เปลี่ยนห้องขังที่ว่างเปล่าให้เป็นบ้านของผู้อพยพ - National Geographic Thailand

เปลี่ยนห้องขังที่ว่างเปล่าให้เป็นบ้านของผู้อพยพ

เปลี่ยนห้องขังที่ว่างเปล่าให้เป็นบ้านผู้อพยพ

เมื่อวิกฤติการณ์ผู้อพยพในยุโรปเริ่มขึ้นเมื่อปี 2015 มุฮัมมัด มุเฮเซน ช่างภาพของสำนักข่าวเอพี ตัดสินใจรอคอยบนชายหาดในประเทศกรีซ เฝ้ามองคลื่นผู้ลี้ภัยหลั่งไหลมาจากซีเรีย ตะวันออกกลาง และบางส่วนของแอฟริกาที่ย่อยยับจากสงคราม “คนส่วนใหญ่คิดว่า เมื่อผู้ลี้ภัยมาถึง เรื่องราวก็จบสิ้นลง แต่สำหรับผม นั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวครับ” เขาบอก

มุเฮเซนเน้นการเก็บภาพในเนเธอร์แลนด์ ประเทศที่ทั้งเต็มใจจะรับผู้อพยพและกำลังลดระดับอาชญากรรมลง ห้องขังว่างเปล่าจำนวนมากทำให้รัฐบาลเนเธอร์แลนด์มองหาวิธีใช้ประโยชน์อื่นๆ ดังนั้นพวกเขาจึงเริ่มให้ผู้อพยพเข้าไปอยู่ในนั้น ที่เรือนจำ Bijlmerbajes ในกรุงอัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ ผู้ลี้ภัยที่เหนื่อยล้ากว่า 600 คนได้รับเตียงนอน อาหารอุ่นๆ และหลังคาคุ้มศีรษะ ทั้งหมดเป็นสิ่งชั่วคราว จนกว่าพวกเขาจะได้ที่อยู่อาศัยในเนเธอร์แลนด์ ได้อยู่ในบ้านที่แท้จริง และมีงานทำ

(ผลการศึกษาใหม่ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศจะยิ่งขับให้วิกฤติผู้อพยพย่ำแย่ลง)

ตลอดปีที่ผ่านมา มุเฮเซนกลับไปเรือนจำ Bijlmerbajes เป็นครั้งคราวเพื่อถ่ายภาพชีวิตครอบครัวในนั้น ทั้งช่วงเวลาที่เคร่งเครียด ช่วงเวลาเล่นสนุก และการหมดความอดทนในการรอคอยการตัดสินใจครั้งต่อไปของรัฐบาลที่จะทำให้พวกเขามีชีวิตใหม่ ล้วนเผยให้เห็นเบื้องหน้ากล้องถ่ายภาพของเขา สิ่งเดียวที่ดูเหมือนไม่ได้สร้างปัญหาให้ใครเลยก็คือสถานที่ “เราไม่สนใจหรอกค่ะ” หญิงคนหนึ่งบอกเขาถึงการใช้ชีวิตในที่ซึ่งเคยเป็นเรือนจำ “สิ่งสำคัญก็คือเราปลอดภัย”

เรื่อง แดเนียล สโตน

ภาพถ่าย มุฮัมมัด มุเฮเซน

บ้านผู้อพยพ
เด็กหญิงชาวซีเรีย (จากซ้าย) Shahd Alamar วัย 8 ขวบ, Lana Alkhawaja วัย 9 ขวบ, Maya Alamar วัย 4 ขวบ (ถือลูกโป่ง), Amal Sakkal วัย 8 ขวบ และ Hala Alhalaby วัย 8 ขวบ เล่นอยู่ในทางเดินที่อดีตเรือนจำ Bijlmerbajes ในกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์
Photograph by Muhammed Muheisen, AP
บ้านผู้อพยพ
Bacardi Zouberou วัย 25 ปี ผู้อพยพจากแคเมอรูน นั่งอยู่ในทางเดินตรงข้ามห้องของเขาที่อดีตเรือนจำ Bijlmerbajes ในกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์
Photograph by Muhammed Muheisen, AP
บ้านผู้อพยพ
ผู้ลี้ภัยและผู้อพยพเล่นฟุตบอลกันที่อดีตเรือนจำ Bijlmerbajes ในกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์
Photograph by Muhammed Muheisen, AP
บ้านผู้อพยพ
เด็กหญิงผู้ลี้ภัยชาวซีเรียกลุ่มหนึ่งเล่นชิงช้ากันในสนามของอดีตเรือนจำ Bijlmerbajes ในกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ความที่อาชญากรรมในเนเธอร์แลนด์ลดลง ประเทศนี้จึงมองหาวิธีใหม่ๆเพื่อใช้ประโยชน์จากเรือนจำ
Photograph by Muhammed Muheisen, AP
บ้านผู้อพยพ
Naya Mahmoud วัย 20 เดือน ผู้ลี้ภัยจากเมืองอะเลปโป ประเทศซีเรีย หลับปุ๋ยอยู่ในเตียงเด็กภายในห้องของครอบครัวเธอที่อดีตเรือนจำ Bijlmerbajes ในกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์
Photograph by Muhammed Muheisen, AP
บ้านผู้อพยพ
ชายชาวซีเรียผู้ลี้ภัยกับลูกชายสูบยาสูบอยู่ในสนามของอดีตเรือนจำ Bijlmerbajes ในกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์
Photograph by Muhammed Muheisen, AP

