World Update: รู้จัก ‘ไฮเปอร์เรียน’ ต้นไม้ที่สูงที่สุดในโลก

World Update: รู้จัก ‘ไฮเปอร์เรียน’ ต้นไม้ที่สูงที่สุดในโลก

รู้จัก ‘ไฮเปอร์เรียน’ ต้นไม้ที่สูงที่สุดในโลก สูงกว่าเทพีเสรีภาพและตึก 35 ชั้น อายุราว 600-800 ปี

ต้นเรดวูดชายฝั่ง (Sequoia sempervirens) หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘ไฮเปอร์เรียน’ (Hyperion) คือ ต้นไม้ที่สูงที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเรดวูด รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา 

ตามรายงานของ Guinness World Records บันทึกไว้ล่าสุดเมื่อปี 2019 ว่ามันมีความสูงจากฐานถึงยอด 116.07 เมตร ซึ่งสูงกว่าอาคาร 35 ชั้นและสูงกว่าเทพีเสรีภาพที่มีความสูง 93 เมตร

ต้นไฮเปอร์เรียนนี้ค้นพบครั้งแรกในปี 2006 โดยคริส แอตกินส์ (Chris Atkins) และไมเคิล เทย์เลอร์(Michael Taylor) ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะวิจัยที่ทำการสำรวจป่าแคลิเฟอร์เนีย ในเวลานั้นต้นไม้ไฮเปอร์เรียนสูง 115.5 เมตร ซึ่งสูงน้อยกว่าสถิติปัจจุบันเล็กน้อย และนอกจากสูงแล้วมันยังเป็นหนึ่งในต้นไม้ที่มีอายุมากที่สุดประมาณ 600 ถึง 800 ปี พวกเขาคาดว่าสถานที่ตั้งของมันคือเคล็ดลับความสำเร็จ

“แม้ว่าพวกมันอยู่บนทางลาดชัน แต่ต้นไม้ก็เติบโตในแหล่งของต้นเรดวู้ดที่ดีที่สุดในโลก” แอตกินส์กล่าวในรายงานเมื่อปี 2006 พร้อมอธิบายเสริมว่า “มันอยู่ใต้สันเขา จึงได้รับการปกป้องจากลม อีกทั้งอยู่ใกล้น้ำและมีหมอกมาก ทำให้พื้นที่มีอากาศอบอุ่น ชื้น และมีแดดส่องถึงมาก”

ต้นไม้ที่สูงที่สุดในโลก

นอกจากนี้พวกมันแทบไม่ได้ถูกโรคหรือความเสียหายจากแมลงคุกคาม เนื่องจากเนื้อไม้มีสารที่เรียกว่า ‘แทนนิน’ (Tannin) สูง อีกทั้งยังทนไฟด้วยเปลือกที่หนากว่า 12 นิ้ว รวมทั้งสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมไม่ว่าจะเป็นดิน เชื้อรา และต้นไม้อื่นๆ ทำให้ ‘ไฮเปอร์เรียน’ สูงจนสร้างสถิติโลก อย่างไรก็ตาม ต้นไม้เหล่านี้รอดจากการถูกตัดโค่นอย่างหวุดหวิด

เพราะในปี 1970 รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ตัดไม้ในแถบนั้นไปกว่าร้อยละ 90 ซึ่งห่างจากต้นไฮเปอร์เรียนเพียงไม่กี่ร้อยเมตร ร้อยละ 4 ของต้นเรดวู้ดทั้งหมดของอุทยานจึงรอดพ้นเติบใหญ่ขึ้นมาได้ และจะเติบโตต่อไปได้อีกในอัตรา 3.9 เซนติเมตรต่อปี (หรือ 1.5 นิ้วต่อปี) อย่างไรก็ตาม ยังมีต้นเรดวู้ดอีกชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า ’พาราด็อก’ (Paradox) ที่มีอัตราการเติบโต 18.9 ซม.ต่อปี ซึ่งสูงกว่าไฮเปอร์เรียน และจะทำให้มันกลายเป็นต้นไม้ที่สูงที่สุดในโลกแทนในปี 2031 

นักวิทยาศาสตร์ จิม สปิคเลอร์ (Jim Spickler) ได้เปิดเผยถึงความรู้สึกหลังจากได้ปีนต้นไม้ที่สูงที่สุดในโลกนี้ไว้ว่า “วิวจากยอดไม้ที่สูงที่สุดในโลกไม่เป็นสองรองใครนี้ ไม่มีอะไรเหมือนบนพื้นดิน คุณไม่สามารถจินตนาการถึงประสบการณ์นี้ได้เลยครับ”

สืบค้นและเรียบเรียง วิทิต บรมพิชัยชาติกุล

ที่มา

.https://www.livescience.com/28729-tallest-tree-in-world.html

https://www.zmescience.com/other/feature-post/tallest-tree-world-0423/

https://www.guinnessworldrecords.com/world-records/tallest-tree-living


อ่านเพิ่มเติม ตามหาต้นไม้ ณ ปลาย ใต้สุดของโลก

ใต้สุดของโลก

เรื่องแนะนำ

เมื่อชาว แม่แจ่ม เปลี่ยนเขาหัวโล้นจากไร่ข้าวโพด เป็นผืนป่าและสวนวนเกษตรด้วย ‘ต้นไผ่’

