วิสกี้ : ดวงดาราจากก้นแก้วสุรา - National Geographic Thailand

วิสกี้ : ดวงดาราจากก้นแก้วสุรา

วิสกี้ : ดวงดาราจากก้นแก้วสุรา

วิสกี้ จะเกี่ยวข้องกับงานศิลปะได้อย่างไร ช่างภาพเจ้าของไอเดียบรรเจิดคนหนึ่งมีคำตอบ

ใครจะไปเชื่อว่า สิ่งที่หลงเหลืออยู่ในแก้ว วิสกี้ ที่ดื่มหมดแล้วจะสามารถสร้างทัศนียภาพเหนือโลก และดวงดาราอันน่าอัศจรรย์ได้

งานธรรมดาที่สุดอย่างการล้างจานชักนำให้ช่างภาพ เออร์นี บัตตัน ค้นพบจักรวาลแฟนตาซีมานานกว่าสิบปี ตอนที่วางแก้ววิสกี้เปล่าๆ ลงในเครื่องล้างจาน เขาพบว่ามีฟิล์มบาง ๆ ของแอลกฮอล์ระเหยหลงเหลืออยู่ที่ก้นแก้ว โดยเฉพาะสกอตช์วิสกี้ ซึ่งเป็นวิสกี้ที่บ่มในถังไม้โอ๊กนานกว่าสามปีในสกอตแลนด์

เมื่อแอลกอฮอล์หยดสุดท้ายระเหยหายไปจากก้นแก้ว สิ่งที่เหลืออยู่คือตะกอนจากการกลั่น เขานำแก้วใบดังกล่าวไปที่สตูดิโอ วางตะแคง แล้วถ่ายภาพ

รูปทรงของตะกอนวิสกี้คล้ายกับเกล็ดหิมะ ตรงที่แต่ละชิ้นมีรูปแบบเฉพาะตัว อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดมีสีเทาจาง ๆ จนกระทั่งบัตตันใช้แสงไฟหลายสีส่อง เส้นและขดสีเทากลับมีชีวิต และสร้างรูปทรงที่มีความหลากหลายคล้ายกับภูมิทัศน์หลากสีสันของเหล่าดาวเคราะห์และดวงจันทร์ จากการลองผิดลองถูกหลายวิธี บัตตันพบว่ามีเพียงสกอตช์วิสกี้เท่านั้นที่มีตะกอนเพียงพอ วิสกี้เก่าที่สุดที่เขาถ่ายภาพมีอายุ 25 ปี

บัตตันแตกต่างจากช่างภาพคนอื่น ๆ ตรงที่คนเหล่านั้นนิยมถ่ายทัศนียภาพอลังการในต่างแดน  บัตตันกลับเลือกที่จะอยู่กับสิ่งใกล้ตัว ก่อนถ่ายภาพสุรา เขาเคยสร้างทัศนียภาพจากกล่องซีเรียล และเล่าเรื่องราวของม้าโยกแบบหยอดเหรียญที่หายไปจากร้านขายของชำ งานของบัตตันพิสูจน์ว่า ยังมีสิ่งอัศจรรย์มากมายรอให้เราค้นพบในชีวิตประจำวัน ไม่เว้นแม้แต่ในจานชามที่สกปรก

เรื่อง แดเนียล สโตน

ภาพถ่าย  เออร์นี บัตตัน

วิสกี้
สกอตช์วิสกี้ทิ้งตะกอนนอนก้นไว้ในแก้ว ช่างภาพ เออร์นี บัตตัน ใช้แสงไฟสีต่างๆ และซอฟต์แวร์แต่งภาพ เปลี่ยนตะกอนที่เหลืออยู่ของวิสกี้แมกคาลเลนสกอตช์ให้กลายเป็นดาวเคราะห์จำลอง
วิสกี้
ตะกอนจากถังบ่มสุราสร้างคลื่นที่ดูคล้ายลาวาในแก้วที่ใส่วิสกี้เกลนลิเวตสกอตช์  บัตตันสร้างเอฟเฟกต์ที่แตกต่างกันด้วยเครื่องมืออย่างแสงไฟสีต่างๆ และซอฟต์แวร์แต่งภาพ
วิสกี้
บัตตันถ่ายภาพตะกอนก้นแก้วจากวิสกี้แมกคาลเลน (Macallan) และใช้โฟโต้ช็อปปรับบางรูปให้ดูเหมือนเทห์ฟ้าหรือวัตถุท้องฟ้า (บนและล่าง)

