เทือกเขาแอลป์ หากไร้เหมันต์ - National Geographic Thailand

เทือกเขาแอลป์ หากไร้เหมันต์

เทือกเขาแอลป์ แถบที่เศรษฐกิจและวัฒนธรรมโคจรรอบฤดูหนาวที่หิมะตกหนัก ปัจจุบันมีความพยายามอย่างเร่งด่วนที่จะรักษาหิมะและน้ำแข็งที่ถูกสภาพอากาศอบอุ่นขึ้นคุกคาม

ท่ามกลางวงล้อมของยอดเขาลดหลั่นสูงเสียดเมฆ เครื่องตัดแต่งน้ำแข็งขนาดเท่ารถแทรกเตอร์วิ่งถอยหลังอยู่บนกองหิมะอัดแน่นสูง 13 เมตร พร้อมกับปล่อยชายผ้าขาวม้วนหนึ่งไปด้วย บนกองหิมะนั้น คนงานหกคนกำลังเย็บแถบผ้าติดกันด้วยจักรเย็บผ้ามือถือที่ทนงานหนัก ตอนนั้นเป็นเดือนมิถุนายนที่คิตซ์ชไตน์ฮอร์น ประเทศออสเตรีย ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่เล่นสกีที่อยู่สูงที่สุดและหนาวเย็นที่สุดแห่งหนึ่งใน เทือกเขาแอลป์ และน้ำจากน้ำแข็งละลายก็ไหลเชี่ยวลงสู่หุบเหวบนลาดเขาทั้งสองด้าน แต่บนธารน้ำแข็ง ทีมงานบำรุงรักษาลานสกีกำลังเตรียมพื้นที่เพื่อรองรับฤดูสกีที่จะมาถึง

แม้ที่ระดับความสูง 3,000 เมตร การหวังพึ่งหิมะธรรมชาติกลายเป็นเรื่องเสี่ยงเกินไปเสียแล้ว ดังนั้น ทีมงานที่นำโดยผู้จัดการด้านเทคนิค กึนเทอร์ เบรนน์ชไตเนอร์ จึงต้องวางแผนล่วงหน้าเพื่อสร้างหลักประกัน พวกเขาใช้เวลาหนึ่งเดือนไถหิมะชุดสุดท้ายของฤดูกาลมารวมเป็นกองสูงเท่าตึกหลายชั้นแปดกอง โดยกองใหญ่ที่สุดนั้นใหญ่กว่าสนามฟุตบอลเสียอีก ตอนนี้พวกเขาจะใช้เวลาอีกหนึ่งเดือนเอาผ้าคลุมกองหิมะเพื่อเป็นฉนวนกันความร้อนในฤดูร้อน เมื่อฤดูสกีใหม่เริ่มขึ้น หากอากาศอุ่นจนไม่มีหิมะใหม่ตกลงมา หรืออุ่นจนกระทั่งผลิตหิมะเทียมไม่ได้ พวกเขาจะใช้รถบรรทุกขนหิมะเก่าเหล่านี้มาถมลานสกีบนลาดเขาแล้วใช้เครื่องตัดแต่งน้ำแข็งปรับให้เรียบ

การหาวิธีรวบรวมหิมะมาสำรองไว้ในระดับนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ฮันเนส พอช คนงานคนหนึ่งบอก ก่อนที่ทีมงานจะเริ่มเย็บแถบผ้าเข้าด้วยกัน บางครั้งลมกระโชกแรงก็พัดจนผ้าขาด เผยให้เห็นกองหิมะด้านล่าง บางครั้งผ้าก็จับตัวเป็นน้ำแข็งใต้หิมะ

“อะไรที่เป็นปัญหาได้ก็เป็นหมดละครับ” พอชบอกขณะมัดกระสอบทรายติดกับผ้า ครั้งหนึ่ง เกิดฟ้าผ่าที่รีสอร์ตคิตซ์บืลใกล้ๆ ทำให้ผ้าคลุมกองหิมะแบบเดียวกันลุกไหม้ และนักผจญเพลิง 30 คนใช้เวลาดับไฟอยู่หลายชั่วโมง ทุกวันนี้หิมะล้ำค่าขนาดนั้นเลยทีเดียว

