เอลนีโญและลานีญา กับเรื่องที่ผู้คนมักเข้าใจผิด - National Geographic Thailand

6 เรื่องที่ผู้คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ เอลนีโญและลานีญา

เมื่อเกิดปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ เช่น อุทกภัย และภัยแล้ง ผู้คนมักยึดโยงสาเหตุไปยังปรากฏการณ์ เอลนีโญและลานีญา เหตุการณ์ทางสภาพภูมิอากาศเพียงหนึ่งปัจจัย ทำให้เกิดภัยธรรมชาติทั้งหมด ได้หรือไม่?

เอลนีโญและลานีญา ( (El Niño and La Niña) เป็นปรากฏการณ์สุดขั้วตรงข้ามของวัฏจักรการหมุนเวียนกระแสอากาศและกระแสน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก (Eastern Tropical Pacific Ocean) ที่เรียกว่า “El Niño – Southern Oscillation” หรือ “เอนโซ” (ENSO) เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างมหาสมุทรกับชั้นบรรยากาศโลก

เอลนีโญและลานีญา, ปรากฏการณ์ธรรมชาติ, ภัยธรรมชาติ, เอลนีโญ, ลานีญา
ภาพประกอบ climate.gov

ดังนั้น เมื่อกระแสลมเกิดการเปลี่ยนทิศบวกกับกระแสน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกเปลี่ยนแปลง จึงก่อให้เกิดปรากฏการณ์สภาวะอากาศแปรปรวนฉับพลันที่เรียกว่า “เอลนีโญ” และ “ลานีญา”

นอกเหนือจากความผันแปรตามฤดูกาลปกติ เอนโซยังเป็นหนึ่งในปัจจัยควา.มแปรปรวนของสภาพอากาศในแต่ละปี โดยส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างมีนัยสำคัญในหลายภูมิภาคทั่วโลก

ในปีปกติ ลมสินค้าผลักกระแสน้ำอุ่น และปริมาณน้ำฝน จากตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิกไปยังอินโดนีเซีย ในทางกลับกัน ช่วงที่เกิดเอลนีโญ ลมสินค้าจะอ่อนแรงลง และสามารถพัดย้อนกลับทิศทางได้ โดยผลักฝนไปยังทวีปอเมริกาใต้แทน นี่คือเหตุผลที่คนในอินโดนีเซียและออสเตรเลียมักเชื่อมโยงเอลนีโญกับภัยแล้ง ในขณะที่ผู้คนในเปรูเชื่อมโยงเอลนีโญกับน้ำท่วม

เอลนีโญและลานีญา, ปรากฏการณ์ธรรมชาติ, ภัยธรรมชาติ, เอลนีโญ, ลานีญา
ภาพถ่าย Alvin Leopold

สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงเหล่านี้ร่วมกับปัจจัยอื่นๆ อาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสังคม เช่น ผลผลิตทางการเกษตรลดลง ไฟป่า และการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินจากน้ำท่วม รายงานทางสาธารณสุขยังพบว่าสภาวะเอลนีโญเพิ่มความเสี่ยงต่อการระบาดของโรคที่เกดจากพาหะบางชนิด เช่น มาลาเรีย

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับปรากฎการณ์เอลนีโญ

นับตั้งแต่ค้นพบปรากฎการณ์นี้ ผู้คนพยายามทำความเข้าใจและอธิบายเอนโซ โดยสรุปผลกระทบหรือเชื่อมโยงกับเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วทั้งหมด ด้วยเหตุนี้ ผู้คนอาจมีแนวความคิดบางอย่างเกี่ยวกับเอลนีโญที่ไม่เป็นความจริงเสมอไป เหล่านี้คือความเข้าใจผิดที่มักยึดโยงถึงปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญา

เอลนีโญและลานีญา, ปรากฏการณ์ธรรมชาติ, ภัยธรรมชาติ, เอลนีโญ, ลานีญา
ภาพถ่าย Matt Palmer

