การต่อสู้ของ ชนเผ่าแอมะซอน เพื่อความอยู่รอดของชาติพันธุ์

การต่อสู้ของชนเผ่าแอมะซอนเพื่อความอยู่รอดของชาติพันธุ์

การต่อสู้ของ ชนเผ่าแอมะซอน เพื่อความอยู่รอดของชาติพันธุ์

เรื่องราวของภูมิภาคป่าเขตร้อน มักหนีไม่พ้นเรื่องความเปราะบางของสิ่งแวดล้อม ป่าแอมะซอนเปรียบเสมือนปอดของโลก และทุกๆ ลมหายใจล้วนส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ, ฤดูกาล ตลอดจนวิถีชีวิตของมนุษย์

ฉะนั้นแล้วเกิดอะไรขึ้นเมื่อความเจริญเดินทางมาถึงยังแอมะซอน? เมื่อต้นไม้ถูกโค่น ถนนถูกปูและเขื่อนถูกสร้างขึ้น? Aaron Vincent Elkaim ช่างภาพบอกเล่าเรื่องราวของบรรดาชนกลุ่มน้อยที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนานี้ ผ่านภาพถ่ายของเขา ในปี 2014 ตัวเขาเดินทางไปยังรัฐปารา ทางตอนเหนือของบราซิล เพื่อเป็นประจักษ์พยานถึงการสร้างเขื่อน Belo Monte บนแม่น้ำชีงกู ที่ส่งผลกระทบต่อบรรดาชนกลุ่มน้อยราว 25,000 คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว

ชนเผ่าแอมะซอน
ปี 2016 สมาชิกชนเผ่าจารูนา เข้าร่วมการประชุมสาธารณะ ที่เปิดโอกาสให้บรรดาชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำสามารถร้องทุกข์กับทางกระทรวงและบริษัท Norte Energia ได้ ในฐานะผู้ที่รับผิดชอบการสร้างเขื่อน Belo Monte

ทางรัฐบางบราซิลเองมีแผนสร้างเขื่อนจำนวน 40 เขื่อนในหลายพื้นที่เพื่อพัฒนาและกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ Elkaim มองเห็นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้คนที่อาศัยอยู่ยังพื้นที่นี้มานานหลายศตวรรษและกำลังปกป้องผืนดินนี้ไว้เพื่อลูกหลานของพวกเขา “เรามีแนวทางในการปฏิบัติที่คืบหน้าหลายอย่าง นอกเหนือจากลดการตัดไม้ทำลายป่า” Elkaim กล่าว “แต่สำหรับผมแล้ว การสร้างเขื่อนไม่ใช่สัญลักษณ์ของการปกป้องอนาคต แต่เป็นการทำลายมากกว่า”

นับตั้งแต่เขื่อน Belo Monte ถูกเลื่อนการก่อสร้างในปี 1975 ชนเผ่าแอมะซอนจำนวน 16 เผ่า ลุกขึ้นประท้วงต่อต้าน โดยอ้างว่าโครงการนี้จะส่งผลให้น้ำเข้าท่วมที่ดินของพวกเขา หลังโครงการผ่านการศึกษาตรวจสอบใหม่อีกครั้ง เขื่อนก็เริ่มดำเนินการก่อสร้างขึ้นในปี 2011 คาดกันว่าเมื่อเขื่อนเปิดใช้งานจริงในปี 2019 จะสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ 11,233 เมกะวัตต์ และเขื่อนแห่งนี้จะกลายเป็นเขื่อนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 4 ของโลก พลังงานที่ผลิตได้นั้นมากพอที่จะพัฒนาภูมิภาคนี้ให้ดีขึ้น

ชนเผ่าแอมะซอน
Lucicleide Kurap ชนเผ่ามุนโดโรคูจากหมู่บ้าน Dace Watpu เล่นกับสัตว์เลี้ยงของเธอ หลังล้างจานชามเสร็จ ที่บริเวณแม่น้ำ Tapajos ในรัฐปารา ของบราซิล

ก่อนหน้านี้มีการฟ้องร้องและชดเชยให้ชุมชนของบรรดาคนพื้นเมือง ปีที่ผ่านมามีการฟ้องร้องบริษัท Norte Energia  และรัฐบาล เป็นเงิน 275,000 ดอลล่าร์สหรัฐ จากมาตรการความปลอดภัยที่ไม่เพียงพอสำหรับชาวบ้านที่อยู่อาศัยรอบๆ คดีอื่นๆได้นำไปสู่สัมปทานเพิ่มเติม เช่น การให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่เปิดใช้พลังงานน้ำเต็มพิกัด เพื่อที่พื้นที่นั้นๆจะได้ไม่รับผลกระทบจากน้ำท่วมมากนัก

ปัจจุบันชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณเขื่อน ต้องมองเห็นพื้นที่ที่เคยแห้งกลับกลายเป็นถูกน้ำท่วมขัง ในระหว่างที่ Elkaim กำลังเดินทางเก็บภาพบริเวณเขื่อน และแม่น้ำ เขาพบกับสมาชิกของชนเผ่า Munduruku ผู้ประท้วงการสร้างเขื่อน เขาเห็นผู้คนมากมายต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของตนเพื่อรับมือกับน้ำท่วม เขามองเห็นชายคนหนึ่งล้างรถยนต์ท่ามกลางน้ำที่ท่วมขัง และเขามองเห็นกลุ่มเด็กชายกำลังปีนป่ายต้นไม้ตายต้นหนึ่งที่ครั้งหนึ่งมันเคยยืนต้นอยู่บนผืนดินที่แห้งสนิท

ด้านรัฐบาลเองมีแผนที่จะเดินหน้าการสร้างเขื่อนอื่นๆต่อไป พร้อมข้อเสนอที่มอบให้แก่บรรดาคนพื้นเมือง ที่ดินบางแห่งถูกกำหนดให้มีความสำคัญทางวัฒนธรรม ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาควบคู่ไปกับการสร้างเขื่อน บริษัท Norte Energia ผู้สร้างเขื่อน ลงทุนจ่ายเงินเพื่อย้ายที่อยู่ขอบรรดาชนพื้นเมืองไปยังที่อยู่อาศัยใหม่ ใกล้เมือง Altamira อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า ที่อยู่อาศัยใหม่ที่จัดหาให้นั้นมีสิ่งอำนวยความสะดวกน้อย และยังขาดความเป็นชุมชน รวมถึงการจ้างงาน ด้าน Elkaim เองกล่าวว่า ปัญหาอาชญากรรม และการติดสุราเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในที่อยู่อาศัยแห่งใหม่

ในสนามการต่อสู้ระหว่างอดีตและอนาคต วัฒนธรรมและการพัฒนา ทางรัฐบาลเองกล่าวว่าทั้งสองสามารถเติบโตควบคู่ไปด้วยกันได้ Elkaim เดินทางกลับไปยังภูมิภาคดังกล่าวเพื่อเก็บภาพความเสี่ยงของบรรดาชนพื้นเมือง ด้วยความหวังว่าภาพถ่ายชุดนี้จะถ่ายทอดวิถีชีวิตของบรรดาชนเผ่าแอมะซอนให้ผู้ได้เห็นกันมากยิ่งขึ้น “ไอเดียคือการถ่ายทอดตำนานและจินตนาการที่เกิดขึ้นในสถานที่แห่งนั้น” เขากล่าว ที่ซึ่งความหวังของพวกเขาจะถูกสะท้อนผ่านเลนส์กล้องออกมาให้ทุกคนได้เห็น

เรื่อง เดเนียล สโตน

ชนเผ่าแอมะซอน
ปี 2014 ครอบครัวของชนเผ่ามุนโดโรคูกำลังนั่งชมรายการโทรทัศน์ของบราซิล เครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้เช่น โทรทัศน์ และตู้เย็น เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่รัฐบาลจัดหาให้ ด้วยความหวังว่าจะสามารถชนะใจให้บรรดาชนพื้นเมืองเหล่านี้สนับสนุนการสร้างเขื่อน
ชนเผ่าแอมะซอน
ปี 2016 ทนายความผู้ทำงานร่วมกับรัฐบาลกลางเข้าเยี่ยมชมโครงการสร้างเขื่อน Pomental เขื่อนหลักที่ปิดกั้นทางเดินน้ำจากแม่น้ำชีงกู
ชนเผ่าแอมะซอน
ปี 2014 สมาชิกชนเผ่ามุนโดโรคูแขวนป้ายข้อความระบุให้บุคคลภายนอกเคารพอาณาเขตริมแม่น้ำ Tapajos ของพวกเขา หลังการต่อสู้นานหลายปี ในที่สุดพวกเขาก็ประสบความสำเร็จ เมื่อรัฐบาลยอมรับอาณาเขตดั้งเดิมของพวกเขาอย่างเป็นทางการ

 

อ่านเพิ่มเติม

ก่อนทะเลสาบเหือดแห้ง

เรื่องแนะนำ

เอเลี่ยนสปีชีส์เดินทางข้ามมหาสมุทรด้วยขยะพลาสติก

บรรดาสัตว์ต่างถิ่นพากันเดินทางจากญี่ปุ่นมายังสหรัฐอเมริกา ด้วยการโดยสารมากับขยะพลาสติก ที่น่าทึ่งก็คือพวกมันมีชีวิตรอดได้อย่างไรเป็นปี?

