ท่องเที่ยงเชิงวัฒนธรรม สนับสนุนชุมชนอย่างยั่งยืนที่บ้านโบอ่อง ส่องธรรมชาติรอบเขื่อนวชิราลงกรณ

ทริปนี้พวกเรา มาพร้อมกับเพจ ‘ม่วงมหากาฬพาเที่ยว’ ชักชวนกันไปเที่ยวเขื่อนวชิราลงกรณ หรือ เขื่อนเขาแหลม (เดิม) แบบไปให้ไกลและทำอะไรที่มากกว่าแค่มานอนกางเต็นท์ชมธรรมชาติริมตลิ่งเฉย ๆ

นอกจากนอนเต็นท์ในคืนฝนพรำจนถึงเช้า (ชื้นนิด ๆ แต่ว่าตอนเช้าตื่นมาอากาศดีสุด ๆ) คืนต่อมาเราขอเปลี่ยนไปนอนแพบ้าง เพื่อง่ายต่อการพายคายัคไปดูพระอาทิตย์ตกจากกลางเขื่อน แล้วปิดท้ายทริปนี้ด้วยการลงเรือล่องท่องวัฒนธรรม เที่ยวบ้านโบอ่องที่อยู่ลึกเข้าไปช่วงกลางเขื่อนวชิราลงกรณ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยว Unseen ของกาญจนบุรี
.
#กางเต็นท์ริมน้ำที่วังปะโท่

บนทางหลวงหมายเลข 3272 ขับมาทางปิล็อกในระยะทางประมาณ 19 กิโลเมตร หรือราว 20 นาที จากตัวอำเภอทองผมภูมิ เราก็มาถึงจุดกางเต็นท์บรรยากาศดีและสงบเงียบริมทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณ ชื่อว่า ‘หน่วยห้วยเขย่ง’ หรือ ‘วังปะโท่’ ซึ่งมีลักษณะเป็นเนินสูงและลานกว้างอยู่ภายใต้การดูแลของอุทยานแห่งชาติเขาแหลม

พวกเราเลือกจุดกางเต็นท์ใกล้กับบ้านพักของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นจุดที่มองเห็นทั้งภูเขาและอ่างเก็บน้ำได้ชัด (ที่จริงวิวส่วนใหญ่ก็เห็นทั้งเขาและเขื่อนนั่นแหละ) แต่เราเลือกจุดนี้ด้วยสองเหตุผล หนึ่งคือสวยโดนใจ กับสองคือใกล้กลับท่าน้ำเพื่อง่ายต่อการนำเรือคายัคลงไปพายในอ่างเก็บน้ำ สำหรับสายกิจกรรมทางน้ำแล้ว ที่นี่นับว่าทำเลเหมาะมากหากใครมีเรือคายัคหรือ SUP ติดรถมาด้วย
.
ลานกางเต็นท์ที่นี่มีหลายมุมและสามารถรองรับจำนวนเต็นท์ได้ราว 60 จนถึง 80 หลัง (ในช่วงสถานการณ์ปกติ) ภายในพื้นที่มีห้องอาบน้ำและสุขาแยกส่วนชาย-หญิงจากกันให้บริการ สะดวกสบายมาก

ในช่วงฤดูฝนที่เรามาครานี้ เมฆหมอกจะลอยฟุ้งปกคลุมยอดเขาตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงเที่ยงวัน (ในบางวัน) หรือหลังช่วงเวลาที่ฝนหยุดตก ที่นี่จึงอากาศเย็นสบาย จิบกาแฟชิลมาก แต่ตัวก็จะชื้น ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง
.
#นอนแพแช่น้ำกลางเขื่อนเขาแหลม

วันที่สองเราตกลงกันว่าจะเปลี่ยนบรรยากาศไปนอนแพ ซึ่งแพที่เราไปเลือกค้างแรมนี้ชื่อว่า แพมังกรหยก มีห้องนอน 4 ห้อง พร้อมห้องน้ำในตัว รองรับจำนวนผู้เข้าพักได้มากกว่า 10 คนสบาย ๆ มีบริการเรือหางยาวคอยรับส่งจากฝั่งไปยังแพ และส่งอาหารสองมื้อ คืออาหารพื้นถิ่นในมื้อค่ำ กับข้าวต้มร้อน ๆ ในมื้อเช้า