วิสกี้

วิสกี้
บัตตันถ่ายภาพตะกอนก้นแก้วจากวิสกี้บาลเวนี (Balvenie) และใช้โฟโต้ช็อปปรับบางรูปให้ดูเหมือนเทห์ฟ้าหรือวัตถุท้องฟ้า
วิสกี้
บัตตันถ่ายภาพตะกอนก้นแก้วจากวิสกี้เกลนฟิดดิค (Glenfiddich ) และใช้โฟโต้ช็อปปรับบางรูปให้ดูเหมือนเทห์ฟ้าหรือวัตถุท้องฟ้า
วิสกี้
ละอองสร้างวงขดที่ดูเหมือนดอกไม้บานในแก้วที่เคยใส่วิสกี้แมกคาลเลน ซึ่งเป็นซิงเกิลมอลต์วิสกี้ที่ผลิตภายใต้การควบคุมอย่างเคร่งครัดในสกอตแลนด์
วิสกี้
บัตตันถ่ายภาพรูปทรงตะกอนนอนก้นที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ความคิดสร้างสรรค์ของเขาปรากฏเด่นชัดในการใช้แสงสี ซึ่งทำให้ตะกอนของวิสกี้แมกคาลเลนดูเหมือนเนบิวลาหรือโลหะสีเหลือบรุ้ง
วิสกี้
บัตตันถ่ายภาพรูปทรงตะกอนนอนก้นที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ความคิดสร้างสรรค์ของเขาปรากฏเด่นชัดในการใช้แสงสี ซึ่งทำให้ตะกอนของวิสกี้เกลนฟิดดิคดูเหมือนเนบิวลาหรือโลหะสีเหลือบรุ้ง

วิสกี้
“คุณแค่ต้องพิจารณา [ก้นของแก้ววิสกี้] อย่างใกล้ชิดครับ” ช่างภาพเออร์นี บัตตัน กล่าว
*อ่านสารคดีฉบับเต็มได้ในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนกรกฎาคม 2562


สารคดีแนะนำ 

เล่าเรื่องเหล้ากับวัฒนธรรมเมรัย

เรื่องแนะนำ

เปลี่ยนห้องขังที่ว่างเปล่าให้เป็นบ้านของผู้อพยพ

เปลี่ยนห้องขังที่ว่างเปล่าให้เป็นบ้านผู้อพยพ เมื่อวิกฤติการณ์ผู้อพยพในยุโรปเริ่มขึ้นเมื่อปี 2015 มุฮัมมัด มุเฮเซน ช่างภาพของสำนักข่าวเอพี ตัดสินใจรอคอยบนชายหาดในประเทศกรีซ เฝ้ามองคลื่นผู้ลี้ภัยหลั่งไหลมาจากซีเรีย ตะวันออกกลาง และบางส่วนของแอฟริกาที่ย่อยยับจากสงคราม “คนส่วนใหญ่คิดว่า เมื่อผู้ลี้ภัยมาถึง เรื่องราวก็จบสิ้นลง แต่สำหรับผม นั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวครับ” เขาบอก มุเฮเซนเน้นการเก็บภาพในเนเธอร์แลนด์ ประเทศที่ทั้งเต็มใจจะรับผู้อพยพและกำลังลดระดับอาชญากรรมลง ห้องขังว่างเปล่าจำนวนมากทำให้รัฐบาลเนเธอร์แลนด์มองหาวิธีใช้ประโยชน์อื่นๆ ดังนั้นพวกเขาจึงเริ่มให้ผู้อพยพเข้าไปอยู่ในนั้น ที่เรือนจำ Bijlmerbajes ในกรุงอัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ ผู้ลี้ภัยที่เหนื่อยล้ากว่า 600 คนได้รับเตียงนอน อาหารอุ่นๆ และหลังคาคุ้มศีรษะ ทั้งหมดเป็นสิ่งชั่วคราว จนกว่าพวกเขาจะได้ที่อยู่อาศัยในเนเธอร์แลนด์ ได้อยู่ในบ้านที่แท้จริง และมีงานทำ (ผลการศึกษาใหม่ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศจะยิ่งขับให้วิกฤติผู้อพยพย่ำแย่ลง) ตลอดปีที่ผ่านมา มุเฮเซนกลับไปเรือนจำ Bijlmerbajes เป็นครั้งคราวเพื่อถ่ายภาพชีวิตครอบครัวในนั้น ทั้งช่วงเวลาที่เคร่งเครียด ช่วงเวลาเล่นสนุก และการหมดความอดทนในการรอคอยการตัดสินใจครั้งต่อไปของรัฐบาลที่จะทำให้พวกเขามีชีวิตใหม่ ล้วนเผยให้เห็นเบื้องหน้ากล้องถ่ายภาพของเขา สิ่งเดียวที่ดูเหมือนไม่ได้สร้างปัญหาให้ใครเลยก็คือสถานที่ “เราไม่สนใจหรอกค่ะ” หญิงคนหนึ่งบอกเขาถึงการใช้ชีวิตในที่ซึ่งเคยเป็นเรือนจำ “สิ่งสำคัญก็คือเราปลอดภัย” เรื่อง แดเนียล สโตน ภาพถ่าย มุฮัมมัด มุเฮเซน

