พบร่างคู่สามีภรรยาหายตัวไปเมื่อ 75 ปีก่อน ในธารน้ำแข็งที่เริ่มละลาย - National Geographic Thailand

พบร่างคู่สามีภรรยาหายตัวไปเมื่อ 75 ปีก่อน ในธารน้ำแข็งที่เริ่มละลาย

พบร่างคู่สามีภรรยาหายตัวไปเมื่อ 75 ปีก่อน ในธารน้ำแข็งที่เริ่มละลาย

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 กรกฎาคม ปี 2017 ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่สกีหิมะ จากบริษัท Glacier 3000 กำลังตรวจเช็คอุปกรณ์ บริเวณธารน้ำแข็ง Tsanfleuron บนเทือกเขาแอลป์ ของสวิสเซอร์แลนด์ พวกเขาสังเกตุเห็นรองเท้าบู๊ทโผล่ออกมาจากน้ำแข็ง และเมื่อเข้าไปสำรวจใกล้ๆ พวกเขาพบว่ารองเท้านั้นเป็นของมนุษย์คู่หนึ่ง นอกจากนั้นยังพบหมวก และข้าวของอื่นๆ อีกที่ถูกแช่แข็งไปพร้อมกับร่างดังกล่าว

ทั้งคู่คือ มาเซย์ลิน และฟรานซิน ดูมอว์ลิน พวกเขาเป็นช่างทำรองเท้าและคุณครู ที่หายตัวไปอย่างปริศนาเมื่อ 75 ปีก่อน

ในวงกลมคือศพที่ถูกพบ เทียบกับขนาดของธารน้ำแข็งในเทือกเขาแอลป์

“เขารายงานกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ส่วนผมแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรจ” เบนฮาร์ด ทาชเนน ซีอีโอของบริษัทกล่าว และในวันต่อมาเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งก็บินมายังบริเวณดังกล่าว น้ำแข็งขนาดใหญ่ถูกตัดออก เพื่อนำร่างของทั้งคู่ไปตรวจสอบ ต่อมาในวันที่ 19 กรกฎาคม ผลการตรวจดีเอ็นเอยืนยันว่าทั้งคู่คือสามีภรรยาที่หายตัวไปเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ปี 1942 จริง

รายงานจาก Le Matin หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของสวิสเซอร์แลนด์ ร่างของพวกเขาไม่ใช่ร่างแรกที่ถูกดึงออกมาจากธารน้ำแข็งนี้

รองเท้าคู่นี้เป็นของ นางดูมอว์ลิน ผู้เป็นภรรยาที่มีอาชีพครู และหายตัวไปอย่างปริศนาเมื่อปี 1942

ศพของสามพี่น้องที่หายตัวไปในปี 1926 ถูกพบในปี 2012 ร่างของนักปีนผาที่พลัดตกลงมาเสียชีวิตในปี 1954 ถูกพบในปี 2008 และในปีเดียวกัน คู่รักคู่หนึ่งหายตัวไประหว่างเดินเขา ซึ่งต่อมาทั้งคู่ถูกพบในปี 2012

นับตั้งแต่ปี 1925 เป็นต้นมา มีการพบศพของผู้คนที่หายตัวไปบนเทือกเขาแอลป์แล้วมากถึง 280 ศพ “ทุกๆปี เราสูญเสียชั้นน้ำแข็งไปเป็นเมตร” ทาชเนนกล่าว “เมื่อแปดปีที่แล้ว ธารน้ำแข็งมีขนาดใหญ่กว่านี้มาก”

ทาชเนนกล่าวขอบคุณการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ที่มีส่วนให้พบร่างของคู่สามีภรรยาดูมอว์ลิน ธารน้ำแข็งที่ล้อมรอบเทือกเขาแอลป์อันงดงามกำลังละลาย แต่ละลายรวดเร็วแค่ไหนยังคงเป็นเรื่องถกเถียง

นาฬิกาพกพายังคงติดอยู่กับร่างของ มาร์เซลิน ดูมอว์ลิน

ผลการศึกษาที่ถูกเผยแพร่ในปี 2006 คาดการณ์ไว้ว่าธารน้ำแข็งจะละลายหายไปจากเทือกเขาภายในฤดูร้อนของปี 2100 นี้ ส่วนอีกผลการวิจัยในปี 2007 ระบุ น้ำแข็งทั้งหมดในภูมิภาคจะหายไปในภายในปี 2050

