“เจ้าหน้าที่ด้านนี้ไม่มีใครไม่รักต้นไม้” คุยกับเขตดุสิตที่ตัดแต่งต้นไม้ริมถนนได้ดี

“เจ้าหน้าที่ด้านนี้ไม่มีใครไม่รักต้นไม้”พูดคุยกับเขตดุสิตที่ตัดแต่งต้นไม้ริมถนนได้ดี

แม้จะมีหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานครที่ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการตัดแต่ง ต้นไม้ริมถนน ที่เกินความจำเป็น แต่ในพื้นที่เขตดุสิตมีการตัดแต่งต้นไม้สาธารณะที่สวยงาม พวกเขาทำได้อย่างไร

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา บรรดาคนที่รักต้นไม้ต่างแสดงความเห็นถึงเหตุการณ์การตัด ต้นไม้ริมถนน ในพื้นที่สาธารณะของสำนักงานเขตในกรุงเทพมหานครแห่งหนึ่ง ที่ได้ตัดต้นไม้ในลักษณะที่เกินความจำเป็น เช่น การบั่นยอดของต้นไม้ทิ้งทั้งหมดเป็นแนวยาว หรือการตัดกิ่ง-ยอดของต้นไม้จนไม่สามารถให้ร่มเงาตามพื้นที่ริมทางได้เช่นเคย ส่งผลต่อทั้งทัศนียภาพและบรรยากาศโดยรวมของพื้นที่สีเขียวซึ่งมีอยู่น้อยนิดอยู่แล้วในกรุงเทพมหานคร

อันที่จริง เหตุการณ์ในลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เรามักพบเห็นการตัด ต้นไม้ริมถนน ในพื้นที่สาธารณะในระดับที่ส่งผลต่อทัศนียภาพดั้งเดิมมากเกินไปในพื้นที่กรุงเทพมหานครในหลายพื้นที่มาหลายปีแล้วเช่นกัน

ในอีกด้านหนึ่ง ทางกองบรรณาธิการได้ลงพื้นที่สำรวจเขตดุสิต หนึ่งในพื้นที่ใจกลางเมืองของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญทางราชการหลายแห่ง พบว่าต้นไม้ในพื้นที่สาธารณะนั้นได้รับการตกแต่งเป็นอย่างดี และสามารถตัดแต่งให้สอดรับกับสายไฟและสายสื่อสาร ซึ่งถือว่าเป็นอุปสรรคในการตัดแต่งต้นไม้ที่มีมากไม่แพ้เขตอื่นๆ และทำให้เราได้เห็นทัศนียภาพพื้นที่สีเขียวที่ได้รับการจัดวางเป็นอย่างดี

เราได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับ คุณจินดา พงศ์ด่านเพชร เจ้าพนักงานการเกษตรชำนาญงาน ฝ่ายรักษาความสะอาด สำนักงานเขตดุสิต ถึงที่มาที่ไปและวิธีการตัดแต่งต้นไม้จนเกิดทัศนียภาพที่สวยงามได้เช่นนี้

ต้นไม้ริมถนน, เขตดุสิต

ต้นไม้ริมถนน, เขตดุสิต

คุณจินดาเล่าให้ฟังว่า อันที่จริงแล้วเขตดุสิตก็เป็นเหมือนพื้นที่อื่นๆ ในกรุงเทพที่มีต้นไม้ใหญ่เป็นจำนวนมาก จึงต้องมีเจ้าหน้าที่ดูแลการตัดต้นไม้ ซึ่งมีนโยบายหรือโจทย์สำคัญว่าต้นไม้ที่ตัดแต่งแล้วต้องทั้งปลอดภัยและสวยงาม ซึ่งคำว่าปลอดภัยนี้ คือต้นไม้ต้องไม่หักลงมา, ยื่นเข้าไปในผิวจราจร หรือทำความเดือดร้อนให้ประชาชน นอกจากนี้ การตัดแต่งต้นไม้ต้องคงสภาพความสวยงาม ซึ่งจะต้องใช้หลักวิชาการ เช่น ต้องไม่ตัดมากเกินไป และจะมีการเน้นย้ำต่อเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการอยู่ตลอด

