สร้างถุงขยะภาพลักษณ์ใหม่ ให้การจัดการขยะกลายเป็นเรื่องสนุก

จากข้อมูลจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระหว่างปีพ.ศ.2552-2561 คนไทยทุกคนสร้างขยะเฉลี่ย 1.15 กิโลกรัมต่อวัน

เมื่อกล่าวถึงปริมาณขยะที่เกิดจากพื้นที่ชุมชน ตามรายงานของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ (TDRI) ในปี พ.ศ 2561 กลับพบว่ามีการกำจัดขยะที่ถูกต้องเพียงร้อยละ 39 และมีการนำกลับมาใช้ใหม่ ร้อยละ 35 แต่มีการกำจัดที่ไม่ถูกวิธีถึงร้อยละ 26 คิดเป็นปริมาณกว่า 7.32 ล้านตัน ซึ่งบรรดาขยะเหล่านี้มีทั้งขยะอินทรีย์หรือขยะเศษอาหารมากที่สุด ที่ร้อยละ 64 ตามมาด้วยขยะรีไซเคิล ร้อยละ 30 ที่เหลือคือขยะอื่นๆ และขยะอันตราย ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่ได้คัดแยกขยะหรือใช้ถุงขยะแยกประเภท

ปัญหาการกำจัดขยะเหล่านี้มีปัญหาที่สำคัญคือไม่ได้มีการคัดแยกด้วยถุงขยะแยกประเภทที่ถูกต้องจากต้นทาง โดยเฉพาะพลาสติกปนเปื้อน ทำให้ต้องใช้วิธีถมกลางแจ้ง ฝังกลบ หรือการเผา ซึ่งเป็นการก่อมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมในช่วงที่โลกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของสภาวะภูมิอากาศและอุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้นเรื่อยๆ

ในสังคมปัจจุบันเริ่มมีการรณรงค์การแยกขยะที่ถูกต้อง โดยเป็นหนทางในการแก้ปัญหาที่เป็นกระบวนการพื้นฐานที่สุด แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการแยกขยะยังถือเป็น “เรื่องที่ยังไม่คุ้นชิน” ในสังคม และวัสดุอุปกรณ์อาทิเช่นถุงขยะแยกประเภทที่ช่วยให้การแยกขยะเป็นเรื่องง่ายมากขึ้นยังไม่แพร่หลาย หรือแม้กระทั่งความคิดที่ว่าการจัดการขยะเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ชื่นชอบ

แต่ตราบใดที่เรายังใช้ชีวิต เราก็เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างขยะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วเราจะมีส่วนช่วยให้ปัญหาขยะ โดยเฉพาะขยะพลาสติกให้ดีขึ้นได้อย่างไร

นำเสนอถุงขยะในภาพลักษณ์ใหม่

จากการที่บริษัท เอสดีเจ อินเตอร์ จำกัด ได้ดำเนินกิจการด้านพลาสติกบรรจุภัณฑ์อาหารประเภทต่างๆ ให้กับสินค้า ทั้งในระดับอุตสาหกรรมและห้างสรรพสินค้าชั้นนำหลายแห่งมาเป็นเวลานานกว่า 20 ปี จึงได้มีการสั่งสมประสบการณ์และรับรู้ถึงความต้องการของผู้บริโภคจนมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ถุงขยะพลาสติกภายใต้แบรนด์ NJOY (เอ็นจอย) ที่ต้องการเปลี่ยนภาพลักษณ์ถุงขยะสีดำแบบเดิมซึ่งมีลักษณะที่หนาเทอะทะและมีกลิ่นเหม็น โดยการเลือกผลิตถุงขยะหลากหลายขนาด ตอบสนองทุกรูปแบบการใช้งานภายในครัวเรือน และเลือกใส่สีสันและเติมกลิ่นหอมที่หลากหลาย เพื่อนำมาเป็นถุงขยะแยกประเภทที่มุ่งหวังสร้างแนวคิดใหม่ของถุงขยะให้เป็นมิตรต่อผู้ใช้ ส่งผลให้การจัดการขยะภายในบ้านเป็นเรื่องสนุก

