สำรวจโลก : ปลูกเพื่อสันติ - National Geographic Thailand

สำรวจโลก : ปลูกเพื่อสันติ

เรื่อง นีนา สตรอคลิก

ไนจีเรียเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดของแอฟริกาที่ไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ แม้จะมีพื้นที่เพาะปลูกมากกว่า 35 ล้านตารางกิโลเมตรก็ตาม และต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหารอย่างหนัก ในแต่ละปีมีหนุ่มสาวชาวไนจีเรียกว่าสองล้านคนเข้าสู่ตลาดแรงงาน แต่ต้องเผชิญกับอัตราการว่างงานในคนหนุ่มสาวที่สูงถึงร้อยละ 25

กลุ่มหัวรุนแรงอย่างโบโกฮารามจึงเกณฑ์กำลังพลจากกลุ่มประชากรที่มีพลังเหลือล้นทว่าไร้งานทำ การสนับสนุนให้คนหนุ่มสาวลุกขึ้นมาจับจอบเสียมแทนที่จะเป็นอาวุธจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้หรือไม่ “คนหนุ่มสาวตกงานกับกลุ่มก่อการร้ายก็เหมือนออกซิเจนกับไฟยังไงยังงั้นเลยครับ” โคลา มาชา ผู้ประกอบการชาวไนจีเรีย-อเมริกัน บอก “ทำไมคนที่คับข้องใจกลุ่มเล็กๆ ถึงลุกขึ้นมาจัดตั้งกองทัพเล็กๆ ได้ นั่นเป็นเพราะคนหนุ่มสาวมีโอกาสทางเศรษฐกิจจำกัดจำเขี่ยอย่างไรละครับ” มาชาดำเนินโครงการชื่อบับบันโกนา (Babban Gona) แปลว่า ไร่นายิ่งใหญ่ (Great Farm) โดยมีเป้าที่จะยกระดับฐานะของเกษตรกรที่ทำไร่นาขนาดเล็กให้พ้นจากระดับพอยังชีพ โดยจะเน้นไปที่การเพิ่มผลผลิตและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงตลาดที่ให้ราคาสูงกว่าเดิมได้

การลงทุนในภาคเกษตรเป็นรูปแบบของความช่วยเหลือจากต่างชาติที่บรรเทาความขัดแย้งได้ดีที่สุด ในขณะที่ความช่วยเหลือรูปแบบอื่นๆ อาจส่งผลให้สถานการณ์เลวร้ายลงได้ เอดวิน ไพรซ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทกซัสเอแอนด์เอ็ม ด้านความขัดแย้งและการพัฒนาบอก โครงการอย่างบับบันโกนาจึงเริ่มเปิดตัวทั่วทั้งทวีปและธนาคารพัฒนาแอฟริกา (African Development Bank) ซึ่งใช้โครงการนี้เป็นต้นแบบก็ตั้งเป้าที่จะสร้างงานในภาคธุรกิจการเกษตรสำหรับคนหนุ่มสาวใน 30 ประเทศให้ได้ 1.5 ล้านตำแหน่งภายในระยะ เวลาห้าปีข้างหน้า

 

