น้ำแข็งละลาย ชีวิตล่มสลาย - National Geographic Thailand

น้ำแข็งละลาย ชีวิตล่มสลาย

เรื่อง ทิม ฟอลเจอร์
ภาพถ่าย ซีริล ยัซเบ็ก

ลางดึกคืนหนึ่งของเดือนพฤศจิกายนที่หมู่บ้านเนียกอร์นัตริมฝั่งตะวันตกของกรีนแลนด์ เหนือเส้นอาร์ติกเซอร์เคิลราว 500 กิโลเมตร สุนัขลากเลื่อนเริ่มส่งเสียงเห่าหอน ไม่มีใครรู้สาเหตุแน่ชัด แต่ชาวบ้านบางคนคิดว่าพวกมันได้ยินเสียงหายใจของนาร์วาฬ  (narwhal) วาฬชนิดหนึ่งที่มีนอเป็นเกลียวเหมือนยูนิคอร์น  ซึ่งมักมาแวะที่อูมมันนักฟยอร์ดในช่วงเวลานี้ของปีระหว่างอพยพลงใต้  เช้าวันรุ่งขึ้น ผู้ชายในชุมชนส่วนใหญ่พากันลงเรือเล็กออกล่านาร์วาฬเฉกเช่นที่ชาวอินนูอิตในกรีนแลนด์ปฏิบัติกันมาหลายร้อยปี

บ่ายวันนั้น ใต้ผืนฟ้าที่เมฆสีเทาคล้อยต่ำ พรานที่กลับมาพากันลากเรือขึ้นฝั่ง ชาวบ้านเนียกอร์นัตอีกสองสามคนจากที่มีกันอยู่ทั้งหมด 50 คน ออกจากบ้านไม้สีสันสดใสมารวมตัวกันริมหาดหินด้วยความสนใจใคร่รู้ว่าในเรือมีอะไร ในจำนวนนี้มีอีลันงูอัก เอเกเด ผู้จัดการโรงไฟฟ้าของหมู่บ้านวัย 41 ปีรวมอยู่ด้วย เขาย้ายมาที่นี่เมื่อเก้าปีก่อนจากทางใต้ของกรีนแลนด์ซึ่งมีคนเลี้ยงแกะมากกว่านักล่าวาฬ เพื่อจะได้ใช้ชีวิตอยู่กับหญิงสาวชาวเนียกอร์นัตที่เจอกันในเว็บไซต์หาคู่ทางอินเทอร์เน็ต

บางทีนาร์วาฬอาจเอาเถิดเจ้าล่อกับเหล่าพราน  หรือบางทีพวกมันอาจยังมาไม่ถึงและยังอ้อยอิ่งอยู่ในถิ่นอาศัยช่วงฤดูร้อนทางเหนือ เพราะยังไม่ถูกน้ำแข็งทะเลที่ขยายตัวบังคับให้ต้องอพยพลงใต้  ไม่ว่าสาเหตุคืออะไร พรานแห่งเนียกอร์นัตก็กลับบ้านพร้อมเหยื่อขนาดย่อมกว่า นั่นคืออาหารหลักอย่างแมวน้ำริงด์  และภายในไม่กี่นาที มันก็ถูกถลกหนังแล้วแล่เนื้อใส่ถุงพลาสติกสำหรับแจกจ่าย นอกจากหินเปื้อนเลือดและเศษครีบที่ไม่กี่ครีบแล้ว ร่องรอยของแมวน้ำก็หายวับไปสิ้น

ยังมีสิ่งอื่นหายไปจากที่นี่เช่นกัน นั่นคือวิถีชีวิต คนหนุ่มสาวพากันหลีกหนีไปจากชุมชนล่าวาฬเล็กๆอย่างเนียกอร์นัต บางหมู่บ้านต้องดิ้นรนให้อยู่ได้ และวัฒนธรรมซึ่งก่อรูปขึ้นที่นี่ในช่วงเวลาหลายร้อยปี พร้อมทั้งค่อยๆปรับตัวให้เข้ากับการรุกคืบและการหดหายตามฤดูกาลของน้ำแข็งทะเล  มาบัดนี้กำลังเผชิญความเป็นไปได้ที่ว่า น้ำแข็งทะเลจะหดหายไปอย่างถาวร วัฒนธรรมเช่นนี้จะอยู่รอดหรือไม่ หากคำตอบคือไม่แล้ว จะสูญเสียอะไรไปบ้าง

