ผู้หญิง : การเดินทางผ่านภาพถ่าย - National Geographic Thailand

ผู้หญิง : การเดินทางผ่านภาพถ่าย

ผู้หญิง : การเดินทางผ่านภาพถ่าย

ถ้าเรามีคลังภาพหลายสิบล้านภาพที่ถ่ายจากทั่วทุกมุมโลก ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่สิบเก้า อะไรคือเรื่องราวที่ภาพเหล่านั้นจะบอกเล่าเกี่ยวกับชีวิตของ ผู้หญิง

ภาพถ่ายในคลังภาพนี้รวมกันเป็นบันทึกล้ำค่าแห่งยุคสมัยที่ภาพถ่ายเหล่านี้ถูกบันทึกไว้  เมื่อตรวจสอบไฟล์ภาพจากยุคต้นๆ เพื่อหาภาพถ่ายสำหรับสารคดีเรื่องนี้ และสำหรับประกอบหนังสือเล่มพิเศษของเราชื่อ Women: The National Geographic Image Collection เรารู้สึกแปลกใจว่า ครั้งหนึ่ง ผู้หญิง เคยมีคำจำกัดความคับแคบเพียงใด ภาพที่เห็นมักเป็นภาพสวยงาม บางครั้งดูน่าขัน ชวนเศร้า หรือกระทั่งชวนตระหนก แต่ภาพเหล่านั้นสะท้อนให้เห็นทั้งอคติและวิถีปฏิบัติของยุคนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี

คลังภาพของเรามีภาพถ่ายมากกว่า 60 ล้านภาพ ซึ่งรวบรวมไว้ตั้งแต่เมื่อสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ก่อตั้งขึ้นในปี 1888 โดยมีทั้งภาพที่ตีพิมพ์และไม่ได้ตีพิมพ์ สไลด์ ฟิล์มเนกาทิฟ แผ่นกระจก และอื่นๆ คลังภาพนี้น่าจะเป็นบันทึกเชิงภาพที่ครอบคลุมชีวิตสตรีจากหลากหลายสังคมและวัฒนธรรมมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

ในช่วงต้นศตวรรษที่ยี่สิบ ภาพถ่ายในนิตยสารของเราซึ่งตอนนั้นยังใช้เทคนิคการถ่ายภาพที่จำกัด และมีมุมมองตามแบบลัทธิอาณานิคมตะวันตก มักถ่ายทอดภาพ ผู้หญิง เป็นสิ่งมีชีวิตที่สวยงามแปลกตา และโพสท่าถ่ายรูปในชุดพื้นเมืองหรือเปลือยทรวงอก สิ่งนั้นสะท้อนให้เห็นว่า ใครอยู่หลังเลนส์ในยุคนั้น นั่นก็คือชายผิวชาวชาวตะวันตกเป็นส่วนใหญ่ เมื่อเทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพก้าวหน้าขึ้น  ภาพถ่ายผู้หญิงในนิตยสารของเราจึงเริ่มมีชีวิตชีวามากขึ้น แต่ยังเน้นให้เห็นภาพผู้หญิงแม่แบบในบทบาทตามขนบ ได้แก่ ภาพของภรรยา พี่สาวน้องสาว และมารดา จวบจนกระทั่งช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ผู้หญิงจึงเริ่มมีภาพในบทบาทต่างๆมากขึ้น จากการเป็นกองหนุนสนับสนุนสงครามในแนวหน้าโดยการทำงานในภาคอุตสาหกรรม โรงพยาบาล และกองทัพ หลังสงครามยุติลง นิตยสารจึงหันกลับมาสู่มุมมองเกี่ยวกับบทบาทสตรีในครอบครัวมากขึ้น กล่าวคือ ผู้หญิงยังต้องรับบทอ่อนน้อมและยิ้มหวานอยู่ในภาพถ่ายมาอีกราว 20-30 ปี จนถึงทศวรรษ 1970 ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้คนเริ่มนิยมถ่ายภาพชีวิตจริงแบบไร้การเสริมแต่ง

