เมื่อไต้หวันเปลี่ยนจักรยานยนต์นับแสนคันเป็น สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เพื่อแก้ PM 2.5

เมื่อไต้หวันเปลี่ยนจักรยานยนต์นับแสนคันเป็น สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เพื่อแก้ปัญหา PM 2.5 อย่างยั่งยืน

 Gogoro สตาร์ทอัพ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ที่ทำให้ชาวไต้หวันเปลี่ยนมาใช้ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า แทนจักรยานยนต์เชื้อเพลิงฟอสซิล ด้วยการสร้างสถานีสลับแบตเตอรี เกือบ 2,000 แห่งทั่วประเทศ

ไต้หวันมีประชากรเพียง 23 ล้านคน ในขณะที่มีจำนวนสกู๊ตเตอร์ทั่วประเทศอยู่ถึง 14 ล้านคัน เท่ากับว่าในประชากร 2 คน หนึ่งคนเป็นเจ้าของสกู๊ตเตอร์ สกู๊ตเตอร์คือมอเตอร์ไซต์ขนาดเบา ที่มีล้อเล็ก ทำให้สามารถใช้งานในเมืองได้สะดวกกว่ามอเตอร์ไซต์ขนาดปกติ แต่อย่างไรก็ตามสกู๊ตเตอร์เหล่านี้ขับเคลื่อนด้วยน้ำมันปิโตรเลียม เชื้อเพลิงฟอสซิลไม่ต่างกัน

ข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ระบุออกมานานนับศตวรรษแล้วว่า สภาวะเรือนกระจกจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ถูกปล่อยออกมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ส่งผลกระทบรุนแรงต่อภูมิอากาศโลก ด้วยการเข้าไปปกคลุมชั้นบรรยากาศ ส่งผลให้อุณหภูมิสูงโลกขึ้นเรื่อย ๆ

นอกจากนี้ ฝุ่นพิษ PM 2.5 ความเลวร้ายทางสภาพอากาศล่าสุดที่คนไทยส่วนใหญ่เพิ่งทำความรู้จักและตระหนักเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ก็มีสาเหตุหนึ่งมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลในระบบคมนาคมเช่นกัน ดังนั้นประเทศที่มีขนาดเล็กกว่าไทยถึง 14 เท่าอย่างไต้หวัน แต่มีจำนวนจักรยานยนต์น้อยกว่าเพียงไม่กี่ล้านคัน (ประเทศไทยมีจำนวนจักรยานประมาณ 20 ล้านคัน) จึงประสบปัญหาภาวะทางอากาศอย่างรุนแรงเช่นกัน

มีการคาดการณ์ว่ามลพิษ PM 2.5 ของไต้หวันกว่า 20 เปอร์เซ็นต์มาจากจักรยานยนต์ แม้โดยทั่วไปแล้วพวกมันจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่ารถยนต์และประหยัดน้ำมันมากกว่า แต่ก็ปล่อยไฮโดรคาร์บอนมากกว่าซึ่งจะสร้างหมอกควันไนโตรเจนออกไซด์และคาร์บอนมอนอกไซด์

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า, Gogoro, ไต้หวัน, มอเตอร์ไซต์ไฟฟ้า

แต่นั่นคืออดีต…

ผู้คนเดินเท้าบนบาทวิถีกว้างขวางร่วมรื่นในกรุงไทเป ท้องถนนไร้ซึ่งจักรยานยนต์ที่สร้างมลภาวะทางเสียงและมลพิษทางอากาศจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล เสียงโดยรอบที่ได้ยินคือบทสนทนาของผู้คน นกร้องเพลงเจื้อยแจ้วและยานยนต์ไฟฟ้าเสียงแผ่วเบา แม้แต่รถขนส่งมวลชนสาธารณะ ก็ล้วนขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า คุณมีทางเลือกในการเดินทางในเมือง จะเดินสูดอากาศบริสุทธิ์เต็มปอด หรือถ้ารีบหน่อย จะเช่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่มีบริการอยู่ทุกมุมเมืองก็ได้