อ่านเพิ่มเติม : สำรวจโลก : สาหร่ายทะเลกำลังมาแรงสำรวจโลก : เพราะน้ำคือชีวิต

เรื่องแนะนำ

มีเทน ความลับของฟองอากาศน้ำแข็ง (Ice bubbles) และก๊าซเรือนกระจก

มอง ฟองอากาศ อันงดงามใต้ผืนน้ำแข็งทะลุไปถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ   กันยายน ปี ค.ศ. 2022  ทีมนักวิทยาศาสตร์ซึ่งเฝ้าจับตาดูธารน้ำแข็งวันสิ้นโลก (Doomsday Glacier) หรือธารน้ำแข็งทเวตส์ (Thwaites Glacier) ประกาศให้โลกรู้ว่า ธารน้ำแข็งนี้ได้หลุดออกจากการเกาะเกี่ยวกับแผ่นทวีปแอนตาร์กติกเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเป็นข่าวที่น่ากังวล เพราะความสำคัญของธารน้ำแข็งนี้คือพื้นที่กักเก็บน้ำแข็งขนาดใหญ่ขนาดเท่าสหราชอาณาจักร หากธารน้ำแข็งนี้ละลาย น้ำทะเลจะสูงขึ้นมากกว่าสองฟุต นี่เป็นประเด็นใหญ่ทางสิ่งแวดล้อมที่เหล่านักวิทยาศาสตร์ รวมทั้งนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกำลังวิตก เมื่อโลกร้อนขึ้น 1 องศาเซลเซียสจะกระตุ้นให้เกิดน้ำแข็งละลายเพิ่มขึ้น จึงมีคำเตือนจากนักวิทยาศาสตร์ว่าถึงเวลาต้องรักษาสภาวะแวดล้อมกันอย่างจริงจัง เราต้องลดอุณหภูมิของโลกลงหรืออย่างน้อยก็คงอุณหภูมิไว้เท่าเดิมเพื่อลดการละลายของธารน้ำแข็งทั่วโลก ตัวชี้วัดเรื่องอุณหภูมิอย่างหนึ่งคือแม่น้ำ ทะเลสาบ หรือแม้แต่พื้นที่ริมน้ำทะเลบางส่วนที่กลายเป็นน้ำแข็งในช่วงฤดูหนาวในพื้นที่ต่างๆ ของโลก ล้วนบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศได้ง่ายด้วยการสังเกต แต่นอกเหนือจากเป็นตัวติดตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ในบรรดาแม่น้ำ ทะเลสาบ หรือพื้นที่ชายฝั่งทะเลจำเป็นต้องคงสภาพเป็นน้ำแข็งในฤดูหนาวไว้ นั่นเพราะแหล่งน้ำบางแห่งเหล่านั้นกักเก็บหนึ่งในก๊าซที่ก่อภาวะเรือนกระจก (Greenhouse effect) เร่งให้เกิดโลกร้อนนั่นคือก๊าซมีเทน (Methane) มีเทน เป็น 1 ใน 6 ก๊าซก่อเรือนกระจก ซึ่งประกอบไปด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) มีเทน (CH4) ไนตรัสออกไซด์ (N2O) ไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน (HFC8) […]

นกชนหิน : เหยื่อของเงินตรา อำนาจ และความหรูหรา

นกชนหินกำลังตกเป็นเป้าของการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลให้นกแปลกประหลาดชนิดนี้ตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยง ขณะที่ผืนป่าอันเป็นถิ่นอาศัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หดเล็กลง

เป้าหมายสีเขียวของดูไบ

เรื่อง โรเบิร์ต คุนซิก ภาพถ่าย ลูกา โลกาเตลลี เพื่อดื่มด่ำกับความหลุดโลกของดูไบ นครที่ซึ่งแท่งคอนกรีต กระจก และเหล็กกล้า ผุดขึ้นราวดอกเห็ด และแผ่ขยายท่ามกลางผืนทรายอันร้อนแล้งของทะเลทรายอาหรับในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา คุณอาจเริ่มจากการลองไปเล่นสกีดูก่อน เมื่อมองจากด้านนอกศูนย์การค้าเดอะมอลล์ออฟดิเอมิเรตส์ ทางลาดของลานสกีดูราวกับยานอวกาศสีเงินที่ปักลงไปในพื้น เมื่อเข้าไปด้านใน คุณอาจเดินเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง แล้วค่อยผลักประตูกระจกเข้าไปยังลานสกีดูไบ เสื้อยืดคอกลมที่ระลึกที่ผมซื้อมามีภาพวาดการ์ตูนเป็นภาพเทอร์มอมิเตอร์หน่วยเป็นองศาเซลเซียส เขียนว่า “ฉันเปลี่ยนจาก +50 เป็น -8” จะว่าไปก็ไม่ได้รู้สึกหนาวถึงขนาดนั้นเมื่ออยู่บนลานสกี แต่อุณหภูมิภายนอกในดูไบอาจสูงเกือบ 50 องศาเซลเซียสได้ในฤดูร้อน ความชื้นยิ่งชวนให้อึดอัดเพราะอยู่ใกล้ทะเล แต่แทบไม่มีฝนเลย ดูไบมีปริมาณฝนน้อยกว่า 100 มิลลิเมตรต่อปี และไม่มีแม่น้ำที่อยู่ถาวร อีกทั้งแทบไม่มีผืนดินที่เหมาะแก่การเพาะปลูก แล้วถิ่นฐานบ้านเรือนแบบไหนถึงจะเหมาะกับสถานที่เช่นนี้  ดูไบเคยเป็นหมู่บ้านประมงและเมืองท่าค้าขายที่ทั้งเล็กและยากจนมาหลายร้อยปี แล้วการเติบโตอย่างพรวดพราดจากน้ำมันและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็เปลี่ยนโฉมที่นี่ให้กลายเป็นเมืองแห่งเส้นขอบฟ้าที่เต็มไปด้วยผลงานด้านสถาปัตยกรรมอันน่าอัศจรรย์  และยังมีท่าอากาศยานที่มีผู้ใช้มากที่สุดเป็นอันดับสามของโลกอีกด้วย “ถ้าจะพูดกันถึงความยั่งยืนแล้วละก็ คุณคงไม่มาสร้างที่นี่หรอกครับ” ยานุส โรสตอก สถาปนิกคนสำคัญจากโคเปนเฮเกนผู้มาตั้งรกรากที่นี่ บอก ทว่านครแห่งความยั่งยืนนี่แหละ คือเป้าหมายที่รัฐบาลดูไบประกาศว่า ต้องการจะสร้างให้สำเร็จ ดูไบกับความยั่งยืนอย่างนั้นหรือ รอให้น้ำท่วมหลังเป็ดก่อนเถอะ คุณอาจคิดในใจ ช่วงปีแห่งความเติบโตเหล่านั้นทำให้ดูไบกลายเป็นสัญลักษณ์ของความล้นเหลือ อันเป็นผลพวงจากการมีพลังงานฟอสซิลราคาถูก […]

