พิทักษ์อัญมณีใต้ท้องทะเล - National Geographic Thailand

พิทักษ์อัญมณีใต้ท้องทะเล

พิทักษ์อัญมณีใต้ท้องทะเล

ภายใต้ท้องฟ้าสดสวย แสงแดดทะลุเมฆลงมาเป็นหย่อมๆ เราขับเรือเข้าไปใกล้หน้าผาชันที่เต็มไปด้วยโขดหินตะปุ่มตะป่ำ เมื่อมองจากระยะไกลๆ ตรงตีนผาดูราวกับมีโขดหิน สีน้ำตาลเรียงอยู่เป็นแนว  จนเมื่อเราเข้าไปใกล้  หินบางก้อนก็ขยับตัว บางก้อนถูกทะเลดึงลงไป เราจอดเรือเล็กห่างจากฝั่งหนึ่งร้อยเมตร  สวมหน้ากากและท่อหายใจ  แล้วหย่อนตัวลงน้ำอย่างเงียบๆ  ทันใดนั้น ก้อนหินสีน้ำตาลเหล่านั้นก็มีชีวิตขึ้นมาพวกมันคือแมวน้ำขนปุยเกาะควนเฟร์นันเดซหลายร้อยตัวนอนเกลื่อนอยู่บนฝั่ง

แมวน้ำขนปุยเกาะควนเฟร์นันเดซซึ่งว่ากันตามจริงคือสิงโตทะเล  คือเรื่องราวความสำเร็จอันน่าทึ่งของการอนุรักษ์ท้องทะเล  เมื่อหนึ่งศตวรรษก่อน แมวน้ำชนิดนี้ถูกล่าจนเกือบสูญพันธุ์ ปัจจุบันบนเกาะโรบินสันครูโซ ของชิลีมีแมวน้ำชนิดนี้อยู่ดาษดื่น  และยังเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ  เป็นไปได้อย่างไรที่ชิลีซึ่งเป็นประเทศ ที่จับปลาอย่างเป็นล่ำเป็นสัน กลับเป็นตัวอย่างชั้นเลิศของการฟื้นฟูสิ่งมีชีวิตในทะเล

ชิลีเป็นประเทศรูปร่างยาวแคบมีเทือกเขาแอนดีสเป็นกระดูกสันหลังและผืนดินทอดตัวลงทางทิศตะวันตกสู่มหาสมุทรแปซิฟิก ไปบรรจบกับชายฝั่งยาว 4,000 กิโลเมตร อาณาเขตนอกชายฝั่งของชิลีครอบคลุมพื้นที่ 3.6 ล้านตารางกิโลเมตร คิดเป็นเกือบห้าเท่าของดินแดนบนผืนแผ่นดินชิลีจึงเป็นประเทศมหาสมุทรอย่างเด่นชัด

ชิลียังเป็นชาติประมงด้วย  เมื่อปี 2010 ชิลีมีปริมาณการจับสัตว์ทะเลรวมเป็นอันดับที่เจ็ดของโลก ทว่านับตั้งแต่ทศวรรษ 1970 เป็นต้นมา อัตราการจับปลาเพิ่มขึ้นจนถึงระดับที่ไม่ยั่งยืนอีกต่อไป

ปูราชาแปลงถิ่นใต้นับพันตัวเกาะอยู่บนสาหร่ายเคลป์ยักษ์ ขณะกินหอยสองฝานอกชายฝั่งปลายใต้สุดของชิลี
ครอบครัวชาวประมงกุ้งมังกรแล่นเรือในน่านน้ำนอกชายฝั่งเกาะควนเฟรนันเดซ ชาวประมงในท้องถิ่น จัดการการประมงอย่างยั่งยืนมาตั้งแต่ปี 1935 แล้ว นับเป็นการแสดงออกถึงการมองการณ์ไกลอย่างน่าทึ่ง
กุ้งมังกรเกาะควนเฟร์นันเดซเป็นสัตว์เฉพาะถิ่นของเกาะควเฟร์นันเดซและเดสเบนตูราดาส สามารถเติบโต จนมีขนาดใหญ่ถึง 54 เซนติเมตร ดังเช่นตัวนี้ซึ่งพบที่เกาะซานอัมโบรเซียว