แม่แจ่ม โมเดลพลัส โมเดลแก้ปัญหาป่าไม้และที่ดินบนดอย แม่แจ่ม ที่ตั้งเป้าลดพื้นที่ปลูกข้าวโพด คืนพื้นที่ป่าและสร้างเศรษฐกิจสีเขียว จากการปลูกพืชทดแทน ซึ่งในระยะแรกจะใช้ ‘ต้นไผ่’ เป็นไม้เบิกนำ ในอดีตพื้นที่อำเภอ แม่แจ่ม คือผืนป่าต้นน้ำขนาดใหญ่ สมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณ จากการไหลผ่านของแม่น้ำ แม่แจ่ม จากจังหวัดแม่ฮ่องสอนออกสู่แม่น้ำปิงที่อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ แต่ถึงอย่างนั้น แม่แจ่ม มีพื้นที่ภูเขาอยู่ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ทำให้มีเพียงพื้นที่ส่วนบนและล่างเท่านั้นที่มีน้ำอุดม ส่วนบริเวณตอนกลางที่เป็นภูเขา น้ำเข้าไปไม่ถึง ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ที่ดินในผืนป่าสงวนแห่งชาติแม่แจ่มซึ่งโดยพื้นฐานจัดเป็นป่าลุ่มน้ำ ถูกนำมาใช้เป็นพื้นที่เกษตรกรรมเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในปี พ.ศ. 2556 อำเภอแม่แจ่มมีผลผลิตข้าวโพดรวมกว่า 100,000 ตัน กินพื้นที่ปลูกข้าวโพดเกือบ 150,000 ไร่ และส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิถือครองที่ดิน ในช่วง 10 ปีเดียวกันนี้เองที่หมอกควันจากการเผาซากไร่ในแม่แจ่ม อำเภอใกล้เคียงและประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงหมอกควันจากไฟป่าในฤดูร้อน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวในเชียงใหม่ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาค ลดลงถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ทุกคนจึงพุ่งเป้ามากล่าวโทษชาวไร่บนดอยอย่างไม่ต้องสงสัย ปัญหามีรากลึกกว่าแค่ชาวบ้านปลูกพืชเชิงเดี่ยว ปัญหาเหล่านั้นคืออะไร และหนทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนที่กำลังเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปที่หน้าตาเป็นแบบไหน ถ้าพร้อมแล้ว […]

Blue Lagoon โรงไฟฟ้าพลังความร้อนใต้พิภพที่สร้างเงินมหาศาลให้การท่องเที่ยวไอซ์แลนด์

Blue Lagoon แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของไอซ์แลนด์ สร้างจากน้ำพุร้อนใต้พิภพที่ผ่านการนำไปผลิตกระแสไฟฟ้า โดยไอซ์แลนด์ขับเคลื่อนประเทศด้วยพลังงานหมุนเวียนเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ แม้จะมีประชากรเพียง 332,000 คน แต่ไอซ์แลนด์ต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 1.8 ล้านคนต่อปี มากกว่าจำนวนประชากรถึง 6 เท่า โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินทางมายังเกาะแห่งนี้ เพื่อชื่นชมภูมิประเทศที่ต่างจากพื้นที่อื่นในโลก ผสมผสานกันระหว่างความหนาวเย็นและความร้อนระอุ ไม่ว่าจะเป็นถ้ำน้ำแข็ง ธารน้ำแข็ง ทุ่งน้ำแข็ง ไปจนถึงทุ่งลาวาและน้ำพุร้อนไกเซอร์ หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ Blue Lagoon ที่มีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมเยียนมากกว่า 1 ล้านคนต่อปี และสิ่งที่คนส่วนใหญ่อาจไม่รู้คือทะเลสาบน้ำร้อนแห่งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติอย่างแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ของไอซ์แลนด์ แต่เป็นฝีมือการสร้างของมนุษย์ มองข้ามขอบน้ำสีฟ้าสดใสของทะเลสาบไป คุณสามารถมองเห็นอาคารและท่อโลหะที่มีไอน้ำพวยพุ่งอยู่แทบจะตลอดเวลา ไม่ต้องแปลกใจ เพราะนั่นคือโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพ Svartsengi ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ ค.ศ. 1976 และน้ำอบอุ่นในทะเลสาบที่คนนับล้านข้ามน้ำข้ามทะเลมาแช่เพื่อผ่อนคลายดื่มด่ำนี้ คือน้ำอุณหภูมิร้อนจัดจากใต้ผิวโลกที่ถูกนำขึ้นมาผลิตกระแสไฟฟ้า เป็นแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่หล่อเลี้ยงผู้คนและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมของไอซ์แลนด์ทั้งประเทศ การผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานความร้อนใต้พิภพ เป็นหนึ่งในพลังงานหมุนเวียนที่มีขั้นตอนในการสร้างยุ่งยากที่สุด เพราะระหว่างกระบวนการสามารถปล่อยมลพิษออกมาได้ หากโรงไฟฟ้าไม่ได้รับการออกแบบระบบควบคุมแบบปิด ที่ป้องกันการเล็ดรอดของสารพิษอย่างเชี่ยวชาญ ด้วยวิสัยทัศน์ของภาครัฐตั้งแต่เมื่อ 80 ปีก่อน ทำให้ทุกวันนี้ ไอซ์แลนด์ขับเคลื่อนประเทศด้วยพลังงานหมุนเวียนที่ผลิตภายในประเทศเกือบ […]