แพที่เรานอน มีแพลากที่สามารถแยกส่วนออกจากตัวบ้านได้ ตกเย็นเรือลำเดียวกันกับที่รับเรามาจากตลิ่งก็จะลากแพของเราไปยังจุดที่สามารถมองพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุด หรือไปในจุดใดตามใจเราก็ได้ (แบบไม่ไกลเกินไปนะ) ได้อยู่กลางเขื่อนทั้งที จะไม่ลงน้ำเลยก็ใช่เรื่อง พวกเราจึงใช้เวลาช่วงเย็นที่ฟ้าเป็นใจพายเรือคายัคและ SUP อย่างหนำใจจนฟ้ามืด
.
#ล่องเรือท่องวัฒนธรรมบนเกาะซ้อนเกาะที่บ้านโบอ่อง
.
วันสุดท้ายจุดหมายของเราคือการไปปั่นจักรยานเสือภูเขาเที่ยวรอบหมู่บ้านโบอ่อง หมู่บ้านชาวกระเหรี่ยงพุทธกลางเขื่อนวชิราลงกรณที่เราต้องนั่งเรือเข้าไปอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีถนนสำหรับรถยนต์ตัดผ่าน มีเพียงเส้นทางเดินผ่านป่าเชื่อมต่อกับเขตพื้นที่อำเภอสังขละบุรี ที่ต้องอาศัยผู้ที่มีความชำนาญในเส้นทางนำไปเท่านั้นเช่นกัน

จุดท่าขึ้นเรือไปหมู่บ้านโบอ่อง

นอกจากนี้อีกหนึ่งสถานที่เที่ยวแบบ Unseen ของหมู่บ้านที่เราแนะนำว่าไปแล้วไม่ควรพลาดไปชมโดยเฉพาะชายหนุ่มคือ ‘เจดีย์พระธาตุโบอ่อง’ เจดีย์ทรงมอญที่ตั้งอยู่กลางเกาะหินปูนซึ่งล้อมรอบด้วยบึงบัวขนาดใหญ่ ส่วนหนึ่งของวัดพระธาตุโบอ่องอันเก่าแก่ และเป็นวัดแห่งเดียวของหมู่บ้านที่มีตำนานเล่าขานกันว่า ครั้งหนึ่งเคยมีสตรีเดินข้ามสะพานไปสู่เจดีย์บนยอดเขาจนทำให้น้ำในบึงแห้งเหือด และกลายเป็นที่มาของความเชื่อและข้อห้ามไม่ให้ผู้หญิงเดินข้ามสะพานอย่างเด็ดขาดในเวลาต่อมาจนถึงปัจจุบัน

การไปเที่ยวเขื่อนวชิราลงกรณ แบบไปให้ไกลและทำอะไรที่มากกว่าแค่มานอนกางเต็นท์ชมธรรมชาติริมตลิ่ง เป็นส่วนหนึ่งในโปรเจ็กต์พิเศษที่บ้านและสวน Explorers Club ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ชักชวน 10 บล็อกเกอร์สายท่องเที่ยว ออกไปประสบ ‘กาญจน์’ ใหม่ กับ 12 หมุดหมายสำคัญด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อสัมผัสประสบการณ์หาจุดกางเต็นท์ ปีนเขา วิ่งเทรล ปั่นจักรยาน พายเรือคายัค และอีกหลากหลายกิจกรรมใน 5 อุทยานแห่งชาติ 2 เขื่อน 5 แม่น้ำ ที่จะทำให้การออกจากบ้านเที่ยวนี้ได้อะไรกลับมามากกว่าที่คิด ติดตามอ่านเรื่องราวทั้งหมดได้ทุกวันอังคารและศุกร์ ต่อเนื่องไปทุกสัปดาห์ ตลอดเดือนกันยายน ตุลาคม และพฤศจิกายนนี้
.
EXPLORERS: บาส, เฟี้ยต, ต้น, ปิง, นัท, หมวย และเพจม่วงมหากาฬพาเที่ยว
.
#ไปไงมาไง
.
สำหรับค่าเข้าพื้นที่และจอดรถจุดกางเต็นท์ริมเขื่อนที่วังปะโท่ ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ 40 บาท ค่าธรรมเนียมกางเต็นท์ 30 ต่อคน ต่อคืน ส่วนรถยนต์คันละ 40 บาท ส่วนใครอยากค้างแรมเพิ่มอีก ก็จ่ายเพิ่มตกคืนละ 30 บาท สนใจติดต่ออุทยานแห่งชาติเขาแหลม โทร. 0-3451-0431 แผนที่จุดกางเต๊นท์วังปะโท่ https://goo.gl/maps/FT63Mq7qziCc2oaY9
.สนใจนอนแพแช่น้ำกลางเขื่อนกับแพมังกรหยก ติดต่อได้ที่โทร. 09-8562-9216 หรือ Facebook: แพมังกรหยก กาญจนบุรี
.ติดต่อล่องเรือเที่ยวบ้านโบอ่อง โทร. 09-2319-0508 (ครูฐิติพงศ์ โรงเรียนโบอ่อง)
.
#ขอขอบคุณ
.Thailandoutdoor Shop พันธมิตรที่ดีกับสุดยอดน้ำใจที่เอื้อเฟื้อเรือคายัค รวมถึงอุปกรณ์แคมปิ้งครบครันสารพัดให้พวกเราได้หยิบยืมกันตลอดทริปนี้ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 09-0927-7897 หรือที่เว็บไซต์ www.thailandoutdoorshop.com
.ขอบคุณ Paddle More Thailand – พาย SUP กาญจนบุรี ติดต่อได้ที่โทร. 08-5299-8329 เว็บไซต์ https://www.paddlemorethailand.com และเฟซบุ๊ค https://www.facebook.com/PaddleMoreTh
.
และขอบคุณ นายอินทร์ (www.naiin.com) ที่ร่วมส่งมอบหนังสือดี ๆ ให้กับเด็ก ๆ และชาวบ้านในหมู่บ้านโบอ่อง ได้อ่านหนังสือที่มีความรู้หลากหลายทาง ทั้งเกษตร เพาะปลูก ความรู้รอบตัว ฯลฯ