คือวิสัยทัศน์ที่หลายภาคส่วนในไต้หวันเห็นเมืองของพวกเขาในอนาคตร่วมกัน ทำให้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลไต้หวันเริ่มออกนโยบายส่งเสริมการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า ในขณะเดียวกันก็เกิดการขานรับอย่างคึกคักของเหล่าผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจสตาร์ทอัพที่เปลี่ยนโฉมการคมนาคม จากการสร้างทางเลือกให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงพลังงานสะอาดบนท้องถนนในชีวิตประจำวันได้มากขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

การสร้างภาพฝันและแผนนโยบายบนแผ่นกระดาษ เป็นเรื่องง่ายที่รัฐบาลประเทศไหนก็ทำได้ แต่อะไรคือหัวใจที่ทำให้ไต้หวันสามารถเปลี่ยนมอเตอร์ไซต์ที่ใช้น้ำมันนับแสนคัน เป็นมอเตอร์ไซต์ไฟฟ้าได้สำเร็จ นี่คือ 4 บทเรียนที่เราควรเรียนรู้จากกรณีศึกษานี้

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า, Gogoro, ไต้หวัน, มอเตอร์ไซต์ไฟฟ้า

01 ความจริงจังของรัฐบาลเรื่องสิ่งแวดล้อม

ไต้หวันนับหนึ่งในประเทศผู้นำของภูมิภาคเอเชียที่มีการผลักดันนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง โดยตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ 50 เปอร์เซ็นต์ภายใน ค.ศ. 2050 โดยมีการประกาศใช้นโยบายสีเขียว (Green Policy) ที่มีเป้าหมายในการสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ ที่จะทำให้การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ภายใน ค.ศ. 2025 ไต้หวันจะยุติการใช้พลังงานนิวเคลียร์ รวมถึงผลักดันให้เกิดการใช้พลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม เพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงรัฐบาลยังประกาศอย่างชัดเจนถึงความพร้อมในการสนับสนุนให้เกิดการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่เฉพาะจากหน่วยงานหรือองค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น แต่รัฐบาลพร้อมโอบอุ้มนวัตกรรายย่อยและสตาร์ทอัพรายใหม่ ๆ อย่างเต็มกำลัง

02 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและคำถามที่ต้องตอบ

ไต้หวันมีอัตราส่วนประชากรต่อจักรยานยนต์สูงที่สุดในโลก แม้มีระบบขนส่งมวลชนสาธารณะที่แข็งแรง แต่ด้วยวัฒนธรรมการใช้ชีวิต สกู๊ตเตอร์คือพาหนะอำนวยความสะดวกในเมืองที่แทบทุกบ้านจำเป็นต้องมี ดังนั้นถ้าสามารถเปลี่ยนการใช้งานสกู๊ตเตอร์เชื้อเพลิงฟอสซิลจำนวนหลายล้านคัน ไปเป็นยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ จะเป็นก้าวกระโดดสำคัญที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน การสร้างสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้านั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่คำถามคือ ทั่วโลกมียานยนต์ไฟฟ้าถูกผลิตและปล่อยสู่ท้องตลอดมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว แต่ทำไมจึงยังไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร นั่นแบตเตอรีในยานยนต์ไฟฟ้าใช้เวลานานกว่าจะชาร์จไฟเต็ม และบรรจุกลับลงไปได้

เท่ากับว่าถ้าคุณขับรถอยู่และยังไม่ถึงที่หมาย แต่แบตเตอรีหมดเสียก่อน การเดินทางจะต้องชะงักไปหลายชั่วโมง ประกอบกับหลาย ๆ พื้นที่ยังไม่มีสถานีชาร์จไฟที่แพร่หลายพอ จนผู้ใช้รู้สึกสะดวกสบาย เมื่อเทียบกับปั๊มน้ำมันปิโตรเลียมที่มีอยู่ทั่วไป และผู้ใช้ไม่ต้องกังวลว่าแหล่งพลังงานยานยนต์จะหมดกลางทาง