ชมความสว่างไสวยามค่ำคืนของเมืองต่างๆ

ชมความสว่างไสวยามค่ำคืนของเมืองต่างๆ ภาพถ่ายตอนกลางคืน มองจากอวกาศ ลาสเวกัสดูเหมือนว่าจะเป็นมหานครที่มีความสว่างไสวมากที่สุดในโลก ในขณะที่กรุงเปียงยางนั้นมืดมิดไร้แสงไฟ ภาพถ่ายตอนกลางคืน เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นช่วยให้หลายเมืองไม่ต้องตกอยู่ในความมืด เมื่อค่ำคืนมาเยือนอีกต่อไป จากตะเกียงน้ำมันไปสู่หลอดไฟที่ใช้ก๊าซ มาจนถึงหลอดไฟ LED ประโยชน์ของแสงสว่างเหล่านี้มาพร้อมกับปัญหาใหม่นั่นก็คือ มลภาวะทางแสง กว่า 80% ของประชากรโลกอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่อาบไปด้วยแสงไฟประดิษฐ์ในยามค่ำคืน โดยเฉพาะในทวีปอเมริกาเหนือและยุโรปตะวันตกตัวเลขนี้อาจเพิ่มสูงเป็น 99% มลภาวะทางแสงเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อทั้งธรรมชาติและมนุษย์ นอกเหนือจากจะรบกวนการนอนหลับแล้ว ยังไปขัดต่อวงจรชีวิตของบรรดาสัตว์ออกหากินยามค่ำคืนอีกด้วย ซึ่งหลายเมืองตระหนักถึงปัญหานี้ จึงเกิดเป็นแคมเปญดับไฟตามมา อย่างไรก็ตามแม้ว่าแสงไฟที่มากเกินไปจะเป็นปัญหา แต่ความสวยงามเป็นสิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ลองชมชุดภาพถ่ายความสว่างไสวของเมืองต่างๆ ยามค่ำคืนเหล่านี้ดู ซึ่งเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกรวบรวมจาก Your Shot แคมเปญที่เปิดโอกาสให้ผู้คนจากทางบ้านได้แสดงฝีมือและร่วมแบ่งปันภาพถ่าย   อ่านเพิ่มเติม : 7 เมืองกับงานสตรีทอาร์ต

ภาพถ่ายที่เผยให้เห็นชีวิตภายในห้องพักทรงลูกบาศก์ขนาดจิ๋วแห่งอนาคต

ภาพถ่ายที่เผยให้เห็นชีวิตภายในห้องพักทรงลูกบาศก์ขนาดจิ๋วแห่งอนาคต [ ตึกแคปซูลนะกะงิน ] นอกเขตย่านกินซาอันหรูหราของกรุงโตเกียวเป็นที่ตั้งของ ตึกแคปซูลนะกะงิน (Nakagin Capsule Tower) สิ่งก่อสร้างแปลกตาซึ่งเคยเป็นวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของญี่ปุ่น ตึกนี้ออกแบบโดยคิโช คุโระกะวะ ผู้บุกเบิกสถาปัตยกรรมแนว “metabolist” ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวในช่วงทศวรรษ 1960 ที่เน้นแนวคิดเรื่องอาคารแบบพลวัตและสามารถปรับให้เหมาะกับอนาคตที่ก้าวย่างอย่างรวดเร็วและค่อยๆพัฒนากลายเป็นเมืองอย่างต่อเนื่อง เมื่อมองจากด้านนอก ตึกนี้ดูเหมือนเครื่องซักผ้าที่กองซ้อนกัน โดยประกอบด้วยแกนคอนกรีตสองแกน สูง 11 และ 13 ชั้น ยึดติดกับลูกบาศก์ที่ “สามารถเคลื่อนย้ายได้” ห้องทรงลูกบาศก์แต่ละห้องมีพื้นที่ราว 10 ตารางเมตร ซึ่งสร้างสำเร็จรูปมาจากโรงงาน จากนั้นนำมาติดกับแกนโดยใช้สลักเกลียวแรงดันสูง 4 ตัว ห้องที่เรียกว่าห้องแคปซูลเหล่านี้ตกแต่งด้วยข้าวของเครื่องใช้พื้นฐานที่จำเป็นและห้องน้ำขนาดเท่ากับห้องน้ำบนเครื่องบิน ตึกแคปซูลนะกะงินก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 1972 และวางแผนว่าจะมีอายุการใช้งาน 25 ปี เมื่อคุโระกะวะเสียชีวิตในปี 2007 ผู้อยู่อาศัยในตึกนี้ที่รู้สึกเหนื่อยหน่ายกับการที่คอนกรีตกะเทาะและท่อน้ำรั่ว จึงลงคะแนนให้รื้อตึกทิ้ง แล้วสร้างอพาร์ตเมนต์แบบดั้งเดิมขึ้นแทน แต่พอถึงปี 2008 แผนการต้องหยุดชะงักเพราะตลาดหลักทรัพย์ล่ม ช่างภาพ โนะริตะกะ มินะมิ เริ่มบันทึกเรื่องราวชีวิตและชะตากรรมของตึกนะกะงินในปี 2010 ในช่วงเจ็ดปีต่อมา เขากลับไปที่ตึกนี้เกือบ […]