แมลงกินได้ : อนาคตอาหารโลก

เมื่อประชากรโลกเพิ่มขึ้น ความท้าทายสำคัญประการหนึ่งคือการผลิตอาหารให้เพียงพอกับความต้องการของประชากร ทางออกหนึ่งที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประขาชาติมองเห็นอยู่ในแมลงตัวเล็กๆ

ดื่มด่ำไปกับการผลิบานของหมู่มวลดอกไม้ ผ่านวิดีโอไทม์แลปส์

ร่วมเดินทางผ่านสวนดอกไม้อันน่ามหัศจรรย์ไปกับวิดีโอความยาว 4 นาที วิดีโอการผลิบานของดอกไม้นานาชนิดนี้ ถูกรวบรวมจากนักสร้างภาพยนตร์ทั่วโลก คัดเลือกโดยบรรณาธิการของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ในฐานะส่วนหนึ่งของการทำงานเพื่อวิทยาศาสตร์, การสำรวจ และเรื่องเล่าที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงโลก พักสายตาจากโลกรอบตัว สูดหายใจให้ลึกขึ้นเพื่อผ่อนคลาย แล้วชมวิดีโอดังกล่าว คุณผู้อ่านจะตกหลุมรักมนต์เสน่ห์แห่งธรรมชาติมากยิ่งขึ้น   อ่านเพิ่มเติม : เสี่ยงตายเพื่อความรู้…ภารกิจของนักล่าพายุ, คลิปนี้ดีต่อใจและจะทำให้คุณยิ้มได้

มหานทีแห่งเอเชียอาคเนย์จะอยู่รอดหรือไม่ (ตอนที่ 2)

เรื่อง สตีเฟน โลฟเกร็น   แหล่งประมงน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก มหานทีสายนี้เป็นแหล่งอาศัยของปลาเกือบ 1,000 ชนิด ซึ่งมีจำนวนมากเป็นอันดับสองรองจากแม่น้ำแอมะซอน นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งที่พบปลาขนาดใหญ่มากกว่าที่อื่นในโลก ตั้งแต่ปลากระเบนน้ำจืดจนถึงปลาคาร์ปหนัก 500 ปอนด์ “แม่น้ำโขงเป็นเหมือนสวรรค์ของนักมีนวิทยาเลยละครับ” โฮแกนกล่าว “มันสุดยอดในทุก ๆ ด้าน แต่มันก็กำลังเผชิญกับความเสี่ยงเช่นกัน” “ประเทศกัมพูชาเป็นแหล่งพักพิงสุดท้ายสำหรับความหลากหลายทางชีวภาพที่สั่นคลอนนี้ และหนึ่งในนั้น สัตว์น้ำประจำถิ่นส่วนใหญ่กำลังเข้าใกล้การสูญพันธุ์” จากเหตุผลข้างต้น สำนักงานของโครงการจึงตั้งอยู่ในกรุงพนมเปญ หากพิจารณาจากประเทศที่ติดต่อกับแม่น้ำโขงทั้งหมด กัมพูชาเป็นประเทศที่มีดินแดนติดต่อกับแม่น้ำโขงมากที่สุด ราวกับได้นั่งอยู่ใจกลางของแหล่งประมงน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีการประมาณการณ์ว่า แม่น้ำโขงมอบผลผลิตทางประมงมากกว่าสามล้านตันต่อปี เป็นจำนวนที่มากถึงหนึ่งในสี่ของผลผลิตจากประมงน้ำจืดทั่วโลก บริเวณที่ราบลุ่มปากแม่น้ำโขงยังเป็นแหล่งเพาปลูกข้าวชั้นดี ประเทศกัมพูชารวมถึงประเทศอื่นๆ ที่อยู่ทางตอนล่างของแม่น้ำโขงสามารถผลิตข้าวรวมกันได้มากกว่า 100 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 15 จากผลผลิตทั้งหมดของโลก ทุ่งนากว้างไกลสุดลูกหูลูกตาทางตอนกลางของกัมพูชาเกิดจากการทับถมของดินตะกอนแม่น้ำ ที่แม่น้ำโขงพัดพามาในช่วงฤดูน้ำหลากช่วงเดือนมิถุนายนถึงตุลาคม ในความเป็นจริง หากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดเกิดขึ้นกับแม่น้ำโขงมันจะส่งผลกระทบไปยังสิ่งอื่นด้วย เหล่าผู้เชี่ยวชาญกำลังหวาดกลัวเกกับการสร้างเขื่อนในประเทศลาวและที่อื่นๆ บริเวณตอนบนของแม่น้ำโขงและแม่น้ำสาขาจะทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาอพยพ และสามารถนำไปสู่การสูญพันธุ์ของปลาหลายชนิดที่เปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม เช่น ปลาที่ใกล้สูญพันธุ์อย่าง “ปลาเทโพ” ที่มีความยาวได้ถึง 10 ฟุตเมื่อโตเต็มวัย   จากวิทยาศาสตร์แบบองค์รวมถึงเศรษฐกิจแบบยั่งยืน ในขณะที่เศรษฐกิจในภูมิภาคนี้กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง […]