เทือกเขาแอลป์ หากไร้เหมันต์ - National Geographic Thailand

เทือกเขาแอลป์ หากไร้เหมันต์

เทือกเขาแอลป์ แถบที่เศรษฐกิจและวัฒนธรรมโคจรรอบฤดูหนาวที่หิมะตกหนัก ปัจจุบันมีความพยายามอย่างเร่งด่วนที่จะรักษาหิมะและน้ำแข็งที่ถูกสภาพอากาศอบอุ่นขึ้นคุกคาม

ท่ามกลางวงล้อมของยอดเขาลดหลั่นสูงเสียดเมฆ เครื่องตัดแต่งน้ำแข็งขนาดเท่ารถแทรกเตอร์วิ่งถอยหลังอยู่บนกองหิมะอัดแน่นสูง 13 เมตร พร้อมกับปล่อยชายผ้าขาวม้วนหนึ่งไปด้วย บนกองหิมะนั้น คนงานหกคนกำลังเย็บแถบผ้าติดกันด้วยจักรเย็บผ้ามือถือที่ทนงานหนัก ตอนนั้นเป็นเดือนมิถุนายนที่คิตซ์ชไตน์ฮอร์น ประเทศออสเตรีย ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่เล่นสกีที่อยู่สูงที่สุดและหนาวเย็นที่สุดแห่งหนึ่งใน เทือกเขาแอลป์ และน้ำจากน้ำแข็งละลายก็ไหลเชี่ยวลงสู่หุบเหวบนลาดเขาทั้งสองด้าน แต่บนธารน้ำแข็ง ทีมงานบำรุงรักษาลานสกีกำลังเตรียมพื้นที่เพื่อรองรับฤดูสกีที่จะมาถึง

แม้ที่ระดับความสูง 3,000 เมตร การหวังพึ่งหิมะธรรมชาติกลายเป็นเรื่องเสี่ยงเกินไปเสียแล้ว ดังนั้น ทีมงานที่นำโดยผู้จัดการด้านเทคนิค กึนเทอร์ เบรนน์ชไตเนอร์ จึงต้องวางแผนล่วงหน้าเพื่อสร้างหลักประกัน พวกเขาใช้เวลาหนึ่งเดือนไถหิมะชุดสุดท้ายของฤดูกาลมารวมเป็นกองสูงเท่าตึกหลายชั้นแปดกอง โดยกองใหญ่ที่สุดนั้นใหญ่กว่าสนามฟุตบอลเสียอีก ตอนนี้พวกเขาจะใช้เวลาอีกหนึ่งเดือนเอาผ้าคลุมกองหิมะเพื่อเป็นฉนวนกันความร้อนในฤดูร้อน เมื่อฤดูสกีใหม่เริ่มขึ้น หากอากาศอุ่นจนไม่มีหิมะใหม่ตกลงมา หรืออุ่นจนกระทั่งผลิตหิมะเทียมไม่ได้ พวกเขาจะใช้รถบรรทุกขนหิมะเก่าเหล่านี้มาถมลานสกีบนลาดเขาแล้วใช้เครื่องตัดแต่งน้ำแข็งปรับให้เรียบ

การหาวิธีรวบรวมหิมะมาสำรองไว้ในระดับนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ฮันเนส พอช คนงานคนหนึ่งบอก ก่อนที่ทีมงานจะเริ่มเย็บแถบผ้าเข้าด้วยกัน บางครั้งลมกระโชกแรงก็พัดจนผ้าขาด เผยให้เห็นกองหิมะด้านล่าง บางครั้งผ้าก็จับตัวเป็นน้ำแข็งใต้หิมะ

“อะไรที่เป็นปัญหาได้ก็เป็นหมดละครับ” พอชบอกขณะมัดกระสอบทรายติดกับผ้า ครั้งหนึ่ง เกิดฟ้าผ่าที่รีสอร์ตคิตซ์บืลใกล้ๆ ทำให้ผ้าคลุมกองหิมะแบบเดียวกันลุกไหม้ และนักผจญเพลิง 30 คนใช้เวลาดับไฟอยู่หลายชั่วโมง ทุกวันนี้หิมะล้ำค่าขนาดนั้นเลยทีเดียว