 

เทือกเขาแอลป์
ผ้าพลาสติกป้องกันแสงอาทิตย์คลุมส่วนยอดของธารน้ำแข็งโรนในสวิตเซอร์แลนด์ ถ้ำที่ขุดขึ้นในน้ำแข็งในฤดูร้อนของแต่ละปีดึงดูดนักท่องเที่ยวมาตั้งแต่ปี 1870 จนถึงตอนนี้ น้ำแข็งที่คงอยู่ตลอดปีบนพื้นที่ราวครึ่งตารางกิโลเมตรช่วยรักษาถ้ำนี้ไว้

ฤดูหนาวใน เทือกเขาแอลป์ กำลังจะตาย นับตั้งแต่ศตวรรษที่สิบเก้า อุณหภูมิเฉลี่ยที่นี่สูงขึ้นราวสององศาเซลเซียส สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกราวสองเท่า หิมะเริ่มตกช้าลงในฤดูหนาวและละลายเร็วขึ้น เทือกเขาแอลป์ทั้งหมดสูญเสียช่วงเวลาที่มีหิมะปกคลุมไปราวหนึ่งเดือนแล้ว ตามข้อมูลของเหล่านักวิทยาศาสตร์ที่วิเคราะห์ข้อมูลจากสถานีวัดสภาพอากาศกว่า 2,000 แห่ง

นัยดังกล่าวน่าพรั่นพรึงสำหรับผู้คนจำนวนมากใน 14 ล้านคนแถบเทือกเขาที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลกนี้  เศรษฐกิจที่นี่พึ่งหิมะเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวปีละ 120 ล้านคน นอกจากทำงานที่คิตซ์ชไตน์ฮอร์นแล้ว เบรนน์ชไตเนอร์ยังเป็นนายกเทศมนตรีของนีเดิร์นซิลล์ หมู่บ้านที่มีประชากร 2,800 คนบริเวณเชิงเขาด้วย เขาบอกว่าแทบไม่มีครอบครัวใดเลยในหมู่บ้านที่ไม่พึ่งพาฤดูหนาว เมื่อไม่มีหิมะ หมู่บ้านอาจเหลือคนแค่หนึ่งพันคน

เพื่อปกป้องตนเอง ผู้คนในแถบเทือกเขาแอลป์กำลังพยายามอย่างหนัก ทุกวันนี้ เครื่องทำหิมะราว 100,000 เครื่องช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสกีในเทือกเขาแอลป์ มากพอจะพ่นหิมะปกคลุมพื้นที่ขนาดเท่านิวยอร์กซิตีได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง นอกจากกองหิมะเช่นที่คิตซ์ชไตน์ฮอร์น บรรดาชาวบ้านที่สิ้นหวังยังนำผ้าไปห่มคลุมธารน้ำแข็งบางส่วนจากทั้งหมดราว 4,000 แห่งในเทือกเขาแอลป์เพื่อชะลอการละลายอย่างรวดเร็วจากภาวะโลกร้อน

วิธีต่างๆเหล่านี้บางวิธีนับว่าชาญฉลาดและน่าสนใจ ขณะที่บางวิธีถูกตั้งคำถามทั้งในเชิงสิ่งแวดล้อมและความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ แต่ทั้งหมดล้วนขับเคลื่อนด้วยความประหวั่นล้ำลึกว่า หากปราศจากฤดูหนาว ชีวิตที่นี่จะเป็นเช่นไร

 

เทือกเขาแอลป์
นักวิทยาธารน้ำแข็งชาวสวิส ฟีลิกซ์ เคลลาร์ มีแผนหยุดยั้งการถอยร่นของธารน้ำแข็งด้วย การนำน้ำที่ละลายจากธารน้ำแข็งไปรีไซเคิลเป็นหิมะ ในภาพนี้ ทีมของเขากำลังทดสอบระบบ “เคเบิลหิมะ” ต้นแบบ ซึ่งเมื่อนำไปติดตั้งเหนือธารน้ำแข็งจะพ่นหิมะใส่ธารน้ำแข็งปีละเก้าเมตร

