A B C...ภาพถ่ายดาวเทียม เหล่านี้มีครบทุกตัวอักษร - National Geographic thailand

A B C…ภาพถ่ายดาวเทียมเหล่านี้มีครบทุกตัวอักษร

A B C… ภาพถ่ายดาวเทียม เหล่านี้มีครบทุกตัวอักษร

มันเริ่มต้นด้วยกลุ่มควันที่ลอยตัวคล้ายตัวอักษร V เมื่อมองดูจาก ภาพถ่ายดาวเทียม ของนาซ่า จากนั้นตัวอักษรอื่นๆ ก็ตามมาและถูกเขียนขึ้นจากธรรมชาติอันหลากหลายเช่นธารน้ำแข็ง, พายุ, ทะเลสาบ และหลุมอุกกาบาต

เป็นเวลาหลายปีที่ อดัม วอยแลนด์ นักวิทยาศาสตร์จากนาซ่าพยายามมองหาและรวบรวมตัวอักษรที่เกิดขึ้นจากธรรมชาตินี้ ตัวเขารวบรวมภาพถ่ายจากดาวเทียมนับพันภาพเป็นแกลอรี่ และเมื่อเร็วๆ นี้ เขาเพิ่งจะกลับมารวบรวมตัวอักษรใหม่อีกครั้ง โดยครั้งนี้เขาเลือกที่จะเก็บเฉพาะตัวพิมพ์ใหญ่ เพื่อรวมเป็นหนังสือสำหรับเด็กในชื่อ ABC’s from Space

กระบวนการค้นหาตัวอักษรเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการเลื่อนภาพถ่ายดาวเทียมหรือแผนที่ของกูเกิลไปมา บางครั้งเขาใช้เวลาจนดึกดื่นและตลอดการทำงานที่ผ่านมา วอนแลนด์ค้นพบว่าตัวอักษรเหล่านี้มักซ่อนตัวอยู่เฉพาะจุด ยกตัวอย่างเช่น ฟยอร์ด, ธารน้ำแข็ง และทะเลน้ำแข็งมักเป็นสถานที่ที่ดีสำหรับการมองหาตัวอักษร A, X, E และ W

ตัวอักษรที่หายากที่สุดคือตัวไหน? “แน่นอนว่าต้องเป็น R ครับ” วอยแลนด์กล่าว “ปรากฏการณ์ธรรมชาติจะไม่วางเส้นโค้งและเส้นทแยงมุมออกมาจากจุดนั้นให้เรา”

ฟังดูอาจเป็นเรื่องน่าเบื่อ แต่การตามล่าตัวอักษรก็คุ้มค่า โดยเฉพาะเมื่อดาวเทียมสามารถจับภาพของกลุ่มเมฆและควันที่กำลังลอยตัวอยู่ในรูปร่างที่พอดิบพอดี “สำหรับตัว H กระแสลมได้พัดกระจายไอเสียของเรือเดินสมุทรออกจนเกิดเป็นรูปร่างและผิวสัมผัสที่น่าทึ่งมาก” เขากล่าว

ภาพถ่ายดาวเทียม
Ship Tracks มวลเมฆที่ก่อตัวขึ้นรอบๆ ไอเสียของเรือเดินสมุทร ใกล้อ่าวบาจา แคลิฟอร์เนีย ในเม็กซิโก สีต่างๆ เหล่านี้เกิดขึ้นจากการผสมสีเท็จ ภาพถ่ายจากดาวเทียมเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2013

บางตัวอักษรก็เกิดจากความไม่ธรรมดา เช่นตัวอักษร O ที่เกิดขึ้นจาก ดวงตาซาฮาร่า ในประเทศมอริเตเนีย ซึ่งสร้างความสับสนให้แก่นักธรณีวิทยาอย่างมาก บางคนเชื่อว่าวงกลมอันสมบูรณ์แบบนี้เกิดขึ้นจากอุกกาบาตที่พุ่งชนโลก บ้างเชื่อว่าวงกลมนี้คือส่วนที่เหลือของภูเขาไฟในอดีต และในปัจจุบันมีทฤษฎีเชื่อกันว่าเกิดจากการกัดเซาะทางธรณีวิทยา