 

เทือกเขาแอลป์
ผ้าพลาสติกป้องกันแสงอาทิตย์คลุมส่วนยอดของธารน้ำแข็งโรนในสวิตเซอร์แลนด์ ถ้ำที่ขุดขึ้นในน้ำแข็งในฤดูร้อนของแต่ละปีดึงดูดนักท่องเที่ยวมาตั้งแต่ปี 1870 จนถึงตอนนี้ น้ำแข็งที่คงอยู่ตลอดปีบนพื้นที่ราวครึ่งตารางกิโลเมตรช่วยรักษาถ้ำนี้ไว้

ฤดูหนาวใน เทือกเขาแอลป์ กำลังจะตาย นับตั้งแต่ศตวรรษที่สิบเก้า อุณหภูมิเฉลี่ยที่นี่สูงขึ้นราวสององศาเซลเซียส สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกราวสองเท่า หิมะเริ่มตกช้าลงในฤดูหนาวและละลายเร็วขึ้น เทือกเขาแอลป์ทั้งหมดสูญเสียช่วงเวลาที่มีหิมะปกคลุมไปราวหนึ่งเดือนแล้ว ตามข้อมูลของเหล่านักวิทยาศาสตร์ที่วิเคราะห์ข้อมูลจากสถานีวัดสภาพอากาศกว่า 2,000 แห่ง

นัยดังกล่าวน่าพรั่นพรึงสำหรับผู้คนจำนวนมากใน 14 ล้านคนแถบเทือกเขาที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลกนี้  เศรษฐกิจที่นี่พึ่งหิมะเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวปีละ 120 ล้านคน นอกจากทำงานที่คิตซ์ชไตน์ฮอร์นแล้ว เบรนน์ชไตเนอร์ยังเป็นนายกเทศมนตรีของนีเดิร์นซิลล์ หมู่บ้านที่มีประชากร 2,800 คนบริเวณเชิงเขาด้วย เขาบอกว่าแทบไม่มีครอบครัวใดเลยในหมู่บ้านที่ไม่พึ่งพาฤดูหนาว เมื่อไม่มีหิมะ หมู่บ้านอาจเหลือคนแค่หนึ่งพันคน

เพื่อปกป้องตนเอง ผู้คนในแถบเทือกเขาแอลป์กำลังพยายามอย่างหนัก ทุกวันนี้ เครื่องทำหิมะราว 100,000 เครื่องช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสกีในเทือกเขาแอลป์ มากพอจะพ่นหิมะปกคลุมพื้นที่ขนาดเท่านิวยอร์กซิตีได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง นอกจากกองหิมะเช่นที่คิตซ์ชไตน์ฮอร์น บรรดาชาวบ้านที่สิ้นหวังยังนำผ้าไปห่มคลุมธารน้ำแข็งบางส่วนจากทั้งหมดราว 4,000 แห่งในเทือกเขาแอลป์เพื่อชะลอการละลายอย่างรวดเร็วจากภาวะโลกร้อน

วิธีต่างๆเหล่านี้บางวิธีนับว่าชาญฉลาดและน่าสนใจ ขณะที่บางวิธีถูกตั้งคำถามทั้งในเชิงสิ่งแวดล้อมและความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ แต่ทั้งหมดล้วนขับเคลื่อนด้วยความประหวั่นล้ำลึกว่า หากปราศจากฤดูหนาว ชีวิตที่นี่จะเป็นเช่นไร

 

