ตามหาต้นไม้ ณ ปลาย ใต้สุดของโลก - National Geographic Thailand

ตามหาต้นไม้ ณ ปลาย ใต้สุดของโลก

ในบรรดาไม้ยืนต้นนับล้านล้านต้นในโลกที่ร้อนขึ้นเรื่อยๆ นี้ ชนิดใดกันที่เติบโตอยู่ ใต้สุดของโลก ทีมของเราฟันฝ่ากระแสลม เกรี้ยวกราดของแหลมฮอร์นเพื่อค้นหามัน

ต้นไม้ทั้งเจ็ดงอกและเติบโตอยู่บนไหล่เขาใกล้ปลายติ่งใต้สุดของทวีปอเมริกาใต้ เหนือคลื่นที่ซัดบ้าคลั่งตรงบริเวณที่มหาสมุทรแปซิฟิกบรรจบกับมหาสมุทรแอตแลนติก

พวกมันไม่ได้น่าประทับใจอะไรนัก เป็นเพียงกิ่งก้านหงิกงอพันกันยุ่งเหยิง มีเปลือกสีเงินยวงซุกซ่อนอยู่ในพงหญ้าสูงมีอยู่สองสามต้นที่ตายไปแล้ว แต่ไม่มีต้นไหนเลยที่สูงเกินกว่าต้นขาของผม พวกที่ยังมีชีวิตอยู่เอนลู่และทอดยาว ไม่กี่เมตรไปตามพื้นดิน กระแสลมกราดเกรี้ยวกำราบให้ลำต้นของไม้พวกนั้นทอดยาวในแนวราบอย่างสิ้นเชิง

ใต้สุดของโลก
ไบรอัน บิวมา นักนิเวศวิทยาป่าไม้ (ซ้าย) และอันเดรส โฮลซ์ สำรวจเชิงผาที่เต็มไปด้วยหญ้าบนหัวแหลมของแหลมฮอร์นบนเกาะอิสลาออร์นอส จุดสุดท้ายในอเมริกาใต้ที่อาจมีไม้ยืนต้นขึ้นอยู่

เป็นเรื่องยากที่จะเห็นดีเห็นงามตามว่า ต้นไม้หงิกงอเหล่านี้คุ้มค่ากับการลงทุนลงแรงของพวกเราที่ดั้นด้น ตามหาพวกมัน เราบินข้ามมหาสมุทร โดยสารเรือเฟอร์รี 32 ชั่วโมง นั่งเรือไม้เหมาลำอีกกว่า 10 ชั่วโมง ซึ่งขับโดยกะลาสีผู้สารภาพเอาตอนมาถึงครึ่งทางแล้วว่า ไม่เคยเดินเรือในท้องทะเลอันตรายแถบนี้เลย ตอนนั้นเองที่เรามาถึง จุดหมายปลายทาง คือ อิสลาออร์นอส เกาะตรงปลายแหลมฮอร์น ผืนแผ่นดินสุดท้ายในเตียร์ราเดลฟวยโก ที่นั่นเราปีนเขาฝ่าลมที่พัดแรงจนเราถึงกับหกคะเมน ลื่นล้มบนขี้นกเพนกวิน และผลุบหายไปท่ามกลางพุ่มบาร์แบร์รีที่สูงท่วมอก

เราดั้นด้นมาถึงที่นี่เพื่อทำแผนที่พรมแดนที่ไม่มีนักวิทยาศาสตร์คนใดทำมาก่อน เรามาเพื่อค้นหาไม้ยืนต้นที่อยู่ทาง ใต้สุดของโลก

“ต้นนี้แหละ” ไบรอัน บิวมา นักนิเวศวิทยาป่าไม้จากมหาวิทยาลัยโคโลราโดเดนเวอร์ กล่าว เขาสวมเสื้อกันฝนคลุมตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า ยืนกางขาคร่อมเนินดิน ดูเข็มทิศอีกครั้งแล้วพึมพำว่า “เยี่ยม”