ยางพารา : พืชเศรษฐกิจหรือหายนะระบบนิเวศ

ยางพารา : พืชเศรษฐกิจหรือหายนะระบบนิเวศ อากาศวันนั้นแจ่มใส ภาคเหนือของประเทศไทยดูมีชีวิตชีวาอยู่กลางแสงอาทิตย์เดือนพฤษภาคม ชายหนุ่มจึงขับรถปิกอัปคันใหม่เอี่ยมลุยลงไปในลำธารที่ไหลผ่านหมู่บ้านทุ่งนาน้อยของเขา ฝูงวัวกับชาวบ้านเดินผ่านไปขณะที่เขายืนอยู่ในน้ำ หนุ่มวัย 21 ปีกับรถคันโก้ที่เขาล้างและขัดสีฉวีวรรณจนเงาวับ ก่อนหน้านี้ไม่นาน โอกาสที่ใครสักคนอย่างปิยวุฒิ อนุรักษ์บรรพต หรือที่เพื่อนๆเรียกว่า “ชิน” จะมีรถปิกอัปคันงามในวัยหนุ่มเช่นนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้ ชาวบ้านในหมู่บ้านห่างไกลอย่างทุ่งนาน้อยนั้นยากจน แต่ไม่นานมานี้ครอบครัวอย่างบ้านของชินร่ำรวยขึ้นมาก  เหตุผลเห็นได้จากเนินเขาด้านหลังของเขา ย้อนหลังไปเพียงสิบปีก่อน เนินเหล่านี้ปกคลุมไปด้วยป่าดิบชื้นรกชัฏ  มีพืชพรรณพื้นเมืองขึ้นรกเรื้อแน่นขนัด ทว่าปัจจุบัน ลาดเขาส่วนใหญ่ถูกแผ้วถางจนเตียนโล่งแล้วปลูกพืชชนิดเดียวคือยางพารา  คืนแล้วคืนเล่าที่ครอบครัวของชินกับอีกหลายหมื่นครอบครัวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าสวนไปกรีดและรองน้ำยางในลักษณะเดียวกับการรองน้ำหวานจากต้นเมเปิล น้ำยางข้นสีขาวที่หยดลงสู่ถ้วยรองจะผ่านการทำให้แข็งตัว  รีดเป็นแผ่น แล้วขนส่งไปยังโรงงาน เพื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นแหวนยางรูปวงกลม สายพาน แผ่นปะเก็น ฉนวน และยางรถยนต์จำนวนมหาศาล น้ำยางที่รวบรวมได้ราวสามในสี่ของโลกใช้ผลิตยางสำหรับรถยนต์ รถบรรทุก และเครื่องบินรวมแล้วปีละเกือบสองพันล้านเส้น ยางมีบทบาทสำคัญอย่างเงียบๆในประวัติศาสตร์การเมืองและสิ่งแวดล้อมของโลกมากว่า 150 ปีแล้ว ถ้าคุณอยากให้มีการปฏิวัติอุตสาหกรรมก็ต้องมีวัตถุดิบสามชนิด ได้แก่เหล็กเพื่อทำส่วนที่เป็นเหล็กกล้าของเครื่องจักร เชื้อเพลิงฟอสซิลเพื่อให้พลังงานขับเคลื่อนเครื่องจักรเหล่านั้น และยางเพื่อเชื่อมต่อและปกป้องชิ้นส่วนที่มีการเคลื่อนไหว เมื่อนึกถึงยาง คนส่วนใหญ่มักนึกภาพผลิตภัณฑ์จากสารเคมีสังเคราะห์ ความจริงแล้ว ยางในโลกกว่าร้อยละ 40 มาจากต้นไม้ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นต้นยางพารา ทุกวันนี้ ยางพาราแทบจะปลูกกันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพียงแห่งเดียว เนื่องจากภูมิภาคนี้มีทั้งสภาพภูมิอากาศที่เอื้ออำนวยและโครงสร้างพื้นฐานประกอบกันซึ่งไม่ปรากฏในภูมิภาคอื่นๆ แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจโลกจะผันผวน แต่ความต้องการยางรถยนต์ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดสภาพคล้ายกระแสตื่นทองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ […]

10 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเฮอร์ริเคน-ไต้ฝุ่น

ทราบหรือไม่ว่าทั้งไต้ฝุ่นและเฮอร์ริเคนคือชื่อเรียกของ "พายุหมุนเขตร้อน" เหมือนกัน ทั้งยังมีชื่อเรียกอื่นอีก มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องราวของพายุหมุนเขตร้อนนี้ให้มากขึ้นกัน