ในเทือกเขาแอลป์ส่วนใหญ่ หิมะและน้ำแข็งดูเหมือนหมดอนาคตแล้ว นั่นอาจก่อปัญหาที่ปลายน้ำได้ แม่น้ำสายใหญ่ที่สุดในยุโรป เช่น โรน ไรน์ ดานูบ และโป ล้วนได้น้ำจากธารน้ำแข็งละลายปริมาณมหาศาลในฤดูร้อนที่แห้งแล้ง การเดินเรือและการชลประทานตามฤดูกาลอาจเกิดปัญหาได้ แต่ไม่ว่าอย่างไร เทือกเขาแอลป์จะยังทำหน้าที่เป็น “หอคอยเก็บน้ำ” ของยุโรปต่อไป เมฆจะยังคงกลั่นตัวลงสู่ลาดเขาต่างๆ และชาติร่ำรวยมีแนวโน้มจะหาทางปกปักรักษาแหล่งน้ำของตนได้

การสูญเสียการท่องเที่ยวฤดูหนาวอาจเป็นปัญหาที่แก้ยากกว่า ชุมชนหลายแห่งหันไปลงทุนมากขึ้นในกิจกรรมฤดูร้อน การขี่จักรยานเสือภูเขาหรือการทำเส้นทางเดินป่า การเล่นเลื่อนฤดูร้อนหรือการปีนผา แต่การท่องเที่ยวฤดูร้อนมีอยู่มาโดยตลอดในเทือกเขาแอลป์ และการทำให้มันขยายตัวถึงจุดที่ชดเชยการสูญเสียธุรกิจสกีได้จะเป็นเรื่องยาก

หมู่บ้านอะบงด็องซ์ในฝรั่งเศสที่ระดับความสูง 900 เมตร อยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านอันยากลำบากนี้ การปิดลิฟต์สกีเมื่อปี 2007 เป็นที่มาของรายงานข่าวซ้ำๆ ว่า ที่นี่คือหมู่บ้านสกีแห่งแรกที่ตกเป็นเหยื่อของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่พลเมือง 1,400 คนของที่นี่ไม่พร้อมบอกลาธุรกิจสกี ในปี 2008 พวกเขาเลือกนายกเทศมนตรีคนใหม่ ปอล จีราด์-เดโปรแล็กซ์ ผู้ทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้ระหว่างหาเสียงเลือกตั้ง นั่นคือเปิดให้บริการลิฟต์สกีอีกครั้ง

 

เทือกเขาแอลป์
ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ช่วงปลายเดือนตุลาคม นักสกีคนหนึ่งเล่นสกีไปตามเส้นทางซึ่งปกคลุมด้วยหิมะเทียมที่ทำขึ้นในปีก่อนหน้า ตลอดฤดูร้อน หิมะเหล่านี้ถูกรวมเป็นกองสูงเจ็ดเมตรใต้ขี้เลื่อยหนา 40 เซนติเมตร ก่อนนำมาเกลี่ยบนเส้นทางนี้เมื่อฤดูสกีใหม่มาถึง

จีราด์-เดโปรแล็กซ์เกิดในครอบครัวเกษตรกรในปีที่สร้างรถเคเบิล และเห็นหมู่บ้านของตนเจริญรุ่งเรืองจากธุรกิจสกี แต่พอนักลงทุนรายหนึ่งเข้าพบพร้อมแผนการพัฒนาอะบงด็องซ์เป็นรีสอร์ตสกีขนาดใหญ่ด้วยการเชื่อมกับหมู่บ้านที่อยู่ติดกัน นายกเทศมนตรีผู้นี้กลับตาค้าง แผนการดังกล่าวรวมถึงการระเบิดส่วนหนึ่งของภูเขาและทำลายป่าสนเฟอร์เก่าแก่ “นั่นคือสิ่งที่เราไม่อยากทำครับ” เขาบอก

