เจ้าหน้าที่ทุกคนจะสามารถทำได้ เพราะบางคนสามารถปืนต้นไม้ได้ แต่ไม่เข้าในวิธีการตัดแต่งต้นไม้ก็มีเช่นกัน ในส่วนนี้ก็จะมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวเป็นผู้ดูแล และทางกรุงเทพฯ ก็จะมีการอบรมเรื่องการตัดแต่งต้นไม้ปีละครั้ง

อย่างไรก็ตาม แม้จะทราบถึงหลักการที่ถูกต้อง แต่ในการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริงๆ ย่อมต้องพบกับข้อจำกัดมากมาย

ต้นไม้ริมทาง, เขตดุสิต

ต้นไม้ริมถนน, เขตดุสิต

“ในแต่ละครั้งปัญหาที่เจอระหว่างการตัดแต่งต้นไม้นั้นไม่เหมือนกัน เพราะสำหรับต้นไม้ในเมืองมันไม่เหมือนกันเลย ต้นหนึ่งอาจจะมีเหตุผลในการตัดอีกแบบหนึ่ง แต่อีกต้นก็จะมีการตัดในเหตุผลอีกแบบ แล้วบางครั้งการตัดก็ต้องเข้าใจประชาชนเป็นหลักด้วย”

“ในบางครั้งเราคิดว่าตัดแบบนี้โอเคแล้ว แต่บางครั้งประชาชนที่เขาอยู่ติดกับต้นไม้ก็คิดว่าไม่ได้ คุณต้องเอาอันนี้ออก เนื่องจากมันแหย่เข้าไปในบ้านของเขา ไปโดนคอมเพรสเซอร์แอร์บ้าง บังหน้าร้านบ้าง มันมีหลายปัจจัย บางทีการทำตามหลักวิชาการก็ใช้ไม่ได้ (ในการทำงานจริง)”

คุณจินดากล่าวกับเราในตอนท้ายของการพูดคุยว่า “แต่ละ 50 เขต จะได้รับนโนบายเหมือนกัน คล้ายกัน แต่เราไม่สามารถที่จะทำแนวเดียวกันได้ ด้วยเหตุดังที่กล่าวไป เหตุผลและความจำเป็นนั้นแตกต่างกัน”

ต้นไม้ริมถนน, เขตดุสิต

ต้นไม้ริมถนน, เขตดุสิต

“เพราะฉะนั้นบอกเลยว่าเจ้าหน้าที่เขตที่ทำด้านนี้ไม่มีใครไม่รักต้นไม้ เพราะเป็นหน้าที่ของเราโดยตรง เราปลูกเขามากับมือ เพราะฉะนั้นในการตัดแต่งเราไม่อยากทำลายเขาอยู่แล้ว แต่ในการทำนั้นต้องมีเหตุผลและความจำเป็นในแต่ละเขต”

“บางทีเราก็โดนสื่อต่อว่าเยอะเหมือนกัน แต่ถ้าเราไม่ตัด อย่างเช่นตอนนี้ที่ใกล้หน้าฝนแล้ว ก็จะมีลม พอต้นไม้หัก ล้ม ก็เกิดทรัพย์สินเสียหาย หรือที่หนักไปกว่านั้นก็คือโดนประชาชนได้รับบาดเจ็บ แล้วมันจะเป็นความรู้สึกที่คิดว่า ถ้าเราตัดเสียตั้งแต่วันนั้นก็คงจะดี คือมันมีสองด้านจริงๆ คือบางครั้งตัดก็โดน พอไม่ตัดก็โดน มันเกิดความเสียหาย เจ้าหน้าที่ก็จะโดนตำหนิ คือมันมีอะไรเยอะเหมือนกัน”

 

สัมภาษณ์ ณภัทรดนัย / เรียบเรียง เกียรติศักดิ์ หมื่นเอ

(นิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย)

ภาพ ฤทธิรงค์ จันทองสุข (นิตยสารบ้านและสวน)


อ่านเพิ่มเติม ต้นไม้ในเมืองใหญ่

เรื่องแนะนำ

นี่เห็ดหรือไข่เอเลี่ยนฟักเป็นตัวกันแน่

“เห็ดนิ้วมือปีศาจ”  (Devil’s Fingers Fungus) จะตามหลอกหลอนคุณ…เพราะนี่คือเห็ดหน้าตาพิลึกพิลั่นที่สุดเท่าที่รู้จักกัน ใครจะไปรู้ว่า บางทีสัตว์ประหลาดหน้าตาขยะแขยงที่เห็นในภาพยนตร์สยองขวัญอาจได้แรงบันดาลใจมาจากโลกธรรมชาตินี่เอง ลองนึกภาพว่า คุณกำลังมะงุมมะงาหราคลำทางอยู่กลางป่ามืดๆ แล้วจู่ๆก็พบก้อนอะไรสักอย่างโผล่ขึ้นมาจากพื้นป่าบ้างมีหนวดคล้ายหมึกยักษ์โผล่ออกมาพร้อมกลิ่นเหม็นๆ และเมือกลื่นๆ นี่คือเห็ดที่มีชื่อคล้ายหมึกยักษ์ว่า Octopus Stinkhorn หรืออีกชื่อหนึ่งคือ นิ้วมือปีศาจ (devil’s fingers) แคที ฮอดจ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเห็ดราจากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ อธิบายว่า “เห็ดเหล่านี้จะแทงหนวดสีแดงสดปกคลุมด้วยเมือกสีเขียวอมดำเป็นหย่อมๆ ออกมาเปลือกบางๆ ของฐานรูปทรงคล้ายไข่ พวกมันน่าดูมาก” เห็ดเหล่านี้ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ใต้ดิน อาศัยกินเศษไม้ เมื่อถึงเวลาขยายพันธุ์ พวกมันจะเติบโตขึ้นจนมีลักษณะคล้ายนิ้วมือ หรือหนวดหมึกยักษ์ พร้อมกับเริ่มปล่อยเมือกเหนียวๆ ที่มีกลิ่นคล้ายปลาเน่าออกมา เมือกนี้เต็มไปด้วยสปอร์ของเห็ด ฮอดจ์บอกว่า “พวกมันไม่ได้ตั้งใจหรือพยายามจะมีหน้าตาเหมือนนิ้วมือเราหรอกค่ะ พวกมันหวังให้มีแมลงวันบินผ่านมาและถ้าให้ดีก็มาเกาะบนเมือกเหล่านี้ ก่อนบินจากไปพร้อมสปอร์” ถ้าลูกๆของพวกมันโชคดีพอ แมลงวันเหล่านั้นอาจจะไป เกาะบนไม้สักท่อนซึ่งจะกลายเป็นอาหารให้เห็ดหน้าตาประหลาดรุ่นต่อไป   อ่านเพิ่มเติม : ดื่มด่ำไปกับการผลิบานของหมู่มวลดอกไม้ ผ่านวิดีโอไทม์แลปส์, หลบหนีความวุ่นวายไปกับภาพความมหัศจรรย์แห่งแอนตาร์กติกา

