วิถีชีวิตของชนเผ่าที่เปลี่ยนไปเพราะเขื่อน - National Geographic Thailand

วิถีชีวิตของชนเผ่าที่เปลี่ยนไปเพราะเขื่อน

วิถีชีวิตของชนเผ่าที่เปลี่ยนไปเพราะเขื่อน

พื้นที่ในหุบเขาโอโม่ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเอธิโอเปีย เป็นบ้านของผู้คนจำนวน 200,000 คนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านตลอดริมแม่น้ำโอโม่ที่คดเคี้ยวเป็นระยะทาง 500 ไมล์ ผ่านที่ราบสูงไปสู่ทะเลสาบเทอร์คานา ในชายแดนเคนยา ทะเลสาบทรายที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

ภูมิภาคนี้เป็นพรมแดนสุดท้ายของแอฟริกาที่ยังไม่ถูกรุกรานโดยการล่าอาณานิคมของชาวยุโรป ที่ซึ่งภาพลักษณ์ของชนเผ่าผู้แต่งแต้มสีทั่วตัวมาพร้อมกับพิธีกรรมสยองขวัญ ปัจจุบันกลับกลายเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสประสบการณ์ความเป็นแอฟริกา ซึ่งหาไม่ได้ในทวีปอื่น

ในปี 2008 โครงการก่อสร้างเขื่อนกิเกลกีเบ 3 เริ่มต้นขึ้น และเปลี่ยนชีวิตของเกษตรกร ฟาร์มปศุสัตว์และชาวประมงที่แต่เดิมพึ่งพาการไหลตามธรรมชาติของแม่น้ำโอโม่สำหรับการหาเลี้ยงชีพ ปัจจุบันพวกเขาต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนอาหารและความทันสมัยที่รัฐบาลมอบให้นี้กำลังคุกคามดินแดนของบรรดาชนเผ่า

เขื่อนมีความสูง 800 ฟุต (240 เมตร) และเป็นเขื่อนที่มีความสูงมากที่สุดในทวีปแอฟริกา โรงไฟฟ้าพลังน้ำที่ได้จากเขื่อนช่วยเพิ่มปริมาณกำลังการผลิตไฟฟ้าของเอธิโอเปียขึ้นเป็น 2 เท่า เขื่อนเริ่มเปิดใช้งานจริงเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2015 การมีเขื่อนช่วยชะลอการไหลของแม่น้ำโอโม่ลง และยุติน้ำท่วมที่ปกติเกิดขึ้นปีละ 2 ครั้งซึ่งส่งผลให้เกิดดินตะกอนอันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุ เมื่อภัยแล้งเกิดขึ้นฝูงวัวถูกบังคับให้ย้ายถิ่นฐาน เพื่อหาทุ่งเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะสมแทน ด้านผลการเกษตรท้องถิ่นเองก็ลดลงในช่วงยากลำบากนี้

ความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นกับฤดูฝนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้สถานการณ์ยิ่งแย่ลง เขื่อนยังส่งผลกระทบต่อระดับน้ำในทะเลสาบเทอร์นาคา และกระทบต่อการทำประมงท้องถิ่น

(รับชมค่านิยมความงามที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยของชาวอะปาตานี)

เมื่อเขื่อนถูกสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว รัฐบาลเอธิโอเปียเช่าพื้นที่ขนาดใหญ่ของชนเผ่าเพื่อให้บริษัทต่างชาติเข้ามาตั้งโรงงานผลิตน้ำตาลและฝ้าย โรงงานผลิตน้ำตาล 4 แห่งมีกำหนดการเริ่มผลิตน้ำตาลจริงในปีนี้ ในขณะที่บางชนเผ่ามีแผนจะย้ายถิ่นฐาน

เจ้าของโรงงานเหล่านี้จ้างคนในหมู่บ้านเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะคนงานส่วนใหญ่เดินทางมาจากนอกหุบเขา ฟาอุสโต โปดาวินี ช่างภาพผู้อาศัยอยู่ในกรุงโรม ได้บันทึกภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอด 5 ปีที่ผ่านมาไว้ ในช่วงปี 2011 – 2016