เมื่อไต้หวันเปลี่ยนจักรยานยนต์นับแสนคันเป็น สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เพื่อแก้ปัญหา PM 2.5 อย่างยั่งยืน

 Gogoro สตาร์ทอัพ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ที่ทำให้ชาวไต้หวันเปลี่ยนมาใช้ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า แทนจักรยานยนต์เชื้อเพลิงฟอสซิล ด้วยการสร้างสถานีสลับแบตเตอรี เกือบ 2,000 แห่งทั่วประเทศ ไต้หวันมีประชากรเพียง 23 ล้านคน ในขณะที่มีจำนวนสกู๊ตเตอร์ทั่วประเทศอยู่ถึง 14 ล้านคัน เท่ากับว่าในประชากร 2 คน หนึ่งคนเป็นเจ้าของสกู๊ตเตอร์ สกู๊ตเตอร์คือมอเตอร์ไซต์ขนาดเบา ที่มีล้อเล็ก ทำให้สามารถใช้งานในเมืองได้สะดวกกว่ามอเตอร์ไซต์ขนาดปกติ แต่อย่างไรก็ตามสกู๊ตเตอร์เหล่านี้ขับเคลื่อนด้วยน้ำมันปิโตรเลียม เชื้อเพลิงฟอสซิลไม่ต่างกัน ข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ระบุออกมานานนับศตวรรษแล้วว่า สภาวะเรือนกระจกจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ถูกปล่อยออกมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ส่งผลกระทบรุนแรงต่อภูมิอากาศโลก ด้วยการเข้าไปปกคลุมชั้นบรรยากาศ ส่งผลให้อุณหภูมิสูงโลกขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้ ฝุ่นพิษ PM 2.5 ความเลวร้ายทางสภาพอากาศล่าสุดที่คนไทยส่วนใหญ่เพิ่งทำความรู้จักและตระหนักเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ก็มีสาเหตุหนึ่งมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลในระบบคมนาคมเช่นกัน ดังนั้นประเทศที่มีขนาดเล็กกว่าไทยถึง 14 เท่าอย่างไต้หวัน แต่มีจำนวนจักรยานยนต์น้อยกว่าเพียงไม่กี่ล้านคัน (ประเทศไทยมีจำนวนจักรยานประมาณ 20 ล้านคัน) จึงประสบปัญหาภาวะทางอากาศอย่างรุนแรงเช่นกัน มีการคาดการณ์ว่ามลพิษ PM 2.5 ของไต้หวันกว่า 20 เปอร์เซ็นต์มาจากจักรยานยนต์ แม้โดยทั่วไปแล้วพวกมันจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่ารถยนต์และประหยัดน้ำมันมากกว่า แต่ก็ปล่อยไฮโดรคาร์บอนมากกว่าซึ่งจะสร้างหมอกควันไนโตรเจนออกไซด์และคาร์บอนมอนอกไซด์ แต่นั่นคืออดีต… […]