เมื่อน้ำทะเลแข็งตัว โลกแห่งแดนเหนือพลันกว้างใหญ่ขึ้น เส้นขอบฟ้าแผ่กว้างแม้ยามที่กลางวันหดสั้นลง ชาวกรีนแลนด์ทั้ง 56,000 คน ใช้ชีวิตด้วยการหันหน้าออกสู่ทะเลและหันหลังให้ผืนแผ่นดินกว้างใหญ่ที่ไม่เหมาะต่อการดำรงชีวิต ไม่มีถนนตัดผ่านธารน้ำแข็งและหุบฟยอร์ดซึ่งตัดขาดเมืองชายฝั่งที่ตั้งอยู่อย่างกระจัดกระจายออกจากกัน ทุกวันนี้ พวกเขาอาศัยเครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ และเรือเร็วในการเดินทาง แต่ตามวิถีดั้งเดิมแล้ว อย่างน้อยก็ในพื้นที่ทางเหนืออย่างอูมมันนัก น้ำแข็งทะเลคือสิ่งที่ช่วยยุติความโดดเดี่ยวและความเศร้าหมองที่ต้องติดอยู่ในเมืองเล็กๆในฤดูใบไม้ร่วงเช่นนี้ ในฤดูหนาว ทั้งเลื่อนเทียมสุนัขรถหิมะ และแม้แต่แท็กซี่หรือรถบรรทุกน้ำมันสามารถแล่นไปทั่วบริเวณที่เคยเป็นน่านน้ำเปิด

กรีนแลนด์
เสื้อผ้าตากอยู่ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บบนราวกลางแจ้งในหมู่บ้านนูกาตเซียก ประชากรราว 80 คนของหมู่บ้านแห่งนี้ดำรงชีวิตด้วยการล่าสัตว์และจับปลา บ้านหลายหลังว่างเปล่า หมู่บ้านเล็กๆของกรีนแลนด์กำลังอ่อนแอลงทุกที เมื่อผู้คนละทิ้งวิถีเก่าแก่ไปแสวงหาโอกาสใหม่ๆในเมืองใหญ่

กว่าครึ่งของประชากร 2,200 คนในชุมชนริมอูมมันนักฟยอร์ดอาศัยอยู่บนเกาะชื่อเดียวกัน บนลาดเนินของยอดเขาสูงราว 1,170 เมตรชื่อภูเขารูปหัวใจ (อูมมันนักในภาษากรีนแลนด์) ที่นี่คือศูนย์กลางทางสังคมและการค้าของภูมิภาค สถานที่ที่คนในชุมชนรอบนอกเจ็ดแห่ง ซึ่งรวมทั้งเนียกอร์นัต ส่งลูกไปเรียนมัธยมและมาจับจ่ายซื้อของ ที่อูมมันนัก คุณอาจทำงานเป็นช่างเครื่องยนต์ นักสังคมสงเคราะห์ หรือครูก็ได้

เมื่อน้ำทะเลแข็งตัว โลกแห่งแดนเหนือพลันกว้างใหญ่ขึ้น เส้นขอบฟ้าแผ่กว้างแม้ยามที่กลางวันหดสั้นลง ชาวกรีนแลนด์ทั้ง 56,000 คน ใช้ชีวิตด้วยการหันหน้าออกสู่ทะเลและหันหลังให้ผืนแผ่นดินกว้างใหญ่ที่ไม่เหมาะต่อการดำรงชีวิต ไม่มีถนนตัดผ่านธารน้ำแข็งและหุบฟยอร์ดซึ่งตัดขาดเมืองชายฝั่งที่ตั้งอยู่อย่างกระจัดกระจายออกจากกัน ทุกวันนี้ พวกเขาอาศัยเครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ และเรือเร็วในการเดินทาง แต่ตามวิถีดั้งเดิมแล้ว อย่างน้อยก็ในพื้นที่ทางเหนืออย่างอูมมันนัก น้ำแข็งทะเลคือสิ่งที่ช่วยยุติความโดดเดี่ยวและความเศร้าหมองที่ต้องติดอยู่ในเมืองเล็กๆในฤดูใบไม้ร่วงเช่นนี้ ในฤดูหนาว ทั้งเลื่อนเทียมสุนัขรถหิมะ และแม้แต่แท็กซี่หรือรถบรรทุกน้ำมันสามารถแล่นไปทั่วบริเวณที่เคยเป็นน่านน้ำเปิด