ที่อื่นๆในเทือกเขาแอลป์ แผนการขยายการท่องเที่ยวฤดูหนาวเผชิญการต่อต้านเช่นกัน ในออสเตรีย คนจำนวน 160,000 ลงนามในข้อเรียกร้องให้ยุติแผนการเชื่อมพื้นที่สกีเอิทซ์ตาลและพิทซ์ตาล ซึ่งใช้การระเบิดภูเขาอีกเช่นกัน โครงการก่อสร้างรถเคเบิลใหม่ในมอร์ซีน ฝรั่งเศส ใกล้หมู่บ้านอะบงด็องซ์ ต้องหยุดชะงักหลังการประท้วงของคนในพื้นที่ ผลการวิเคราะห์อิสระชี้ว่าโครงการเหล่านี้อาจไม่คุ้มค่าในสภาพภูมิอากาศที่ไร้หิมะมากขึ้นเรื่อยๆ

 

เทือกเขาแอลป์
บริเวณที่เป็นสะพานแขวนสูง 100 เมตรเหนือธารน้ำแข็งละลายซึ่งนักท่องเที่ยวเดินข้ามอยู่นี้เคยปกคลุมด้วยน้ำแข็งอันเป็นส่วนปลายของธารน้ำแข็งทริฟต์ในสวิตเซอร์แลนด์ ทะเลสาบนี้ไม่เคยมีอยู่ก่อนหน้าศตวรรษนี้ สะพานสร้างครั้งแรกเมื่อปี 2004 บริษัทผลิตไฟฟ้าวางแผนจะสร้างเขื่อนที่นี่

ในอะบงด็องซ์ จีราด์-เดโปรแล็กซ์กำลังผลักดันกิจกรรมที่หลากหลาย นอกจากลานสกีที่สวยชวนตะลึง ตอนนี้มีการเล่นสเก็ตน้ำแข็งบนทะเลสาบธรรมชาติและการเล่นเลื่อนในฤดูหนาว เช่นเดียวกับการขี่จักรยานเสือภูเขาและการเดินป่าในฤดูร้อน มีพิพิธภัณฑ์ที่อุทิศให้กับเนยแข็งของอะบงด็องซ์

“เรายังไม่เจอวิธีที่ใช่ ความคิดที่ใช่จริงๆครับ แต่เรากำลังคิด กำลังทดสอบ และกำลังทดลอง” นายกเทศมนตรีผู้นี้บอก

เรื่อง เดอนีส รูบี

ภาพถ่าย ซีริล ยัซเบ็ก


อ่านเพิ่มเติม แผ่นน้ำแข็งที่นอร์เวย์ละลาย เผยให้เห็นลูกธนูอายุ 6,000 ปี

เรื่องแนะนำ

5 คำถามสำคัญเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก

ลดพลาสติกคนเดียวจะไปช่วยอะไรได้? แยกขยะแล้วทำไมยังมีขยะในทะเล? มาไขข้อข้องใจคำถามเกี่ยวกับการอนุรักษ์ เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก วันที่ 5 มิถุนายน 2561 กัน