โครงการทะเลพิสุทธิ์ (Pristine Seas Project)  ของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก มุ่งค้นหาสถานที่ธรรมชาติ แห่งสุดท้ายในมหาสมุทร อันเป็นบริเวณห่างไกลที่แสดงให้เห็นว่ามหาสมุทรเป็นอย่างไรเมื่อ 500 ปีที่แล้ว ก่อนที่อุตสาหกรรมประมงจะตักตวงสัตว์มากมายจนหมดไปจากท้องทะเล  เราใช้ปัจจัยต่างๆ รวมถึงฐานข้อมูล จากทั่วโลกเกี่ยวกับประชากรมนุษย์ ระยะทางจากท่าเรือ และตำแหน่งของแหล่งประมง เพื่อรวบรวมและจัดทำรายชื่อสถานที่ที่มีศักยภาพในการค้ำจุนระบบนิเวศทางทะเลที่สมบูรณ์  ด้วยประวัติการทำประมงอย่างโชกโชนชิลีดูไม่น่าจะเป็นตัวเลือกได้เลย

ทว่าเรากลับต้องประหลาดใจ  เมื่อจุดสีเขียวเล็กๆ จุดหนึ่งปรากฏขึ้นบนแผนที่  ห่างจากชายฝั่งทางตอนเหนือ ของชิลีไป 850 กิโลเมตร นั่นคือหมู่เกาะเดสเบนตูราดาส (ภาษาสเปนแปลว่า โชคร้าย)  เกาะหนึ่งคือซานเฟลิกซ์ เป็นที่ตั้งฐานทัพเรือขนาดเล็ก แต่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์  อีกเกาะหนึ่งคือซานอัมโบรเซียว ไม่มีผู้อยู่อาศัยเว้นก็แต่ชาวประมงจำนวนหยิบมือหนึ่งที่เดินทางไปที่นั่นตามฤดูกาลเพื่อจับกุ้งมังกรมาตั้งแต่ปี 1901 แล้ว

เมื่อปี 2013 เราร่วมมือกับองค์กรอนุรักษ์ธรรมชาติโอเชียนา (Oceana)  ในการส่งคณะสำรวจไปยังเดสเวนทูราดาส โดยตั้งเป้าสำรวจถิ่นอาศัยทางทะเลรอบเกาะเหล่านี้ และประเมินความสมบูรณ์ ตลอดจนถ่ายทำสารคดีเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เพื่อแบ่งปันการค้นพบของเรากับชาวชิลี

หมึกสายล่าเหยื่อที่เกาะโรบินสันครูโซ ระบบนิเวศที่ได้รับการคุ้มครองจากการใช้ประโยชน์ของมนุษย์จะได้รับ การอนุรักษ์ไว้ นับเป็นการช่วยฟื้นฟูแหล่งประมงใกล้เคียง และรับประกันความอยู่รอดของอุตสาหกรรมสำคัญ

เรามาถึงซานอัมโบรเซียวหลังล่องเรือจากท่าเรืออันโตฟากัสตามาสองวัน  เมื่อทอดสมอแล้ว เราขึ้นฝั่งไปเยี่ยมกระท่อมชาวประมงหลังหนึ่ง  แต่ปรากฏว่าปิดตายและว่างเปล่า  รอบกระท่อมมีลอบดักกุ้งมังกร วางอยู่เรียงราย  ลอบเหล่านั้นมีขนาดใหญ่โตคือยาวกว่าหนึ่งเมตร แต่สิ่งที่ทำให้เราตกตะลึงคือขนาดช่องที่เปิด ให้กุ้งมังกรเข้าไปในลอบซึ่งใหญ่พอจะสอดมือเข้าไปได้ ถ้าลอบใหญ่ขนาดนั้น  กุ้งมังกรต้องตัวใหญ่ขนาดไหน

ในช่วงสองสัปดาห์ต่อมา เราดำน้ำแบบสกูบาและด้วยยานสำรวจรอบซานอัมโบรเซียวในช่วงเช้าและบ่าย ค้นพบโลกที่เต็มไปด้วยสรรพชีวิต  ในการดำน้ำแต่ละเที่ยว ฝูงปลาที่ไม่เคยมีรายงานมาก่อนว่าพบในน่านน้ำของชิลี เวียนว่ายอยู่รอบตัวเรา  ปลาไม่เพียงมีอยู่มากมาย แต่ยังรวมกันเป็นองค์ประกอบซึ่งไม่พบในที่อื่น  การศึกษาของเราแสดงให้เห็นว่า ร้อยละ 96 ของปลาที่พบระหว่างการสำรวจเป็นชนิดพันธุ์ที่พบเฉพาะในเดสเบนตูราดาสและควนเฟร์นันเดซเท่านั้น