รายงานจากองค์กร World Glacier Monitoring Service โดยมหาวิทยาลัยซูริค ประมาณไว้ว่าตั้งแต่ปี 2000 – 2010 ธารน้ำแข็งบนเทือกเขาแอลป์ละลายหายไปเป็นเมตรทุกๆปี จำนวนที่มากมายมหาศาลเช่นนี้ถือว่ามากเป็นประวัติการณ์

“มันคือฝันร้าย” ทาชเนนกล่าวถึงโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับครอบครัวดูมอว์ลิน “พวกเขาจากไปและทิ้งลูกๆ 7 คนไว้ข้างหลัง”

ร่างของผู้เสียชีวิตถูกพบพร้อมบัตรประจำตัว, กระเป๋า และหนังสือ

สภาพศพของสามีภรรยาคู่นี้ยังคงดีอยู่ สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ อากาศที่เย็นและแห้งบนเทือกเขาแอลป์ ส่งผลให้กระบวนการย่อยสลายเกิดขึ้นอย่างเชื่องช้า

น้ำแข็งได้หยุดกาลเวลาเอาไว้ ก่อนหน้านี้มีการค้นพบซากศพของมนุษย์ที่เสียชีวิตเมื่อ 5,000 ปีก่อน โดยศพยังคงสมบูรณ์อย่างน่าอัศจรรย์ ร่างดังกล่าวถูกตั้งชื่อว่า Otzi ด้านผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า Otzi ถูกฝังใต้น้ำแข็งไม่นานหลังเขาเสียชีวิตลง

ยังมีร่างอื่นๆ ที่ยังคงถูกฝังอยู่ใต้น้ำแข็งอีกหรือไม่ มีเพียงกาลเวลาเท่านั้นที่จะเปิดเผย

เรื่อง ซาร่าห์ กิบเบ็นส์

ขวดน้ำของผู้เสียชีวิต

 

อ่านเพิ่มเติม

พบฟรุตเค้กอายุ 100 ปี ในแอนตาร์กติกา ยังรับประทานได้

 

เรื่องแนะนำ

เป้าหมายสีเขียวของดูไบ

เรื่อง โรเบิร์ต คุนซิก ภาพถ่าย ลูกา โลกาเตลลี เพื่อดื่มด่ำกับความหลุดโลกของดูไบ นครที่ซึ่งแท่งคอนกรีต กระจก และเหล็กกล้า ผุดขึ้นราวดอกเห็ด และแผ่ขยายท่ามกลางผืนทรายอันร้อนแล้งของทะเลทรายอาหรับในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา คุณอาจเริ่มจากการลองไปเล่นสกีดูก่อน เมื่อมองจากด้านนอกศูนย์การค้าเดอะมอลล์ออฟดิเอมิเรตส์ ทางลาดของลานสกีดูราวกับยานอวกาศสีเงินที่ปักลงไปในพื้น เมื่อเข้าไปด้านใน คุณอาจเดินเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง แล้วค่อยผลักประตูกระจกเข้าไปยังลานสกีดูไบ เสื้อยืดคอกลมที่ระลึกที่ผมซื้อมามีภาพวาดการ์ตูนเป็นภาพเทอร์มอมิเตอร์หน่วยเป็นองศาเซลเซียส เขียนว่า “ฉันเปลี่ยนจาก +50 เป็น -8” จะว่าไปก็ไม่ได้รู้สึกหนาวถึงขนาดนั้นเมื่ออยู่บนลานสกี แต่อุณหภูมิภายนอกในดูไบอาจสูงเกือบ 50 องศาเซลเซียสได้ในฤดูร้อน ความชื้นยิ่งชวนให้อึดอัดเพราะอยู่ใกล้ทะเล แต่แทบไม่มีฝนเลย ดูไบมีปริมาณฝนน้อยกว่า 100 มิลลิเมตรต่อปี และไม่มีแม่น้ำที่อยู่ถาวร อีกทั้งแทบไม่มีผืนดินที่เหมาะแก่การเพาะปลูก แล้วถิ่นฐานบ้านเรือนแบบไหนถึงจะเหมาะกับสถานที่เช่นนี้  ดูไบเคยเป็นหมู่บ้านประมงและเมืองท่าค้าขายที่ทั้งเล็กและยากจนมาหลายร้อยปี แล้วการเติบโตอย่างพรวดพราดจากน้ำมันและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็เปลี่ยนโฉมที่นี่ให้กลายเป็นเมืองแห่งเส้นขอบฟ้าที่เต็มไปด้วยผลงานด้านสถาปัตยกรรมอันน่าอัศจรรย์  และยังมีท่าอากาศยานที่มีผู้ใช้มากที่สุดเป็นอันดับสามของโลกอีกด้วย “ถ้าจะพูดกันถึงความยั่งยืนแล้วละก็ คุณคงไม่มาสร้างที่นี่หรอกครับ” ยานุส โรสตอก สถาปนิกคนสำคัญจากโคเปนเฮเกนผู้มาตั้งรกรากที่นี่ บอก ทว่านครแห่งความยั่งยืนนี่แหละ คือเป้าหมายที่รัฐบาลดูไบประกาศว่า ต้องการจะสร้างให้สำเร็จ ดูไบกับความยั่งยืนอย่างนั้นหรือ รอให้น้ำท่วมหลังเป็ดก่อนเถอะ คุณอาจคิดในใจ ช่วงปีแห่งความเติบโตเหล่านั้นทำให้ดูไบกลายเป็นสัญลักษณ์ของความล้นเหลือ อันเป็นผลพวงจากการมีพลังงานฟอสซิลราคาถูก […]