กว่าครึ่งของประชากร 2,200 คนในชุมชนริมอูมมันนักฟยอร์ดอาศัยอยู่บนเกาะชื่อเดียวกัน บนลาดเนินของยอดเขาสูงราว 1,170 เมตรชื่อภูเขารูปหัวใจ (อูมมันนักในภาษากรีนแลนด์) ที่นี่คือศูนย์กลางทางสังคมและการค้าของภูมิภาค สถานที่ที่คนในชุมชนรอบนอกเจ็ดแห่ง ซึ่งรวมทั้งเนียกอร์นัต ส่งลูกไปเรียนมัธยมและมาจับจ่ายซื้อของ ที่อูมมันนัก คุณอาจทำงานเป็นช่างเครื่องยนต์ นักสังคมสงเคราะห์ หรือครูก็ได้

ในชุมชนต่างๆ ผู้คนดำรงชีวิตด้วยการล่าสัตว์และจับปลา เนื้อวาฬและแมวน้ำเป็นอาหารสำคัญ แต่การส่งออกเนื้อสัตว์เหล่านั้นถูกห้ามเป็นส่วนใหญ่ สิ่งที่ทำเงินได้จริงคือปลาฮาลิบัต ชุมชนหลายแห่งมีโรงงานแปรรูปปลาซึ่งดำเนินกิจการโดยรอยัลกรีนแลนด์ บริษัทของรัฐบาลซึ่งแปรรูปและบรรจุปลาฮาลิบัตเพื่อส่งออก

กรีนแลนด์
น้ำแข็งทะเลช่วยปิดฉากความโดดเดี่ยวในช่วงฤดูหนาวของหมู่บ้านบนเกาะอย่างซาตตุต ซึ่งมีประชากร 200 คนและสุนัขลากเลื่อน 500 ตัว เมื่อไม่ต้องพึ่งเรือหรือเครื่องบินราคาแพง ชาวเกาะก็ใช้เลื่อนและรถหิมะออกล่าสัตว์และเดินทางไปเยี่ยมญาติ พี่น้อง กรีนแลนด์ไม่มีถนนเชื่อมระหว่างเมือง แม้กระทั่งบนแผ่นดินใหญ่

แม้อาชีพประมงจะทำรายได้งามให้หลายครอบครัว แต่ชุมชนเล็กที่สุดก็อยู่ไม่ได้ถ้าขาดเงินช่วยเหลือก้อนใหญ่จากรัฐบาล กระทั่งชุมชนห่างไกลที่สุดยังมีท่าจอดเฮลิคอปเตอร์ หอส่งสัญญาณโทรศัพท์ ร้านขายของชำ คลินิก และโรงเรียนอนุบาล ทั้งหมดนี้ล้วนได้รับเงินอุดหนุนจากงบประมาณประจำปีของเดนมาร์ก ซึ่งคิดเป็นเงิน 580 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และหนึ่งในสี่ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของกรีนแลนด์  ชาวกรีนแลนด์ผู้ใฝ่ฝันอยากเป็นเอกราชเต็มรูปแบบจากอดีตเจ้าอาณานิคมจึงฝากความหวังไว้กับทรัพยากรแร่และน้ำมันนอกชายฝั่ง แต่บ่อน้ำมันยังไม่ได้รับการพัฒนา และผลการศึกษาเมื่อไม่นานนี้ก็ระบุว่า การทำเหมืองต้องอาศัยแรงงานอพยพจำนวนมากจนอาจทำให้ชาวกรีนแลนด์กลายเป็นชนกลุ่มน้อยในแผ่นดินของตนเอง