ใต้สุดของโลก, ต้นไม้
ต้นไม้ใต้สุดของโลกคือต้นบีชมาเจลลันหนึ่งในเจ็ดต้นซึ่งบางต้นตายไปแล้ว เมื่อโลกอบอุ่นขึ้น ป่าจะคืบคลาน ลงใต้สู่แอนตาร์กติกาหรือไม่ ตอนนี้ นักวิจัยสามารถติดตามการเคลื่อนตัวดังกล่าวโดยใช้ตัวอย่างที่พบนี้เป็นจุดอ้างอิงสำหรับเปรียบเทียบต่อไป

บิวมาบอกผมว่า ในโลกธรรมชาติมีไม่กี่สิ่งที่สามารถระบุได้ว่าเป็นจุดจบที่แท้จริง เป็นตัวสุดท้าย ของชนิดพันธุ์ หรือไม่ก็เป็นตัวชายขอบ เขาล้วงสายวัดออกมาจากเป้ แล้วเริ่มวัดลำต้นที่เอนราบ ห่างจากต้นอื่นไปทางใต้ไม่กี่เซนติเมตร “ผมคิดว่าเราควรรู้ว่าสิ่งเหล่านี้อยู่ตรงไหนนะครับ” เขาบอก

ไม้ยืนต้นที่อยู่ใต้สุดก็คือ Nothofagus betuloides หรือต้นบีชมาเจลลัน ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับที่ทีมของกัปตันคุกเก็บได้ครั้งแรก วงปีระบุว่ามันมีอายุ 41 ปี เส้นผ่านศูนย์กลางไม่ถึงห้าเซนติเมตรดี และสูงน้อยกว่า 60 เซนติเมตร จากตรงนั้น มันเอนไปด้านข้างและเติบโตอยู่ในกอหญ้า

มันไม่ใช่ต้นโอ๊กที่แผ่กิ่งก้านสวยงาม แต่บิวมาก็พอใจ “น่าทึ่งจริงๆ ครับ” เขากล่าว

เรือนยอดไม้
นักวิจัยเรือนยอดต้นไม้ อีวาน ดีแอซ ปีนขึ้นต้นบีชมาเจลลัน ซึ่งยืนต้นอยู่บนลาดเขาที่ช่วยกำบังลม พวกมันเติบโตสูงผิดปกติสำหรับเกาะอิสลาออร์นอส ซึ่งต้นไม้ส่วนใหญ่ไม่สูงไปกว่าตัวดีแอซเอง

ทั่วโลก ป่ากำลังโยกย้ายถิ่นฐาน ขณะที่สภาพภูมิอากาศอบอุ่นขึ้น แนวต้นไม้ขยับสูงขึ้นไปตามภูเขาต่างๆ และชนิดพันธุ์ไม้ยืนต้นยังขยายเขตการกระจายพันธุ์ไปสู่ละติจูดที่สูงขึ้น เมื่อต้นไม้เคลื่อนย้าย ระบบนิเวศก็เปลี่ยนแปลง ในอะแลสกา ฤดูเจริญเติบโตที่ยาวนานขึ้นในปัจจุบันทำให้ต้นหลิวเติบโตจนพ้นหิมะขึ้นมาในฤดูหนาว ดึงดูดกวางมูสและกระต่ายสโนว์ชูจากทิวเขาบรุกส์เรื่อยขึ้นไปจนถึงมหาสมุทรอาร์กติก ทวีปอาร์กติกและหลายส่วนของแอนตาร์กติกาเป็นภูมิภาคที่อุ่นขึ้นเร็วที่สุดในโลก