1 ปีกับ 200 ชีวิตนักสิ่งแวดล้อมที่ถูกฆาตกรรม

เมื่อปี 2017 ที่ผ่านมา มีผู้ถูกสังหารเนื่องจากปกป้องผืนดิน น้ำ และพืชสัตว์ในชุมชนของตนเองอย่างน้อย 200 คน และเรื่องราวของผู้ที่ออกมาปกปักรักษาธรรมชาตินี้อยู่ในความสนใจน้อยมาก

เหตุใด งูน้ำในโตนเลสาบ จึงมีจำนวนลดลง

งูน้ำในโตนเลสาบ กำลังลดจำนวนลงจนน่าใจหาย ประชากรของ งูน้ำในโตนเลสาบ รวมถึงสัตว์น้ำเศรษฐกิจหลายชนิด ถูกคุกคามอย่างหนักจากธุรกิจการทำประมงน้ำจืดในทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โตนเลสาบ เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ในประเทศกัมพูชา และมีความหลากหลายทางชีวภาพของชนิดพันธุ์สัตว์น้ำมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เซบ โฮแกน นักชีววิทยาและนักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก กำลังศึกษาผลกระทบจากการทำประมงในโตนเลสาบต่อชนิดพันธุ์สัตว์น้ำ ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมาจำนวนปลาในทะเลสาบลดลงอย่างน่าใจหาย กิจกรรมประมงเพื่อการค้าในทะเลสาบ มีการควบคุมโดยตรงจากรัฐบาล แต่ก็ยังไม่สัมฤทธิ์ผล มีชาวประมงกว่าร้อยคนที่เป็นผู้ค้ารายใหญ่คอยจัดการธุรกิจประมงในทะเลาสาบ สัตว์น้ำที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างปลาบึกถูกคุกคามอย่างหนักจากการประมงเกินขนาดจนกลายเป็นสัตว์หายาก ชาวประมงจึงหันไปจับปลาที่มีขนาดตัวเล็กลง (อ่านเพิ่มเติม: Rare Giant Catfish Signals Hope for Species) จากการสำรวจเมื่อปี 2000 พบว่า งูน้ำในโตนเลสาบ กว่าเจ็ดล้านตัวถูกจับเพราะการประมงในทะเลสาบทุกๆ ปี จำนวนประชากรของงูน้ำ ซึ่งบางชนิดเป็นชนิดพันธุ์ที่เกือบอยู่ในข่ายใกล้การสูญพันธุ์ ลดจำนวนลงเรื่อยมาตั้งแต่ปี 1990 งูน้ำที่ไม่มีพิษจะถูกนำไปปรุงเป็นอาหาร หรือใช้หนังเพื่อทำเป็นสินค้า รวมถึงใช้ทำยารักษาโรค งูน้ำเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศในทะเลสาบ พวกมันเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่อาหาร คอยกินปลาและกบ และเป็นอาหารของนก การศึกษาผลกระทบจากการลดจำนวนลงของจำนวนประชากรงูน้ำและสัตว์น้ำอื่นๆ ยังไม่มีรายงานที่ชัดเจน   อ่านสารคดีไทยเกี่ยวกับ โตนเลสาบ เพิ่มได้ที่ โตนเลสาบ ชีวิตลอยน้ำที่กำลังสูญสิ้น