สำหรับตัว G ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ Nat Geo เกิดขึ้นจากตาของพายุหมุนเขตร้อน เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ปี 2014 หลายตัวอักษรที่ถูกรวบรวมเอาไว้เป็นภาพถ่ายผสมสีเท็จ เช่นภาพนี้ เนื่องจากภาพเหล่านี้เป็นความยาวคลื่นแสงที่มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ใช้คลื่นแสงเหล่านี้ในการศึกษาข้อมูลหลายอย่าง เช่นการเปลี่ยนแปลงของพืชที่จะกลายเป็นสีแดง เมื่อถูกฉายด้วยแสงอินฟาเรด

ภาพถ่ายดาวเทียม
ตัวอักษร F ที่เกิดขึ้นใน Grazing lands ในออสเตรเลีย พื้นที่ดังกล่าวสว่างกว่าพื้นที่รอบๆ เมื่อมองจากภาพถ่ายดาวเทียม Landsat 8 บันทึกไว้เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ปี 2015

นอกจากนั้นแสงอินฟาเรดยังช่วยให้สามารถแยะแยะวัตถุออกจากกันได้ เช่น หิมะ (จะกลายเป็นสีส้ม), น้ำแข็ง (สีแดง)และเมฆ (สีพีช) เนื่องจากหากมองจากภาพถ่ายดาวเทียมจริงๆ สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นสีขาวทั้งหมดซึ่งทำให้ยากต่อการเก็บข้อมูล สำหรับภาพอินฟาเรดของพายุดักลาส มวลเมฆที่มีผลึกน้ำแข็งภายในกลายเป็นสีส้ม ในขณะที่เมฆที่ภายในเต็มไปด้วยน้ำนั้นจะเป็นสีขาว ซึ่งภาพถ่ายผสมสีเท็จเหล่านี้นอกจากประโยชน์ด้านข้อมูลแล้ว ข้อดีอีกข้อก็คือพวกมันมีความงดงามแปลกตา

หากผู้อ่านต้องการทราบข้อมูลของสิ่งที่อยู่ในภาพ เนื้อหาด้านหลังของหนังสือจะช่วยอธิบาย นอกจากนั้นยังมีแผนที่ระบุจุดที่ตัวอักษรต่างๆ ถูกค้นพบบนโลก ซึ่งวอยแลนด์คาดหวังว่าหนังสือ ABCs from space ของเขาจะช่วยกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับโลกใบนี้ให้แก่เด็กๆ มากยิ่งขึ้น “ผมว่ามันเจ๋งมากถ้านี่จะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครลุกขึ้นมาตามล่าหา ABC พร้อมกับเด็กๆ ของเขา” เขากล่าว

ภาพถ่ายดาวเทียม
สันเขาในออสเตรเลียที่คล้ายกับตัว M แสงอินฟาเรดช่วยให้มองเห็นตัวอักษรได้ง่ายขึ้น ภาพถ่ายจากดาวเทียม Landsat 8 บันทึกเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2016

แม้ว่าตัวเขาจะติดตามตัวอักษรเหล่านี้มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่วอยแลนด์พร้อมที่จะทำต่อ สำหรับภาพปกของบทความนี้อ่านได้ว่า “NAT GEO” ซึ่งวอยแลนด์เลือกมาให้เราเป็นพิเศษ “คิดดูว่ามันเจ๋งแค่ไหนที่ตัวอักษรเหล่านี้ถูกสะกดขึ้นจากความร้อนของลาวา”

 

