เราจะรักษาแม่น้ำและ แหล่งน้ำจืด ที่กำลังเสื่อมโทรมทั่วโลกได้หรือไม่

เราจะรักษาแม่น้ำและแหล่งน้ำจืดที่กำลังเสื่อมโทรมทั่วโลกได้หรือไม่

เราต่างพึ่งพาน้ำสะอาดเพื่อดื่ม ทำอาหาร และสุขอนามัย และ แหล่งน้ำจืด บนโลกกำลังประสบปัญหา อย่างไรก็ตามประเด็นเรื่องน้ำสะอาดกำลังได้รับความสำคัญมากขึ้นจากบรรดานักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

แม่น้ำ ทะเลสาบ แหล่งน้ำจืด และพื้นที่ชุ่มน้ำทั่วโลก กำลังอยู่ในภาวะถูกคุกคามเนื่องจากการสร้างเขื่อนที่ขาดการวางแผนที่ดี มลพิษ การสูญเสียที่อยู่อาศัย การทำเหมืองทราย การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และปัญหาการบุกรุกของสัตว์สายพันธุ์ต่างถิ่นในแหล่งน้ำ

ดังผลการศึกษาจากในรายงานซึ่งจัดทำโดยองค์กรอนุรักษ์ 16 แห่ง ระบุว่า ระบบนิเวศ แหล่งน้ำจืด กลายเป็นระบบนิเวศที่เสื่อมโทรมมากที่สุดในโลก ซึ่งทำให้ประชากรปลากว่า 18,075 สายพันธุ์หรือมากกว่านั้นกำลังตกอยู่ในอันภาวะยากลำบาก อันเป็นจำนวนที่มากกว่าปลาที่อาศัยอยู่ในทะเลและมหาสมุทร ซึ่งจำนวนสัตว์น้ำจืดที่มีกระดูกสันหลังมีจำนวนลดลงร้อยละ 86 นับตั้งแต่ปี 1970 เป็นต้นมา และกว่าหนึ่งในสามของสายพันธุ์ปลาน้ำจืดเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

อย่างไรก็ตาม วิกฤติการณ์นี้กำลังได้รับสนใจจากสังคมน้อยว่าภาวะฉุกเฉินด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆ เช่น การตัดไม้ทำลายป่า หรือปัญหามลภาวะจากพลาสติก แม้ว่ามนุษย์จะต้องพึ่งพาระบบนิเวศน้ำจืดเพื่อดื่ม ทำอาหาร หรือเพื่อสุขอนามัยก็ตาม

“มนุษยชาตินั้นมีความผูกผันใกล้ชิดกับความสมบูรณ์ของระบบนิเวศน้ำจืดอย่างยิ่ง” เคที ฮิวจ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำจืดขององค์การกองทุนสัตว์ป่าโลก (World Wildlife Fund) ในสหราชอาณาจักร และผู้เขียนนำรายงานฉบับนี้ กล่าวและเสริมว่า ความหลากหลายทางชีวภาพของน้ำจืดถือเป็นสัญญาณเตือนเล็กๆ ที่สำคัญว่าหากระบบนิเวศน้ำจืดไม่สามารถรองรับความหลากหลายทางชีวภาพอันหลากหลายๆได้ ก็จะเป็นสัญญาณอันชัดแจ้งว่า มนุษยชาติกำลังอยู่ในภาวะที่ไม่ดีเช่นเดียวกัน

แหล่งน้ำจืด, เรือคายัค
นักพายคายักคนหนึ่งบนแม่น้ำโคโลราโด รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา ภาพถ่ายโดย BEN HORTON, NAT GEO IMAGE COLLECTION

ปีแห่งแม่น้ำ

ตามประวัติศาสตร์ พื้นที่อนุรักษ์คือพื้นที่สำหรับระบบนิเวศบนบก (Terrestrial Ecosystem) และสายพันธุ์ต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่ โดย John Zablocki ผู้เชี่ยวชาญด้านความหลากหลายทางชีวภาพแห่งองค์กร Nature Conservancy ซึ่งเป็นหัวหอกของเครือข่ายนานาชาติของนักวิทยาศาสตร์น้ำจืดซึ่งกำลังคิดทบทวนในวิธีการใหม่ๆ เพื่อการปกป้องแม่น้ำ ชี้ให้เห็นว่า แม่น้ำสายต่างๆ ที่ไหลผ่านพื้นที่อนุรักษ์มักไม่ได้รับการปกป้องจากผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต้นน้ำ ดังที่แสดงให้เห็นได้ในงานศึกษาที่เผยแพร่ในวารสาร Conservation Letters เมื่อปีที่แล้วว่า มีเขื่อนขนาดใหญ่กว่า 1,249 แห่งซึ่งตั้งใกล้อยู่กับพื้นที่อนุรักษ์ และมีเขื่อนมากกว่า 500 แห่งได้วางแผนหรือกำลังก่อสร้างในพื้นที่อนุรักษ์ทั่วโลก