เทือกเขาแอลป์
นักวิทยาธารน้ำแข็งชาวสวิส ฟีลิกซ์ เคลลาร์ มีแผนหยุดยั้งการถอยร่นของธารน้ำแข็งด้วย การนำน้ำที่ละลายจากธารน้ำแข็งไปรีไซเคิลเป็นหิมะ ในภาพนี้ ทีมของเขากำลังทดสอบระบบ “เคเบิลหิมะ” ต้นแบบ ซึ่งเมื่อนำไปติดตั้งเหนือธารน้ำแข็งจะพ่นหิมะใส่ธารน้ำแข็งปีละเก้าเมตร

ในเทือกเขาแอลป์ส่วนใหญ่ หิมะและน้ำแข็งดูเหมือนหมดอนาคตแล้ว นั่นอาจก่อปัญหาที่ปลายน้ำได้ แม่น้ำสายใหญ่ที่สุดในยุโรป เช่น โรน ไรน์ ดานูบ และโป ล้วนได้น้ำจากธารน้ำแข็งละลายปริมาณมหาศาลในฤดูร้อนที่แห้งแล้ง การเดินเรือและการชลประทานตามฤดูกาลอาจเกิดปัญหาได้ แต่ไม่ว่าอย่างไร เทือกเขาแอลป์จะยังทำหน้าที่เป็น “หอคอยเก็บน้ำ” ของยุโรปต่อไป เมฆจะยังคงกลั่นตัวลงสู่ลาดเขาต่างๆ และชาติร่ำรวยมีแนวโน้มจะหาทางปกปักรักษาแหล่งน้ำของตนได้

การสูญเสียการท่องเที่ยวฤดูหนาวอาจเป็นปัญหาที่แก้ยากกว่า ชุมชนหลายแห่งหันไปลงทุนมากขึ้นในกิจกรรมฤดูร้อน การขี่จักรยานเสือภูเขาหรือการทำเส้นทางเดินป่า การเล่นเลื่อนฤดูร้อนหรือการปีนผา แต่การท่องเที่ยวฤดูร้อนมีอยู่มาโดยตลอดในเทือกเขาแอลป์ และการทำให้มันขยายตัวถึงจุดที่ชดเชยการสูญเสียธุรกิจสกีได้จะเป็นเรื่องยาก

หมู่บ้านอะบงด็องซ์ในฝรั่งเศสที่ระดับความสูง 900 เมตร อยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านอันยากลำบากนี้ การปิดลิฟต์สกีเมื่อปี 2007 เป็นที่มาของรายงานข่าวซ้ำๆ ว่า ที่นี่คือหมู่บ้านสกีแห่งแรกที่ตกเป็นเหยื่อของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่พลเมือง 1,400 คนของที่นี่ไม่พร้อมบอกลาธุรกิจสกี ในปี 2008 พวกเขาเลือกนายกเทศมนตรีคนใหม่ ปอล จีราด์-เดโปรแล็กซ์ ผู้ทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้ระหว่างหาเสียงเลือกตั้ง นั่นคือเปิดให้บริการลิฟต์สกีอีกครั้ง

 

เทือกเขาแอลป์
ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ช่วงปลายเดือนตุลาคม นักสกีคนหนึ่งเล่นสกีไปตามเส้นทางซึ่งปกคลุมด้วยหิมะเทียมที่ทำขึ้นในปีก่อนหน้า ตลอดฤดูร้อน หิมะเหล่านี้ถูกรวมเป็นกองสูงเจ็ดเมตรใต้ขี้เลื่อยหนา 40 เซนติเมตร ก่อนนำมาเกลี่ยบนเส้นทางนี้เมื่อฤดูสกีใหม่มาถึง

จีราด์-เดโปรแล็กซ์เกิดในครอบครัวเกษตรกรในปีที่สร้างรถเคเบิล และเห็นหมู่บ้านของตนเจริญรุ่งเรืองจากธุรกิจสกี แต่พอนักลงทุนรายหนึ่งเข้าพบพร้อมแผนการพัฒนาอะบงด็องซ์เป็นรีสอร์ตสกีขนาดใหญ่ด้วยการเชื่อมกับหมู่บ้านที่อยู่ติดกัน นายกเทศมนตรีผู้นี้กลับตาค้าง แผนการดังกล่าวรวมถึงการระเบิดส่วนหนึ่งของภูเขาและทำลายป่าสนเฟอร์เก่าแก่ “นั่นคือสิ่งที่เราไม่อยากทำครับ” เขาบอก