โดย ลอร่า ปาร์คเกอร์

ช่างภาพ ฟาอุสโต โปดาวินี

ชนเผ่า
กลุ่มชายชาว Hamar พาฝูงวัวไปยังทุ่งเลี้ยงสัตว์ ใกล้หมู่บ้าน Turni ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้าน Karo ที่ดินบางส่วนของพวกเขาถูกเตรียมไว้สำหรับการทำไร่
ชนเผ่า
เด็กจากชนเผ่า Dassanech นั่งอยู่ริมแม่น้ำโอโม่ รอยแผลเป็นที่ไหล่เป็นวัฒนธรรมของชนเผ่าเมื่อเด็กถึงช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านไปสู่การเป็นผู้ใหญ่ รอยแผลเหล่านี้เกิดขึ้นจากการถูขี้เถ้าเข้าไปในแผลเปิด และจำนวนของมันยังบ่งชี้ถึงจำนวนของสัตว์ที่คนๆ นั้นล่ามาได้
ชนเผ่า
ชายชาว Hamar รวบรวมฟืนที่ใช้ปรุงอาหารและให้แสงสว่างหลังพระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว แม้จะตั้งอยู่ใกล้กับเขื่อนกีเบ 3 ก็ตาม แต่หลายหมู่บ้านยังคงขาดแคลนไฟฟ้า ในปี 2016
ชนเผ่า
ความภาคภูมิใจของชาวเอธิโอเปีย เขื่อนกีเบ 3 เปิดใช้งานในปี 2015 และเป็นหนึ่งในเขื่อนที่ตั้งอยู่ตามแนวแม่น้ำโอโม่ รัฐบาลมีแผนสร้างเขื่อนกีเบ 4 เพิ่มอีก ประกาศในปี 2016
ชนเผ่า
คนงานก่อสร้างกำลังทำงานภายในอุโมงค์ของเขื่อน เขื่อนกีเบ 3 มีมูลค่าในการสร้าง 1.7 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐและเป็นหนึ่งในโครงการขนาดใหญ่ที่สุดของแอฟริกา
ชนเผ่า
หน่วยงานคาธอลิกเข้ามาติดตั้งแผงโซล่าเซลส์เพื่อผลิตไฟฟ้าให้แก่หมู่บ้าน Omorate ที่ตั้งอยู่ใกล้กับชายแดนเคนยา
ชนเผ่า
หญิงชนเผ่า Borana กำลังร้องเพลง งานตักน้ำเป็นงานของชุมชน ที่ชายราว 50 คนจะผลัดกันส่งถังน้ำจากย่อไปยังหมู่บ้าน
ชนเผ่า
เด็กชายอุ้มน้อยหน่าไว้ในมือระหว่างเดินเท้ากลับหมู่บ้าน วิวทิวทัศน์ด้านหลังเผยให้เห็นเสาไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ส่งกระแสไฟฟ้าข้ามหุบเขา
ชนเผ่า
เด็กชายโยนก้อนหินลงไปในทะเลสาบเทียมที่เกิดขึ้นจากเขื่อนกีเบ 3 หากมีน้ำเต็มเขื่อน ทะเลสาบแห่งนี้จะมีความยาว 150 กิโลเมตร และมีความกว้าง 211 ตารางกิโลเมตร

 

