ชีวิตสมัยใหม่เปลี่ยนโลกธรรมชาติอย่างไร - National Geographic Thailand

ชีวิตสมัยใหม่เปลี่ยนโลกธรรมชาติอย่างไร

เรื่อง แดเนียล สโตน
ภาพ เอ็ดเวิร์ด เบิร์นไทนสกี้

เมื่อ  4 – 5 พันปีก่อน ในยุคสำริด มนุษย์เริ่มที่จะรู้จักนำทรัพยากรที่มีค่าจากโลกมาใช้

ขณะที่การทำงานด้วยสำริด ทอง หรือ ทองแดง หมายถึงการทำงานด้วยมือ และเป็นแรงงานที่แรงของคน ๆ หนึ่งจะสามารถทำได้ แต่ในศตวรรษที่ 20 จนถึง 21 สิ่งที่เรียกว่า การปะทะของอุตสาหกรรมนำเราไปสู่เส้นทางใหม่ที่จะตักตวงธรรมชาติโลกได้ ซึ่งมันเปลี่ยนภูมิทัศน์ไปอย่างรวดเร็ว

ส่วนหนึ่งของชีวิตสมัยใหม่สัมผัสกับเทคโนโลยี และทุกส่วนของเทคโนโลยี ต้องการบางสิ่งที่มาจากพื้นดิน ซิลิคอนไดออกไซด์(silicon dioxide) ในมือถือ ฟอสฟอรัสที่ช่วยให้ธัญญาหารเติบโต ทองแดงในสายไฟซึ่งนำบทความนี้มาสู่สายตาของผู้อ่าน และตัวอย่างอีกหลายพันอย่าง นี่คือรอยประทับซึ่งช่างภาพ เอ็ดเวิร์ด เบิร์นไทนสกี้ อดใจไม่ได้ที่จะจับภาพเหล่านี้ไว้ในหนังสือเล่มล่าสุดของเขาที่ชื่อว่า Essential Elements

เบิร์นไทนสกี้ อายุ 61 ปี ใช้อาชีพช่างภาพของเขาเปลี่ยนโลก และอย่างไรก็ตาม เขายังคงจับภาพของการเปลี่ยนแปลงของโลกจากเราด้วยเช่นกัน เขาไม่ได้พยายามที่จะแสดงความโหยหาของการทำลายล้างที่น่าสิ้นหวัง แต่เพื่อบันทึกร่องรอยของการเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจลบเลือนได้ แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นจะเป็นไปในทางที่ไม่ดีก็ตาม

ปันนา มีนา รัฐราชสถาน

การสำรวจนำเขาไปสู่ทั่วมุมโลก เขาบันทึกภาพเหมืองหิน  การระเบิดหน้าชั้นหิน เหมืองถ่าน ท่าเรือที่เต็มไปด้วยตู้คอนเทนเนอร์  พื้นที่อาศัย บ่อน้ำมัน และนาเกลือ เขาเลือกที่จะถ่ายมันจากข้างบน แต่ไม่สูงจนเกินไป โดยอยู่ในระดับ 800 ฟุต รายละเอียดต่าง ๆ กลายเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ  รูปภาพของเขาถูกรบกวน มีทั้งการถูกบดบังจากบางครั้งพลั่ว บางครั้งก็เป็นรถไถ และบางครั้งก็เป็นระเบิด แต่ทุกกิจกรรมเกิดจากมนุษย์

ผลงานของเขาส่วนใหญ่อยู่ในจีน พื้นที่ที่ทรงอำนาจด้วยจำนวนคน ความทะเยอทะยาน และความต้องการ เบิร์นไทนสกี้เดินทางไปยังประเทศจีนมากกว่า 12 ครั้งและพยายามหาเหตุผลที่จะกลับไป การได้เห็นผลกระทบของความต้องการที่ไม่อาจควบคุมได้ ทำให้เขาประหลาดใจ ความต้องการของจีนนั้นไม่อาจถูกตอบสนองได้อย่างง่ายดาย ปริมาณของสิ่งที่เกิดขึ้นมันใหญ่กว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกตะวันตก แต่มันก็น่าสนใจเพราะมันมีผลกระทบต่อพวกเราในรูปแบบที่ไม่คาดคิด