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้เศรษฐกิจของชุมชนเหล่านี้ตกอยู่ในความเสี่ยงยิ่งขึ้น เพราะการเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้ฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิยาวนานขึ้น ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่น้ำแข็งหนาจนเรือไม่อาจออกจากฝั่ง แต่ก็ไม่หนาพอให้เลื่อนหรือรถหิมะแล่นไปได้ น้ำแข็งที่ไม่ปลอดภัยส่งผลกระทบต่อการประมงก็จริง แต่ส่งผลร้ายต่อนักล่าในภูมิภาคยิ่งกว่า

“ในช่วงทศวรรษ 1980 ฤดูหนาวอากาศหนาวมากครับ” อูนาร์ตอก เลิฟสเตริม นักล่ารูปร่างเพรียววัย 72 ปี หนึ่งในผู้อาศัยจำนวน 200 คนบนเกาะซาตตุต เกาะเล็กๆใกล้ยอดอูมมันนักฟยอร์ด บอก “น้ำแข็งหนาเท่านี้เลยละ” เขาบอกพลางลุกขึ้นจากโซฟาแล้วทาบมือเข้ากับสะโพก

ฤดูที่น้ำทะเลแข็งจัดยังอยู่ห่างออกไปอีกอย่างน้อยก็สามเดือน ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสของเดือนตุลาคม ผมตามน้องชายวัย 66 ปีของเลิฟสเตริมชื่อทอมัสออกไปให้อาหารสุนัขลากเลื่อนฝูงใหญ่ของเขา เราลงเรือเปิดประทุนยาว 4 เมตรกันไป พอพ้นภูเขาน้ำแข็งเล็กๆในอ่าวซาตตุตแล้ว เขาก็ติดเครื่องยนต์เรือ

กรีนแลนด์
แม้ว่าคนุด เยนเซน (สวมหนังแมวน้ำ) และอาพุลลู มาเทียสเซน จะเหนื่อยอ่อนและอารมณ์ขุ่นมัวหลังคว้าน้ำเหลวจากการล่าแมวน้ำติดต่อกันสี่วัน แต่พวกเขายังคงออกล่าเหยื่อตามแผ่นน้ำแข็งแตกๆของอุมมันนักฟยอร์ด เจนเซน หนุ่มน้อยวัย 15 ปี คิดไม่เหมือนเพื่อนรุ่นเดียวกัน เขาอยากยึดอาชีพพรานและไม่คิดจะทิ้งชุมชนไปหางานในเมืองใหญ่ของกรีนแลนด์

ทางตะวันออก เราพอจะมองเห็นกำแพงสีขาวซึ่งแท้จริงแล้วคือธารน้ำแข็งสูง 60 เมตรที่ไหลมาจากพืดน้ำแข็งในแผ่นดิน เลิฟสเตริมเล่าว่า พืดน้ำแข็งดังกล่าวละลายหายไปร่วมหนึ่งกิโลเมตรในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ไม่ช้าเราก็เข้าไปจอดในทางน้ำเข้าสายหนึ่งซึ่งมีอยู่นับไม่ถ้วนในบริเวณนี้ ขณะที่สุนัขของเลิฟสเตริมมองเราไม่วางตามาจากหินโผล่ที่ไม่มีพืชพรรณใดๆขึ้นปกคลุม

สุนัขของกรีนแลนด์เป็นสายพันธุ์หนึ่งที่เก่าแก่ที่สุดในโลก สืบเชื้อสายจากสุนัขที่ติดสอยห้อยตามชาวอินนูอิตจาก ไซบีเรียมายังกรีนแลนด์เมื่อหนึ่งพันปีก่อน เกือบทั้งหมดถูกล่ามโซ่เมื่อโตเต็มวัย และจะปล่อยให้เป็นอิสระเฉพาะตอนเป็นลูกสุนัขเท่านั้น พวกมันเป็นสุนัขทำงาน ไม่ใช่สัตว์เลี้ยง  น้อยคนนักจะรู้ว่าสุนัขกรีนแลนด์เป็นหนึ่งในผู้เคราะห์ร้ายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพราะเมื่อฤดูน้ำแข็งสั้นลง นักล่าก็ไม่อาจเลี้ยงสุนัขไว้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรถหิมะหาซื้อได้ง่าย แถมยังไม่ต้องให้อาหารในช่วงนอกฤดูการล่า นักล่าบางคนถูกความจำเป็นบังคับให้ถึงกับต้องลงมือฆ่าสุนัขของตัวเองเลยทีเดียว