ความเข้าใจผิดข้อที่หนึ่ง : เอลนีโญก่อให้เกิดผลกระทบในเชิงลบทั้งหมด

ไฟป่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภัยแล้งในออสเตรเลียตะวันออก และอุทกภัยในเปรู มักเกิดขึ้นพร้อมกับเหตุการณ์เอลนีโญ การรายงานข่าวของสื่อส่วนใหญ่เกี่ยวกับเอลนีโญมุ่งเน้นไปที่ผลกระทบเชิงลบ

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์เอลนีโญยังเกี่ยวข้องกับความถี่ของพายุเฮอริเคนในมหาสมุทรแอตแลนติกลดลง อุณหภูมิอุ่นขึ้นในฤดูหนาวทั่วทั้งสหรัฐอเมริกาเหนือ ทำให้ค่าใช้จ่ายเพื่อเครื่องปรับอากาศลดลง

เอลนีโญและลานีญา, ปรากฏการณ์ธรรมชาติ, ภัยธรรมชาติ, เอลนีโญ, ลานีญา
ภาพถ่าย Misbahul Aulia

นอกจากนี้ ฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนอันอุดมสมบูรณ์ ปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของบราซิล อาร์เจนตินาตอนกลาง และอุรุกวัย ส่งผลให้ผลผลิตทางเกษตรในช่วงฤดูร้อนสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ

ความเข้าใจผิดข้อที่สอง : เอลนีโญทำให้เกิดภัยพิบัติมากกว่าช่วงเวลาปกติ

แม้ว่าปรากฏการณ์เอลนีโญจะทำให้เกิดอุทกภัยและภัยแล้งในบางพื้นที แต่ในระหว่างการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ นักวิทยาศาสตร์ใช้โอกาสนี้สำหรับการเก็บข้อมูลวิจัย และสร้างรูปแบบจำลองเกิดภัยธรรมชาติในอนาคต เพื่อวางแผนรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ

ภาพถ่าย WikiImages

ความเข้าใจผิดข้อที่สาม : เอลนีโญและลานีญาส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศในภูมิภาคส่วนใหญ่ของโลก

อันที่จริง เอลนีโญและลานีญาส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญเพียงร้อยละ 25 ของพื้นผิวโลกในทุกฤดูกาล และน้อยกว่าร้อยละ 50 ของพื้นที่บนดินในช่วงเวลาที่สภาวะเอนโซกำลังเกิดขึ้น

ความเข้าใจผิดข้อที่สี่ : เราควรกังวลช่วงเอลนีโญมากกว่าช่วงที่เกิดลานีญา

เงื่อนไขแต่ละชุดมาพร้อมกับคุณสมบัติและความเสี่ยงที่แตกต่างกัน โดยทั่วไป เอลนีโญเกี่ยวโยงกับความแห้งแล้งที่เพิ่มขึ้นในเขตร้อน ในขณะที่ ลานีญาส่งผลให้มีแนวโน้มเกิดความแห้งแล้งในพื้นที่ละติจูดตอนกลาง

ปรากฏการณ์ธรรมชาติ, ภัยธรรมชาติ, เอลนีโญ, ลานีญา
ภาพถ่าย NASA

ความเข้าใจผิดข้อที่ห้า : เอลนีโญและลานีญามีบทบาทโดยตรงต่อการเกิดพายุ และเหตุการณ์ด้านสภาพอากาศอื่นๆ

เราไม่สามารถชี้ชัดไปที่สภาอากาศที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในช่วงเวลาที่เกิดเอลนีโญหรือลานีญา เช่นเดียวกับที่เราไม่สามารถบ่งชี้ว่าพายุเฮอริเคนเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเกิดเอนโซมักส่งผลต่อความถี่หรือความแรงของเหตุการณ์สภาพอากาศ สิ่งที่เราพูดได้จากบันทึกสภาพภูมิอากาศก็คือ ตลอดฤดูกาลที่มีสภาพอากาศเอลนีโญหรือลานีญา บางภูมิภาคมีปริมาณน้ำฝนมากหรือน้อยกว่าค่าเฉลี่ย