มีความย้อนแย้งในงานของเบิร์นไทนสกี้ เรื่องราวของการทำลายล้างและรื้อสร้างยังมีเรื่องราวของการเกิดและเติบโตด้วยเช่นกัน แท่นขุดเจาะน้ำมันให้ชีวิตแก่คนงาน และไม้ที่ถูกโค่นกลายเป็นบ้านของใครบางคน

เรื่องแนะนำ

พลังของมนุษยชาติ

โลกของเราเต็มไปด้วยความงดงาม แต่ขณะเดียวกันก็ทรงไว้ซึ่งพลานุภาพอันยิ่งใหญ่ มีพลังทางธรรมชาติหลายอย่างที่สามารถสร้างความเสียหายใหญ่หลวง การทำลายล้าง และความพินาศย่อยยับ พลังที่ดูเหมือนไม่มีอะไรจะหยุดยั้งได้ แต่สำหรับทุกปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ก็มีพลังหนึ่งที่ทรงพลานุภาพไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน นั่นคือ… จิตวิญญาณแห่งความเป็นมนุษย์ที่ทอแสงอยู่ในชุมชนท้องถิ่น มีคนที่พร้อมจะเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยคนแปลกหน้าที่ประสบอุทกภัย เจ้าหน้าที่กู้ภัยผู้ไม่เกรงกลัวความตายเสี่ยงชีวิตช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจากซากปรักในเหตุแผ่นดินไหวหรือเจ้าหน้าพิทักษ์ป่าที่ต้องต่อกรกับไฟที่โหมกระหน่ำและเผาผลาญทุกสิ่งในเส้นทางยังมีที่อีกแห่งหนึ่งที่คุณยังสามารถพบหรือสัมผัสกับพลังนี้ได้ แม้พายุจะพัดผ่านไปแล้ว นั่นคือชุมชนของนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ และนักสำรวจนานาชาติ ที่เพียรพยายามอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันในการเรียนรู้ และทำความเข้าใจในทุกวิถีทางเท่าที่ทำได้ เพื่อทำนาย เตรียมความพร้อม และช่วยให้พวกเรารอดชีวิตในปรากฏการณ์ทำลายล้างต่างๆ ความรู้ที่พวกเขาสั่งสม เรื่องราวที่พวกเขาบอกเล่า คอยย้ำเตือนให้พวกเรารู้เสมอว่ายังมีพลังอีกอย่างในธรรมชาติที่ไม่มีสิ่งใดหยุดยั้งได้ในโลกของเรา พลังนั้นยิ่งใหญ่กว่าเฮอร์ริเคน แผ่นดินไหว หรือสึนามิ พลังนั้นคือ…. มนุษยชาติ   อ่านเพิ่มเติม : เมื่อพายุมาทุกคนวิ่งหนี แต่พวกเขาพุ่งเข้าใส่เพื่อการวิจัย, ‘สืบ’ สานงานอนุรักษ์

เหยื่อจ๋าระวังให้ดี!! ปลาแลมป์เพรย์ แวมไพร์กระหายเลือดแห่งโลกใต้น้ำ

คำเตือน!! โปรดระวังปลาแลมป์เพรย์ให้ดี ในขณะที่คุณไปเที่ยวลำธาร หรือแหล่งน้ำต่างๆ ถ้าคุณไม่อยากเป็นเหยื่อผู้โชคร้ายของแวมไพร์กระหายเลือดแห่งโลกใต้น้ำชนิดนี้

10 อันดับสึนามิร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

คลื่นสึนามิรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์เท่าที่เคยมีการบันทึกมานั้นเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อ 14 ปีนี้เอง และประเทศไทยเราเองก็ได้รับผลกระทบอย่างใหญ่หลวงด้วยเช่นกัน