“แต่ถามว่าเราเคยโดน (ชาวบ้าน) ล้อมไหม ก็เคย และก็ต้องปล่อยเหมือนกัน ตรงนี้ก็ทำให้เราต้องระมัดระวังในการตัดมากขึ้น ซึ่งก็เกิดจากประชาชนด้วยนะ ประชาชนในพื้นที่ หรือประชาชนที่เค้าผ่านไปมาก็จะให้ความสำคัญกับต้นไม้ด้วย พอพวกเขาเห็นเจ้าหน้าที่เขตตัดเยอะเกินไปเขาก็จะโทรแจ้งเลย เราก็ต้องระมัดระวังข้อนี้เป็นพิเศษ”

สำหรับการตัดต้นไม้ที่ดูมากเกินไปในบางพื้นที่ของกรุงเทพฯ คุณจินดาผู้มีประสบการณ์ในการดูแลต้นไม้ในพื้นที่เมืองกว่า 30 ปีให้ความเห็นว่า “บางครั้งเราเองก็เคยตัดในสภาพแบบนั้นเนื่องจากมันมีข้อจำกัด คือต้นไม้ในเมืองอย่างกรุงเทพมหานครนั้นดูแลยาก ตัดยากมาก เนื่องจากทั้งเรื่องสายไฟ อันเป็นประเด็นหลักที่เรามีปัญหากันมากคือต้นไม้กับสายไฟ เพราะในกรุงเทพต้นไม้กับสายไฟมันจะอยู่ในแนวเดียวกัน ซึ่งเป็นมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แล้วจะทำอย่างไรถึงไม่รบกวนกัน ซึ่งมันยาก”

ต้นไม้ริมถนน, เขตดุสิต

ต้นไม้ริมถนน, เขตดุสิต

“แล้วจะตัดตามหลักวิชาการทั้งหมด บางครั้งก็ไม่ได้ บางทีก็ไปติดหม้อแปลง ซึ่งถ้าเราไม่ตัดแบบนั้น เวลาเกิดลมพัดหรือฝนตก เวลาต้นไม้ไปเสียดสีกันหรือเกิดประกายไฟใกล้หม้อแปลง พอระเบิดขึ้นมาเจ้าหน้าที่ต้องรับผิดชอบ ก็เข้าใจว่าเขาก็มีเหตุผล”

เมื่อถามถึงกระบวนการปฏิบัติงานตัดแต่งต้นไม้ในพื้นที่จริง คุณจินดาเล่าให้ฟังว่า แต่ละเขตจะมีเจ้าหน้าที่ที่มีวุฒิการศึกษาเกี่ยวกับต้นไม้หรือเกษตรเป็นผู้ดูแล แต่ก็ต้องยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ที่ออกปฏิบัติการจริงๆ นั้นแทบเลือกไม่ได้ เพราะไม่ใช่เจ้าหน้าที่ทุกคนจะสามารถทำได้ เพราะบางคนสามารถปืนต้นไม้ได้ แต่ไม่เข้าในวิธีการตัดแต่งต้นไม้ก็มีเช่นกัน ในส่วนนี้ก็จะมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวเป็นผู้ดูแล และทางกรุงเทพฯ ก็จะมีการอบรมเรื่องการตัดแต่งต้นไม้ปีละครั้ง

อย่างไรก็ตาม แม้จะทราบถึงหลักการที่ถูกต้อง แต่ในการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริงๆ ย่อมต้องพบกับข้อจำกัดมากมาย

ต้นไม้ริมทาง, เขตดุสิต

ต้นไม้ริมถนน, เขตดุสิต

“ในแต่ละครั้งปัญหาที่เจอระหว่างการตัดแต่งต้นไม้นั้นไม่เหมือนกัน เพราะสำหรับต้นไม้ในเมืองมันไม่เหมือนกันเลย ต้นหนึ่งอาจจะมีเหตุผลในการตัดอีกแบบหนึ่ง แต่อีกต้นก็จะมีการตัดในเหตุผลอีกแบบ แล้วบางครั้งการตัดก็ต้องเข้าใจประชาชนเป็นหลักด้วย”