เมื่อกลับถึงบ้านตอนบ่ายวันเดียวกัน ในห้องนั่งเล่นที่ภาพถ่ายครอบครัวแขวนอยู่ข้างเครื่องมือทำจากกระดูกวาฬบนผนัง ทูมัสเล่าถึงความเปลี่ยนแปลงของกรีนแลนด์นับจากสมัยที่เขายังเด็กว่า “ก่อนหน้าปี 1965 ครอบครัวของผมมีแต่เรือพาย ไม่มีเรือยนต์หรอกครับ พ่อเป็นนักล่าที่เก่งมาก ตอนอายุ 75  ปี พ่อยังพายเรือคายักออกล่านาร์วาฬอยู่เลย ทุกอย่างที่ใช้ในการล่า ไม่ว่าจะเป็นเรือคายัก เครื่องมือ หรือฉมวก พ่อทำเองทั้งนั้นละครับ”

เขามองดูหลานๆที่นอนแผ่หลาอยู่บนพื้นพลางจ้องหน้าจอเล็กๆไม่วางตา แล้วบอก “เด็กพวกนี้สนใจไอแพดกับคอมพิวเตอร์มากกว่าแล้วครับ”

เรื่องแนะนำ

พลังงานน้ำ นวัตกรรมพันปีที่กลายเป็นแหล่งพลังงานทดแทนอนุภาพมหาศาลในปัจจุบัน

พลังงานน้ำ เป็นพลังที่มีอนุภาพมหาศาล ถูกมนุษย์นำมาใช้มานานนับศตวรรษ ในปัจจุบัน พลังงานน้ำ ถูกใช้เพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้าอย่างกว้างขวาง พลังงานน้ำ ได้ถูกใช้ประโยชน์มาแล้วหลายร้อยปี ทั้งกังหันน้ำสำหรับยกน้ำขึ้นสู่ที่สูงเพื่อใช้ประโยชน์ในครัวเรือน หมุนเครื่องจักรในโรงงานสีข้าว โรงงานทอผ้า และโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยปัจจุบันนิยมใช้ในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งเรียกว่า ไฟฟ้า พลังงานน้ำ พลังงานน้ำ (Hydropower) เป็นพลังงานรูปแบบหนึ่งโดยอาศัยกำลังจากการเคลื่อนที่ของน้ำ พลังงานของมวลน้ำที่เคลื่อนที่ได้ถูกมนุษย์นำมาใช้มานานนับศตวรรษ โดยได้มีการสร้างกังหันน้ำ (Water Wheel) เพื่อใช้ประกอบการงานต่าง ๆ ชาวอินเดียและโรมัน มีการประยุกต์ใช้กังหันน้ำในการโม่แป้งจากเมล็ดพืช ส่วนในจีนและตะวันออกมีการใช้พลังงานน้ำในการวิดน้ำเพื่อการชลประทาน โดยในช่วงทศวรรษที่ 1830 ซึ่งเป็นยุคที่การสร้างคลองเฟื่องฟู ก็ได้มีการประยุกต์เอาพลังงานน้ำมาใช้เพื่อขับเคลื่อนเรือขึ้นและลงจากเขา โดยอาศัยรางรถไฟที่ลาดเอียง อย่างไรก็ตามเนื่องจากการประยุกต์ใช้พลังงานน้ำในยุคแรกนั้นเป็นการส่งต่อพลังงานโดยตรง (Direct Mechanical Power Transmission) ทำให้การใช้พลังงานน้ำต้องอยู่ใกล้แหล่งพลังงาน เช่น น้ำตก เป็นต้น แต่ในปัจจุบันนี้พลังงานน้ำได้ถูกใช้เพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้ากันอย่างกว้างขวาง ทำให้สามารถส่งต่อพลังงานไปใช้ในที่ห่างจากแหล่งน้ำได้ ประเภทของพลังงานน้ำ 01 พลังงานน้ำขึ้นน้ำลง มีพื้นฐานมาจากพลังงานศักย์และพลังงานจลน์ของระบบที่ประกอบด้วยดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ สำหรับในการเปลี่ยนพลังงานน้ำขึ้นน้ำลงให้เป็นพลังงานไฟฟ้า คือเลือกแม่น้ำหรืออ่าวที่มีพื้นที่เก็บน้ำได้มากและพิสัยของน้ำขึ้นน้ำลงมีค่าสูง แล้วสร้างเขื่อนที่ปากแม่น้ำหรือปากอ่าว เมื่อน้ำลงมวลน้ำจะไหลออกจากอ่างเก็บน้ำ […]