อ่านเพิ่มเติม

การต่อสู้ของชนเผ่าแอมะซอนเพื่อความอยู่รอดของชาติพันธุ์

เรื่องแนะนำ

สารอันทรงพลังจากชายผู้นี้จะปลุกให้คุณลุกขึ้นมาช่วยโลก

ในขณะที่ประชากรมนุษย์เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมก็เพิ่มตามเช่นกัน เมื่อเร็วๆ นี้ ผลการศึกษาพบว่า 3 ใน 4 ของพื้นผิวโลกกำลังเผชิญกับผลกระทบและแรงกดดันที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมของมนุษย์ ในภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้ Prince Ea ศิลปินและนักพูดจะปลุกให้คุณอยากลุกขึ้นมาปกป้องโลกใบนี้ ด้วยถ้อยคำอันทรงพลังของเขา ที่แสดงให้เห็นว่าช่วงเวลาอันสั้นของมนุษย์ที่เพิ่งถือกำเนิดมา เมื่อเทียบกับอายุขัยของโลก พวกเราได้ทำลายและมีส่วนต้องรับผิดชอบกับสิ่งแวดล้อมมากมายขนาดไหน เมื่อความท้าทายอันยิ่งใหญ่ไม่ใช่แค่เราจะแก้ไขปัญาสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร แต่ยังรวมถึงจะสร้างอนาคตของโลกที่ยั่งยืนเพื่อลูกหลานของเราอย่างไรด้วย   อ่านเพิ่มเติม : พลังของมนุษยชาติ, คืนป่าให้ชีวิต ความสัมพันธ์ที่ไม่อาจตัดขาดของมนุษย์กับธรรมชาติ

แปรงสีฟัน ขยะพลาสติกชนิดใหม่

ปกติแล้วขยะพลาสติกที่พบได้ทั่วไปตามชายหาดมักจะเป็นถุงพลาสติก หลอด กล่องโฟม และเศษข้าวของเครื่องใช้อื่น ๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งของใช้ส่วนตัวอย่าง แปรงสีฟัน (ขยะพลาสติก: ภัยคุกคามใหม่แห่งท้องทะเล) แปรงสีฟันยุคแรก ๆ ทำมาจากวัสดุธรรมชาติ กระทั่งช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เมื่อวิทยาการต่าง ๆ พัฒนาขึ้น ไนล่อนและพลาสติกชนิดอื่น ๆ จึงถูกนำมาใช้ผลิตแปรงสีฟันตั้งแต่นั้น และเพราะพลาสติกเป็นวัสดุที่ย่อยสลายได้ยาก จึงเป็นไปได้ที่แปรงสีฟันพลาสติกที่ผลิตขึ้นตั้งแต่ทศวรรษ 1930 จะยังหลงเหลืออยู่ที่ไหนในโลกนี้ก็ได้  มนุษยชาติรู้จักทำความสะอาดฟันมาหลายพันปีแล้ว นักโบราณคดีค้นพบ “แท่งไม้จิ้มฟัน” ในสุสานอียิปต์โบราณ พระพุทธเจ้าทรงเคี้ยวกิ่งไม้เล็ก ๆ (สันนิษฐานว่าอาจเป็นกิ่งข่อย) จนปลายของมันอ่อนนุ่มลงเพื่อทำความสะอาดฟัน แม้กระทั่งกวีชาวโรมันอย่าง Ovid ยังกล่าวว่าการทำความสะอาดฟันทุกเช้าเป็นเรื่องที่ดี ในยุคจักรพรรดิหงจื้อของจีนช่วงปลายศตวรรษที่ 15 มีการออกแบบสิ่งที่คล้ายคลึงกับแปรงสีฟันในปัจจุบัน โดยขนแปรงทำมาจากขนหมูป่าที่สั้นและแน่น ส่วนด้ามจับทำมาจากกระดูกหรือไม้ แต่แปรงสีฟันดังกล่าวมีราคาแพง ชาวบ้านทั่วไปจึงใช้กิ่งไม้ เศษผ้า หรือกระทั่งนิ้วมือของตนในการทำความสะอาดฟัน สงครามเปลี่ยนทุกอย่าง การดูแลสุขภาพฟันยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก จนกระทั่งสงครามกลางเมืองอเมริกันในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 ในยุคนี้ปืนต้องโหลดกระสุนทีละนัด กระสุนและดินปืนถูกบรรจุไว้ในห่อกระดาษ เมื่อจะโหลดกระสุน ทหารต้องใช้ฟันในการฉีกห่อกระดาษนั้น กองทัพได้มองเห็นปัญหาสุขภาพฟันของเหล่าทหารตั้งแต่ช่วงสงครามกลางเมืองต่อเนื่องมาจนถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ชายหนุ่มหลายคนที่สมัครใจจะไปร่วมรบในสงคราม แต่กลับโดนปฏิเสธเพราะมีฟันไม่ครบตามที่กองทัพกำหนด […]