แมลงกินได้ : อนาคตอาหารโลก

เมื่อประชากรโลกเพิ่มขึ้น ความท้าทายสำคัญประการหนึ่งคือการผลิตอาหารให้เพียงพอกับความต้องการของประชากร ทางออกหนึ่งที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประขาชาติมองเห็นอยู่ในแมลงตัวเล็กๆ

ศึกชิงนางอันดุเดือดของหมึกกระดอง

ศึกชิงนางอันดุเดือดของหมึกกระดอง พวกมันอาจดูปวกเปียกนุ่มนิ่ม แต่คลิปวิดีโอใหม่เผยให้เห็นว่า หมึกกระดองเป็นนักสู้ผู้ดุร้าย นักวิทยาศาสตร์ถ่ายคลิปวิดีโอการต่อสู้อันดุเดือดเพื่อแย่งชิงคู่ผสมพันธุ์ของหมึกกระดองได้ในทะเลอีเจียน นอกชายฝั่งประเทศตุรกี หมึกกระดองซึ่งเป็นญาติของหมึกสายและหมึกกล้วย เป็นที่รู้จักจากการเปลี่ยนสีผิวได้อย่างรวดเร็ว อันเป็นกลยุทธ์ที่มันใช้ทั้งในการพรางตัวและการสื่อสาร หมึกกระดองเพศผู้ทำให้หมึกเพศเมียพิศวงงงงวยด้วยสีสันต่างๆซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ในเวลาเพียงครึ่งวินาที นักวิทยาศาสตร์เฝ้าสังเกตสัตว์ชนิดนี้จับคู่ผสมพันธุ์กันในห้องปฏิบัติการ แต่ไม่เคยเห็นในธรรมชาติมาก่อน เมื่อปี 2011 จัสทีน แอลเลน จากมหาวิทยาลัยบราวน์ และเพื่อนร่วมงาน กำลังถ่ายภาพยนตร์หมึกกระดองเพศเมียตัวเดียวอยู่ตอนที่หมึกเพศผู้ตัวหนึ่งโผล่ออกมาจากไหนก็ไม่รู้ หลังจากพวกมันผสมพันธุ์กัน หมึกเพศผู้คอยอยู่ใกล้ๆ หมึกเพศเมียเพื่อปกป้อง เมื่อหมึกเพศผู้ที่คล้ายคลึงกันอีกตัวหนึ่งเข้ามาใกล้ หมึกเพศผู้ทั้งสองก็แสดงความก้าวร้าวเข้าใส่กันเป็นชุด พวกมันโบกหนวดไปมาและเปล่งแสงวาบเหมือนแถบม้าลายบนลำตัว จากนั้นมันก็เริ่มลงไม้ลงมือ ด้วยการปลุกปล้ำกัน กัดกัน และหมุนอีกฝ่ายเป็นเกลียวท่ามกลางน้ำหมึกที่ปล่อยออกมา ในที่สุดหมึกเพศผู้ตัวแรกก็ขับไล่ผู้รุกรานไปได้ “เรารู้ทันทีว่านี่หาดูได้ยาก และเราโชคดีค่ะ” แอลเลนบอก เรื่อง แมรี เบตส์   อ่านเพิ่มเติม โลมาปากขวดดับอนาถ หมึกติดคอ

เต่าทะเล : หยัดยืนได้อีกนานเพียงใด

เต่าทะเลแยกสายวิวัฒนาการจากเต่าบกเมื่อกว่า 100 ล้านปีมาแล้ว พวกมันรอดชีวิตจากดาวเคราะห์น้อยที่ล้างเผ่าพันธุ์ไดโนเสาร์มาได้ และผ่านการสูญพันธุ์ทางทะเลเมื่อสองล้านปีก่อนที่ทำให้เครือญาติของมันหายไปกว่าครึ่ง ทุกวันนี้ เราพบเต่าทะเลได้ตามชายหาดในทุกทวีป ยกเว้นแอนตาร์กติกา และมีเต่าแหวกว่ายอยู่ในน่านน้ำเขตร้อนและเขตอบอุ่นทั่วโลก ถึงกระนั้น ภัยคุกคามใหม่ๆ โดยเฉพาะจากมนุษย์กำลังท้าทายความสามารถในการปรับตัวของพวกมัน