พลาสติกขนาดเล็กกลายเป็นขยะมหาสมุทร - National Geographic Thailand

พลาสติกขนาดเล็กกลายเป็นขยะมหาสมุทร

พลาสติกขนาดเล็กกลายเป็นขยะเต็มมหาสมุทร

ปลาแอนโชวี่เป็นที่รู้จักในฐานะส่วนประกอบของหน้าพิซซ่ามากยิ่งกว่าความสำคัญในฐานะบทบาทในห่วงโซ่อาหารทางทะเลเสียอีก และขณะนี้นักวิทยาศาสตร์ยืนยันแล้วว่า พฤติกรรมการกินพลาสติกขนาดเล็กหรือไมโครพลาสติกของปลาเหล่านี้ กำลังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์ด้วย เมื่อปลาแอนโชวี่กินขยะพลาสติกขนาดเล็กที่กระจัดกระจายอยู่ในมหาสมุทรเข้าไป มันถูกกินต่อโดยปลาขนาดใหญ่กว่า ดังนั้นสารพิษจากพลาสติกจึงถูกถ่ายทอดสู่ปลาตัวดังกล่าว รวมถึงผู้บริโภคอย่างเราด้วยเช่นกัน

ความเข้าใจผิดว่าขยะพลาสติกคืออาหารเกิดขึ้นจากกลิ่นของมันที่คล้ายกับอาหารจริง รายงานใหม่จากวารสาร Proceedings of the Royal Society B. ที่ทำการทดลองเกี่ยวกับผลกระทบของไมโครพลาสติกต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล และเพิ่งตีพิมพ์ในสัปดาห์นี้ นอกจากนั้นรายงานอื่นๆ ที่เผยแพร่ลงในวารสาร Science Advances ก็อธิบายถึงวิธีการที่ไมโครพลาสติกเหล่านี้ถูกส่งต่อไปยังมหาสมุทรลึกได้อย่างไร โดยสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่เรียกกันว่า Giant Larvaceans

ไมโครพลาสติกเกิดขึ้นจากขยะพลาสติกที่ถูกทิ้งลงในทะเลแตกหักจากผลกระทบของคลื่นและแสงอาทิตย์ พลาสติกขนาดเท่าเมล็ดข้าว หรือประมาณไม่เกิน 5 มิลลิเมตรนี้ ได้เปลี่ยนมหาสมุทรให้กลายเป็น ซุปพลาสติก แต่ผลกระทบของมันยังคงไม่อาจเข้าใจได้ครบทุกด้าน ในปี 2015 มีรายงานการวิจัยที่ช่วยยืนยันถึงปริมาณขยะพลาสติก และการนิยามว่ามหาสมุทรของเรากำลังกลายเป็นซุปพลาสติกนั้น นักวิทยาศาสตร์ไมได้พูดเกินจริง ประมาณปริมาณขยะไมโครพลาสติกในปี 2014 อยู่ที่ 15 – 51 ล้านล้านชิ้น คิดเป็นน้ำหนักประมาณ 93,000 – 236,000 เมตริกตัน

(ภาพถ่ายภาพนี้สะท้อนปัญหาขยะในมหาสมุทรได้ชัดเจน)

คำถามต่อมาคือ จะต้องใช้เวลานานแค่ไหนในการกำจัดพลาสติกเหล่านี้ และจะเกิดอะไรขึ้นกับมหาสมุทรของเราเมื่อสารพิษจากพลาสติกแพร่กระจายไปในมหาสมุทร? สิ่งมีชีวิตกว่า 700 สายพันธุ์กินไมโครพลาสติกเข้าไป และผลกระทบจากมหันตภัยครั้งนี้ยังคงอยู่ระหว่างการค้นคว้า

การวิจัยเกี่ยวกับไมโครพลาสติกก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เมื่อ แมทธิว ซาโวกา นักวิจัยปริญญาเอกจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาและวิทยาศาสตร์การประมง จากเมืองมอนเทอร์เรย์ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เริ่มต้นศึกษาปลาแอนโชวี่ ตลอด 2 ปีของการศึกษาพบว่ามีปลากว่า 50 สายพันธุ์ที่กินไมโครพลาสติกเข้าไป และจำนวนนี้เพิ่มเป็น 100 สายพันธุ์ในอีก 2 ปีต่อมา

