อุทยานแห่งอนาคต - National Geographic Thailand

อุทยานแห่งอนาคต

เรื่อง มิเชลล์ ไนฮัส
ภาพถ่าย คีท แลดซินสกี

บนผืนดินแคบๆยาว 60 กิโลเมตรนอกชายฝั่งรัฐแมริแลนด์และเวอร์จิเนีย อุทยานชายฝั่งแห่งชาติเกาะแอสซาทีก (Assateague Island National Seashore) ค่อยๆเคลื่อนไปทางตะวันตกทีละน้อย ตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา เฮอร์ริเคนและพายุน้อยใหญ่พัดพาทรายจากชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ข้ามเกาะไปถมหนองน้ำที่อยู่ริมชายฝั่งอีกด้านหนึ่ง ส่งผลให้เกาะขยับเข้าใกล้ฝั่งมากขึ้นเรื่อยๆ

“เจ๋งใช่ไหมล่ะครับ” อิชเมล เอนนิส พูดขึ้น “วิวัฒนาการไงครับ!” เขายิ้มให้ชายหาดเบื้องหน้าที่มีตอไม้ กิ่งก้านหงิกงอ และเศษพีตกระจายอยู่ทั่วไป ทั้งหมดนี้คือร่องรอยของหนองน้ำซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของชายฝั่งด้านตะวันตกของเกาะ ก่อนพายุจะพัดทรายมาทับถม บัดนี้หนองน้ำปรากฏให้เห็นอีกครั้งทางตะวันออกเมื่อเกาะเคลื่อนขยับไปเรื่อยๆ

อุทยานแห่งชาติเกลเชียร์, รัฐมอนแทนา
แสงยามอรุณรุ่งอาบไล้ผาการ์เดนวอลล์ สันหินที่สลักเสลาขึ้นจากธารน้ำแข็งในสมัยน้ำแข็ง ธารน้ำแข็งกรินเนลล์เคยปกคลุมทั่วแอ่งที่เห็นเบื้องล่างก่อนหดตัวลง ไม่ต่างจากธารน้ำแข็งส่วนใหญ่ในโลกที่อบอุ่นขึ้น นับตั้งแต่ปี 1850 ธารน้ำแข็งกรินเนลล์สูญเสียพื้นผิวไปแล้วมากกว่าร้อยละ 75

เอนนิสผู้เพิ่งเกษียณจากการเป็นหัวหน้าฝ่ายซ่อมบำรุงประจำอุทยาน เผชิญพายุที่นี่มานักต่อนัก จะว่าไปแล้ว อุทยานชายฝั่งแห่งนี้ก่อตัวขึ้นจากพายุน้อยใหญ่ที่พัดในแนวตะวันออกเฉียงเหนือ ย้อนหลังไปเมื่อเดือนมีนาคม ปี 1962 พายุใหญ่พัดถล่มแอสซาทีกพร้อมกับลบชื่อของโอเชียนบีช รีสอร์ตตากอากาศใหม่เอี่ยม โดยทำลายถนนและอาคาร 30 หลังแรก รวมทั้งความฝันของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เจ้าของโครงการให้พังภินท์ นักอนุรักษ์อาศัยโอกาสนี้เสนอให้รัฐสภาออกกฎหมายปกป้องพื้นที่ส่วนใหญ่บนเกาะในฐานะส่วนหนึ่งของระบบอุทยานแห่งชาติเมื่อปี 1965 ทุกวันนี้ แอสซาทีกคือเกาะสันดอนปลอดโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ยาวที่สุดริมชายฝั่งของรัฐแถบแอตแลนติกตอนกลาง โด่งดังเรื่องม้าแคระป่าแหล่งดูดาวโล่งไร้สิ่งกีดขวาง และทัศนียภาพเงียบสงบของมหาสมุทร

นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีแนวโน้มจะทำให้พายุรุนแรงขึ้น ระดับทะเลสูงขึ้น และการเคลื่อนสู่ตะวันตกอย่างเนิบช้าของเกาะแอสซาทีกอาจเร็วขึ้น เอนนิสรู้จักเกาะนี้ดีพอที่จะเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นเริ่มขึ้นแล้ว ที่ปลายเกาะด้านใต้ พายุพัดทำลายลานจอดรถไปหกครั้งในรอบสิบปี ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวถูกซัดพังสามครั้ง

เอนนิสผู้มีหัวในการประดิษฐ์คิดค้น ตระหนักว่าสถานการณ์นี้ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ทางเครื่องจักรกล เขากับเพื่อนร่วมงานและสถาปนิกของอุทยานช่วยกันปรับแต่งห้องส้วม ห้องน้ำ และห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าริมหาดให้สามารถเคลื่อนย้าย ได้อย่างรวดเร็วก่อนพายุจะพัดเข้ามา พวกเขาทดลองใช้วัสดุต่างๆทำพื้นผิวลานจอดรถ จนมาลงเอยที่เปลือกหอยกาบโปร่งๆ มีรูพรุน เนื่องจากซ่อมแซมง่ายและใช้รถเกลี่ยดินดันไปไว้ที่ใหม่ได้หากจำเป็น “ต้องพึ่งสิ่งที่เรียกกันว่า ‘วิศวกรรมแบบบ้านๆ’ มหาศาลเชียวครับ” เอนนิสบอกกลั้วหัวเราะ “ตอนนั้นเราไม่ได้คิดเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเลยครับ เราทำเพราะสถานการณ์บังคับ”

อุทยานแห่งชาติโอลิมปิก, รัฐวอชิงตัน
ดาวทะเลสีเหลืองผู้โดดเดี่ยวในดงดอกไม้ทะเลยักษ์สีเขียวกำลังกินหอยแมลงภู่กับเพรียง นับตั้งแต่ปี 2013 ดาวทะเลที่อาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกตายลงอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นักวิทยาศาสตร์คาดว่า น้ำทะเลที่อุ่นขึ้นทำให้ความต้านทานโรคของดาวทะเลลดลง

การปรับเปลี่ยนและประยุกต์ง่ายๆเหล่านี้ขยายไปสู่สิ่งที่กว้างกว่า ตอนนี้แอสซาทีกเป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติ แห่งแรกๆของสหรัฐฯที่พูดถึงและยอมรับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเปิดเผย อุทยานชายฝั่งแห่งนี้จะไม่ฝืนต้านสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่จะปรับตามจังหวะการขยับของเกาะ และย้ายโครงสร้างต่างๆตามผืนทราย

นับตั้งแต่ทศวรรษ 1980 เป็นต้นมา นักวิทยาศาสตร์เริ่มยอมรับว่า การเปลี่ยนแปลงรูปแบบใหม่กำลังเกิดขึ้น ธารน้ำแข็งในอุทยานแห่งชาติเกลเชียร์หดตัวลง ไฟป่าในอุทยานแห่งชาติซีคัวยาขยายวงกว้างขึ้น และอุทยานริมชายฝั่งก็เริ่มสูญเสียพื้นที่เมื่อระดับทะเลสูงขึ้น ไม่นานหลังขึ้นศตวรรษใหม่ นักวิจัยที่อุทยานแห่งชาติเกลเชียร์ประกาศว่า พอถึงปี 2030 มีแนวโน้มว่า กระทั่งธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในอุทยานก็อาจมลายหายไป

กรมอุทยานแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ National Park Service ซึ่งจัดตั้งขึ้นครบหนึ่งร้อยปีเมื่อปีที่ผ่านมา   หลีกเลี่ยงการพูดถึงเรื่องนี้อยู่พักใหญ่ ป้ายสื่อความหมายธรรมชาติที่อุทยานแห่งชาติเกลเชียร์เอ่ยถึงอุณหภูมิที่สูงขึ้นเพียงย่อๆ เจ้าหน้าที่อุทยานไม่ยอมพูดถึงสาเหตุ เพราะถือเป็นเรื่องอ่อนไหวทางการเมือง

 อุทยานชายฝั่งแห่งชาติแหลมแฮตเทอรัส, รัฐนอร์ทแคโรไลนา
ภาพถ่ายเส้นใยสาหร่ายที่กำลังเติบโตในบริเวณซึ่งปกติเป็นพื้นดินแห้งๆ ณ จุดกางเต็นท์เคปพอยต์บนเกาะแฮตเทอรัสภาพนี้ ถ่ายใต้น้ำ ในช่วงสี่วันของฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา หางพายุโซนร้อนบอนนีทำให้ฝนตกบนเกาะเกือบ 35 เซนติเมตร หรือราวหนึ่งในสี่ของปริมาณฝนเฉลี่ยในแต่ละปี

แต่ปัญหานี้ล้ำลึกกว่าเรื่องการเมืองอันผิวเผิน ผู้คนมาอุทยานแห่งชาติเพื่อพบกับสิ่งอันเป็นนิรันดร์ หรือขอเพียงได้เห็นธรรมชาติในสภาวะที่มั่นคง “ไม่ถูกทำลาย” เพียงชั่วแวบหนึ่ง แม้จะเป็นภาพลวงตาก็ตาม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้กรมอุทยานนำเสนอภาพมายานี้ได้ยากขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่มีใครรู้ว่า อุทยานแห่งชาติควรนำเสนออะไรแทนกันแน่