เรื่องแนะนำ

ขยะพลาสติกกำลังเดินทางสู่มหาสมุทรผ่านแม่น้ำมากกว่า 1,000 สาย

นักวิทยาศาสตร์เคยคิดว่ามีแม่น้ำแค่ไม่เกิน 20 สายเท่านั้นที่นำพาขยะพลาสติกออกสู่มหาสมุทร แต่ในปัจจุบันเหล่านักวิทยาศาตร์ได้เรียนรู้ว่ามันมีแม่น้ำจำนวนมากกว่านั้นมาก และทำให้การหาหนทางแก้ไขปัญหานี้มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ขยะพลาสติกในแม่น้ำ ปัญหาเรื่องขยะพลาสติกมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับความพยายามยับยั้งขยะพลาสติกที่ไหลจากแม่น้ำไปสู่มหาสมุทรทั่วโลก ขยะพลาสติกในแม่น้ำ แม่น้ำคือช่องทางหลักที่ส่งขยะพลาสติกออกสู่ทะเล ในปี 2017 นักวิทยาศาสตร์สองกลุ่มได้ข้อสรุปตรงกันว่า ร้อยละ 90 ของขยะพลาสติกที่ลอยไปกับสายน้ำ ซึ่งมีปลายทางสู่มหาสมุทร ได้ถูกลำเลียงจากแม่น้ำสายหลักบนภาคพื้นทวีปเพียงไม่กี่สาย ประกอบด้วย แม่น้ำไนล์ แม่น้ำแอมะซอน และแม่น้ำแยงซี แม่น้ำสามสายที่ยาวที่สุดในโลก งานวิจัยแรกได้อ้างอิงถึงแม่น้ำจำนวน 10 สาย และงานวิจัยที่สองได้อ้างอิงถึงแม่น้ำจำนวน 20 สาย ผู้เชี่ยวชาญเห็นตรงกันว่า การทำความสะอาดแม่น้ำเหล่านั้น สามารถส่งผลระยะยาวต่อการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกที่กำลังเคลื่อนออกสู่ทะเล แต่งานวิจัยชิ้นใหม่ที่ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ในวารสาร Science Advances ได้เปลี่ยนความคิดข้างต้นจากหน้ามือเป็นหลังมือ นักวิทยาศาสตร์พบว่าร้อยละ 80 ของขยะพลาสติกที่เคลื่อนตัวออกสู่ทะเลมีที่มาจากแม่น้ำมากกว่า 1000 สาย ไม่ใช่แค่เพียง 10 หรือ 20 สายอย่างที่เคยคิดไว้ และพวกเขาได้ค้นพบว่า ขยะพลาสติกส่วนใหญ่ถูกพัดพาจากแม่น้ำสายย่อยมากมายที่ไหลผ่านพื้นที่เขตเมืองที่มีประชากรหนาแน่น ไม่ใช่จากแม่น้ำสายใหญ่ ดังนั้น แม่น้ำแยงซีที่ลัดเลาะผ่านประเทศจีนและไหลออกไปสู่ทะเลจีนใต้ […]

สัตว์ป่าในบางกอก

สัตว์ป่า ในบางกอก จากหลักฐานคำบอกเล่าและบันทึกของชาวต่างชาติ เช่น สังฆราชฌอง บัปติสตา ปาลเลอกัวซ์ บาทหลวงคาทอลิกชาวฝรั่งเศสที่เดินทางเข้ามายังกรุงสยามในสมัยรัชกาลที่ 3 กล่าวถึงกรุงเทพฯ หรือบางกอกในยุคนั้นว่าเคยมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่อย่างชุกชุมและมีสัตว์น้ำอุดมสมบูรณ์  ภายในเวลาสองศตวรรษถึงราว 50 ปีที่ผ่านมา บริเวณที่เป็นเมืองหลวงของเรายังเคยมีจระเข้ชุกชุม มีโขลงช้างป่าออกมาหากินในทุ่งราบ ชาวบ้านยังล่ากวาง มีนกขนาดใหญ่อย่างกระเรียนพันธุ์ไทยและอีแร้ง เสือปลา นาก และอื่นๆ  ก่อนจะค่อยๆ หายไปในเวลาต่อมาจากเนื่องจากการล่าและการขยายตัวของชุมชน  ปัจจุบันเริ่มมีข่าวคราวการพบสัตว์บางชนิดตามธรรมชาติในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียงแล้ว เช่น นากใหญ่ขนเรียบ วาฬบรูด้า และลิงแสม ชมภาพจำลองของสัตว์ป่าในบางกอกเมื่อครั้งอดีตได้ ที่นี่    หมายเหตุ : ภาพสัตว์ป่าในบางกอกพัฒนาจากข้อมูลและภาพสไลด์ชุด “Rewilding Bangkok ฟื้นชีวิตป่าเมืองกรุง” โดย ดร. สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ มูลนิธิโลกสีเขียว   อ่านเพิ่มเติม : ไพร่ฟ้าสามัญชน, ย้อนรอยสารคดีเกี่ยวกับเมืองไทย ใน National Geographic