ศรี ปานสูง กรรมการผู้จัดการบริษัท เอสดีเจ อินเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “เมื่อพูดถึงถุงขยะแล้วทุกคนจะรู้สึกรังเกียจและต้องนำไปใช้ใส่ขยะเท่านั้น ในฐานะผู้ผลิตเราจึงพัฒนาถุงขยะให้ดูดีขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้งานมีทัศนคติที่ดีกับขยะมากขึ้นและไม่มองถุงขยะว่าจะใช้ใส่สิ่งปฏิกูลเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้ถุงขยะแยกประเภทในการคัดแยกขยะสะอาดก่อนส่งต่อส่งไปรีไซเคิลได้ด้วย

คุณศรี ปานสูง (ซ้าย) กรรมการผู้จัดการบริษัท เอสดีเจ อินเตอร์ จำกัด และ ไพฑูรย์ ปานสูง ประธานบริษัท เอสดีเจ อินเตอร์ จำกัด

มุ่งเผยแพร่นวัตกรรมและแนวคิดการแยกขยะสู่สังคม

บริษัท เอสดีเจ อินเตอร์ จำกัด มุ่งหวังให้ถุงขยะของบริษัทมีการใช้อย่างแพร่หลายในวงกว้างด้วยคุณสมบัติสินค้า”ถุงขยะแยกประเภท” ที่แตกต่างและมีคุณภาพเพื่อให้ผู้ใช้งานเกิดความเชื่อมั่น และมีการขยายกำลังการผลิตจากโรงงานหลักที่ จ.ฉะเชิงเทรา ไปที่โรงงานใหม่ใน จ. นครพนมเพื่อรองรับการผลิตถุงพลาสติกรูปแบบใหม่ซึ่งกำลังมีการเติบโตเนื่องจากความนิยมของผู้ใช้งานที่มีมากขึ้น

โรงงานบริษัท เอส.ดี.เจ. จำกัด แห่งใหม่ จ. นครพนม

นอกจากนี้ ทางบริษัทฯ ได้มีการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ที่ชุมชนเป้าหมายในเขตประเวศ จ. กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีความต้องการความรู้เรื่องกระบวนการคัดแยกขยะอย่างเหมาะสม โดยโครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมแนวคิดว่า การแยกขยะด้วยการใช้ถุงขยะแยกประเภทเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ทุกคนในชุมชนสามารถทำได้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านโครงการ “นำร่อง CSR การบริหารจัดการขยะจากครัวเรือน สู่ชุมชน” ที่มีการปรับปรุงจุดรวมขยะศูนย์กลางของชุมชนเป้าหมายโดยการสนับสนุนอุปกรณ์คัดแยกขยะ พร้อมลงพื้นที่เพื่อเสนอแนะและเสริมความรู้เรื่องแนวทางการแยกและจัดการขยะที่ทางชุมชนและครัวเรือนต่างๆ ได้วางระบบไว้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมกับการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ถุงขยะแยกประเภท NJOY ที่จะทำให้การจัดการขยะกลายเป็นเรื่องที่ไม่น่าเบื่อ กระบวนการเหล่านี้จะมีส่วนในการสร้างระบบการจัดขยะที่ดีจากชุมชนต้นทาง อันจะส่งผลดีต่อหน่วยงานกำจัดขยะปลายทางของกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะนำขยะที่ได้รับการคัดแยกแล้วจากชุมชนเข้าสู่กระบวนการกำจัดอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป

“การแยกขยะตามวิธีการที่ถูกต้องจะต้องมีความเข้าใจก่อนว่าสิ่งใดที่เป็นขยะจริงๆ หรือสิ่งใดที่เราสามารถนำกลับมาใช้ได้ ถ้าประชาชนส่วนใหญ่มีความเข้าใจเรื่องนี้ ผมคิดว่าปัญหาขยะจะลดลงเป็นอย่างมาก” ไพฑูรย์ ปานสูง ประธานบริษัท เอสดีเจ อินเตอร์ จำกัด กล่าวปิดท้าย