คลังภาพนี้ยังบันทึกเรื่องราวความเป็นมาของสตรีผู้อยู่เบื้องหลังภาพถ่ายด้วยเช่นกัน ทั้งช่างภาพและบรรณาธิการภาพของนิตยสาร ซึ่งมีอยู่เพียงไม่กี่คนในยุคแรกๆ เอไลซา ซิดมอร์ นักเขียนและช่างภาพ ได้รับเครดิตในฐานะช่างภาพเป็นครั้งแรกในฉบับเดือนเมษายน ปี 1907 เชื่อกันว่า เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ถ่ายภาพสีเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น ซึ่งลงสีด้วยมือและได้ตีพิมพ์ในนิตยสารเมื่อปี 1914 ช่างภาพหญิงประจำกองบรรณาธิการคนแรก แคทลีน เรวิส เข้าทำงานเมื่อปี 1953 และสองคนถัดมา ได้แก่ เบียงกา เลวีส์ และโจดี คอบบ์ ต้องรออีก 21 ปีและ 24 ปีให้หลัง นับตั้งแต่นั้น ทางนิตยสารได้มองหาช่างภาพหญิงมากขึ้นเพื่อทำหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวของเรา

ผู้หญิง
ก่อนปี 1910 หญิงชาวซูดานในชุดพื้นเมืองโพสท่าถ่ายภาพในอียิปต์ (ภาพถ่าย Public Domain)
ผู้หญิง
ปี 1919 หญิงสาวสองคนในชุดพื้นเมืองถือดอกไม้แห่งมิตรภาพ ถ่ายที่หมู่เกาะมาร์เคซัส ดินแดนเฟรนช์โปลินีเซีย (ภาพถ่าย: L. Gauthiet / Public Domain)
ผู้หญิง
ก่อนปี 1918 ญี่ปุ่น เอไลซา ซิดมอร์ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นช่างภาพหญิงคนแรกของ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ผลักดันให้มีการตีพิมพ์ภาพสีในนิตยสาร ในภาพนี้ เธอถ่ายภาพหญิงสาวชาวญี่ปุ่นกับกิ่งซากุระ (ภาพถ่าย: เอไลซา ซิดมอร์)
ปี 1971 แมสซาชูเซตส์ ศิษย์เก่าของวิทยาลัยสมิทจากรุ่นปี 1921 เดินขบวนระหว่างงานฉลองสำเร็จการศึกษา โดยถือป้ายที่ตอกย้ำความก้าวหน้าของสตรีตลอดช่วง 50 ปีที่ผ่านมา (ภาพถ่าย: เดวิด อาร์โนลด์)
ผู้หญิง
ก่อนปี 1940 เยลโลว์สโตน นักตกปลาสองคนอวดปลาเทราต์เยลโลว์สโตนคัตโทรตที่อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตนเมื่อราวปี 1940 (ภาพถ่าย: เอดวิน แอล. วิเชิร์ด)

ภาพถ่ายยุคแรกๆ มักฉายภาพผู้หญิงเป็นนางแบบที่โพสท่าในฉากแบบประเพณีนิยม

ฉันเป็นหนึ่งในช่างภาพสาวเหล่านั้น และเริ่มเป็นช่างภาพอิสระให้ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เมื่อปี 1988 ฉันจำความรู้สึกตื่นเต้นในปี 2000 ได้ ตอนที่เราตีพิมพ์หนังสือชื่อ ช่างภาพหญิงของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก (Women Photographers at National Geographic) พร้อมภาพถ่ายจากช่างภาพกว่า 40 คน สี่ปีต่อมา ฉันเข้าทำงานประจำกับกองบรรณาธิการในตำแหน่งบรรณาธิการภาพอาวุโส และในปี 2013 ฉันได้รับมอบหมายให้เป็นผู้อำนวยการภาพถ่ายที่เป็นผู้หญิงคนแรกของนิตยสาร

ปัจจุบัน ขณะที่เราเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปีของคลังภาพถ่ายนี้ เรากำลังบอกเล่าเรื่องราวจริงๆ ของเหล่าสตรีที่มีตัวตนอยู่จริงในภาพถ่ายที่มีผู้หญิงเป็นช่างภาพมากขึ้นกว่าในอดีตที่ผ่านมา เราสนับสนุน “มุมมองของสตรี” อันเป็นแนวคิดที่ว่า ช่างภาพหญิงอาจมองโลกด้วยมุมมองที่แตกต่างจากผู้ชาย และเลือกหัวข้อในการนำเสนอและการสำรวจที่แตกต่างออกไป ขอบคุณวิสัยทัศน์และภาพถ่ายของช่างภาพหญิงเหล่านี้ ซึ่งทำให้เรามีโอกาสนำเสนอให้ผู้อ่านได้เห็นโลกทั้งใบ ไม่ใช่แค่บางส่วนเท่านั้น

