ยาคุตสค์ เมืองหนาวที่สุดในโลก - National Geographic Thailand

ยาคุตสค์ เมืองหนาวที่สุดในโลก

ยาคุตสค์ เมืองหนาวที่สุดในโลก

ตลอดช่วงสามเดือนในฤดูหนาว อุณหภูมิเฉลี่ยของเมืองยาคุตสค์จะอยู่ที่ราว -40 องศาเซลเซียส เมืองยาคุตสค์ตั้งอยู่ทางตะวันออกของภูมิภาคไซบีเรีย ในรัฐซาฮา ของรัสเซีย และได้ชื่อว่าเป็นเมืองหนาวที่สุดในโลก แน่นอนว่าสถานที่อื่นมีอุณหภูมิที่สุดขั้วรุนแรงกว่า ยกตัวอย่าง หมู่บ้านโอมยาคอนที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเมืองนี้ไป 925 กิโลเมตร ซึ่งมีผู้อยู่อาศัยประมาณ 500 คน อุณหภูมิหนาวเย็นที่สุดที่เคยวัดได้อยู่ที่ -88 องศาเซลเซียส หรือแม้แต่ในทวีปแอนตาร์กติกาซึ่งในฤดูหนาวจะมีอุณหภูมิประมาณ -76 องศาเซลเซียส แต่ทั้งสองสถานที่ก็ไม่ได้มีสรรพสิ่งเพียบพร้อมในฐานะ “เมือง” เช่นยาคุตสค์ เมืองแห่งนี้มีผู้อยู่อาศัยมากถึง 280,000 คน เนื่องจากในฤดูหนาวพื้นดินจะเย็นจนเป็นน้ำแข็ง ดังนั้นแล้วอาคารส่วนใหญ่จึงถูกสร้างให้ยกขึ้นสูงอีกชั้นหนึ่งจากพื้นดิน

อย่างไรก็ตามลึกลงไปที่ใต้ผืนดินของเมืองนี้คือขุมสมบัติอันมีค่า ที่แม้แต่อากาศอันหนาวเหน็บก็ไม่ใช่อุปสรรค เมืองแห่งนี้คือสถานที่ตั้งของเหมืองเพชรที่มีการผลิตเพชรคิดเป็นสัดส่วนถึง 1 ใน 5 ของโลก นอกจากนั้นยังผลิตก๊าซธรรมชาติ, น้ำมัน, ทองคำ, เงิน และแร่อื่นๆ อีกมากมาย

ยาคุตสค์
คนๆ หนึ่งยืนอยู่ยังหัวมุมถนนของเมืองยาคุตสค์ ช่างภาพมีเวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้นในการทำงาน เนื่องจากในอุณหภูมิที่ติดลบมากขนาดนี้กล้องของเขาจะไม่ทำงานและฟิล์มที่ใช้จะแตกหักได้
ยาคุตสค์
ไม่มีปัญหากับการเก็บรักษาปลาท่ามกลางสภาพอากาศอันหนาวเหน็บ ปลาจำนวนมากถูกปักวางเรียงรายไม่ต่างจากช่อดอกไม้ในตลาด
ในเมืองยาคุตสค์ จะออกไปไหนต้องวางแผนอย่างรอบคอบ

 

(ความหนาวเหน็บใช่ว่าจะมาพร้อมกับความเงียบเหงาเสมอไป ชมความสวยงามท่ามกลางความหนาวเย็น)

ในปี 2013 Steeve Iuncker ช่างภาพผู้เติบโตในบริเวณเทือกเขาแอลป์ ของสวิสเซอร์แลนด์ (สถานที่ซึ่งอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ -4 องศาเซลเซียสในช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์) ตัดสินใจเดินทางไปเป็นประจักษ์พยานความหนาวยังสถานที่แห่งนี้ ตัวเขาต้องการรู้ว่าอุณหภูมิที่ติดลบมากขนาดนั้นจะส่งผลอย่างไรต่อร่างกาย, จิตวิญญาณ และสังคม เมื่อเดินทางถึงยังสนามบินเขาโทรศัพท์หาลูกสาวของเจ้าของที่พักที่ติดต่อไว้ให้มารับ ซึ่งเธอตรวจเช็คเขาทุกอย่างตั้งแต่หัวจรดเท้า รวมไปถึงตรวจเช็คด้วยว่าเขาได้นำหมวก, ถุงมือ, ผ้าพันคอ และรองเท้าบู๊ทที่จะป้องกันความหนาวได้เพียงพอมาหรือไม่