ชม ปะการังออกไข่ ความสวยงามของท้องทะเลไทยในช่วงเวลาสั้นๆ

เมื่อดวงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า ทีมนักวิจัยก็ดำดิ่งลงไปใต้ทะเลที่มืดมิดเพื่อเฝ้ารอ ปะการังออกไข่ ปะการังออกไข่ ปรากฏการณ์ที่พบดูได้ยากซึ่งเกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาสั้นๆไม่กี่ครั้งต่อปี เมื่อปัจจัยสภาพแวดล้อมต่างๆ เช่นอุณหภูมิ แสงจันทร์ การไหลของกระแสน้ำ เป็นใจและส่งสัญญาณแก่ปะการังให้ปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ออกมาในมวลน้ำพร้อมๆกันเพื่อผสมพันธุ์และให้กระแสน้ำพัดนำพาตัวอ่อนแพลงค์ตอนเล็กๆลอยออกไป โอกาสรอดชีวิตของแพลงก์ตอนนั้นไม่ได้มีเยอะในธรรมชาติจากสัตว์นักล่าเล็กใหญ่ที่มาเข้าร่วมงานเลี้ยงบุฟเฟ่ต์ประจำปี ก้อนเซลล์สืบพันธุ์สีชมพูขนาดจิ๋วนับไม่ถ้วนที่ผุดลอยช้าๆ ตามมวลน้ำบางส่วนจึงถูกเก็บไปใช้ในโครงการวิจัยการเพาะพันธุ์ปะการังแบบอาศัยเพศ ที่นำโดย ศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาฯ ก่อนที่จะถูกรีบนำส่งมาที่โรงเพาะปะการังบนเกาะแสมสารเพื่อทำการผสมในบ่อเพาะเลี้ยงตัวอ่อน เพื่อดูแลให้เติบโตและนำคืนสู่ท้องทะเลเพื่อฟื้นฟูแนวปะการังธรรมชาติเมื่อถึงวัย หลายคนอาจคุ้นเคยกับภาพของงานเพาะพันธุ์ปะการังด้วยการหักกิ่งที่มักออกตามสื่อต่างๆ แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือการหักกิ่งเพาะชำที่สามารถสร้างปริมาณชิ้นปะการังได้เป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีการเพิ่มความหลากหลายทางพันธุกรรมเนื่องจากชิ้นปะการังเหล่านี้ก็ล้วนต่างเหมือนร่างโคลนจากโคโลนี่ที่ถูกนำมาหักกิ่ง แต่การเพาะพันธุ์แบบอาศัยเพศเช่นการออกไข่นี้ จะเสริมสร้างความหลากหลายทางพันธุกรรมของปะการังได้มากกว่าซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการเสริมสร้างความสามารถในการฟื้นตัว (Resilience) ของแนวปะการังในธรรมชาติจากภัยคุกคามต่างๆ การเลือกใช้แต่ละเทคนิคก็ควรถูกพิจารณาจากลักษณะพื้นที่ ภัยคุกคาม และงบประมาณ แต่จากสภาพแวดล้อมของมหาสมุทรภายใต้สภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงที่สภาวะท้องทะเลเป็นกรด การระบาดของโรคปะการัง และความถี่ของการฟอกขาวรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ การเสริมสร้างความหลากหลายทางพันธุกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถในการฟื้นตัวก็เป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยให้ระบบนิเวศที่สำคัญแต่เปราะบางของท้องทะเลอย่างแนวปะการังสามารถปรับตัวอยู่รอดต่อไปได้ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปของยุคปัจจุบัน เรื่องและภาพ ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย ติดตามผลงานเพิ่มเติมของศิรชัยที่ https://www.instagram.com/shinalodon/ Curated by เอกรัตน์ ปัญญะธารา อ่านเพิ่มเติม ชมหิมะใต้ท้องทะเล เมื่อปะการังผสมพันธุ์

ธนาคารปู กับความยั่งยืนทางอาหาร

เธอก่อตั้ง ธนาคารปู ขึ้นมา เพราะเธอเห็นว่าทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกำลังเสื่อมโทรม เสียงเรือดังอื้ออึงไปทั่วลำคลองส่งคลื่นน้ำกระทบฝั่งดังโครมครามมาจากใต้ถุนบ้าน บ้านเรือนแต่ละหลังสร้างขึ้นมาง่ายๆ บ้างจากไม้ บ้างจากปูนรูปทรงทันสมัย ฉันอยู่ที่บ้านหัวถนน ตำบลท่ายาง อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ที่นี่ ชาวประมงรวมตัวกันตั้ง ธนาคารปู หรือชมรมอนุรักษ์พันธุ์ปูปากน้ำชุมพร เพื่อรักษาและอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลอันมีค่าของพวกเขาให้มีความยั่งยืน ถังพลาสติกตั้งเรียงรายอยู่บนนชานไม้ นับได้เกือบห้าสิบใบ แต่ละใบมีแม่ปูที่กำลังรอวางไข่ และบางถังก็เป็นกลุ่มพวงไข่หมึกที่รอฟักเป็นตัว สมาชิกในบ้านต้อนรับเราและเชิญให้เราไปนั่งบริเวณริมน้ำ น้องอุ้ม แกนนำชมรมอนุรักษ์พันธุ์ปู ปากน้ำชุมพร และสมาชิกในบ้าน ใช้พื้นที่บ้านของตัวเองในการเป็นแหล่งอนุบาลปูไข่ที่ติดมากับลอบวางปูของชาวประมง “เมื่อก่อนเราไม่เคยทำแบบนี้หรอกค่ะ เราทั้งจับกิน และเอาไปขายทั้งหมด ทั้งปูไข่ ปูเล็ก เราจับหมด” เธอเล่าด้วยน้ำเสียงทองแดงอย่างน่ารัก “จนมาถึงช่วงสองปีก่อน เราจับปูไม่ได้เลย หรือได้น้อยมาก” น้องอุ้มเล่าถึงสถานการณ์ที่เธอและชาวประมงในละแวกนี้พบเจอ ครอบครัวของเธอและชาวบ้านตระหนักดีว่า ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันเป็นปากท้องของพวกเขากำลังเสื่อมโทรม เธอจึงเสนอเรื่องนี้กับที่บ้านว่าต้องการทำธนาคารปู เพื่อเป็นแหล่งอนุบาลปูไข่และปูขนาดเล็ก ก่อนจะนำแม่ปูและไข่ปูกลับไปปล่อยคืนสู่ทะเล พ่อของเธอถามความสมัครใจของเพื่อร่วมอาชีพในละแวกนั้น หลายคนเห็นพ้องต้องกันว่า เราต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ก่อนจะไม่มีอาหารเหลือให้เรามีกิน “ทางครอบครัวเราเป็นคนออกค่าใช้จ่ายในการดูแลปูทั้งหมด” เธอเล่าและเสริมว่า “สมาชิกในชมรมให้แม่ปูที่มาฝากเราไว้เป็นค่าตอบแทน” ฉันเห็นกระบวนการใส่ใจของเธอในการเรียนรู้ ดูแล และจัดการกับปูเหล่านี้ ฉันรู้สึกประหลาดใจในเยาวชนหญิงผู้ไม่ได้ศึกษามาทางวิทยาศาสตร์ และอายุเพียงยี่สิบต้นๆ […]