ที่อื่นๆในเทือกเขาแอลป์ แผนการขยายการท่องเที่ยวฤดูหนาวเผชิญการต่อต้านเช่นกัน ในออสเตรีย คนจำนวน 160,000 ลงนามในข้อเรียกร้องให้ยุติแผนการเชื่อมพื้นที่สกีเอิทซ์ตาลและพิทซ์ตาล ซึ่งใช้การระเบิดภูเขาอีกเช่นกัน โครงการก่อสร้างรถเคเบิลใหม่ในมอร์ซีน ฝรั่งเศส ใกล้หมู่บ้านอะบงด็องซ์ ต้องหยุดชะงักหลังการประท้วงของคนในพื้นที่ ผลการวิเคราะห์อิสระชี้ว่าโครงการเหล่านี้อาจไม่คุ้มค่าในสภาพภูมิอากาศที่ไร้หิมะมากขึ้นเรื่อยๆ

 

เทือกเขาแอลป์
บริเวณที่เป็นสะพานแขวนสูง 100 เมตรเหนือธารน้ำแข็งละลายซึ่งนักท่องเที่ยวเดินข้ามอยู่นี้เคยปกคลุมด้วยน้ำแข็งอันเป็นส่วนปลายของธารน้ำแข็งทริฟต์ในสวิตเซอร์แลนด์ ทะเลสาบนี้ไม่เคยมีอยู่ก่อนหน้าศตวรรษนี้ สะพานสร้างครั้งแรกเมื่อปี 2004 บริษัทผลิตไฟฟ้าวางแผนจะสร้างเขื่อนที่นี่

ในอะบงด็องซ์ จีราด์-เดโปรแล็กซ์กำลังผลักดันกิจกรรมที่หลากหลาย นอกจากลานสกีที่สวยชวนตะลึง ตอนนี้มีการเล่นสเก็ตน้ำแข็งบนทะเลสาบธรรมชาติและการเล่นเลื่อนในฤดูหนาว เช่นเดียวกับการขี่จักรยานเสือภูเขาและการเดินป่าในฤดูร้อน มีพิพิธภัณฑ์ที่อุทิศให้กับเนยแข็งของอะบงด็องซ์

“เรายังไม่เจอวิธีที่ใช่ ความคิดที่ใช่จริงๆครับ แต่เรากำลังคิด กำลังทดสอบ และกำลังทดลอง” นายกเทศมนตรีผู้นี้บอก

เรื่อง เดอนีส รูบี

ภาพถ่าย ซีริล ยัซเบ็ก


อ่านเพิ่มเติม แผ่นน้ำแข็งที่นอร์เวย์ละลาย เผยให้เห็นลูกธนูอายุ 6,000 ปี

เรื่องแนะนำ

จะช่วยชนเผ่าในบราซิล ต้องเปิดเผยตัวตนพวกเขา

หน่วยงานด้านชนพื้นเมืองในบราซิลตัดสินใจเผยแพร่ภาพวิดีโอของชนเผ่าที่ไม่ติดต่อกับโลกภายนอกให้สาธาณชนได้รับรู้ เพื่อเพิ่มแรงกระตุ้นในการปกป้องพวกเขา