“ใครจะไปคิดว่าแค่เดินออกจากบ้านไปโบกรถจะกลายเป็นเรื่องอันตรายได้” ช่างภาพหนุ่มกล่าว เพราะวิถีชีวิตในเมืองยาคุตสค์ การจะออกไปข้างนอกคุณต้องวางแผนอย่างรัดกุม ชาวเมืองไม่แวะสถานที่ที่ไม่ได้ตั้งใจไป ไม่เดินดูข้าวของเตร็ดเตร่ “ความหนาวบงการชีวิตเราทุกอย่าง” Iuncker กล่าวเสริม “หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ วิธีการที่คุณตอบสนองต่อความหนาวนั่นแหละเป็นตัวกำหนด”

หมอกหนาปกคลุมอาคารของเมือง
บ้านไม้แบบชาวไซบีเรียตั้งอยู่ติดกับเขตก่อสร้าง แม้ว่าอากาศจะหนาวเย็น แต่เศรษฐกิจของเมืองยังคงแข็งแรง เมืองนี้คือสถานที่ผลิตเพชรเป็นจำนวนมากถึง 1 ใน 5 ของโลก นอกจากนั้นยังมีทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ เช่น แก๊สธรรมชาติ, น้ำมัน, ทองคำ, เงิน เป็นต้น
หญิงคนหนึ่งบนรถโดยสารประจำทางห่อหุ้มร่างกายด้วยเสื้อผ้าหลายชั้น

Iuncker สังเกตเห็นชาวเมืองแวะเยี่ยมเยียนกันบ่อยครั้งมาก ซึ่งแต่ละครั้งใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น “พวกเขาจะเข้ามาถอดเสื้อคลุมชั้นนอกออก จิบชาร้อนๆ กินขนมปังกับแยม ก่อนจะสวมเสื้อคลุมและกลับออกไปข้างนอกราวกับว่าเพื่อนบ้านเป็นจุดแวะพักระหว่างทางของพวกเขา” Iuncker เองก็ต้องปรับการทำงานของเขาให้เข้ากับสภาพแวดล้อมเช่นกัน กล้องที่เขาใช้คือ กล้อง Rolleiflex แบบเลนส์คู่ แต่ด้วยสภาพอากาศนั้นเอื้อให้เขาถ่ายภาพได้เพียงครั้งละไม่เกิน 15 นาทีเท่านั้น ก่อนที่เครื่องมือจะกลายเป็นน้ำแข็งและม้วนฟิล์มจะแข็งจนแตกหักเอา รวมไปถึงนิ้วของเขาด้วยที่ชาจนแทบไม่รู้สึกระหว่างการทำงาน

 

(เมืองไหนๆ ก็มีสมญานาม แต่กรุงไคโรกลับขึ้นชื่อเรื่องขยะ)

เมื่อไม่มีใครอยู่ข้างนอกนาน การปรากฏตัวของมนุษย์ในภาพถ่ายของเขาจึงเป็นสิ่งพิเศษ ชาวเมืองยาคุตสค์ห่อหุ้มตนเองด้วยเสื้อขนสัตว์หนาปรากฏกายดังนักสำรวจท่ามกลางสรรพสิ่งที่เคลือบไปด้วยน้ำแข็ง แต่อย่าเผลอหลงระเริงว่านี่คือแดนมหัศจรรย์เข้าเชียว “มันง่ายมากเลยครับที่จะหลงทาง เมื่อคุณมองเห็นข้างหน้าได้ในระยะไม่เกินสิบเมตร แถมถนนยังดูคล้ายกันไปหมด” และสิ่งสุดท้ายที่คุณต้องการจะให้เกิดขึ้นคือ หิมะกัด เมื่อคุณอยู่ข้างนอกนานไป