เราแบ่งปันการค้นพบกับรัฐบาลชิลีและชุมชนควนเฟร์นันเดซ รวมถึงชาวประมงกุ้งมังกร และในที่สุด ชุมชนก็เสนอให้จัดตั้งอุทยานทางทะเลที่ห้ามกิจกรรมประมงทุกชนิดรอบหมู่เกาะ  พอถึงเดือนกันยายนปี 2014 รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของชิลี เอรัลโด มูโญซ และรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม โคเซ อันโตเนียว โกเมซ เดินทางไปเกาะซานเฟลิกซ์เพื่อชมความอุดมสมบูรณ์นี้ด้วยตนเอง

วันที่ 5 ตุลาคม ปี 2015 ประธานาธิบดีชิลี มิเชล บาชเลต์ ประกาศเตรียมการจัดตั้งอุทยานทางทะเลนาซกา-เดสเบนตูราดาส (Nazca-Desventuradas Marine Park)  ด้วยเนื้อที่กว้างใหญ่ไพศาลถึง 303,000 ตารางกิโลเมตร  อุทยานแห่งนี้กลายเป็นพื้นที่คุ้มครองทางทะเลขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกา  ด้วยการลงมือทำเพียงเรื่องเดียวนี้ ชิลีได้เพิ่มการปกป้องน่านน้ำของตนจากร้อยละสี่เป็นร้อยละ 12 ในอุทยานต่างๆ ที่ห้ามการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเล

เรื่อง เอนริก ซาลา และอเล็กซ์ มูญอซ

ภาพถ่าย เอนริก ซาลา

 

อ่านเพิ่มเติม

มหาสมุทรเป็นพิษ: ภาพถ่ายที่ช่วยย้ำเตือนถึงสถานะน่ากังวลของทะเลในปัจจุบัน

เรื่องแนะนำ

เผยวิดีโอที่บันทึกภาพปลาทะเลลึกที่สุดในโลกเป็นครั้งแรก

เมื่อนักวิทยาศาสตร์เห็นวิดีโอบันทึกภาพปลาตัวน้อยในวงศ์ Snailfish แหวกว่ายไปมาที่ระดับความลึกราว 2.4 กิโลเมตรจากผิวน้ำของมหาสมุทร พวกเขาก็คิดว่าอาจค้นพบชนิดพันธุ์ใหม่เข้าให้แล้ว ปลาสเนลฟิชเป็นคำเรียกโดยรวมของปลากในวงศ์ Liparidae ที่มีปลาอยู่ราว 350 ชนิด พวกมันมีลักษณะเด่นคือ มีดวงตาโต และหัวโตๆที่สอบไปทางลำตัวที่เรียวยาว สำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือโนอา (National oceanic and Atmosphere Administration: NOAA) ปล่อยคลิปของปลาสเนลฟิชที่เชื่อว่าเป็นชนิดใหม่นี้เมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีผู้พบเห็นมันเป็นครั้งแรกในวันที่ 28 กรกฎาคม ในวิดีโอเราจะได้ยินเสียงสมาชิกคนหนึ่งในทีมโนอาอุทานออกมาว่า “ไม่เคยมีใครในโลกเห็นปลาชนิดนี้มาก่อน” ปลาสเนลฟิชเป็นปลาที่มีจำนวนมากที่สุดชนิดหนึ่งในโลก และอาศัยอยู่ที่ระดับความลึกเกือบทุกระดับในมหาสมุทร มันเคยทำให้นักวิทยาศาสตร์ตะลึงงันมาแล้วในปี 2014 ตอนมีการค้นพบที่ระดับ 8,143 เมตรใต้ทะเล และทำลายสถิติในฐานะปลาที่อาศัยอยู่ที่ทะเลลึกที่สุดในโลก ปลาสเนลฟิชยังสามารถทนแรงกดได้เทียบเท่ากับช้าง 1,600 ตัวยืนอยู่บนหลังคารถเล็กๆคนหนึ่ง นักวิจัยบอกว่า การค้นพบครั้งนี้เป็น “สิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อน” จากการสำรวจโดยเรือ Okeanos Explorer ของโนอา ซึ่งมุ่งหน้าออกจากฮอโนลูลูเพื่อสำรวจน้ำลึกรอบๆจอนสตันอะทอลล์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอนุสรณ์สถานแห่งชาติทางทะเลหมู่เกาะรีโมต (Remote Islands Marine National Monument) […]