เรื่องแนะนำ

งานวิจัยชิ้นใหม่เปิดเผยว่า ดวงจันทร์อาจมีน้ำมากกว่าที่เคยคิดกันมาก

ดวงจันทร์อาจมีน้ำมากกว่าที่เคยคิดกัน เป็นข้อสรุปที่ได้จากการวิเคราะห์ผลึกแก้วภูเขาไฟขนาดเล็กจิ๋วที่หลงเหลือจากการปะทุของภูเขาไฟครั้งบรรพกาล ผลึกแก้วที่เกิดขึ้นตามธรรมชาตินี้ถูกรวบรวมไว้ตั้งแต่ภารกิจของยานอะพอลโล 15 และ 17 ในช่วงทศวรรษ 1970 ซึ่งยานทั้งสองลงจอดใกล้เขตที่มีกิจกรรมภูเขาไฟบนดวงจันทร์ ผลึกแก้วนี้ก่อตัวขึ้นเมื่อแมกมาหรือหินหนืดปะทุขึ้นสู่พื้นผิวและเย็นตัวลงอย่างรวดเร็วจนน้ำถูกกักไว้ภายใน อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์ยังไม่มั่นใจว่า ตัวอย่างที่ได้จากภารกิจอะพอลโลมีลักษณะเฉพาะ หรือพบได้จากธารลาวาแห่งอื่นๆ บนพื้นดวงจันทร์ด้วย ในผลการศึกษาชิ้นใหม่ที่เพิ่งตีพิมพ์ในวารสาร Nature Geoscience นักวิทยาศาสตร์ทำการวิเคราะห์ตัวอย่างที่ได้จากภารกิจอะพอลโลซ้ำอีกครั้ง  ร่วมกับการใช้ข้อมูลล่าสุดจากดาวเทียมเพื่อมองหาร่องรอยของแก้วภูเขาไฟที่มีน้ำอยู่ภายในจากบริเวณอื่นๆ ของดวงจันทร์  พวกเขาพบว่า แท้จริงแล้วตะกอนภูเขาไฟกระจายตัวเป็นบริเวณกว้างซึ่งบ่งชี้ว่า ใต้พื้นผิวดวงจันทร์อาจ ชุ่มชื้นมากกว่าที่เคยเชื่อกัน แอนโทนี โคลาพรีต นักวิทยาศาสตร์จากนาซา ผู้วิเคราะห์รายงานชิ้นนี้บอกว่า “ข้อเท็จจริงที่พวกเขาพบลักษณะภูมิประเทศที่มีความเกี่ยวข้องกับแก้วภูเขาไฟบอกเราว่า พื้นผิวชั้นในของดวงจันทร์มีน้ำอยู่พอสมควร ตอนที่เกิดการปะทุของภูเขาไฟเหล่านี้” คำถามหนึ่งที่หลายคนสงสัยคือ เราเคยพบน้ำบนดวงจันทร์ก่อนหน้านี้ไหม? คำตอบคือ ใช่ แต่ก็เพิ่งเมื่อไม่นานมานี้เอง นักวิทยาศาสตร์เคยเชื่อว่า ดวงจันทร์ทั้งดวงนั้นแห้งผาก แต่เมื่อปี 2008 นักวิทยาศาสตร์ทำการวิเคราะห์ตัวอย่างผลึกแก้วภูเขาไฟจากภารกิจอะพอลโล และค้นพบร่องรอยแรกของน้ำ จากจุดนั้นเป็นต้นมา การค้นพบน้ำบนดวงจันทร์ก็พรั่งพรู ในปี 2009 องค์การนาซาส่งจรวดและดาวเทียมขึ้นไปตกกระทบหุบอุกกาบาตแห่งหนึ่งบนขั้วใต้ของดวงจันทร์ โดยหวังจะพบหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับน้ำ การตกกระทบในครั้งนั้นเผยร่องรอยบางอย่างเกี่ยวกับน้ำแข็งและไฮดรอกซิล ซึ่งเป็นโมเลกุลไวต่อปฏิกิริยาและมีความเกี่ยวข้องกับน้ำ และในปี 2010 นักวิทยาศาสตร์ทำการวิเคราะห์ตัวอย่างหินอื่นๆ ที่ได้จากดวงจันทร์ […]