สองสามวันต่อมา เรานั่งเรือ โอเบฮาเนกรา ตัดข้ามช่องแคบบีเกิลอันสงบเงียบกลับไป หลังจากถูกลมและฝนซัดกระหน่ำ และนอนเบียดเสียดกันสามคนในเต็นท์ขนาดสองคนนาน 11 วัน ผมพร้อมสำหรับเบียร์และการอาบน้ำร้อนแล้ว บิวมายังคงอิ่มอกอิ่มใจกับความสำเร็จ งานวิจัยของเขาและเพื่อนร่วมงานสร้างบรรทัดฐานทางวิทยาศาสตร์ ในการศึกษาการเคลื่อนย้ายของป่า มันยังเจ๋งอีกด้วย

ใต้สุดของโลก, ต้นไม้
ในการค้นหาต้นไม้ที่อยู่ทางใต้สุดของโลก นักวิทยาศาสตร์สำรวจเกาะอิสลาออร์นอสที่มีลมกระโชกแรง บางครั้ง พวกเขาจำต้องเดินไปบนพุ่มหนาของต้นไม้และไม้พุ่ม โดยเคลื่อนตัวไปอย่างระมัดระวังไม่ให้ไถลร่วงลงเหวลึก

สถานที่นี้จะเปลี่ยนแปลงไปเพียงใด ขณะที่โลกอบอุ่นขึ้น เราบอกไม่ได้แน่ชัด อีก 20 ปีมันจะแตกต่างไปจากนี้ไหม ภูมิประเทศคล้ายทุ่งทุนดรานี้จะกลายเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ไหม กระแสลมที่เปลี่ยนแปลงตามสภาพภูมิอากาศ จะทำให้ชายป่าย้ายที่ไปอีกไหม เป็นไปได้ไหมที่สักวันหนึ่งนกจะกระจายเมล็ดพืชไปยังหมู่เกาะดีเอโกรามีเรซ ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 100 กิโลเมตร ทำให้ต้นไม้หยั่งรากในสถานที่ที่ปัจจุบันปราศจากต้นไม้

บิวมากล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจดูเหมือนเรื่องนามธรรม แต่แม้กระทั่งเด็กนักเรียนยังเข้าใจกระบวนการนี้ได้ ถ้าเขาสามารถแสดงให้เด็กๆ เห็นจุดที่พบต้นไม้ซึ่งยืนต้นอยู่ ณ จุดใต้สุดของโลกบนกูเกิลเอิร์ทได้ มันจะกลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้และสำคัญขึ้นมา

“แนวคิดมีมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วว่า จงมองหาจุด จุดทางกายภาพที่ผู้คนเห็นได้ จุดที่ระบุถึงชายชอบ” บิวมาบอก จากตรงนั้น เราสามารถเฝ้ามองโลกเคลื่อนผ่านมันไป

ใต้สุดของโลก, ต้นไม้, หาดหิน, เพนกวิน
นกเพนกวินมาเจลลันรีบจ้ำไปตามหาดหินของเกาะเพื่อมุ่งหน้าสู่คอโลนีของพวกมัน หลังออกจับปลามาทั้งวัน นักวิจัยลุยฝ่าดงพืชหนา บางครั้งลื่นไปบนขี้ที่นกเพนกวินถ่ายไว้ระหว่างเดินเตาะแตะไปตามเส้นทางสายเดียวกัน

เรื่อง เครก เวลช์

ภาพถ่าย เอียน เทห์

สามารถติดตามสารคดี ตามหาต้นไม้ ณ ปลายใต้สุดของโลก ฉบับสมบูรณ์ได้ที่ นิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนมิถุนายน 2564

สามารถสั่งซื้อได้ที่ https://www.naiin.com/category?magazineHeadCode=NG&product_type_id=2


อ่านเพิ่มเติม 9 ต้นไม้ในตำนานแห่งความทรงจำทั่วโลก

เรื่องแนะนำ

โตโน่ – ภาคิน กับภารกิจว่ายน้ำข้ามทะเล

“เมื่อผมรู้สึกได้ว่าอากาศและสิ่งแวดล้อมกำลังแย่ลง ผมจึงอยากช่วยเป็นหนึ่งเสียงที่ช่วยให้คนในสังคมสนใจเรื่องนี้” โตโน่ – ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ภายในอาคารของคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สระว่ายน้ำในร่มที่ใช้เป็นสถานที่ฝึกซ้อมการว่ายทวนกระแสน้ำ ตั้งอยู่กลางโถงใหญ่ดูคล้ายฐานปฏิบัติการลับในภาพยนตร์ วันนี้ กองบรรณาธิการออนไลน์ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย กำลังพูดคุยกับ โตโน่ นักร้อง นักแสดง และล่าสุดเขาคือ ทูตแห่งมหาสมุทรเพื่อความยั่งยืนแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากองค์การสหประชาชาติเพื่อมหาสมุทร (UN Ocean Conference) เขามาฝึกซ้อมว่ายน้ำที่นี่กับคุณครูและผู้ฝึกสอน เพื่อเตรียมตัวสู่โปรเจกต์ใหญ่ในชีวิต ONE MAN & THE SEA หนึ่งคนว่าย หลายคนช่วย บรรยากาศสบายและเป็นกันเองภายในห้องควบคุมบริเวณด้านบนของสระน้ำ โตโน่เล่าย้อนไปถึงกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่เขาลงมือทำมาเป็นเวลาหนึ่งปี “โครงการเก็บรักษ์” เป็นกิจกรรมที่เขาได้เริ่มมองเห็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และตระหนักว่า ผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมกำลังขยายวงกว้างออกไป “ผมเห็นว่าทะเลกำลังได้รับผลกระทบจากปัญหาขยะ ซึ่งทะเลเป็นแหล่งกำเนิดของสรรพชีวิต แต่ก็เป็นปลายทางของขยะด้วยเช่นกัน” โตโน่บอกและเสริมว่า “กิจกรรมการว่ายน้ำครั้งนี้จึงน่าจะเป็นตัวเชื่อมโยง และเป็นกระบอกเสียงหนึ่ง ที่สร้างความตระหนักให้กับทุกคนหันมาใส่ใจเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากขึ้น” คุณคิดว่า ตัวคุณเองได้รับผลกระทบจากปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างไร จนทำให้คุณต้องลุกขึ้นมาทำกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม จากชีวิตประจำวันก็คงเป็นเรื่อง PM2.5 สภาพภูมิอากาศที่ร้อนและยาวนานขึ้น และภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้นทุกวัน เช่นกรณีอุทกภัยครั้งล่าสุดที่อุบลราชธานี […]