ผู้หญิง
ปี 1953 รัฐจอร์เจีย ที่งานแสดงกุหลาบประจำปีในเมืองทอมัสวิลล์ รัฐจอร์เจีย ราชินีประจำเทศกาลและผู้ดูแลทั้งสองคนถือช่อดอกกุหลาบสีแดงพันธุ์ท้องถิ่น (ภาพถ่าย: เฮาเวลล์ วอล์กเกอร์)
ผู้หญิง
ก่อนปี 1944 ฟลอริดา นักแสดงใต้น้ำทาลิปสติกในสายน้ำใสแจ๋วที่วาคัลลาสปริงส์ในฟลอริดา (ภาพถ่าย: เจ. เบย์เลอร์ โรเบิร์ตส์)

ผู้หญิงต้องรออีกหลายสิบปีกว่าจะได้ปรากฏในหน้านิตยสารอย่างที่ผู้ชายได้รับการสื่อถึงเป็นประจำ ทั้งในฐานะนักวิทยาศาสตร์  นักสำรวจ นักผจญภัย และผู้นำ ในขวบปีแรกๆ ผู้หญิงมักได้รับการถ่ายทอดในฐานะสิ่งมีชีวิตสวยงามแปลกตา ผู้มักเปลือยทรวงอก จากทศวรรษ 1970 จนถึงปัจจุบัน ผู้หญิงมีบทบาทหลากหลายมากขึ้นในเรื่องราวต่างๆ ตามชีวิตจริงที่พวกเธอเป็น

 

ผู้หญิง
ปี 1968 อัฟกานิสถาน หญิงชาวอัฟกานิสถานในชุดพื้นเมืองเทินกรงนกจาบปีกอ่อนสีทองไว้เหนือศีรษะ (ภาพถ่าย: ทอมัส เจ. อะเบอร์ครอมบี / National Geographic)

ปี 1907 นิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ตีพิมพ์ภาพถ่ายของเอไลซา ซิดมอร์ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นช่างภาพหญิงคนแรกและเป็นผู้หญิงคนแรกที่มีผลงานตีพิมพ์ในนิตยสารของเรา ภาพถ่ายหลังจากนั้นส่วนใหญ่เป็นฝีมือของช่างภาพชาย เมื่อมีช่างภาพหญิงมากขึ้น มุมมองต่อโลกของเราก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ในปี 2018 ช่างภาพหญิงมีผลงานตีพิมพ์ในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก มากขึ้นเกือบสามเท่าเมื่อเทียบกับทศวรรษก่อนหน้า

ปี 2002 อินเดีย ครอบครัวที่เป็นแรงงานใช้หนี้ (debt laborer) เทินอิฐเป็นตั้งๆบนศีรษะในการทำงานใช้หนี้ที่กู้ยืมมา หนี้ที่พอกพูนด้วยดอกเบี้ยอาจใช้เวลานานหลายชั่วรุ่นกว่าจะจ่ายคืนได้ครบ (ภาพถ่าย: โจดี คอบบ์ / National Geographic)

*อ่านสารคดีฉบับเต็มได้ในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับพฤศจิกายน 2562


สารคดีแนะนำ

มองโลกผ่านสายตาสตรี: รวมภาพถ่ายสารคดีจากช่างภาพหญิงของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

เรื่องแนะนำ

“ลารุงการ์” มหาวิทยาลัยสงฆ์ของพุทธศาสนาวัชรยานที่ใหญ่ที่สุด

เมื่อช่างภาพบันทึกภาพของเมืองมหาวิทยาลัยสงฆ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก่อนทางการจีนสั่งรื้อทำลายบางส่วน และปิดไม่ให้ "คนนอก" เข้าไปเยือนอีกต่อไป