ชุดภาพถ่ายของ Iuncker เป็นหนึ่งในโปรเจคภาพถ่าย “record city” ของเขา โปรเจคที่ใช้เวลาในการเยือนเมืองที่น่าสนใจเป็นเวลา 10 วัน ด้วยงบประมาณเท่าๆ กัน ก่อนหน้านี้เขาเคยไปเยือนยังกรุงโตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่นมาแล้ว (เมืองที่มีประชากรมากที่สุด) รวมถึงเมืองอาห์วาซในอิหร่าน (เมืองที่มีมลพิษมากที่สุด) โปรเจคนี้มุ่งเป้าสำรวจว่าตัวเขาจะตอบสนองอย่างไรต่อสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวที่แตกต่างกันไปในแต่ละเมือง เขาจะพักในโรงแรมไหม? มีเวลาแค่ไหนสำหรับการออกไปเดินเตร็ดเตร่ข้างนอก? เมืองนั้นๆ ส่งผลกระทบต่อการทำงานของเขาอย่างไร? “ใช่ครับ ผู้คนในไซบีเรียก็รู้สึกหนาวไม่ต่างจากเรา เพียงแต่ว่าพวกเขามีวิธีการเตรียมตัวและรับมือที่ดีกว่า” เขากล่าว

เรื่อง Laurence Butet-Roch

ภาพถ่าย Steeve Iuncker

ชิงช้าสวรรค์ปิดให้บริการจนกว่าวันที่อบอุ่นจะกลับมาอีกครั้ง
ร้ายขายของมอบสีสันสดใสให้แก่เมืองที่เต็มไปด้วยสีขาวและดำนี้
ร้านอาหารเล็กๆ เป็นสถานที่ให้ผู้คนหลีกหนีจากความหนาวเย็นด้านนอก
อนุสาวรีย์ของเลนิน ตั้งอยู่กลางจัตุรัสเลนินของเมือง
ช่างภาพสังเกตเห็นว่าผู้คนมักแวะเยี่ยมเยียนเพื่อนบ้าน แต่ใช้เวลาเพียงสั้นๆ เท่านั้น

 

อ่านเพิ่มเติม

ชุดภาพถ่ายเมืองรีสอร์ตร้างในสหรัฐอเมริกา

เรื่องแนะนำ

แรงงานขนอิฐ เบื้องหลังอุตสาหกรรมก่อสร้างอันรุ่งเรืองในอินเดีย

เรื่องราวของ แรงงานอินเดีย นับล้านคนผู้กระเสือกกระสนในอุตสาหกรรมโรงอิฐฝุ่นคลุ้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานใช้หนี้ จึงต้องตรากตรำทำงานอันยากลำบากนี้ต่อไป พื้นที่ใกล้เมืองธุบรี (Dhubri) ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐอัสสัม (Assam) ประเทศอินเดีย บริษัทอิฐเอบีซีที่ตั้งอยู่ใกล้ริมตลิ่งแม่น้ำพรหมบุตรมีไอน้ำคลุ้ง อันเป็นบรรยากาศเช่นเดียวกับโรงทำอิฐอีกราวสองแสนโรงทั่วอินเดีย ชาซิมา คาธุม หญิงสาววัย 24 ปี มีชะตากรรมเช่นเดียวกับแรงงานกว่า 12 ล้านที่ต้องตรากตรำทำงานในโรงทำอิฐฝุ่นคลุ้ง คาธุมเป็นหญิงร่างเล็ก ผอมแห้ง หน้าคม แต่ดูแก่กว่าคนรุ่นเดียวกัน ก่อนหน้านี้ ครอบครัวของเธอ ซึ่งทำงานเป็นคนทำอิฐเช่นเดียวกัน ต้องฝืนใจขายพื้นที่ฟาร์มเล็กๆของครอบครัว เนื่องจากที่ดินผืนนั้นไม่สามารถเพาะปลูกได้อีกต่อไป และพวกเขาต้องการเงินก้อนเพื่อสร้างบ้านสำหรับลูกสาวทั้งหกคน ดังนั้น คาธุมจึงต้องเลิกเรียนกลางคันตั้งแต่อายุ 14 ปี และออกมาใช้แรงงานอย่างหนักนับตั้งแต่นั้น ภายใต้บรรยากาศปล่องควันของโรงงานทำอิฐหลากหลายโรงในพื้นที่ ในช่วงเวลา 5 เดือนของหน้าแล้งทุกปี ภายใต้ดวงอาทิตย์อันร้อนระอุ เธอต้องลากก้อนอิฐน้ำหนักประมาณ 18 กิโลกรัม ซึ่งเป็นก้อนอิฐที่ยังไม่ผ่านการเผา ราว 8 ถึง 10 ก้อน ประหนึ่งว่าเธอเป็นรถยกแรงงานมนุษย์ หญิงสาวขนอิฐเป็นระยะทางหลายกิโลเมตรต่อวัน เพื่อขนถ่ายก้อนอิฐดิบไป-กลับยังเตาเผา เหงื่อที่โทรมหน้าของเธอเกาะไปด้วยฝุ่นหนาราวกับเอาโคลนมาพอกไว้ (เชิญคลิกชมวิดีโอการทำงานอันเหนื่อยยากของแรงงานขนอิฐแห่งอินเดีย) “ฉันได้เงิน […]