เทียบกันตาต่อตา

การจำลองภาพการมองเห็นของสัตว์อย่างสมบูรณ์แบบเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่ช่างภาพของเราสร้างภาพให้ใกล้เคียงได้โดยใช้ชุดอุปกรณ์ของเขาผสมผสานข้อมูลจากห้องปฏิบัติการ เช่น ความหนาแน่นของตัวรับแสงและปฏิกิริยาต่อแสง จากภาพเปรียบเทียบนี้ ภาพด้านซ้ายคือการมองเห็นของมนุษย์ เทียบกับภาพด้านขวาแทนการมองเห็นของสัตว์ หนอนตัวแบน (พลานาเรีย) (Dugesia dorotocephala) ตาของหนอนตัวแบนประกอบด้วยเซลล์ ตัวรับแสงรูปทรงคล้ายถ้วยขนาดเล็กที่สามารถระบุได้ว่า แสงมาจากทิศทางใด หนอนจำเป็นต้องใช้เบาะแสนี้ในการระบุถิ่นอาศัยที่เหมาะสม ซึ่งต้องมีที่กำบังแสงอาทิตย์ แมงกะพรุนกล่อง (Tripedalia cystophora) แมงกะพรุนกล่องไม่มีสมองสำหรับแปลผลข้อมูล ที่ได้จากประสาทรับความรู้สึก แต่มันตอบสนองต่อภาพความคมชัดตํ่าแบบเรียบง่ายได้ ดวงตาที่มีเลนส์สี่ดวงมองขึ้นด้านบนเพื่อรับรู้ร่มเงาพืชชายเลนซึ่งเป็นบริเวณที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์ ดวงตาที่มีเลนส์อีก สี่ดวงมองลงด้านล่างผ่านร่างกายโปร่งใสเพื่อช่วยให้มันหลบหลีกสิ่งกีดขวางด้านล่างได้ ผีเสื้อเหยี่ยวงวงช้าง (Deilephila elpenor) รูม่านตาขนาดใหญ่ของผีเสื้อเหยี่ยวงวงช้างเอื้อให้แสงปริมาณมากผ่านเข้าสู่ดวงตา ช่วยให้มันแยกแยะสีได้แม้แต่ในแสงสลัวของดวงดาวในคืนข้างแรม ดังนั้นผีเสื้อที่หากินในเวลากลางคืนและมีเครื่องนำทางชนิดนี้จึงสามารถเสาะหานํ้าต้อยในดอกไม้ ซึ่งมีสีสันที่มนุษย์มองไม่เห็นในเวลากลางคืนได้ แมว (Felis catus) ดวงตาของแมวบ้านมีเซลล์รูปแท่งที่ไวต่อสภาวะแสงน้อยดีกว่าของมนุษย์ และรูม่านตาแบบช่องเล็กยาวเปิดได้กว้างในความมืด ช่วยให้แมวล่าสัตว์ขนาดเล็กในเวลากลางคืนได้อย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตาม ความที่มีเซลล์รูปกรวยที่ไวต่อสีน้อยกว่า แมวจึงแยกแยะสีเขียวกับสีแดงไม่ได้ นกอินทรีหัวล้าน (Haliaeetus leucocephalus) ถ้าอยากมองหาดวงตาที่มีความคมชัดสูงเป็นพิเศษ (2.5 เท่าของดวงตามนุษย์) ให้ดูนกอินทรีหัวล้าน เป็นตัวอย่าง ขณะที่จอตาของมนุษย์มีบริเวณที่มี ตัวรับแสงหนาแน่นอยู่บริเวณเดียว นกอินทรีมี สองบริเวณ ซึ่งช่วยให้มันเห็นตรงด้านหน้าและ ด้านข้างได้ในเวลาเดียวกัน […]