เกรียตา ทุนแบร์ย เด็กสาววัย 16 ผู้ปลุกเยาวชนโลกออกเดินขบวนเพื่อต้านภาวะโลกร้อน

เพราะคนในรุ่นของเธอคือผู้ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ผู้ใหญ่ได้ก่อเอาไว้อย่างใหญ่หลวง เกรียตา ทุนแบร์ย ตัดสินใจจัดการประท้วงเดี่ยวต่อรัฐบาลบ้านเกิดของเธอให้จัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจัง จนเป็นแรงบันดาลให้มีการเดินขบวนด้วยจุดประสงค์เดียวกันจากเยาวชนนับล้านคนทั่วโลก เมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา เหล่าเยาวชนประมาณ 1.4 ล้านคน จาก 100 ประเทศทั่วโลก อาทิ เยอรมนี ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เบลเยียม ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา พร้อมใจกันหยุดเรียนเพื่อเข้าร่วมการประท้วงในระดับนานาชาติ ที่มีจุดประสงค์เพื่อให้ชาวโลกสนใจมหันตภัยของโลกที่ใกล้เข้ามาอย่าง “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ” พวกเขารวมตัว ชูป้ายประท้วง ร้องรำทำเพลงและตะโกนในสิ่งที่พวกเขาเรียกร้องเพื่อแสดงออกถึงสิ่งที่พวกเขาวิตกกังวลไปยังบรรดาผู้มีอำนาจบนโลกให้ตระหนักถึงปัญหานี้ “เราคือคนรุ่นแรกที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยิ่งยวด และเราจะเป็นคนรุ่นสุดท้ายที่ออกมาทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อแก้ไขปัญหานี้” – นาเดีย นาซาร์ หนึ่งในผู้จัดการประท้วงที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กล่าวไว้ในการประท้วงครั้งนี้ การนัดประท้วงของเยาวชนในระดับนานาชาตินี้มีจุดเริ่มต้นมาจากการประท้วงในเดือนสิงหาคม ปี 2018 โดย เกรียตา ทุนแบร์ย เด็กหญิงชาวสวีเดน วัย 16 ปี ที่ออกมาประท้วงเรียกร้องด้านนอกรัฐสภาในกรุงสต็อกโฮล์มเพื่อให้ผู้นำประเทศของเธอรับรู้ถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และออกมาตรการที่แก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยเกรียตาเรียกการประท้วงครั้งนี้ว่า “การประท้วงหยุดเรียนเพื่อสภาพภูมิอากาศ ” (School Strike for […]

หลบหนีความวุ่นวายไปกับภาพความมหัศจรรย์แห่งแอนตาร์กติกา

“มองลึกลงไปในธรรมชาติ แล้วคุณจะเข้าใจทุกอย่างได้ชัดเจน” คำกล่าวจากอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ที่ถูกยกนำมาใช้ในการเปิดของภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้ “Wild Antarctica” ร่วมหลีกหนีความวุ่นวายไปกับคลิปวิดีโอความยาว 4 นาทีนี้ที่จะพาคุณผู้อ่านดื่มด่ำไปกับความงดงามของแอนตาร์กติกา ทะยานตัวเหนือฝูงปลาวาฬ, ผ่านภูเขาน้ำแข็ง, ชมท่วงท่าอันสง่างามของเพนกวินและแมวน้ำ ไปพร้อมกับเพลงประกอบกันน่ารื่นรมย์แล้วคุณผู้อ่านจะตระหนักได้ว่า เหตุใดธรรมชาติจึงเป็นสิ่งที่เราควรใส่ใจและอนุรักษ์ไว้   อ่านเพิ่มเติม : ดื่มด่ำไปกับการผลิบานของหมู่มวลดอกไม้ ผ่านวิดีโอไทม์แลปส์, ตลอด 40 ปีที่อยู่ในป่า ข้อมูลที่ชายคนนี้รวบรวมกำลังมีส่วนช่วยนักวิทยาศาสตร์