“ในบางครั้งเราคิดว่าตัดแบบนี้โอเคแล้ว แต่บางครั้งประชาชนที่เขาอยู่ติดกับต้นไม้ก็คิดว่าไม่ได้ คุณต้องเอาอันนี้ออก เนื่องจากมันแหย่เข้าไปในบ้านของเขา ไปโดนคอมเพรสเซอร์แอร์บ้าง บังหน้าร้านบ้าง มันมีหลายปัจจัย บางทีการทำตามหลักวิชาการก็ใช้ไม่ได้ (ในการทำงานจริง)”

คุณจินดากล่าวกับเราในตอนท้ายของการพูดคุยว่า “แต่ละ 50 เขต จะได้รับนโนบายเหมือนกัน คล้ายกัน แต่เราไม่สามารถที่จะทำแนวเดียวกันได้ ด้วยเหตุดังที่กล่าวไป เหตุผลและความจำเป็นนั้นแตกต่างกัน”

ต้นไม้ริมถนน, เขตดุสิต

ต้นไม้ริมถนน, เขตดุสิต

“เพราะฉะนั้นบอกเลยว่าเจ้าหน้าที่เขตที่ทำด้านนี้ไม่มีใครไม่รักต้นไม้ เพราะเป็นหน้าที่ของเราโดยตรง เราปลูกเขามากับมือ เพราะฉะนั้นในการตัดแต่งเราไม่อยากทำลายเขาอยู่แล้ว แต่ในการทำนั้นต้องมีเหตุผลและความจำเป็นในแต่ละเขต”

“บางทีเราก็โดนสื่อต่อว่าเยอะเหมือนกัน แต่ถ้าเราไม่ตัด อย่างเช่นตอนนี้ที่ใกล้หน้าฝนแล้ว ก็จะมีลม พอต้นไม้หัก ล้ม ก็เกิดทรัพย์สินเสียหาย หรือที่หนักไปกว่านั้นก็คือโดนประชาชนได้รับบาดเจ็บ แล้วมันจะเป็นความรู้สึกที่คิดว่า ถ้าเราตัดเสียตั้งแต่วันนั้นก็คงจะดี คือมันมีสองด้านจริงๆ คือบางครั้งตัดก็โดน พอไม่ตัดก็โดน มันเกิดความเสียหาย เจ้าหน้าที่ก็จะโดนตำหนิ คือมันมีอะไรเยอะเหมือนกัน”

 

สัมภาษณ์ ณภัทรดนัย / เรียบเรียง เกียรติศักดิ์ หมื่นเอ

(นิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย)

ภาพ ฤทธิรงค์ จันทองสุข (นิตยสารบ้านและสวน)