เมื่อปี 2009 ผู้อำนวยการกรมอุทยาน โจนาทาน จาร์วิส ตั้งคณะกรรมาธิการที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกเพื่อเสนอเป้าหมายชุดใหม่ให้กรมอุทยานโดยเน้นการบริหารจัดการเพื่อรับมือกับ “การเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องซึ่งยังไม่เป็นที่เข้าใจนัก” และพยายามปกปักรักษา “บูรณภาพทางนิเวศวิทยาและความถูกต้องแท้จริงทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์” นักท่องเที่ยวจะได้รับ “ประสบการณ์แห่งความเปลี่ยนแปลง” แทนภูมิทัศน์อันงดงามคงที่ แต่บางทีสิ่งสำคัญที่สุดคือ อุทยานต่างๆจะ “ก่อตัวเป็นแกนกลางของการอนุรักษ์ภูมิทัศน์ทางบกและทางทะเลแห่งชาติ” โดยจะไม่ถูกบริหารจัดการแบบแยกส่วน แต่เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายพื้นที่อนุรักษ์

เรื่องแนะนำ

แรดขาวเหนือ : บทเรียนจากความตายของสัตว์ตัวสุดท้าย

เอมี วิทาเล ช่างภาพหญิงผู้บันทึกภาพในพื้นที่ขัดแย้งทั่วโลก เช่น โคโซโว, แองโกลา, ฉนวนกาซา, อัฟกานิสถาน และแคชเมียร์ ค้นพบจุดเปลี่ยนในชีวิตเมื่อเธอได้พบกับ "ซูดาน" แรดขาวเหนือเพศผู้ตัวสุดท้ายที่เหลืออยู่ในโลก นี่คือเรื่องราวที่หลอมรวมเราไว้ด้วยกันในฐานะมนุษย์

ทุ่งมัวร์แห่งสกอตแลนด์

ทุ่งมัวร์แห่ง สกอตแลนด์ เวลา 18.00 น. ตรงของวันที่ 30 กรกฎาคม ปี 2015 ในเมืองคิงกุสซี  สกอตแลนด์ จอร์จ พีรี ตัวแทนผู้ได้รับมอบหมายจากเอริก ฮีเรมา ผู้ประกอบการชาวดัตช์  เข้าครอบครองบาลาวิลต่อจากอัลแลน แมกเฟอร์สัน-เฟลตเชอร์ ผู้เป็นเจ้าของเดิม การซื้อขายมูลค่าราว 6.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐครั้งนี้แปลความได้ว่า ที่ดิน 28 ตารางกิโลเมตร พร้อมคฤหาสน์หินสีเทายุคศตวรรษที่สิบแปดซึ่งออกแบบโดยโรเบิร์ต แอดัม  ตลอดจนทุ่งมัวร์ที่แผ่กว้างเป็นเนินสูงๆต่ำๆ  แม่น้ำสเปย์ช่วงยาวห้า กิโลเมตรที่พาดผ่าน รวมทั้งซาราห์ ผีผู้สิงสถิตอยู่ที่นี่ จะไม่เป็นส่วนหนึ่งของมรดกตกทอดต่อเนื่องในตระกูลมายาวนาน 225 ปีอีกต่อไป “ที่ผ่านมาแม้จะเป็นวิถีชีวิตที่ดีเลิศ แต่ถึงเวลาแล้วครับ” แมกเฟอร์สัน-เฟลตเชอร์ บอกในเวลาต่อมา ระหว่างจิบวิสกี้  ในกระท่อมชาวไร่ที่บูรณะใหม่ตรงมุมหนึ่งของที่ดิน ซึ่งเขายังเก็บรักษาไว้ให้ตนเองกับมาจอรีผู้เป็นภรรยา น้ำเสียงของแมกเฟอร์สัน-เฟลตเชอร์ ชายผมขาวผู้อบอุ่นอ่อนโยน ฟังดูโล่งอก แมกเฟอร์สัน-เฟลตเชอร์ ในวัย 65 ปีและพร้อมแล้วที่จะเกษียณบอกว่า ลูกๆ “ฉลาดแล้ว” ที่ไม่สนใจรับช่วงเป็นเจ้าของต่อ เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาบั่นทอนทั้งหัวใจและกระเป๋าสตางค์ “หนทางเสียเงินที่รวดเร็วที่สุดคือการถือครองที่ดินในไฮแลนด์” […]