ใน ค.ศ. 2011 Gogoro สตาร์ทอัพเล็ก ๆ ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้ระบบคมนาคมไต้หวันไปตลอดกาล เมื่อพวกเขาหาคำตอบให้คำถามนี้ได้ ผ่านการสร้าง Gogoro GoStation หรือเครือข่ายสถานีสลับแบตเตอรี ที่ช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เมื่อแบตเตอรีหมดระหว่างทาง ไม่ต้องรอชาร์จ เพียงเข้ามาสลับเอาแบตเตอรีลูกใหม่ที่ไฟเต็มไปได้เลย

นี่คือจุดเปลี่ยนเกมส์ที่ทำให้คนไต้หวันทยอยหันมาใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ากันมากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า, Gogoro, ไต้หวัน, มอเตอร์ไซต์ไฟฟ้า

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า, Gogoro, ไต้หวัน, มอเตอร์ไซต์ไฟฟ้า

03 รัฐบาลร่วมลงทุนสร้างสถานีแบตเตอรีไฟฟ้า

ทุกวันนี้ถ้าเดินไปบนถนนของกรุงไทเปและหลาย ๆ เมืองใหญ่ในไต้หวัน คุณจะพบ Gogoro GoStation กว่า 1,820 สถานี ตั้งอยู่ทุก 5 กิโลเมตร

เพียงแค่นำแบตเตอรีเข้าไปเสียบในแท่นของสถานี แบตเตอรีที่มีไฟฟ้าเต็มจะดีดตัวออกจากแท่นถัดไปให้สามารถนำไปใส่ในสกูตเตอร์ และแบตเตอรีที่ถูกเสียบไว้ที่ถูกชาร์จจนเต็ม และมีผู้ใช้รายอื่นเข้ามานำไปใช้ต่อ กระบวนการทั้งหมดนี้คือแนวคิดเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (Sharing Economy) นับตั้งแต่สร้างสถานี จนถึงทุกวันนี้มีการแลกแบตเตอรีของผู้ใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไปแล้วกว่า 22 ล้านครั้ง

ที่เป็นเช่นนี้ได้ เนื่องจากกองทุนพัฒนาแห่งชาติของรัฐบาลไต้หวัน เล็งเห็นว่าการขับเคลื่อนให้ตลาดสกูตเตอร์ไฟฟ้านั้นมีความจำเป็น จึงร่วมลงทุนในสตาร์ทอัพ Gogoro ตั้งแต่ปีแรก ๆ ของการก่อตั้ง ในการสร้างสถานีสลับแบตเตอรรัฐบาลจึงเข้ามารับผิดชอบการจัดหาที่ดินและค่าใช้จ่ายด้วย

ไต้หวันยังประกาศว่าภายใน ค.ศ. 2035 พวกเขาจะยุติการซื้อขายจักรยานต์เชื้อเพลิงฟอสซิลให้ได้ถาวร นอกจากนี้ การไปรษณีย์ไต้หวันซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ยังดำเนินนโยบายสอดคล้องกับการขับเคลื่อนของภาครัฐ โดยประกาศปลดระวางจักรยานยนต์เชื้อเพลิงฟอสซิลรุ่นเก่า จำนวนกว่า 9,000 คัน เพื่อเปลี่ยนมาใช้จักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้าได้ให้ภายใน ค.ศ. 2023

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า, Gogoro, ไต้หวัน, มอเตอร์ไซต์ไฟฟ้า

04 คู่แข่งคือผู้ร่วมทางสู่เป้าหมาย

เมื่อ 3 ปีที่แล้วมีการก่อตั้งสมาพันธ์ยานยนต์ไฟฟ้าใต้หวัน (TEVA) ขึ้น จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของผู้เปลี่ยนมาใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า และการผลิตสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าก็ไม่ได้ผูกขาดกับ Gogoro เพียงแห่งเดียว โดยแบตเตอรีของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าทุกรายสามารถมาสลับแบตเตอรีที่ Gogoro GoStation ได้ เพื่อเป็นการสนับสนุนความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้