นักวิทยาศาสตร์ไทยค้นพบ พืชนิดใหม่ ของโลกในประเทศไทย

การค้นพบ พืชชนิดใหม่ ของโลก (new species) เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความหลากหลายทางชีวภาพของพืชโดยตรง ซึ่งมีบทบาทสำคัญนำไปสู่กระบวนการอนุรักษ์แหล่งพันธุกรรมให้คงอยู่อย่างยั่งยืน พืชชนิดใหม่ อาจมีประสิทธิภาพนำมาใช้เป็นพืชอาหารหรือเครื่องเทศ ไม้ดอกไม้ประดับที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ เป็นแหล่งสารสำคัญหรือพืชสมุนไพร ซึ่งนำไปสู่การวิจัยต่อยอดในอนาคต รวมถึงการวิเคราะห์สารองค์ประกอบจากส่วนต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์อีกด้วย โดยเฉพาะพืชวงศ์ขิงข่า (Zingiberaceae) ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรกลุ่มหนึ่งที่มีน้ำมันหอมระเหย (essential oil) อยู่มากในทุกส่วนประกอบ โดยเฉพาะลำต้นใต้ดินหรือเหง้า และยังมีสรรพคุณทางการแพทย์ด้วย บูม-ณัฐพล นพพรเจริญกุล ผู้สำรวจ และวิจัยด้านซิสเต็มมาติกและความหลากหลายทางพันธุกรรม และชนิดพันธุ์ของดอกดินสกุลเปราะในประเทศไทยมากว่า 7 ปี ได้ระบุชนิดของพืชวงศ์ขิงข่าชนิดใหม่ 2 ชนิดของโลก ได้แก่ ดอกดินอรุณรุ่ง (Kaempferia aurora Noppornch. & Jenjitt.) และเปราะผาสุก (Kaempferia caespitosa Noppornch. & Jenjitt.) โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทยา เจนจิตติกุล ผู้เชี่ยวชาญทางด้านอนุกรมวิธานพืชโดยเฉพาะกลุ่มพืชใบเลี้ยงเดี่ยวซึ่งรวมถึงพืชวงศ์ขิงข่า เป็นหนึ่งในทีมอาจารย์ที่ปรึกษา รุ่งอรุณ ณัฐพลบอกเล่าเรื่องราวการค้นพบพืชชนิดใหม่ผ่าน #ProjectATheSeries บนเฟซบุ๊กส่วนตัว ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวตั้งแต่เริ่มการศึกษาสำรวจพืชวงศ์ขิงข่า สกุลกระชายดำ […]