ความเข้าใจผิดข้อที่หก : เอลนีโญและลานีญาเกี่ยวข้องกับการเกิดภาวะโลกร้อน

เอลนีโญและลานีญาเป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิอากาศของโลก และอาจเป็นไปได้ว่าเกิดขึ้นมาหลายล้านปีแล้ว การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกอาจส่งผลกระทบต่อวัฏจักรของเอนโซ แต่การวิจัยเกี่ยวกับความเชื่อมโยงนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษาวิจัย

สืบค้นและเรียบเรียง ณภัทรดนัย

ข้อมูลอ้างอิง

https://www.climate.gov/news-features/understanding-climate

https://ggweather.com/enso/enso_myths.htm

https://ccafs.cgiar.org/fr/node/49066

Top misconceptions about El Niño and La Niña


อ่านเพิ่มเติม ปรากฏการณ์ เอลนีโญ และลานีญา

เรื่องแนะนำ

เด็กๆ ของฮูรา กับโลกที่ร้อนขึ้นทุกที

ในวันที่คนมัลดีฟส์ถือว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาสำคัญที่สุดของประเทศ เด็กทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะเคารพและรู้จักคุณค่าของทรัพยากรที่ตนมีอยู่จำกัด   “เราสอนเด็กๆ ตั้งแต่อายุสามขวบแล้วว่า ความเปราะบางทางสิ่งแวดล้อมของเกาะเราเป็นอย่างไรค่ะ” อมินาท ริชฟา หัวหน้าครูโรงเรียนประถมบนเกาะฮูรา เขตอะทอลล์คาฟูของมัลดีฟส์ เอ่ย  เธอสวมชุดดำสีเดียวกับฮิญาบคลุมใบหน้าทั้งหมด เหลือไว้เพียงช่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าให้เราเห็นเธอแค่ดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้น  น้ำเสียงของเธอกระตือรือร้นมีพลัง และยากจะเดาอายุ  อาจจะ 30 ต้นๆ หรือมากกว่านั้น “แต่เพราะอายุเท่านั้นยังเป็นวัยเล่นอยู่  เราจึงให้เด็กๆ เรียนรู้ผ่านการเล่นค่ะ” อาจารย์ริชฟาพูดราวกับรู้ทันเราคิด  เด็กๆ บนเกาะฮูราเรียนรู้เรื่องความเปราะบางของบ้านเกิดของตัวเองจากความจริงที่เห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน  ในวันที่คนมัลดีฟส์ถือว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาสำคัญที่สุดของประเทศ เด็กทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะเคารพและรู้จักคุณค่าของทรัพยากรที่ตนมีอยู่จำกัด ฮูรา (Huraa, Hoora) เป็นเกาะที่กว้างเพียง 300 เมตร ยาว 850 เมตร มีชะตากรรมเหมือนเกาะอื่นๆ ของมัลดีฟส์ ประเทศที่ได้ชื่อว่าแบนราบที่สุดในโลก ซึ่งเสี่ยงจมอยู่ใต้ระดับทะเลที่สูงขึ้นทุกที อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าอย่างเร็วภายในปี 2085 น้ำจะท่วมทุกเกาะของมัลดีฟส์ อย่างช้าคือปี 2100 ในระดับประเทศ รัฐบาลมัลดีฟส์วางแผนแก้ปัญหาด้วยเทคนิคทางวิศวกรรม เช่น การสร้างกำแพงล้อมรอบเมืองหลวงมาเล่ ถมทะเลเพื่อยกระดับแผ่นดิน ป้องกันน้ำใต้ดินและเพิ่มการเก็บกักน้ำฝน รวมทั้งเตรียมอพยพประชาชนไปยังถิ่นอื่น ในระดับเกาะอย่างที่ฮูรา ซึ่งอยู่ห่างจากมาเล่เพียงครึ่งชั่วโมง […]