กลยุทธ์-หลักวิทยาศาสตร์เพื่อการ รักษาป่า จากโลกร้อน จะทำวิธีใดได้บ้าง

ทางออกของการ รักษาป่า กลยุทธ์การปลูกที่ดีขึ้นและแรงส่งทางวิทยาศาสตร์อาจช่วยให้ตัวดูดซับคาร์บอนเหล่านี้สู้ภาวะโลกร้อนได้ ทางออก 1 การเคลื่อนย้ายต้นไม้อาจช่วยผืนป่าที่อยู่ในภาวะเครียด รับมือกับความร้อน ขณะที่สภาพภูมิอากาศของโลกเปลี่ยนไป เรื่อง อะเลฮันดรา โบรุนดา ใบสนสีทองโปรยปรายทั่วพื้นและร่วงลงบนศีรษะของเกร็ก โอนีลล์ ราวกับไฮไลต์ผมสีบลอนด์ ระหว่างที่เขาเดินผ่านป่าสนลาร์ชสูงสง่าในหุบเขาโอคานากันของรัฐบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา “เป็นต้นไม้ที่สวยมากนะครับ” เขาว่า “ชนิดพันธุ์ที่สง่าภาคภูมิ ถ้าเจอที่เหมาะๆ มันจะงามสะพรั่งเลย” แต่ “ที่เหมาะๆ” สำหรับต้นไม้จำนวนมาก ทั้งที่นี่และที่อื่นๆ กำลังเปลี่ยนไป เมื่อสภาพภูมิอากาศของโลกอุ่นขึ้น อันที่จริง ต้นสนลาร์ชที่งอกงามเหล่านี้ไม่ได้ถือกำเนิดจากต้นพ่อแม่ในหุบเขานี้ หรือกระทั่งในประเทศนี้ แต่มาจากไอดาโฮซึ่งอยู่ห่างออกไปทางใต้ 457 กิโลเมตร ที่นั่นบรรพบุรุษของมันปรับตัวเข้ากับอากาศที่เป็นปกติของที่นี่ตอนนี้ นั่นคือฤดูร้อน ที่อุ่นขึ้น ฤดูหนาวที่สั้นลงเล็กน้อย และรูปแบบฝนที่เปลี่ยนไป ต้นไม้เหล่านี้คือส่วนหนึ่งของการทดลองที่ออกแบบมาเพื่อตอบคำถามซึ่งเร่งด่วนขึ้นทุกที นั่นคือเราจะช่วยให้ป่าต่างๆปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มนุษย์ก่อขึ้นได้อย่างไร ในแปลงปลูกแบบเดียวกันนี้จากทางเหนือของแคลิฟอร์เนียไปจนถึงชายแดนยูคอน โอนีลล์ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ของบริติชโคลัมเบียกับเพื่อนร่วมงานปลูกกล้าลาร์ชและต้นไม้ชนิดอื่นๆที่รวบรวมจากป่าริมชายฝั่งตะวันตก เพื่อทดสอบแนวคิดการย้ายป่าแบบมีส่วนช่วย พวกเขาอยากรู้ว่าเจ้าหน้าที่ป่าไม้ต้องย้ายต้นไม้ขึ้นเหนือไปไกลขนาดไหนและเร็วเพียงใดจึงทันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เมื่อปี 2009 กรมป่าไม้รัฐบริติชโคลัมเบียเริ่มทดลองการย้ายป่าแบบมีส่วนช่วยครั้งใหญ่ที่สุดของโลก ในพื้นที่ 48 แห่ง โอนีลล์กับเพื่อนร่วมงานปลูกกล้าไม้ 15 ชนิดที่รวบรวมจากป่า 47 […]

ต้นไม้ แห่งความทรงจำ : เรื่องราวเล่าขานจาก 9 ต้นไม้ในตำนาน

9 ต้นไม้แห่งความทรงจำ : ต้นไม้ทุกต้นบอกเล่าเรื่องราว แต่บางเรื่องอาจสะเทือนอารมณ์เกินพรรณนา ไม่ว่าจะเก็บรักษาความทรงจำ โอบอุ้มความเชื่อ ปลอบประโลมจิตใจ หรือเป็นอนุสรณ์แห่งความเศร้า