คลิปนี้ดีต่อใจและจะทำให้คุณยิ้มได้

เพราะเหตุใดการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์แพนด้าจึงยุ่งยากและเต็มไปด้วยความท้าทาย ลองไปฟังจากปากของผู้ชายเจ้าของฉายา “ป๊ะป๋า” แพนด้ากันดีกว่า “ลูกแพนด้าจะทำให้คุณนึกถึงลูกๆของตัวเอง  และทำให้คุณหลงรักพวกมันครับ” เขาผู้นี้คือ “ป๊ะป๋าแพนด้า” (Papa Panda) หรือตำแหน่งอย่างเป็นทางการคือ ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์และวิจัยแพนด้ายักษ์ของจีน (China Conservation and Research Center for the Giant Panda) ที่นี่คือศูนย์เพียงแห่งเดียวในโลกที่ไม่เพียงประสบความสำเร็จในการเพาะขยายพันธุ์แพนด้า แต่ยังรวมถึงการปล่อยพวกมันกลับคืนสู่ธรรมชาติด้วย “การเพาะขยายพันธุ์แพนด้ามีปัญหาหลักๆ 3 ประการ ประการแรก การจะให้แพนด้าจับคู่ผสมพันธุ์เป็นเรื่องยาก ประการที่สอง การจะให้แพนด้าตั้งท้องก็เป็นเรื่องยาก และประการที่สาม การจะเลี้ยงลูกแพนด้าให้รอดก็เป็นเรื่องยากเช่นกัน แต่ด้วยการวิจัยอย่างต่อเนื่องยาวนาน 20 ปีของเราทำให้เราสามารถแก้ปัญหาทั้งสามประการนี้ได้” ลูกแพนด้าเมื่อแรกเกิดจะตาบอดและไม่สามารถถ่ายอุจจาระได้ด้วยตัวเองโดยปราศจากความช่วยเหลือ ก่อนหน้าที่เราจะทราบเรื่องนี้ ลูกแพนด้าจำนวนไม่น้อยที่อยู่ในความดูแลของมนุษย์ตายลงจากอาการท้องผูก ปัจจุบัน อัตราการรอดชีวิตของลูกแพนด้าเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 90 ผู้ดูแลแพนด้าต้องเลียนแบบการเลียของแม่แพนด้าเพื่อช่วยเหลือลูกแพนด้าให้ขับถ่ายอย่างสม่ำเสมอ ลูกแพนด้าในความดูแลของมนุษย์ไม่สามารถส่งหรือปล่อยคืนสู่ธรรมชาติได้ทันที ด้วยเหตุนี้ เราจึงจำเป็นต้องฝึกสอนพวกมัน กุญแจสู่ความสำเร็จในการปล่อยแพนด้ากลับคืนสู่ธรรมชาติคือการลดหรือขจัดการพึ่งพามนุษย์ของพวกมัน ที่ศูนย์วิจัยบางแห่ง ลูกและแม่แพนด้าอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมกึ่งธรรมชาติ นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมเกิดความคิดให้เราแต่งตัวด้วยชุดหมีแพนด้า ด้วยวิธีนี้ ลูกแพนด้าจะคุ้นเคยแต่กับ “แพนด้า” ตัวสีขาวดำเหมือนพวกมันเท่านั้น เพื่อช่วยกลบหรือลบกลิ่นมนุษย์  นักวิจัยต้องสเปรย์ฉี่และอุจจาระแพนด้าลงบนชุด […]