แม้แต่ผู้ผลิตจักรยานยนต์รายใหญ่ของไต้หวันอย่าง KYMCO ก็กระโดดลงมาพัฒนาสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ แล้วเช่นกัน ยิ่งมีคู่แข่งในตลาดมาก ยิ่งมีทางเลือกให้ผู้ใช้มาก ยิ่งทำให้การใช้พลังงานสะอาดเป็นเรื่องใกล้ตัว และเป็นผลดีโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อม

ปัจจุบันจักนยานยนต์ไฟฟ้ามีส่วนแบ่งในตลาดยานยนต์ไต้หวันถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ในระดับโลก มีเพียงไม่กีประเทศที่พาหนะไฟฟ้ามีส่วนแบ่งขนาดใหญ่ในตลาดยานพาหนะ นอร์เวย์เป็นประเทศแรกที่ไปถึงจุดนั้นเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ตามมาด้วยไอซ์แลนด์และสวีเดน

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า, Gogoro, ไต้หวัน, มอเตอร์ไซต์ไฟฟ้า

สืบค้นและเรียบเรียง มิ่งขวัญ รัตนคช
ภาพ Amaris Woo


ข้อมูลอ้างอิง


เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ : รถยนต์ไฟฟ้า นวัตกรรมแห่งวงการยานยนต์

รถยนต์ไฟฟ้า

เรื่องแนะนำ

Prato เมืองเล็กในอิตาลี ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยั่งยืนด้วยการรีไซเคิลเสื้อผ้าจากทั่วโลก

Prato เมืองเล็ก ๆ ทางตอนเหนือของอิตาลี ถูกขนานนามว่าเมืองหลวงแห่งการรีไซเคิลเสื้อผ้าจากแฟชั่นเหลือใช้ ด้วยธุรกิจสิ่งทอรีไซเคิลกว่า 3,500 แห่ง สร้างเม็ดเงินกว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตั้งแต่ ค.ศ. 2000 ถึง ค.ศ. 2015 ในขณะที่ประชากรโลกเพิ่มขึ้นหนึ่งในห้า การผลิตเสื้อผ้าก็เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตามรายงานของมูลนิธิ Ellen MacArthur โดยเป็นผลจากการเกิดขึ้นของ ‘Fast Fashion’ หรือรูปแบบการผลิตเสื้อผ้าที่เน้นความรวดเร็ว ในราคาต่ำที่สุด เพื่อให้ผู้ซื้อไม่รู้สึกเสียดายเงินที่จะใส่แค่ไม่กี่ครั้ง แล้วทิ้งไปซื้อตัวใหม่ต่อไป ในแต่ละปีมีเสื้อผ้าถูกผลิตขึ้นบนโลกมากกว่า 150,000 ล้านชิ้น กระบวนการผลิตปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงประมาณ 1.2 พันล้านตันในทุก ๆ ปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากกว่า Carbon Footprint ของเที่ยวบินระหว่างประเทศและขนส่งทางทะเลรวมกัน นอกจากนี้อุตสาหกรรมสิ่งทอยังเป็นตัวการสร้างน้ำเสียถึง 20 เปอร์เซ็นต์จากอุตสาหกรรมทั้งหมดในโลก ไม่ใช่แค่การผลิตเท่านั้นที่ทำให้เกิดความเสียหาย การทิ้งเสื้อผ้าสิ่งทอก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมมากยิ่งกว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมสิ่งทอถูกจัดให้เป็นอุตสาหกรรมที่ก่อมลพิษมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลก (รองจากอุตสาหกรรมน้ำมัน) ด้วย ‘วัฒนธรรมใส่แล้วทิ้ง’ ของเราที่เพิ่มมากขึ้น แต่ละปีจึงมีเสื้อผ้าสภาพดีจำนวนมหาศาลถูกทิ้งขว้าง ทั้งที่เพิ่งถูกสอยลงจากราวแขวนในห้างสรรพสินค้าได้ไม่นาน ผลพวงจากกระบวนการทิ้งเสื้อผ้ามหาศาลนี้ ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 3.3 […]