ฤาตำนานน้ำท่วมโลกจะมาจากน้ำท่วมใหญ่ในยุคน้ำแข็ง

เป็นไปได้ว่าระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นจากธารน้ำแข็งละลายเมื่อหมื่นปีก่อน คือจุดเริ่มต้นของตำนานน้ำท่วมโลกที่คล้ายคลึงกันในหลายวัฒนธรรม

ภาพถ่ายทางอากาศเผยให้เห็นแดนอัศจรรย์ทางธรรมชาติของอาร์กติก

เรื่อง ซาราห์ พอลเจอร์ ภาพถ่าย โฟลรียอง เลอดู ภูมิภาคอาร์กติกที่มีความเป็นธรรมชาติและสวยงาม จับใจช่างภาพ โฟลรียอง เลอดู ตั้งแต่เขาอายุสิบขวบ “ขนาดของภูมิทัศน์และชนิดพันธุ์อันเหลือเชื่อซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นดึงดูดผมมายังอาร์กติก ผมรู้สึกประทับใจอย่างลึกซึ้งตอนที่ออกเดินทางครั้งแรกไปยังภูมิภาคเหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล และความรู้สึกนั้นรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อผมสำรวจไปไกลขึ้นครับ” เลอดูบอก ทุกวันนี้ เลอดูเดินทางผ่านไอซ์แลนด์ กรีนแลนด์ แคนาดา และไกลออกไป เขาให้ความสนใจกับการถ่ายภาพฟุตเทจของภูมิทัศน์และสัตว์ป่า ขณะทำงานเป็นช่างภาพข่าวในกองทัพเรือของฝรั่งเศส เลอดูฝึกฝนทักษะในโครงการถ่ายภาพส่วนตัวซึ่งเขาถ่ายภาพวัฒนธรรมอินูอิตของกรีนแลนด์และความสัมพันธ์ของผู้คนเหล่านั้นกับผืนดิน เลอดูส่งภาพถ่ายหลายภาพเข้าร่วมในโครงการประกวด National Geographic Nature Photographer of the Year ประจำปี 2017 ในปี 2017 เลอดูออกเรือเพื่อตามหาหมีขั้วโลกใกล้กับเทรมเบลย์ซาวด์ของแคนาดา หลังจากค่ำคืนที่ไม่ประสบความสำเร็จ ในวันรุ่งขึ้นเลอดูและทีมของเขาพบกับชิ้นส่วนน้ำแข็งขนาดใหญ่ซึ่งทำให้มีความหวัง เพราะน้ำแข็งนั้นเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับให้หมีขั้วโลกออกล่าเหยื่อ เมื่อเข้าไปใกล้บริเวณนั้น พวกเขาพบว่าพวกเขากำลังตามหาหมีขั้วโลกสี่ตัวที่กระโดดจากพืดน้ำแข็งแผ่นหนึ่งไปยังอีกแผ่นหนึ่งเพื่อมองหาแมวน้ำ เพื่อหามุมมองใหม่ๆของภาพ เลอดูจึงถ่ายภาพหมีท่องไปตามน้ำแข็งจากข้างบนโดยใช้โดรน เลอดูเข้าใกล้ถิ่นอาศัยทุกแห่งด้วยความระมัดระวัง เขาทำวิจัยเรื่องพฤติกรรมของสัตว์และใช้เวลาเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าก่อนที่จะออกภาคสนาม เขามุ่งถ่ายภาพเรื่องราวที่ใหญ่ขึ้นของภูมิภาคอาร์กติกและสรรพสัตว์ซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นแม้ว่าจะเป็นไปได้ยาก แล้วโครงการต่อไปของเขาคืออะไร เลอดูวางแผนจะทำโครงการถ่ายภาพอาร์กติกในระยะยาว โดยการถ่ายฟุตเทจทางอากาศในช่วงเวลาที่แตกต่างกันของปี ในขณะเดียวกัน เขากับเพื่อนร่วมงานจะนำเที่ยวอาร์กติกเพื่อช่วยให้ความรู้แก่ผู้มาเยือนและแบ่งปันความหลงใหลในการถ่ายภาพของเขา   อ่านเพิ่มเติม : มหัศจรรย์แห่งชีวิตใต้ทะเล, ชมสุดยอดภาพถ่ายสัตว์แห่งปีที่คุณต้องหันมาสนใจ