ผู้พิทักษ์ท้องทะเล

ประวัติศาสตร์การประมงในคาบสมุทรบาฮากาลีฟอร์เนีย ประเทศเม็กซิโก เป็นตำนานซึ่งมีทั้งรุ่งเรืองและโรยรา ตอนที่จอห์น สไตน์เบ็ก นักเขียนชื่อดัง มาเยือนคาบสมุทรแห่งนี้เมื่อปี 1940 เขารู้สึกทึ่งกับความหลากหลายทางชีวภาพอันเหลือเชื่อ ทั้งกระเบนราหูฝูงใหญ่ ดงหอยมุก และเต่าที่มีอยู่มากมายเสียจนผู้เฒ่าผู้แก่ที่นี่เล่าว่า คุณสามารถเดินข้ามทะเลได้โดยเหยียบไปบนกระดองเต่า แต่หลังจากหลายทศวรรษของการทำประมงเกินขนาด ภูมิภาคแถบนี้กำลังประสบกับการล่มสลายของอุตสาหกรรมประมง ในพื้นที่สองสามแห่ง ชุมชนเล็กๆเริ่มคิดหาวิธีรักษาทรัพยากร ในที่สุดแนวคิดของพวกเขาก็แพร่หลาย จากเรื่องราวความสำเร็จที่กระจัดกระจายเหล่านี้ เราพอจะมองเห็นกฎหรือข้อกำหนดห้าข้อซึ่งถือได้ว่าเป็นกุญแจสำคัญในการจัดการมหาสมุทรอย่างยั่งยืน ข้อแรก จะเป็นการดีถ้าพื้นที่นั้นตั้งอยู่ค่อนข้างโดดเดี่ยวโดยมีชุมชนเพียงหนึ่งหรือสองแห่งใช้ประโยชน์ ข้อที่สอง ชุมชนต้องมีทรัพยากรมูลค่าสูง ผู้นำชุมชนที่เข้มแข็งและมีวิสัยทัศน์เป็นข้อกำหนดข้อที่สาม ข้อที่สี่ ชาวประมงต้องมีวิธีหาเลี้ยงชีพระหว่างที่ทรัพยากรกำลังฟื้นตัว และข้อสุดท้าย ชุมชนต้องร้อยรัดอยู่ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ในบาฮา หลายชุมชนแสดงให้เห็นความสำคัญของข้อกำหนดเหล่านี้ ตัวอย่างหนึ่งที่น่าทึ่งของทรัพยากรมูลค่าสูงสามารถเห็นและสัมผัสได้ในลากูนาซานอิกนาเซียว เลียบชายฝั่งลงไปประมาณ 30 กิโลเมตร ย้อนหลังไปเมื่อปี 1972 ตำนานท้องถิ่นเล่าว่า ฟรันซิสโก มาโยรัล กำลังจับปลาตรงบริเวณที่เขาจับตามปกติในลากูน เขามักติดไม้พายไปด้วยเพื่อใช้ตีลำเรือเมื่อใดก็ตามที่วาฬสีเทาว่ายเข้ามาใกล้เกินไป ทุกคนคิดว่าวาฬสีเทาเป็นสัตว์อันตรายไม่นานวาฬตัวหนึ่งก็เข้ามาใกล้เรือของเขาด้วยเหตุผลที่ไม่อาจรู้ได้ มาโยรัลเอื้อมมือออกไปสัมผัสตัวมันอย่างกล้าๆ กลัวๆ วาฬเอียงตัวเข้าหาและยอมให้เขาลูบเนื้อตัวและผิวหนังเรียบนุ่มของมัน พอถึงปลายทศวรรษ 1980 มาโยรัลและชาวประมงคนอื่นๆก็นำนักท่องเที่ยวไปชมวาฬคราวละหลายสิบคน ไม่มีสถานที่ใดที่กุญแจความสำเร็จข้อที่สาม นั่นคือความจำเป็นต้องมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ จะชัดเจนมากไปกว่าในกาโบปุลโม ในช่วงทศวรรษ 1980 ที่นี่เป็นหมู่บ้านประมงซบเซาใกล้ปลายคาบสมุทรบาฮา […]