 


 

91% ของพลาสติก ไม่ได้ถูกนำกลับมาใช้ใหม่


 

“ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ปะทุขึ้นในวงการวิทยาศาสตร์ เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา” ซาโวกากล่าว “ในมุมมองของสาธารณชน เมื่อพูดถึงขยะพลาสติกจะคิดถึงแปรงสีฟัน, ไฟแช็ก, ถุงพลาสติก หรืออะไรก็แล้วแต่ที่สามารถระบุได้ แต่ในความเป็นจริง 90% ของมหาสมุทรเต็มไปด้วยขยะขนาดเล็กกว่า 10 มิลลิเมตร มันเล็กมากจริงๆ”

ขยะมหาสมุทร
ภาพจากกล้องจุลทรรศน์ที่ฉายบนไอแพดแสดงให้เห็นชิ้นส่วนพลาสติกสีฟ้า 2 ชิ้นที่คาดว่าน่าจะมาจากเบ็ดตกปลาถูกล้อมรอบด้วยแพลงก์ตอน ตัวอย่างดังกล่าวถูกรวบรวมโดยนักศึกษาด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม จากมหาวิทยาลัยฮ่องกง ผู้เป็นส่วนหนึ่งของทีมงานใน Plastic Free Seas

 

เรื่องแนะนำ

นักวิจัยไทยถึงขั้วโลกเหนือแล้ว พบน้ำทะเลขั้วโลกอุ่นขึ้น 5 องศาฯ

ทีมนักวิจัยไทยดำน้ำสำรวจขั้วโลกเหนือ พบวิกฤติโลกร้อน ทำพฤติกรรมการกินของสัตว์เปลี่ยนไป สาหร่าย แมงกะพรุนเพิ่มจำนวนขึ้น และพบขยะพลาสติก

ทำความรู้จักกับ “เมฆ” แต่ละประเภท

เมฆสามารถแบ่งออกเป็น 10 สกุลหลักด้วยกัน ตามรูปร่างและความสูงที่เกิด เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย ได้จัดทำอินโฟกราฟฟิกเมฆ 10 สกุล โดยได้รับความกรุณาจาก ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ ผู้ก่อตั้งชมรมคนรักมวลเมฆ

อุรังอุตัง 150,000 ตัวตายเพราะกิจกรรมของมนุษย์

อุรังอุตัง 150,000 ตัวตายเพราะกิจกรรมของมนุษย์ ผลการวิจัยใหม่ชี้ว่า ตั้งแต่ปี 1999 -2015 จำนวนของอุรังอุตังมากกว่าครึ่งบนเกาะบอร์เนียวต้องล้มหายตายจากลงจากการคุกคามถิ่นที่อยู่อาศัยของพวกมันเพื่อทำสวนปาล์มไปจนถึงการตัดไม้ทำลายป่า บรรดาพวกลักลอบค้าสัตว์ป่าและหาของป่ารวมไปถึงกิจกรรมอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตมนุษย์คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประชากรของอุรังอุตังลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว หากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป ในอีก 35 ปี ทีมนักวิจัยชี้ว่าเกาะบอร์เนียวจะสูญเสียประชากรอุรังอุตังไปเพิ่มอีกราว 45,000 ตัว อย่างไรก็ตามยังคงมีความหวัง จากผลการวิจัยพบว่าอุรังอุตังเป็นสัตว์ที่ปรับตัวเก่งมาก เชื่อกันว่าหากกระบวนการล่าและทำลายป่าสิ้นสุดลงในวันนี้ อุรังอุตังซึ่งปัจจุบันเป็นถูกจัดให้เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์จะมีโอกาสเพิ่มจำนวนขึ้น รวมไปถึงสัตว์อื่นๆ ด้วยเช่นกัน   อ่านเพิ่มเติม คืนชีพเสือทัสมาเนียหลังสูญพันธุ์ไปแล้ว 38 ปี