พบซาลาแมนเดอร์สายพันธุ์ใหม่

พบ ซาลาแมนเดอร์ สายพันธุ์ใหม่ ซาลาแมนเดอร์ที่เห็นในคลิปนี้ เชื่อกันว่าน่าจะเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมา มันคือซาลาแมนเดอร์ยักษ์จีน ที่เมื่อโตเต็มที่จะมีความยาวมากถึง 6 ฟุต และหนักมากกว่า 65 กิโลกรัม ล่าสุดทีมวิจัยในจีนประกาศการค้นพบซาลาแมนเดอร์ยักษ์สายพันธุ์ใหม่ ไม่ใช่เพียงแค่สายพันธุ์เดียว แต่มากถึง 5 สายพันธุ์ และอาจมีแนวโน้มว่าจะเป็น 8 สายพันธุ์เสียด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตามข่าวดีนี้มาพร้อมกับข่าวร้ายก็คือ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำเหล่านี้กำลังเผชิญกับการคุกคามโดยมนุษย์ พวกมันถูกจับในฐานะอาหารชั้นเลิศ ซึ่งขายให้แก่บรรดาเศรษฐีผู้มีอันจะกิน นั่นทำให้นักวิจัยกังวลว่าบางสายพันธุ์ของซาลาแมนเดอร์ที่พวกเขาค้นพบใหม่นี้ พวกมันอาจสูญพันธุ์ไปแล้วก็เป็นได้ และตอนนี้ประเด็นสำคัญก็คือจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเผยแพร่ความรู้ให้แก่ประชาชน เพื่อให้พวกเขาทราบว่าซาลาแมนเดอร์เหล่านี้มีความสำคัญอย่างไร และทำไมเราจึงต้องอนุรักษ์พวกมัน   อ่านเพิ่มเติม ภาพถ่ายอันน่าทึ่ง! เมื่องูพยายามหนีออกจากปากกบ

สำรวจโลก : บันทึกภาคสนาม (2)

ว่ายน้ำกับปลาโมลาโมลา เรื่อง เทียร์นีย์ ทีส เทียร์นีย์ ทีส หลงรักมหาสมุทรตั้งแต่ตอนเป็นเด็กที่เติบโตขึ้นในแคลิฟอร์เนีย ปัจจุบันเรามักพบเห็นนักชีววิทยาทางทะเลผู้นี้ได้นอกชายฝั่งกาลาปาโกส ขณะศึกษาปลาโมลาโมลาหรือปลาแสงอาทิตย์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามที่จะพิทักษ์สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ในภูมิภาคนี้ การสำรวจโลกใต้นํ้าของเธอเผยให้เห็นพื้นที่อ่าวที่ซึ่งปลาโมลาโมลาใช้เป็น “แหล่งพำนักตลอดปี” และ “สถานีทำความสะอาด” ที่ปลาเล็กปลาน้อยมารวมตัวกันเพื่อกินปรสิตที่ติดมากับผิวหนังของปลาโมลาโมลา ในโครงการอื่นๆ ทีสยังฝึกนักวิทยาศาสตร์หญิงชาวเอกวาดอร์ในเรื่องชีวมาตรระยะไกล (biotelemetry) โดยใช้เครื่องมืออัลตราโซนิก ตรวจจับและบันทึกการเคลื่อนที่หรือการอพยพของสัตว์ทะเล เช่น ฉลามวาฬ และเต่าทะเล ทีสให้เหตุผลที่เลือกฝึกนักวิทยาศาสตร์หญิงว่า “เราต้องการต้นแบบที่เป็นผู้หญิงมากขึ้น เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความเป็นไปได้ที่ ผู้หญิงสามารถเข้าถึง เราอยากให้เด็กผู้หญิงมองว่า วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องน่าสนุก มีความสำคัญ และเป็นอาชีพที่เลี้ยงตัวเองได้”   วิทยาศาสตร์ว่าด้วยมหาสมุทรที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ เรื่อง ชาห์ เซลบี “ไม่เคยมีช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นไปกว่านี้อีกแล้วเมื่อพูดถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อการอนุรักษ์” ชาห์ เซลบี กล่าว เมื่อปีที่ผ่านมา อดีตนักวิทยาศาสตร์ด้านจรวดได้ก่อตั้ง คอนเซอร์วิฟาย (Conservify) ห้องปฏิบัติการที่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีโอเพ่นซอร์ซ (open-source technology) ที่เปิดกว้างให้สาธารณชนสามารถช่วยพัฒนาหรือ มีส่วนร่วม เช่น ข้อมูลดาวเทียม เซนเซอร์ โดรน และแอปพลิเคชัน ปัจจุบัน บริษัทกำลังสร้างเครื่องติดตาม […]