มิติความจริงที่หายไปจาก Seaspiracy สารคดีโด่งดังที่บอกให้มนุษย์เลิกกินปลา

ไม่ถึงเดือนนับจากภาพยนตร์สารคดีเรื่อง Seaspiracy ออกสู่สายตาผู้ชมทั่วโลกทาง Netflix ก็สร้างปรากฏการณ์หลายระลอก ทั้งติดอันดับยอดชมสูงสุดในหลายประเทศ และจุดประเด็นคำถามให้ผู้คนถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อน ถึงอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของท้องทะเล เนื้อเรื่องของ Seaspiracy ดำเนินผ่านการเดินทางของ Ali Tabrizi ผู้กำกับภาพยนตร์สารคดี ที่บอกเล่าทั้งปัญหาขยะพลาสติก อวนผีหรือซากอุปกรณ์ประมง การใช้เครื่องมือจับสัตว์น้ำที่ทำลายระบบนิเวศและสร้างทั้งปัญหาจับสัตว์น้ำเกินขนาด ไปจนถึงสัตว์น้ำพลอยได้ที่คุกคามสัตว์หายากใกล้สูญพันธ์ การประมงไม่เป็นธรรมที่เรือประมงข้ามชาติไปแย่งชิงทรัพยากรอย่างผิดกฏหมาย ไปจนถึงการกดขี่แรงงานประมงอย่างทารุณกรรม เรียกได้ว่า มีการเอ่ยถึงแทบทุกประเด็นวิกฤตของท้องทะเลในปัจจุบัน จึงไม่น่าแปลกใจหากภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้จะติดตลาด และสามารถสร้างปรากฏการณ์เป็นที่พูดถึงของคนทั่วไปได้ เพราะที่ผ่านมาผู้บริโภคจำนวนไม่น้อย ไม่สามารถเชื่อมโยงได้ว่าชีวิตประจำวันของตนเอง ไปสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร เมื่อได้เห็นชะตากรรมมหาสมุทรที่ตนเองมีส่วนกระทำ จากการใช้ชีวิต กิน ดื่ม เที่ยวทั่วไปในภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ พร้อมอารมณ์ร่วมในการค่อย ๆ ค้นพบความจริงหลายอย่างไปพร้อมกับ Ali จากต้นจนจบเรื่อง จึงเกิดเป็นคลื่นแห่งความสะเทือนใจซัดกระเซ็นไปทั่วโลกอินเตอร์เน็ต ความสำเร็จลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นอย่างถล่มทลายมาแล้วกับภาพยนตร์สารคดีเรื่อง Cowspiracy ที่บอกเล่าความเชื่อมโยงของสภาวะโลกร้อนกับอุตสาหกรรมปศุสัตว์ เขียนบทและกำกับโดย Kip Anderson นักกิจกรรมผู้สนับสนุนแนวคิดการกินแบบละเว้นเนื้อสัตว์ (Plant-Based Diet) ซึ่งผันตัวมาเป็นโปรดิวเซอร์ของ Seaspiracy ที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ตอนนี้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ฉุดรั้งไม่ให้ Seaspiracy […]

ทะเลซาร์กัสโซ : สาหร่ายผู้หล่อเลี้ยงแอตแลนติกเหนือ

“ไม่มีมหาสมุทรไหนเหมือนที่นี่อีกแล้วครับ” นักชีววิทยาทางทะเล ไบรอัน ลาพอยต์ บอก “ไม่มีที่อื่นใดบนดาวเคราะห์สีน้ำเงินของเราที่โอบอุ้มความหลากหลายของชีวิตกลางห้วงสมุทรได้อย่างนี้ ทั้งหมดล้วนมาจากสาหร่ายพวกนี้ครับ” ลาพอยต์กำลังพูดถึงสาหร่ายทะเลสีน้ำตาลลอยน้ำได้ชื่อสาหร่ายทุ่นหรือสาหร่ายซาร์กัสซัมในมหาสมุทรแอตแลนติก  ตรงบริเวณที่เรียกว่า ทะเลซาร์กัสโซ (Sargasso Sea)