การจัดการขยะอย่างไม่ถูกวิธีอาจเป็นสาเหตุของการตายของคนนับล้านในแต่ละปี

รายงานชิ้นใหม่เปิดเผยว่าในแต่ละปี ผู้คนกว่า400,000 ถึง 1,000,000 คนในประเทศด้อยพัฒนาอาจเสียชีวิต เนื่องจากการจัดการขยะอย่างไม่ถูกวิธี

เป้าหมายสีเขียวของดูไบ

เรื่อง โรเบิร์ต คุนซิก ภาพถ่าย ลูกา โลกาเตลลี เพื่อดื่มด่ำกับความหลุดโลกของดูไบ นครที่ซึ่งแท่งคอนกรีต กระจก และเหล็กกล้า ผุดขึ้นราวดอกเห็ด และแผ่ขยายท่ามกลางผืนทรายอันร้อนแล้งของทะเลทรายอาหรับในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา คุณอาจเริ่มจากการลองไปเล่นสกีดูก่อน เมื่อมองจากด้านนอกศูนย์การค้าเดอะมอลล์ออฟดิเอมิเรตส์ ทางลาดของลานสกีดูราวกับยานอวกาศสีเงินที่ปักลงไปในพื้น เมื่อเข้าไปด้านใน คุณอาจเดินเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง แล้วค่อยผลักประตูกระจกเข้าไปยังลานสกีดูไบ เสื้อยืดคอกลมที่ระลึกที่ผมซื้อมามีภาพวาดการ์ตูนเป็นภาพเทอร์มอมิเตอร์หน่วยเป็นองศาเซลเซียส เขียนว่า “ฉันเปลี่ยนจาก +50 เป็น -8” จะว่าไปก็ไม่ได้รู้สึกหนาวถึงขนาดนั้นเมื่ออยู่บนลานสกี แต่อุณหภูมิภายนอกในดูไบอาจสูงเกือบ 50 องศาเซลเซียสได้ในฤดูร้อน ความชื้นยิ่งชวนให้อึดอัดเพราะอยู่ใกล้ทะเล แต่แทบไม่มีฝนเลย ดูไบมีปริมาณฝนน้อยกว่า 100 มิลลิเมตรต่อปี และไม่มีแม่น้ำที่อยู่ถาวร อีกทั้งแทบไม่มีผืนดินที่เหมาะแก่การเพาะปลูก แล้วถิ่นฐานบ้านเรือนแบบไหนถึงจะเหมาะกับสถานที่เช่นนี้  ดูไบเคยเป็นหมู่บ้านประมงและเมืองท่าค้าขายที่ทั้งเล็กและยากจนมาหลายร้อยปี แล้วการเติบโตอย่างพรวดพราดจากน้ำมันและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็เปลี่ยนโฉมที่นี่ให้กลายเป็นเมืองแห่งเส้นขอบฟ้าที่เต็มไปด้วยผลงานด้านสถาปัตยกรรมอันน่าอัศจรรย์  และยังมีท่าอากาศยานที่มีผู้ใช้มากที่สุดเป็นอันดับสามของโลกอีกด้วย “ถ้าจะพูดกันถึงความยั่งยืนแล้วละก็ คุณคงไม่มาสร้างที่นี่หรอกครับ” ยานุส โรสตอก สถาปนิกคนสำคัญจากโคเปนเฮเกนผู้มาตั้งรกรากที่นี่ บอก ทว่านครแห่งความยั่งยืนนี่แหละ คือเป้าหมายที่รัฐบาลดูไบประกาศว่า ต้องการจะสร้างให้สำเร็จ ดูไบกับความยั่งยืนอย่างนั้นหรือ รอให้น้ำท่วมหลังเป็ดก่อนเถอะ คุณอาจคิดในใจ ช่วงปีแห่งความเติบโตเหล่านั้นทำให้ดูไบกลายเป็นสัญลักษณ์ของความล้นเหลือ อันเป็นผลพวงจากการมีพลังงานฟอสซิลราคาถูก […]