8 สิ่งน่าจับตามองในพิธีเสกสมรสเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร์เคิล

การแต่งงานของสมาชิกราชวงศ์อังกฤษมักเป็นที่สนใจของทั่วโลก นี่คือ 8 ธรรมเนียมปฏิบัติที่ควรจับตามองในพิธีเสกสมรสระหว่างเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร์เคิล

ชีวิตตกค้างระหว่างอดีตกับปัจจุบันบนเกาะในสก็อตแลนด์

เรื่อง : เย หมิง ภาพถ่าย : เลติเชีย วองกง ถ้าลองเสิร์ชชื่อ “Western Isles” หรือที่รู้จักกันว่า “Outer Hebrides” จะพบภาพชวนฝันเต็มไปหมด เขตดังกล่าวถูกเอเจนซีท่องเที่ยวแปะยี่ห้อให้เป็นสวรรค์ด้วยชายฝั่งทะเลห่างไกลใต้ฟ้ากว้าง ที่นี่ยังเป็นเพียงสถานที่ไม่กี่แห่งที่คนยังพูดภาษาเกลิกเป็นหลัก  เมื่อได้ยินกิตติศัพท์ดังกล่าว เลติเชีย วองกง ช่างภาพฝรั่งเศสต้องแปลกใจเมื่อเธออ่านหนังสืออัตชีวประวัติของนักเขียนชาวสก็อต เควิน แมคนีล เรื่อง The Stornoway Way ที่ผู้เขียนวาดภาพ “เกาะตะวันตก” ว่าเป็นสถานที่โดดเดี่ยวที่ผู้คนต้องดิ้นรนกับโรคพิษสุราเรื้อรังและความอลหม่าน  ความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงที่บรรยายไว้ในหนังสือเล่มดังกล่าวกับในแผ่นพับท่องเที่ยวที่พาให้วองกงเดินทางไปยังเกาะเหล่านั้นหลายครั้งหลายครา วองกงพยายามทิ้งภาพในใจเกี่ยวกับเกาะเหล่านี้และพยายามเข้าใจความเป็นไปของชุมชนให้ได้มากที่สุด  การเดินทางด้วยการพักฟรีตามบ้านแบบ couch-surfing ทำให้เธอได้พบกับหนุ่มสาวชาวสก็อตรุ่นใหม่อายุ 18-35 และชวนพวกเขามาถ่ายภาพ  สำหรับวองกงการฟังเสียงสะท้อนจากบุคคลที่เธอถ่ายภาพเป็นเรื่องสำคัญ  “สิ่งสำคัญคือพวกเขารู้สึกภาพพอร์เทรตเหล่านี้สื่อความหมายแทนชีวิตของชีวิตบนเกาะได้” วองกงกล่าว เจ้าบ้านที่เธอไปพำนักคนหนึ่งสร้างแรงบันดาลใจให้เธอทำโปรเจ็กต์ “At the End of the Day” ซึ่งมาจากวลีภาษาเกลิก “Aig deireadh an latha”  ซึ่งคนท้องถิ่นใช้เพื่อสะท้อนถึงวันที่ผ่านมาและมองไปข้างหน้าในขณะเดียวกัน  วองกงพบว่าหลังจากใช้เวลา 2 […]