ทำไมการมีตำรวจหญิงจึงเป็นเรื่องสำคัญ?

ในคดีความผิดทางเพศ การถามปากคำผู้เสียหายซึ่งเป็นหญิงจะดำเนินการโดยพนักงานสอบสวนหญิง แต่ทำไมสำนักงานตำรวจแห่งชาติกลับยกเลิกนักเรียนนายร้อยตำรวจหญิง? คำถามจากสุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง ผู้จัดการมูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม

13 ภาพน่าทึ่งทางโบราณคดี

การค้นพบทาง โบราณคดี ได้รับความสนใจจากมนุษย์ในทุกยุคสมัย ซึ่งเห็นได้จากชุดภาพถ่ายที่น่าทึ่งเหล่านี้ ***แปลและเรียบเรียงโดย ปุณยวีร์ เฉลียววงศ์เจริญ โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย อ่านเพิ่มเติม : นักโบราณคดีตกตะลึงหลังค้นพบถ้ำสำหรับประกอบพิธีกรรมของชาวมายาที่ไม่เคยมีใครแตะต้องมาก่อน

โรคซึมเศร้า คุณหายได้ : ลุกขึ้นมาเปลี่ยน

โรคซึมเศร้า คุณหายได้ : ลุกขึ้นมาเปลี่ยน โรคซึมเศร้าถือเป็นอาการทางจิตเวชอย่างหนึ่งที่มีผู้ป่วยมากมาย ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัวมาก่อน หรือบางกรณีผู้ป่วยก็มีอาการสับสนกับภาวะอารมณ์ซึมเศร้าภายในจิตใจ ทำให้ผู้ที่มีอาการไม่สามารถเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงทีมีอยู่จำนวนมาก สาเหตุส่วนมากเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมีในสมอง หรือสารสื่อประสาทที่มีหน้าที่ในการควบคุมการทำงานทางร่างกายและจิตใจต่างๆ เช่นอารมณ์ ความคิดและพฤติกรรม โดยโรคนี้จะส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หรือผู้ป่วยจะขาดแรงกระตุ้นและกำลังใจในการใช้ชีวิต แต่อย่างไรก็ตาม “โรค” ที่ตามหลักถือเป็นความผิดปกติทางการแพทย์ ก็สามารถรักษาให้หายได้ผ่านการดูแลโดยแพทย์อย่างใกล้ชิด “ไขศรี วิสุทธิพิเนตร” เคยถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตของตนในช่วงที่ป่วยเป็น โรคซึมเศร้า มานานกว่า 7 ปี ลงในหนังสือ “เรื่องเล่าจากยอดภูเขาน้ำแข็ง” หนังสือดังกล่าวได้รับรางวัลสารคดียอดเยี่ยมรางวัลนายอินทร์อะวอร์ด ปี 2557 มาวันนี้เธอหายป่วยแล้วและต้องการเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ป่วยทางจิตทุกคนที่กำลังต่อสู้กับโรค โดย “การเปลี่ยนแปลงตนเองจากข้างใน” เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ช่วยให้เธอหายและสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างมีความสุขมากกว่าเดิม อ่านเพิ่มเติม หยุดการกลั่นแกล้ง หรือ Bullying