กำเนิดผีน้อยไทยในเกาหลีใต้

อะไรคือสาเหตุที่ทำให้คนไทยจำนวนหนึ่งยอมเป็น ผีน้อย หรือแรงงานผิดกฎหมายเพื่อไปขายแรงงานแบบหลบๆ ซ่อนๆ แม้จะมีเสียงตำหนิก่นด่าจากเพื่อนร่วมชาติไว้เบื้องหลัง สำหรับในประเทศไทย ค่านิยมการออกไปค้าแรงงานในต่างประเทศไม่ใช่เรื่องใหม่ เมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ส่งออกแรงงานไปต่างประเทศจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบตะวันออกกลาง หลังจากนั้น ค่านิยมการไปขายแรงงานในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นตะวันออกกลาง เอเชีย แม้กระทั่งยุโรปหรืออเมริกา ก็เริ่มเป็นที่นิยมในหมู่คนไทยที่ต้องการค่าตอบแทนที่มากกว่าการทำงานในประเทศของตัวเองเรื่อยมา แม้จะต้องแลกกับชีวิตที่ต้องห่างไกลบ้านและต้องปรับตัววิถีชีวิตที่แตกต่างกับบ้านเกิดอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ในระยะหลังเริ่มปรากฏปัญหาของแรงงานไทยที่ผิดกฎหมายมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเทศเกาหลีใต้ที่กระทรวงยุติธรรมของเกาหลีใต้ออกมาให้ข้อมูลในปี 2018 ว่ามีคนไทยอาศัยอยู่ 188,206 คน และกว่าร้อยละ 65 หรือประมาณ 120,000 เป็นแรงงานที่ไม่มีเอกสารการทำงานและอาศัยอยู่ในเกาหลีใต้เกินอายุวีซ่า นอกจากการได้ค่าตอบแทนที่สูงแล้ว ปัจจัยใดที่ทำให้คนไทยนับแสนต้องยอมเสี่ยงละเมิดกฎหมาย การไปทำงานแบบถูกกฎหมายที่ยังมีอุปสรรคสำคัญ เป็นที่ทราบกันดีว่า ค่าตอบแทนที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับการค้าแรงงานในประเทศ คือแรงจูงใจหลักที่ทำให้คนไทย โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานภาคเกษตรกรรมที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ ซึ่งต้องพบเจอปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และปัญหารายได้ในการทำเกษตรกรรมที่ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย สนใจเข้ามาค้าแรงงานในเกาหลีใต้ และยังมีแรงงานในหัวเมืองใหญ่ที่พบว่าค่าตอบแทนที่ได้รับไม่เพียงพอในการตั้งตัวและมีชีวิตที่ดีกว่าได้ จึงเริ่มต้นกระบวนการหางานในต่างประเทศ โดยเกาหลีใต้คือหนึ่งในนั้น โดยงานที่คนไทยนิยมมักเป็นงานภาคการผลิตที่อยู่ในโรงงาน งานก่อสร้าง แรงงานภาคเกษตร งานนวดแผนไทย เป็นต้น ซึ่งจะมีการส่งแรงงานถูกกฎหมายจากประเทศไทยไปทำงานอยู่เป็นระยะๆ กระบวนการจัดส่งแรงงานไปประเทศเกาหลีใต้อย่างถูกกฎหมายโดยคร่าวๆ ต้องเริ่มจากการเข้าระบบ EPS ที่ย่อมาจาก […]

โรคซึมเศร้า คุณหายได้ : ดนตรีคือพลัง

โรคซึมเศร้า คุณหายได้ : ดนตรีคือพลัง “วิทยา มากสิน” มีอาชีพเป็นนักร้อง ผลกระทบจาก โรคซึมเศร้า ทำให้ความมั่นใจของเขาหายไป การทำงานจิตอาสาและเสียงดนตรีช่วยให้เขาสามารถกลับมามีความสุขได้อีกครั้ง หลังหายป่วยแล้ววิทยามองย้อนกลับไปพบว่า โรคซึมเศร้า ไม่ได้ทำลายตัวตนของเขา ตรงกันข้ามมันกลับทำให้เขาเข้าใจคนรอบข้างมากยิ่งขึ้น   อ่านเพิ่มเติม : คุณหายได้ : ลุกขึ้นมาเปลี่ยน, ไฉนชันสูตรจึงสำคัญ ติดตามข้อมูลดีๆจาก NGThai.com ได้ที่นี่