อ่านเพิ่มเติม ต้นไม้ในเมืองใหญ่

เรื่องแนะนำ

Net Free Seas ครั้งแรกของการรีไซเคิลซากอวนประมงจากท้องทะเลไทย

Net Free Seas โครงการที่ชวนชุมชนชายฝั่ง สร้างมูลค่าเศษอวนประมง ด้วยการทำงานกับโรงงานรีไซเคิล  เพื่อแก้ปัญหาอวนผีในทะเลไทยอย่างยั่งยืน แดดเช้าส่องผิวน้ำเป็นประกาย เรือเคลื่อนตัวออกจากชายฝั่งมุ่งหน้าสู่อ่าวไทย รอบตัวฉันเต็มไปด้วยนักดำน้ำมืออาชีพ ทุกคนคืออาสาสมัครที่ตั้งใจมาทำภารกิจ Cleanup Dive ดำน้ำเพื่อกู้ซากอวนใต้ทะเลในวันนี้ แต่ละปี ขยะพลาสติกปนเปื้อนมากกว่า 12 ล้านตัน รั่วไหลลงสู่ท้องทะเล ประมาณการณ์ได้ว่าปัจจุบัน ทุก ๆ ตารางไมล์ของพื้นที่มหาสมุทรทั่วโลก มีขยะพลาสติกน้ำหนักมากกว่า 269,000 ตัน ไหลเวียนอยู่ มีการคาดการณ์ว่า หากเรายังไม่เร่งแก้ไขปัญหานี้อย่างเด็ดขาด อีกไม่กี่ทศวรรษในอนาคต มหาสมุทรจะมีปริมาณขยะมากกว่าสัตว์ทะเล ขยะพลาสติกในมหาสมุทรเหล่านี้ 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นขยะที่เกิดจากกิจกรรมบนบกและรั่วไหลลงสู่ท้องทะเล จากการจัดการอย่างไม่ถูกต้อง และอีก 20 เปอร์เซ็นต์ เป็นขยะที่มาจากกิจกรรมทางทะเล โดยเฉพาะการทำประมง หลายปีที่ผ่านมา คนจำนวนมากตื่นตัวเรื่องขยะพลาสติก ภาครัฐเริ่มขยับตัวในการออกมาตรการ บริษัทเอกชนเริ่มตระหนักถึงความรับผิดชอบในฐานะผู้ผลิต ที่ต้องมีส่วนจัดการขยะจากผลิตภัณฑ์ของตนเอง รวมถึงต้องมองหาวัสดุที่ยั่งยืนขึ้นมาใช้ทดแทนพลาสติก แม้จะยังไม่ใกล้ความสำเร็จในอุดมคติ แต่เราเห็นความพยายามที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ในการจัดการขยะจากกิจกรรมบนบก ในขณะเดียวกัน ขยะพลาสติกในมหาสมุทรอีก 20 เปอร์เซ็นต์ มาจากกิจกรรมทางทะเล […]

มหานทีแห่งเอเชียอาคเนย์จะอยู่รอดหรือไม่ (ตอนที่ 1)

เรื่อง สตีเฟน โลฟเกร็น พนมเปญ ประเทศกัมพูชา – เซบ โฮแกน หวนรำลึกถึงช่วงเวลาที่เขารู้สึกประหลาดใจที่ได้มาเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นครั้งแรกในฐานะนักมีนวิทยา และได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมเคียงกับแม่น้ำโขง ชายหนุ่มผู้เติบโตในทะเลทายแอริโซนา สถานที่ซึ่งแม่น้ำมักจะเหือดแห้ง มันเป็นเรื่องน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับเด็กจบใหม่อย่างเขาที่ได้มาเยือนแม่น้ำที่มีผลผลิตมากที่สุดในโลก “ทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่ดูสดใสและมีชีวิตชีวามากครับ” โฮแกนกล่าว “เหมือนผมกำลังมองดูโลกผ่านมุมมองใหม่ ความแตกต่างจากแอริโซนาอย่างสิ้นเชิง” แม้ว่าโครงการแลกเปลี่ยนของเขาจะสิ้นสุดลงไปแล้ว แต่โฮแกนยังกลับมาเยี่ยมเยียนนทีสายนี้อยู่เนืองๆ เมื่อปีที่ผ่านมา เขาใช้เวลาอยู่ในภูมิภาคนี้หลายครั้งหลายครา กลมกลืนตัวเองให้เข้ากับวัฒนธรรมทั้งไทยและกัมพูชา สองประเทศที่เป็นทางผ่านของแม่น้ำโขง ความสนใจเรื่องการอพยพของปลา ส่งผลให้เขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องปลาบึก ซึ่งนับว่าเป็นปลาน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ ปลาบึกขนาดที่ใหญ่ที่สุดที่เคยพบมีน้ำหนักตัวถึง 293 กิโลกรัม ปัจจุบัน ล่วงผ่านไปสองทศวรรษ โฮแกนเป็นพันธมิตรกับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก และเจ้าของรายการ Monster Fish บนช่อง Nat Geo Wild ซึ่งเกิดจากโครงการวิจัยตลอดเวลาห้าปี และได้รับเงินทุนสนับสนุนจาก USAID ในคณะวิจัยประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา เพื่อร่วมกันป้องกันระบบนิเวศวิทยาอันยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก โครงการวิจัยเริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดในลุ่มแม่น้ำโขง แม่น้ำที่หล่อเลี้ยงผู้คนกว่า 60 ล้านคน กำลังเปลี่ยนไปจากหลายสาเหตุทั้งการสร้างเขื่อน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสูญเสียถิ่นอาศัย อันเป็นผลพวงมาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจและนโยบายทางการเมืองในภูมิภาคอันรุ่มรวยด้วยวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์แห่งนี้ “ในความคิดของผม แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำที่สำคัญที่สุดในโลก” […]