ความสำเร็จของชุมชนเล็กแห่งเม็กซิโก ในการฟื้นฟูท้องทะเลหลังการประมงล่มสลาย

กุญแจสำคัญในการจัดการมหาสมุทรอย่างยั่งยืน ของชุมชนเล็ก ๆ แห่งท้องทะเลเม็กซิโก ที่เคยประสบกับการล่มสลายของอุตสาหกรรมประมง ประวัติศาสตร์การประมงในคาบสมุทรบาฮา กาลีฟอร์เนีย (Baja California) ตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศเม็กซิโก เป็นตำนานซึ่งมีทั้งรุ่งเรืองและโรยรา ตอนที่จอห์น สไตน์เบ็ก นักเขียนชื่อดัง มาเยือนคาบสมุทรแห่งนี้เมื่อปี 1940 เขารู้สึกทึ่งกับความหลากหลายทางชีวภาพอันเหลือเชื่อ ทั้งกระเบนราหูฝูงใหญ่ ดงหอยมุก และเต่าที่มีอยู่มากมายเสียจนผู้เฒ่าผู้แก่ที่นี่เล่าว่า คุณสามารถเดินข้ามทะเลได้โดยเหยียบไปบนกระดองเต่า แต่หลังจากหลายทศวรรษของการทำประมงเกินขนาด ภูมิภาคแถบนี้กำลังประสบกับการล่มสลายของอุตสาหกรรมประมง ในพื้นที่สองสามแห่ง ชุมชนเล็กๆเริ่มคิดหาวิธีรักษาทรัพยากร ในที่สุดแนวคิดของพวกเขาก็แพร่หลาย จากเรื่องราวความสำเร็จที่กระจัดกระจายเหล่านี้ เราพอจะมองเห็นกฎหรือข้อกำหนดห้าข้อซึ่งถือได้ว่าเป็นกุญแจสำคัญในการจัดการมหาสมุทรอย่างยั่งยืน ข้อแรก จะเป็นการดีถ้าพื้นที่นั้นตั้งอยู่ค่อนข้างโดดเดี่ยวโดยมีชุมชนเพียงหนึ่งหรือสองแห่งใช้ประโยชน์ ข้อที่สอง ชุมชนต้องมีทรัพยากรมูลค่าสูง ผู้นำชุมชนที่เข้มแข็งและมีวิสัยทัศน์เป็นข้อกำหนดข้อที่สาม ข้อที่สี่ ชาวประมงต้องมีวิธีหาเลี้ยงชีพระหว่างที่ทรัพยากรกำลังฟื้นตัว และข้อสุดท้าย ชุมชนต้องร้อยรัดอยู่ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ในบาฮา หลายชุมชนแสดงให้เห็นความสำคัญของข้อกำหนดเหล่านี้ ตัวอย่างหนึ่งที่น่าทึ่งของทรัพยากรมูลค่าสูงสามารถเห็นและสัมผัสได้ในลากูนาซานอิกนาเซียว เลียบชายฝั่งลงไปประมาณ 30 กิโลเมตร ย้อนหลังไปเมื่อปี 1972 ตำนานท้องถิ่นเล่าว่า ฟรันซิสโก มาโยรัล กำลังจับปลาตรงบริเวณที่เขาจับตามปกติในลากูน เขามักติดไม้พายไปด้วยเพื่อใช้ตีลำเรือเมื่อใดก็ตามที่วาฬสีเทาว่ายเข้ามาใกล้เกินไป ทุกคนคิดว่าวาฬสีเทาเป็นสัตว์อันตรายไม่นานวาฬตัวหนึ่งก็เข้ามาใกล้เรือของเขาด้วยเหตุผลที่ไม่อาจรู้ได้ มาโยรัลเอื้อมมือออกไปสัมผัสตัวมันอย่างกล้าๆ กลัวๆ วาฬเอียงตัวเข้าหาและยอมให้เขาลูบเนื้อตัวและผิวหนังเรียบนุ่มของมัน พอถึงปลายทศวรรษ […]