 


 

สำรวจความสุข : ผู้ลี้ภัย


 

บ้านผู้อพยพ
Aimable Nasbimana วัย 37 ปี (คนขวา) ผู้อพยพจากบุรุนดี สอน Prosper Baseka วัย 37 ปี เพื่อนชาวคองโกของเขา ขี่จักรยานในสนามที่อดีตเรือนจำ Bijlmerbajes ในกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์
Photograph by Muhammed Muheisen, AP
บ้านผู้อพยพ
เด็กชายสี่พี่น้องซึ่งเป็นผู้อพยพจากเมืองบานิยาส ประเทศซีเรีย (จากขวา) ได้แก่ Izzeldein Moustafa วัย 6 ขวบ, Abdulrahman วัย 10 ปี, Ahmad วัย 12 ปี และ Amir วัย 8 ขวบ เล่นเกมฟุตบอลโต๊ะในทางเดินที่อดีตเรือนจำ Bijlmerbajes ในกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์
Photograph by Muhammed Muheisen, AP

 

เรื่องแนะนำ

เสามังกร: ความภาคภูมิแห่งลูกหลานชาวจีนโพ้นทะเล

ภารกิจตามรอยบรรพชนของสมาชิกตระกูลเซียว หรือ "สีบุญเรือง" สู่บ้านเกิดของบรรพชนในอำเภอหนานจิ้ง มณฑลฝูเจี้ยน พร้อมร่วมประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ "ยกเสามังกร" เพื่อเป็นเกียรติแก่ ดร.อรรชกา สีบุญเรือง

เยือนหลุมหลบภัยลับสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง

เยือนหลุมหลบภัยลับสมัย สงครามโลกครั้งที่สอง อดีตอันลึกลับของสวิตเซอร์แลนด์ยังคงหลงเหลือมาจนถึงทุกวันนี้ โดยฝังตัวซ่อนเร้นอยู่ในเทือกเขาและเชิงเขาของภูมิทัศน์ที่ภายนอกดูงดงามไร้พิษภัย หลุมหลบภัยในอุโมงค์นับพันแห่งเป็นป้อมปราการทางกลยุทธ์ในการต่อต้านการรุกรานของฮิตเลอร์ ซึ่งรู้จักกันในนามกลยุทธ์ “เดฟองส์ดูเรดุย” (Defense du Réduit หรือภาษาอังกฤษคือ Swiss National Redoubt) หลุมหลบภัยเหล่านี้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่หลบภัยของผู้บังคับบัญชาของกองทัพและรัฐบาลในกรณีที่มีการรุกราน วอร์รูม (war room) หรือห้องประชุมในภาวะไม่ปกติเหล่านี้มีการใช้งานมาจนถึงปลายศตวรรษที่ยี่สิบ และเป็นความหวังสุดท้ายของสวิตเซอร์แลนด์ในการหาทางรอด ทว่าสิ่งที่ทำให้เรโต สเตอร์คี ช่างภาพ ต้องการไปเก็บภาพสิ่งที่เขาเรียกว่า “ความลี้ลับแห่งขุนเขาสวิส” คือความลึกลับ หาใช่ประวัติศาสตร์ เขาเคยเล่นอยู่ตรงริมแม่น้ำตรงเชิงเขาเทือกเขาแอลป์ และเห็นซากของหลุมหลบภัยหลุมหนึ่งโผล่พ้นน้ำขึ้นมา “มันดูเหมือนหินกลมมนใหญ่ก้อนหนึ่ง เพียงแต่สิ่งที่โผล่ขึ้นมากลับเป็นปืนกล” สเตอร์คีบอกเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก “ผมรู้สึกประมาณว่า นั่นมันอะไรกันน่ะ มีอะไรอยู่ข้างในกันนะ” แต่เขาถูกผู้ใหญ่ห้ามไม่ให้ไปยุ่มย่ามแถวนั้นอีก หลายปีต่อมา โลกที่ซ่อนเร้นอยู่ก็เผยกายให้เขาเห็น ในตอนที่เขามีอายุได้ 20 ปีและเป็นทหาร ในช่วงการฝึก จ่าคนหนึ่งบอกพลทหารให้ไต่ลงไปตามบันไดที่อยู่เชิงเขา “เราลงไปสัก 300 ขั้นได้ และพบว่าตัวเองอยู่ข้างในภูเขาแล้ว” สเตอร์คีบอก เขาไม่ได้เห็นแสงเดือนแสงตะวันอยู่นานสามสัปดาห์ด้วยกัน “ผมจำได้ว่าหลงทางกับเพื่อนๆ ใช้เวลาสี่หรือห้าวันนี่แหละครับกว่าจะรู้ผังของอุโมงค์ คิดดูก็แล้วกันว่าใหญ่ขนาดไหน คุณไม่มีทางรู้เวลาได้เลย แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอกครับ” […]

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.