ป่าแอมะซอนกำลังสูญเสียพื้นที่นับล้านตารางกิโลเมตร

ข้อมูลใหม่เผยให้เห็นรายละเอียดการสูญเสียพื้นที่ ป่าแอมะซอน ในประเทศบราซิลที่รวดเร็วอย่างน่าเจ็บปวด นับจนถึงวันนี้ (23 สิงหาคม) เป็นเวลากว่า 3 สัปดาห์แล้วที่ป่าฝนแอมะซอน ผืนป่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก กำลังเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่ส่งผลให้ธรรมชาติ ทั้งพรรณไม้และสัตว์ป่าซึ่งมีจำนวนไม่น้อยที่ปรากฏแค่ในป่าแอมะซอนเท่านั้นได้รับผลกระทบ โดยคาดว่าขณะนี้มีพื้นที่ป่าที่ถูกไฟไหม้ไปแล้วกว่า 3,000 ตารางกิโลเมตร โดยในทางธรรมชาติ ถือเป็นการสูญเสียปราการทางธรรมชาติของมนุษย์อย่างมหาศาล ป่าแอมะซอนได้ชื่อว่าเป็น ปอดของโลก เนื่องจากเป็นแหล่งผลิตก๊าซออกซิเจนให้กับโลกมากถึงร้อยละ 20 และมีปัจจัยสำคัญในการต่อสู้เรื่องภาวะโลกร้อน โดยการช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ทำลายชั้นบรรยากาศโลกเฉลี่ยปีละกว่า 2,000 ล้านตัน  นอกจากนี้ แอมะซอนยังเป็นป่าฝนที่มีความสมบูรณ์ที่สุดนอกจากนี้ยังเป็นบ้านของชนเผ่าพื้นเมือง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการปกป้องผืนป่าแอมะซอนนับล้านคน แม้ว่าการเกิดไฟป่าแอมะซอนจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ปกติในช่วงหน้าแล้ง แต่จากการเก็บข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม พบว่ามีการเกิดไฟป่าเพิ่มขึ้นมากถึงร้อยละ 83 จากปีที่แล้ว แม้สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากภาวะโลกร้อน แต่สาเหตุโดยส่วนใหญ่นั้นเชื่อว่าเกิดจากมนุษย์ที่เข้าไปบุกรุกในพื้นที่ป่า ในปี 2018 กิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์เป็นเหตุให้เกิดการสูญเสียพื้นป่าหลายแห่งในโลก รวมไปถึง ป่าแอมะซอน ตามข้อมูลที่รวบรวม วิเคราะห์ และรายงานโดยกลุ่มนักวิจัยที่ชื่อว่า Global Forest Watch ในมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ (University of Merryland) การตัดไม้โดยไม่มีการควบคุม เป็นเหตุของการสูญเสียพื้นที่ป่าโดยรวม โดยส่วนมากเป็นการตัดไม้เพื่อทำพื้นที่ปศุสัตว์ แต่กิจกรรมเชิงพาณิชย์อื่นๆ […]

อาร์กติก จะกลายเป็นสมรภูมิสงครามเย็นครั้งใหม่จริงหรือ

ขณะที่ภูมิภาคอาร์กติกกำลังละลายอย่างรวดเร็ว ชาติมหาอำนาจต่างเร่งรุดเข้าไปหมายควบคุมทรัพยากรและเส้นทางเดินเรือที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนน้ำแข็ง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเตรียมพื้นที่ให้ความขัดแย้ง ณ ดินแดนเหนือสุดของโลก จนหลายฝ่ายเกรงว่าอาร์กติกอาจกลายเป็นสมรภูมิสงครามเย็นครั้งใหม่