งานวิจัยเผย เขื่อนประเทศต้น แม่น้ำโขง กักน้ำมหาศาลจนประเทศปลายน้ำเกิดภัยแล้ง

(ภาพปก) ภัยแล้งและเขื่อนต้นน้ำได้ลดระดับน้ำของแม่น้ำโขงให้ต่ำที่สุดในรอบร้อยปี และส่งผลกระทบต่อการวางไข่ของปลา อันเป็นสัญญาณที่ไม่ดีต่อแหล่งอาหารในภูมิภาคนี้ ภาพถ่ายโดย BEN DAVIES/LIGHTROCKET/GETTY ข้อมูลจากงานวิจัยใหม่เผยให้เห็นว่าทางการปักกิ่งเป็นต้นเหตุของระดับน้ำใน แม่น้ำโขง ที่ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ ในประเทศไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม เมื่อปีที่แล้ว เขื่อนบนแม่น้ำโขงในประเทศจีนได้กักน้ำจำนวนมหาศาลในช่วงภัยแล้งซึ่งสร้างความเสียหายให้กับประเทศที่อยู่ปลายน้ำเมื่อปีที่แล้ว โดยในช่วงเวลาเดียวกัน เขื่อนของจีนกลับมีปริมาณน้ำมากกว่าค่าเฉลี่ยของระดับน้ำในพื้นที่ต้นน้ำของแม่น้ำ บรรดากลุ่มสิ่งแวดล้อมที่ทำงานเพื่อดูแลแม่น้ำโขงต่างเรียกร้องถึงความโปร่งใสและความร่วมมือในการเปิดเผยรายงานว่า เขื่อนของจีนได้กักน้ำจำนวนมากในช่วงเวลาดังกล่าว บริษัท Eyes on Earth Inc., บริษัทสำรวจและให้คำปรึกษาที่เชี่ยวชาญด้านแหล่งน้ำได้เปิดเผยการศึกษาที่ได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ ในเรื่องการจัดการน้ำในแม่น้ำโขงระหว่างประเทศจีนและประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง แม่น้ำที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนราว 60 ล้านคนที่แม่น้ำไหลผ่าน ทั้งใน สปป. ลาว เมียนมา ไทย กัมพูชา และเวียดนาม โดยข้อมูลระดับน้ำดังกล่าวได้มาจากข้อมูลดาวเทียมที่เก็บข้อมูลเขื่อน 11 แห่งของจีน ซึ่งได้กักน้ำทั้งที่ในช่วงเวลานั้นจีนมีระดับน้ำที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยอยู่แล้ว ในทางกลับกัน ประเทศปลายน้ำกลับมีระดับน้ำที่ต่ำที่สุดในรอบ 50 ปี ภัยแล้งในปีที่แล้วได้ส่งผลให้ทั้งชาวนาและชาวประมงในพื้นที่ปลายน้ำเห็นการลดลงของระดับน้ำจนเห็นสันดอนทรายไปตลอดแนวแม่น้ำ และสีของแม่น้ำที่เปลี่ยนจากสีน้ำตาลเข้มเป็นสีฟ้าสว่างเนื่องจากระดับน้ำที่ตื้นและขาดแคลนตะกอนที่พัดมากับแม่น้ำ “ถ้าจีนอ้างว่าไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะแห้งแล้ง ข้อมูลที่เราพบก็ไม่ได้สนับสนุนคำกล่าวอ้างดังกล่าว” อลัน บาซิสต์ นักอุตุนิยมวิทยาและประธานบริษัท Eyes on Earth […]