นักวิจัยไทยถึงขั้วโลกเหนือแล้ว พบน้ำทะเลขั้วโลกอุ่นขึ้น 5 องศาฯ

ทีมนักวิจัยไทยดำน้ำสำรวจขั้วโลกเหนือ พบวิกฤติโลกร้อน ทำพฤติกรรมการกินของสัตว์เปลี่ยนไป สาหร่าย แมงกะพรุนเพิ่มจำนวนขึ้น และพบขยะพลาสติก

คู่มือเอาชีวิตรอด

สัมผัสกับประสบการณ์เอาชีวิตรอดจากสถานการณ์อันตรายของบรรดานักสำรวจหน้าใหม่ เพื่อย้ำเตือนถึงความมีสติอยู่ทุกเมื่อระหว่างการสำรวจ แม้คุณเองจะเป็นผู้เชี่ยวชาญก็ตาม

เบอร์นี เคราส์ กับสรรพเสียงธรรมชาติที่เงียบงันลงทุกที

ครั้งหน้าเมื่อออกไปในธรรมชาติ ลองหยุดนิ่ง หลับตา และเงี่ยหูฟังสิ เบอร์นี เคราส์ อยากให้เราทำอย่างนั้น ก่อนสายเกินไปที่จะฟังเสียงซิมโฟนีแห่งโลกธรรมชาติ  เคราส์เป็นนักดนตรีแจ๊สผู้โด่งดัง ระหว่างเรียนปริญญาเอกสาขา Bioacoustics เขาก่อตั้งสาขา “นิเวศวิทยาของเสียงจากสิ่งแวดล้อม” เคราส์อัดเสียงต่างๆ จากป่าดงพงไพร ทั้งบนบกและในทะเล มาตั้งแต่ พ.ศ. 2511  เขารวบรวมเสียงจากถิ่นที่อยู่ต่างๆ มากกว่า 5 พันชั่วโมง บันทึกเสียงจากสิ่งมีชีวิตอย่างน้อย 15,000 ชนิด  บางคนถือว่าห้องสมุดเสียงของเขาเป็นสมบัติของชาติ  แต่ที่น่าเศร้าคือการรบกวนของมนุษย์ที่เพิ่มขึ้นทุกทีกำลังทำให้เสียงธรรมชาติเหล่านั้นแผ่วลง  จากเสียงนกร้องถึงเสียงหมาป่าหอนและเสียงขยับจังหวะของแมลง และเสียงที่บันทึกจากระบบนิเวศหลายแห่งที่เคราส์เรียกว่า “biophonies”—เสียงสรรพชีวิต—ก็หยุดบรรเลงไปตลอดกาลเสียแล้ว  “ออร์เคสเตรธรรมชาติกำลังสาบสูญไป ไม่ใช่แค่เสียง แต่เป็นตัวผู้บรรเลงเองด้วย”  เคราส์ เคยให้สัมภาษณ์ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ว่าทำไมเสียงของธรรมชาติจึงสำคัญ   เสียงจากสิ่งแวดล้อม (soundscape) บอกอะไรเราต่างไปจากภูมิทัศน์ (landscape) ? แน่นอน  มีตัวอย่างหนหนึ่งที่บริษัทตัดไม้เข้าไปยังเซียราเนวาดา เมื่อ พ.ศ. 2531  ผมบันทึกเสียงธรรมชาติตอนรุ่งอรุณทั้งก่อนและหลังการตัดไม้  ถ้ามองด้วยตาเปล่า ป่าดูเหมือนเดิมหลังจากต้นไม้ที่ถูกเลือกตัดบางต้นถูกขนย้ายออกไป แต่เสียงนกที่เคยร้องหายไปอย่างมากและแม้อีกทศวรรษให้หลัง เสียงนกร้องแบบที่เคยมีดั้งเดิมก็ยังไม่หวนกลับมาอีกเลย […]