“เราต้องหลีกเลี่ยงแนวความเชื่อที่ว่าเรื่องบนบกต้องมาเป็นที่หนึ่งและเรื่องน้ำเป็นอันดับสองครับ” Zablocki กล่าว

กลไกหนึ่งที่มุ่งช่วยแก้ปัญหาแม่น้ำคือเรื่องกฎหมายปกป้องแม่น้ำ เช่นในปี 2017 นิวซีแลนด์ได้ให้สถานะบุคคลกับแม่น้ำฟังกานุยเพื่อให้แม่น้ำได้รับการปฏิบัติและสิทธิทางกฎหมาย หลังจากนั้น บังกลาเทศก็ได้ทำเช่นเดียวกับแม่น้ำในประเทศ

ชาวเมารี, แม่น้ำ, สิทธิบุคคล, นิวซีแลนด์
นิวซีแลนด์แก้ไขประวัติศาสตร์แห่งความอยุติธรรมด้วยการมอบสิทธิตามกฎหมายในฐานะบุคคลให้แก่แม่น้ำฟังกานุย ภาพถ่ายโดย แมเทียส สวอลด์

การสูญเสียในระดับทำลายล้าง

ในขณะที่น้ำจืดมีจำนวนน้อยกว่าร้อยละหนึ่งของจำนวนน้ำที่อยู่บนโลก แต่ก็เป็นบ้านของสายพันธุ์สัตว์ทั้งหมดบนโลกร้อยละสิบ ซึ่งรวมไปถึงสัตว์มีกระดูกสันหลังถึงหนึ่งในสาม นอกจากนี้ ระบบนิเวศน้ำจืดยังเป็นบ้านของเต่ากว่า 270 ชนิด ปูมากกว่า 1,300 สายพันธุ์ และแมลงปอกว่า 5,700 สายพันธุ์

บรรดานักอนุรักษ์กล่าวว่า ปลาน้ำจืดอย่างน้อย 80 สายพันธุ์ได้สูญพันธุ์ไปนับตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลครั้งแรก และมี 16 สายพันธุ์ที่สูญพันธุ์ไปในปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่แท้จริงอาจมากกว่านี้ เนื่องจากภัยคุกคามที่มีต่อบรรดาปลามีมากขึ้นและมีหลายสายพันธุ์ที่ไม่ได้รับการจับตามองเท่าที่ควร

งานศึกษาที่เผยแพร่ในวารสาร Science เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า แม่น้ำหลายสายที่มีประชากรปลาเข้ามาอาศัยกำลังถูกทำลายอย่างรุนแรงเนื่องจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ คิดเป็นร้อยละ 14 ในลุ่มแม่น้ำแห่งต่างๆ ของโลก โดยพื้นที่ที่มีสถานการณ์ย่ำแย่คือที่ยุโรปตะวันตกและทวีปอเมริกาเหนือ

ปลาเทพา
ปลาเทพา (giant pangasius catfish) เป็นปลาน้ำจืดที่อยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง ภาพถ่ายโดย JOEL SARTORE, NATIONAL GEOGRAPHIC PHOTO ARK

นักอนุรักษ์ธรรมชาติหลายคนยังเชื่อว่า แรงจูงใจทางการเมืองและเศรษฐกิจมักได้รับความสำคัญมากกว่าความใส่ใจในเรื่องของความหลากหลายทางชีวภาพเมื่อต้องมีการตัดสินใจเกี่ยวกับแม่น้ำ “เช่น คุณค่าของระบบนิเวศมักเป็นปัจจัยที่ไม่ได้นำมาคำนึงในการวางแผนสร้างเขื่อนครับ” เอียน แฮร์ริสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำจืดขององค์กร Conservation International กล่าว

นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า การพิจารณาในเรื่องการประมงและความสมบูรณ์ทางระบบนิเวศนั้นเป็นเรื่องที่ดีในเรื่องธุรกิจ เดเนียล เพอร์รี นักภูมิศาสตร์แหล่งน้ำแห่งมหาวิทยาลัยนอร์ธเทิร์นแอริโซนาในแฟลกสตาฟ กล่าวและเสริมว่า “การปกป้องแม่น้ำถือเป็นการลงทุนต่ำที่ส่งผลตอบแทนสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณพิจารณาถึงสิ่งที่ระบบนิเวศให้กับคุณ”

เช่นเดียวกับแฮร์ริสันที่กล่าว “ขณะนี้เป็นจุดที่เราต้องตัดสินใจ” และเสริมว่า “หากเราไม่ลงทุนอย่างถูกต้องในระบบนิเวศน้ำจืดของเรา มันก็จะสายเกินไป เปรียบได้กับที่เราได้ออกเรือแล้วไม่มีทางหันหัวเรือกลับไปได้”

เรื่อง STEFAN LOVGREN


อ่านเพิ่มเติม โลกร้อนส่งผลต่อธารน้ำแข็งบนยอดภูเขา – กระทบแหล่งน้ำจืดของผู้คนนับพันล้าน

ธารน้ำแข็ง

เรื่องแนะนำ

พบกับนักรณรงค์สิ่งแวดล้อมรุ่นเยาว์จากทั่วโลก

นักเรียนและผู้ประท้วงนับพันคนรวมตัวกันที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ในการเดินขบวนเพื่อสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมีการจัดขึ้นทั่วโลก การเดินขบวนมีจุดประสงค์ให้มีการออกมาตรการจัดการวิกฤตด้านภูมิอากาศ ภาพถ่ายโดย JENNY EVANS, GETTY IMAGES โลกในอนาคต คือเป็นพันธกิจของคนรุ่นใหม่ที่ต้องร่วมกันสร้างสรรค์ นี่คือเรื่องราวและแนวคิดจากนัก รณรงค์สิ่งแวดล้อม รุ่นเยาว์ทั่วโลก เพราะกลุ่มคนรุ่นใหม่คือผู้ที่ต้องรับภาระดูแลโลกต่อไปในอนาคต ดังนั้นจึงเกิดกระแสการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมในบรรดาเด็กๆ และหนุ่มสาวที่เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Climate Change) กำลังส่งผลรุนแรงขึ้นทุกขณะ พวกเขาเรียกร้องให้บรรดาผู้ใหญ่ใช้อำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจที่พวกเขามีสร้างโลกใหม่ที่ดีกว่าเดิม เพื่ออนาคตของพวกเขา เหล่านี้คือบรรดารณรงค์นักสิ่งแวดล้อมรุ่นเยาว์ทั่วโลก ที่เรารวบรวมแนวคิดที่ชวนปลุกจิตสำนึกให้ ซึ่งเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะยังมีนักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมรุ่นเยาว์อีกมากทั่วทุกมุมโลก ที่กำลังพยายามใช้เสียงเล็กๆ ของพวกเขาสร้างสรรค์โลกใบใหม่ขึ้นมาด้วยตัวเอง เกรตา ทูนแบร์ก อายุ 16 ปี ชาวสวีเดน “ฉันได้เรียนรู้ว่า ไม่มีใครเด็กเกินกว่าจะสร้างความแตกต่างได้” นักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลกวัย 16 ปี เธอเริ่มต้นการรณรงค์ด้านสิ่งที่ล้อมที่ประเทศสวีเดน บ้านเกิดของเธอโดยการหยุดเรียนเพื่อมาถือป้ายประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลออกนโยบายแก้ปัญหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศอย่างจริงจัง ที่อาคารรัฐสภาในทุกวันศุกร์ จนเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการรวมกลุ่มเยาวชน Fridays for Future จัดโครงการเดินขบวนรณรงค์เรียกร้องที่มีชื่อว่า “การประท้วงหยุดเรียนเพื่อสภาพภูมิอากาศ ” (School Strike for Climate) […]

สุดยอดภาพเขียนพาโนรามาของอุทยานแห่งชาติ

ผลงานที่น่าตื่นตาตื่นใจเหล่านี้เป็นของ Heinrich Berann ศิลปินชาวออสเตรเลีย ผู้ถ่ายทอดความงดงามของอุทยานแห่งชาติหลายแห่งลงบนภาพเขียนเมื่อสามสิบปีก่อน