เหตุผลอันน่าประหลาดใจ ว่าทำไมหมีขั้วโลกต้องพึ่งพาน้ำแข็งทะเลเพื่ออยู่รอด

งานวิจัยชิ้นใหม่สำรวจความเชื่อมโยงชิ้นสำคัญในห่วงโซ่อาหารของเหล่า หมีขั้วโลก ทุกฤดูหนาว น้ำแข็งในทะเลอาร์กติกจะขยายตัวรอบขั้วโลก กิ่งก้านเยือกแข็งของมันแผ่ขยายไปตามแนวชายฝั่งทางเหนือ ขณะนี้ น้ำแข็งทะเลเพิ่งผ่านจุดที่ขยายตัวมากที่สุดในรอบปี และจะเริ่มหดตัวเมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง นี่เป็นช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับหมีขั้วโลก ซึ่งมีแหล่งอาหารที่เกี่ยวพันกับน้ำแข็งทะเลอย่างไม่อาจแยกขาดจากกันได้ และในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา น้ำแข็งทะเลหดตัวอย่างรวดเร็วกว่าที่เคยเป็นมา ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลด้านหิมะและน้ำแข็งแห่งชาติ (National Snow and Ice Data Center) ระบุว่า ในปี 2019 น้ำแข็งทะเลที่ปกคลุมอาร์กติก มีขนาดเล็กที่สุดเป็นอันดับเจ็ด นับตั้งแต่พวกเขาเริ่มเก็บข้อมูลจากดาวเทียมเมื่อ 40 ปีก่อน ในปีนี้ “[การหดตัวของน้ำแข็งทะเล] ไม่ได้สร้างสถิติใหม่ แต่สิ่งสำคัญคือแนวโน้ม” แอนดรูว์ เดโรเชอร์ (Andrew Derocher) นักวิทยาศาสตร์ด้านหมีขั้วโลกแห่งมหาวิทยาลัยแอลเบอร์ตา กล่าว “แนวโน้มเชิงลบของน้ำแข็งทะเลตลอดทุกเดือน เป็นสิ่งที่น่ากังวล” ฤดูใบไม้ผลิที่หนาวเย็นทำให้น้ำแข็งคงตัวอยู่ได้ ซึ่งทำให้หมีขั้วโลกสามารถเข้าถึงหนึ่งในอาหารโปรดอย่างแมวน้ำได้ง่ายขึ้น แต่ฤดูใบไม้ผลิที่อุ่นขึ้นทำให้เส้นทางหาอาหารที่สำคัญของพวกมันขาดหายไป “สำหรับ หมีขั้วโลก หมีตัวที่อ้วนที่สุดคือตัวที่อยู่รอด” เดโรเชอร์กล่าว หมีที่ตัวอ้วนกว่า มีโอกาสที่จะอยู่รอดในฤดูร้อนซึ่งไม่มีน้ำแข็งและไม่มีหรือแทบไม่มีแหล่งอาหาร มากกว่าตัวที่ผอม และหมีเพศเมียที่อ้วนกว่า ต้องการพลังงานเพื่อให้กำเนิดและเลี้ยงดูลูกให้มีสุขภาพดีได้โดยสมบูรณ์ “ไม่เคยมี หมีขั้วโลก ตัวไหนที่มองตัวเองในทะเลสาบที่ละลาย แล้วคิดว่านี่ฉันอ้วนเกินไปแล้วนะ” […]

สิงห์อาสา ร่วมกับเครือข่ายฯ ชวนชาวบ้านแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันภาคเหนือ และภาคตะวันออกอย่างยั่งยืน

ปัญหาไฟป่าในภาคเหนือและภาคตะวันออกถือเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติซึ่งสร้างมลภาวะที่ส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน สิงห์อาสาได้เล็งเห็นและลงมือแก้ปัญหานี้โดยการร่วมมือกับเครือข่ายต่างๆ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ที่ดีอย่างยั่งยืน เป็นระยะเวลาอันยาวนานที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติในหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะอุทกภัย ภัยแล้ง ไฟป่า และภัยหนาว ที่เราอาจกล่าวได้ว่าเกิดขึ้นอยู่ทุกปี โดยภัยธรรมชาติเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาวะแวดล้อม ซึ่งเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้โดยสิ้นเชิง เมื่อเกิดขึ้นแต่ละครั้งก็ย่อมสร้างความเสียหายให้กับชีวิตและทรัพย์สินของผู้คน และหน่วยงานห้างร้านต่างๆ เป็นจำนวนมาก ภัยธรรมชาติเหล่านี้อาจเกิดจากธรรมชาติ หรือมนุษย์มีส่วนทำให้เกิดขึ้นก็ได้ และเกิดขึ้นได้ในทุกพื้นที่ของประเทศไทย สำหรับประเทศไทย พบภัยพิบัติต่างๆ ได้แก่ พายุหมุนเขตร้อน (Tropical cyclones) , อุทกภัย (Floods) , พายุฝนฟ้าคะนอง (Thunderstorms) , คลื่นพายุซัดฝั่ง (Storm Surges) , แผ่นดินถล่ม (Land Slides) , แผ่นดินไหว (Earthquake) . คลื่นสึนามิ (Tsunami) , ภัยแล้ง (Droughts)  และ ไฟป่า (Forest Fire) ภัยธรรมชาติเหล่านี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในประเทศไทย แต่ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งมากที่สุดคือเรื่องของอุทกภัย เพราะประเทศไทยซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในเขตร้อน จึงต้องอยู่ภายใต้อิทธิพลของพายุหมุนเขตร้อน และลมมรสุมประจำฤดูกาล […]