อุณหภูมิของคาบสมุทรแอนตาร์กติกทำลายสถิติ และจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วนับจากนี้

ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าจะได้เห็นสภาพภูมิอากาศสุดขั้วในอนาคต ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญจากแผ่นดินเยือกแข็งขนาดใหญ่อย่าง แอนตาร์กติก ห่างจากทางตอนใต้ของทวีปอเมริกาใต้ไปราว 8,000 กิโลเมตร คือที่ตั้งของเคปฮอร์น (Cape Horn) แผ่นดินรูปร่างแคบในจุดเหนือสุดบริเวณคาบสมุทร แอนตาร์กติก อันเปรียบเหมือนอาณาจักรต้องห้ามซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะถิ่นอาศัยยอดนิยมของเหล่าเพนกวิน อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้ พื้นที่ใต้สุดของแอนตาร์กติกกำลังอยู่ในช่วงฤดูร้อนซึ่งมีอุณหภูมิสูงถึง 20 องศาเซลเซียส และอาจจะเป็นอุณหภูมิที่สูงที่สุดเท่าที่มีการบันทึกมา สาเหตุของอุณหภูมิดังกล่าวเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งกระแสลมภูเขาที่มีความอบอุ่นและมหาสมุทรที่มีขนาดใหญ่ขึ้น รวมไปถึงสภาพภูมิอากาศ และมีแนวโน้มว่าจะเป็นเช่นนี้ต่อไปในระยะยาว ปกติแล้วอุณหภูมิช่วงฤดูร้อนทั่วคาบสมุทรแอนตาร์กติกมักจะเพิ่มขึ้นเพียงแค่ 2-3 องศาเซลเซียส แต่พื้นที่นี้ได้ประสบกับสภาพอากาศอบอุ่นอย่างรุนแรงในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ความร้อนนี้จะทำให้แผ่นดินแตกตัวง่ายขึ้น ประกอบกับอุณหภูมิของโลกที่อุ่นขึ้นเนื่องจากคาร์บอนในบรรยากาศเพิ่มสูงขึ้น อุณหูภูมิที่สูงจนทำลายสถิติใหม่อาจจะเกิดขึ้นได้ในเร็ววัน “ผมคิดว่าไม่ได้เป็นเรื่องน่าประหลาดใจหรอกครับ” ปีเตอร์ เนฟฟ์ นักวิทยาธารน้ำแข็งแอนตาร์กติกจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน กล่าวและเสริมว่า นี่เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้ม (สภาพภูมิอากาศ) ที่กำลังเกิดขึ้น และเราจะพบเจอกับเหตุการณ์อากาศอุ่นขึ้นมากกว่าเหตุการณ์อากาศที่หนาวเย็นในอนาคต การโจมตีของอากาศร้อน สาเหตุของสภาพอากาศอบอุ่นของแอนตาร์กติกในช่วงนี้คือคลื่นความร้อนที่อยู่ขึ้นไปทางเหนือหลายร้อยกิโลเมตร ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แนวความกดอากาศสูงเคลื่อนตัวเหนือพื้นที่ทางใต้สุดของสหรัฐอเมริกาและโอบล้อมภูมิภาคแอนตาร์กติกไว้ ฆาเวียร์ เฟตต์ไวส์ นักภูมิอากาศวิทยาขั้วโลกจากมหาวิทยาลัยลีแยฌ (University of Liège) ในประเทศเบลเยียม กล่าวและเสริมว่า เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นหลายครั้งในช่วงฤดูร้อน ซึ่งผลกระทบไม่สามารถรับรู้ได้ในคาบสมุทรแอนตาร์กติก เนื่องจากได้รับการปกป้องโดยกระแสลมตะวันตกซีกโลกใต้ (Southern Hemisphere […]