การแก้ปัญหาในภาพใหญ่สามารถเริ่มต้นได้จากสิ่งเล็กๆ หากเราทุกคนตระหนักว่าเรามีส่วนในการสร้างขยะซึ่งเป็นปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม แนวทางการแยกขยะจะเป็นที่แพร่หลายและยอมรับในสังคมมากขึ้น และด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มุ่งหวังให้การแยกขยะโดยการใช้ถุงขยะแยกประเภทเป็นเรื่องสนุกและเพลิดเพลิน เราสามารถมีส่วนในการสร้างสังคมการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลให้โลกของเราน่าอยู่มากขึ้น


อ่านเพิ่มเติม เทคนิคจัดการขยะในชีวิตประจำวัน เริ่มต้นง่ายๆ ได้จากถุงขยะหลังบ้านของคุณเอง

เรื่องแนะนำ

1 ใน 3 ของพื้นที่คุ้มครองทั่วโลกกำลังถูกรุกราน

พื้นที่คุ้มครองคือบริเวณที่ได้รับการอนุรักษ์ทางสิ่งแวดล้อม แต่ผลการศึกษาใหม่พบว่าจำนวนประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กำลังรุกรานพื้นที่คุ้มครองหลายแห่งและทำลายความหลากหลายที่มีตามธรรมชาติ

เหยื่อรายแรกของ สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง เมื่อหนูบนเกาะ Bramble Cay สูญพันธุ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ถือเป็นเหยื่อรายแรกในอีกหลากหลายสายพันธุ์ที่ต้องประสบปัญหาสูญพันธุ์จาก สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ที่เกิดขึ้นโดยน้ำมือของมนุษย์ สำหรับ "หนูหางโมเสก"

เมื่อชาว แม่แจ่ม เปลี่ยนเขาหัวโล้นจากไร่ข้าวโพด เป็นผืนป่าและสวนวนเกษตรด้วย ‘ต้นไผ่’

แม่แจ่ม โมเดลพลัส โมเดลแก้ปัญหาป่าไม้และที่ดินบนดอย แม่แจ่ม ที่ตั้งเป้าลดพื้นที่ปลูกข้าวโพด คืนพื้นที่ป่าและสร้างเศรษฐกิจสีเขียว จากการปลูกพืชทดแทน ซึ่งในระยะแรกจะใช้ ‘ต้นไผ่’ เป็นไม้เบิกนำ ในอดีตพื้นที่อำเภอ แม่แจ่ม คือผืนป่าต้นน้ำขนาดใหญ่ สมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณ จากการไหลผ่านของแม่น้ำ แม่แจ่ม จากจังหวัดแม่ฮ่องสอนออกสู่แม่น้ำปิงที่อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ แต่ถึงอย่างนั้น แม่แจ่ม มีพื้นที่ภูเขาอยู่ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ทำให้มีเพียงพื้นที่ส่วนบนและล่างเท่านั้นที่มีน้ำอุดม ส่วนบริเวณตอนกลางที่เป็นภูเขา น้ำเข้าไปไม่ถึง ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ที่ดินในผืนป่าสงวนแห่งชาติแม่แจ่มซึ่งโดยพื้นฐานจัดเป็นป่าลุ่มน้ำ ถูกนำมาใช้เป็นพื้นที่เกษตรกรรมเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในปี พ.ศ. 2556 อำเภอแม่แจ่มมีผลผลิตข้าวโพดรวมกว่า 100,000 ตัน กินพื้นที่ปลูกข้าวโพดเกือบ 150,000 ไร่ และส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิถือครองที่ดิน ในช่วง 10 ปีเดียวกันนี้เองที่หมอกควันจากการเผาซากไร่ในแม่แจ่ม อำเภอใกล้เคียงและประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงหมอกควันจากไฟป่าในฤดูร้อน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวในเชียงใหม่ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาค ลดลงถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ทุกคนจึงพุ่งเป้ามากล่าวโทษชาวไร่บนดอยอย่างไม่ต้องสงสัย ปัญหามีรากลึกกว่าแค่ชาวบ้านปลูกพืชเชิงเดี่ยว ปัญหาเหล่านั้นคืออะไร และหนทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนที่กำลังเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปที่หน้าตาเป็นแบบไหน ถ้าพร้อมแล้ว […]