โลกร้อน : น้ำแข็งผืนสุดท้ายในอาร์กติก

โลกร้อน : น้ำแข็งผืนสุดท้ายในอาร์กติก เราเห็นหลักฐานการสังหารแต่แรก นั่นคือรอยเปื้อนสีแดงสดแผ่กว้างดูน่ากลัวบนผืนน้ำแข็งทะเล (sea ice) ปกคลุมด้วยหิมะ ซึ่งน่าจะเป็นเลือดของแมวน้ำวงแหวน จากนั้นเจ้าหมีขั้วโลกก็ปรากฏกายขึ้น เป็นแม่หมีตัวใหญ่ขนาด 225 กิโลกรัมเห็นจะได้ และมีลูกน้อยอีกตัวเดินตามหลัง สองแม่ลูกเพิ่งกระโดดลงไปในร่องน้ำซึ่งเป็นรอยแยกทางยาวของน่านน้ำเปิดในทะเลเยือกแข็ง ไม่กี่วินาทีต่อมา พวกมันก็กลับขึ้นมาจากน้ำ แล้วพากันวิ่งเตลิดไปบนผืนน้ำแข็งเพราะตกใจเสียงเฮลิคอปเตอร์ของพวกเราที่บินเข้าใกล้ การวิ่งต่อเนื่องนานๆ อาจเป็นอันตรายต่อหมีขั้วโลกได้ เพราะไขมันและขนทำหน้าที่เป็นฉนวนให้พวกมันดีเสียจนร่างกายอาจเกิดภาวะร้อนเกินได้ ฟรองซัวส์ เลตูร์โน-กลูตีเยร์ คนขับเฮลิคอปเตอร์ของเราซึ่งเป็นชาวควิเบกวัย 33 ปี  บังคับเครื่องให้บินสูงขึ้น แม่หมีกับลูกน้อยค่อยชะลอฝีเท้าลงเป็นเดินเหยาะๆ หลังจากติดตามหมีสองแม่ลูกอยู่นานหลายนาที  เลตูร์โน-กลูตีเยร์ ก็นำเฮลิคอปเตอร์ลงจอดบนผืนน้ำแข็งอย่างนุ่มนวลห่างออกมาราว 100 เมตร แล้วดับเครื่องยนต์ แม่หมีผงาดยืนขึ้นบนสองขาหลัง หยั่งประเมินจักรกลบินได้พวกเราด้วยสายตาจับจ้องนิ่งสงบของนักล่าอันดับหนึ่งแห่งอาร์กติก ส่วนเจ้าลูกหมียังคงยืนสี่ขาอยู่ข้างหลังแม่ในชั่วขณะอันตราตรึงเหนือกาลเวลา เราดื่มด่ำกับฉากตรงหน้า หมีสองแม่ลูกตัดกับความไพศาลของหิมะและน้ำแข็ง ซึ่งจะร้างไร้ว่างเปล่าหากปราศจากพวกมันอยู่ตรงนั้น แอ่งน้ำละลายแอ่งตื้นๆ นับไม่ถ้วนสะท้อนแสงอาทิตย์กลางฤดูร้อน จากนั้นใบพัดหมุนติ้วของเฮลิคอปเตอร์ก็สลายมนตร์ขลังตรงหน้าด้วยเสียงหอนรัวคลุ้มคลั่ง แล้วเราก็บินขึ้นจากพื้นน้ำแข็ง  เบนทิศไปทางตะวันตกเฉียงใต้มุ่งหน้าสู่ค่ายพักแรมบนปลายจะงอยด้านเหนือสุดของเกาะแบฟฟิน ประเทศแคนาดา ห่างจากอ่าวฮัดสันขึ้นไปทางเหนือราว 1,100 กิโลเมตร ภายในไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า  ในฤดูร้อนทิวทัศน์งดงามเยี่ยงนี้คงไม่มีให้เห็นอีกแล้ว อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตรงนี้เมื่อโลกร้อนขึ้น น้ำแข็งทะเลในฤดูร้อนและสรรพชีวิตทั้งมวลที่ปรับตัวได้อย่างยอดเยี่ยม ตั้งแต่หมี แมวน้ำ […]

นักวิจัยไทยถึงขั้วโลกเหนือแล้ว พบน้ำทะเลขั้วโลกอุ่นขึ้น 5 องศาฯ

ทีมนักวิจัยไทยดำน้ำสำรวจขั้วโลกเหนือ พบวิกฤติโลกร้อน ทำพฤติกรรมการกินของสัตว์เปลี่ยนไป สาหร่าย แมงกะพรุนเพิ่มจำนวนขึ้น และพบขยะพลาสติก