บ้านใกล้ภูเขาไฟ? เหล่านี้คือข้อดีของการปลูกบ้านบริเวณพื้นที่อันตราย

ทำไมหลายคนเลือกสร้างบ้านใกล้ภูเขาไฟ?

ทำไมหลายคนเลือกสร้าง บ้านใกล้ภูเขาไฟ?

“บ้านใกล้ภูเขาไฟ” คงเป็นอะไรที่คุณไม่อยากไปอยู่ และเกิดคำถามตามมากับผู้คนที่เลือกอยู่อาศัยในบริเวณนั้น เมื่อภัยพิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้น มันทำให้ผืนดินในย่าน Leilani Estates ของฮาวายสั่นสะเทือนและปริแตกออก มันทำให้ภูเขาไฟคิลาเวประทุและปลดปล่อยเอาลาวาและกลุ่มควันพิษตามมา และส่งผลให้ประชาชนในบริเวณรอบๆ ต้องอพยพหนีตาย ซึ่งปกติแล้วลาวาจะไหลลงสู่มหาสมุทร แต่ภัยพิบัติครั้งนี้มันกลับมุ่งหน้าเข้ากลืนกินบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ใกล้ภูเขาไฟแทน

ชาวฮาวายหลายร้อยคนต้องกลายสถานะมาเป็นผู้ลี้ภัย พวกเขายึดเอาโบสถ์, ค่าย และอาคารอีกหลายแห่งเป็นที่หลบภัยชั่วคราวจากการปะทุของภูเขาไฟที่ยังคงปล่ดปล่อยลาวาออกมาอย่างต่อเนื่องเป็นสัปดาห์แล้ว

สิ่งที่เกิดขึ้นนำไปสู่คำถามตามมาว่า ถ้าเช่นนั้นผู้คนเหล่านี้เลือกที่จะอยู่อาศัยใกล้กับภูเขาไฟทำไมในเมื่อรู้ดีว่าต้องอพยพเข้าสักวันเมื่อเกิดภัยพิบัติ? มิรวมถึงสภาพอากาศที่จะเป็นพิษจากทางเดินหายใจตามมาจากเถ้าถ่านของภูเขาไฟ

(ชมบรรยากาศของ บ้านขนาดเท่าโลงในฮ่องกง เมื่อที่อยู่อาศัยมีราคาแพง)

บ้านใกล้ภูเขาไฟ
วิถีชีวิตของชาวบ้านบริเวณภูเขาไฟมายอนทางตะวันออกของฟิลิปปินส์ หนึ่งในประเทศที่ยังคงมีภูเขาไฟมีพลังมากที่สุดในโลก
ภาพถ่ายโดย Ezra Acaya, Getty Images

ต้องเข้าใจก่อนว่าผู้คนที่อาศัยอยู่ตามแนวภูเขาไฟเหล่านี้อยู่เพื่อเอาตัวรอด พลังงานความร้อนจากใต้พิภพให้พลังงานที่หล่อเลี้ยงชุมชนทั้งชุมชน ทั้งดินในบริเวณภูเขาไฟก็อุดมไปด้วยแร่ธาตุอาหารสำหรับการเพาะปลูก ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมความยิ่งใหญ่ของภูเขาไฟมากมาย นั่นทำให้เกิดงานและรายได้จากการเปิดโรงแรม, ร้านอาหาร, ร้านขายของที่ระลึก และทัวร์ไกด์ตามมา รวมไปถึงเหตุผลพื้นฐานก็คือ บางคนก็ไม่ได้มีเงินพอที่จะย้ายออกไปอยู่ที่อื่น

นอกเหนือจากนี้ก็เป็นเหตุผลด้านวัฒนธรรมและความเชื่อ Jordan Sonner ผู้มีอาชีพเป็นนายหน้าและมีบ้านอยู่ใกล้กับย่าน Leilani Estates เล่าให้สำนักข่าววอชิงตันโพสต์ฟังว่าเธอไม่กลัวที่จะเสียบ้านไป หลังกลับเข้าบ้านไปเอาเอกสารสำคัญและสัตว์เลี้ยงออกมาเมื่อได้ยินข่าวว่าลาวากำลังไหลมา

“ที่ฉันกล่าวเช่นนั้นก็เพราะเกาะแห่งนี้ไม่ได้เป็นของเรา แต่มันเป็นของเปเล่” Sonner หมายถึงเทพีแห่งภูเขาไฟในความเชื่อของคนฮาวาย “เราต้องอยู่กับภูเขาไฟเท่าที่อยู่ได้ หากวันนึงเปเล่จะเอาที่ของเธอคืนก็ต้องปล่อยไป และอีกอย่างคือฉันมีประกันที่ดีด้วย” เช่นเดียวกับผู้คนมากมายที่อาศัยอยู่รอบๆ ภูเขาไฟคิลาเว พวกเขาคิดว่ามันคุ้มค่าที่จะเสี่ยง

“เราเตรียมพร้อมอยู่เสมอ เรารู้ตัวว่าอยู่ในเขตลาวา” Stacy Welch ผู้มีบ้านอยู่ในย่าน Leilani Estates ซึ่งถูกทำลายโดยลาวาไปแล้วกล่าวกับสำนักข่าว Time “แต่เราจะไม่เป็นอะไร ก็แค่สร้างบ้านขึ้นใหม่”

บ้านใกล้ภูเขาไฟ
กลุ่มควันและเถ้าถ่านพวยพุ่งออกมาจากภูเขาไฟคิลาเว ที่ตั้งอยู่ใกล้กับเมือง Pahoa ของฮาวายตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม 2018
ภาพถ่ายโดย กรมสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา, Getty Images

ข้อดีของภัยพิบัติจากภูเขาไฟก็คือมันมีสัญญาณแจ้งเตือนล่วงหน้าว่าจะเกิดขึ้น แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องมือบ่งบอกว่าจะเกิดลาวาประทุตามมา กรณีของภูเขาไฟประทุต่างจากภัยพิบัติอื่นๆ บนโลกที่แผ่นดินไหว, ทอร์นาโด, ไฟป่า หรือน้ำท่วมซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้อย่างฉับพลัน หรือมีประกาศเตือนล่วงหน้าเพียงไม่นาน

ทั้งนี้การปะทุของภูเขาไฟคิลาเวไม่ใช่การปะทุครั้งแรกในปีนี้ เมื่อเดือนมกราคมภูเขาไฟมายอน ในฟิลิปปินส์เองก็ประทุพ่นเถ้าถ่านออกมา ผู้คนหลายหมื่นคนพากันอพยพ ย้อนกลับไปอีกในเดือนพฤศจิกายน ปี 2017 ภูเขาไฟอากุงบนเกาะบาหลี ของอินโดนีเซียเองก็เกิดการประทุ ส่งผลให้บรรดาชาวบ้านและนักท่องเที่ยวหลายพันคนต้องพากันอพยพไปยังที่ปลอดภัย

เรื่อง Heather Brady

บ้านใกล้ภูเขาไฟ
ลาวาค่อยๆ ไหลกลืนกินบ้านเรือนในย่าน Leilani Estates เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2018
ภาพถ่ายโดย Bruce Omori, EPA
บ้านใกล้ภูเขาไฟ
บ้านในย่าน Leilani Estates เกิดเพลิงลุกไหม้จากลาวา
ภาพถ่ายโดย Trevor Hughes, USA Today
บ้านใกล้ภูเขาไฟ
Sam Knox มองดูลาวาค่อยๆ ไหลบ่าลงสู่ถนน เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2018
ภาพถ่ายโดย Marco Garcia, AP

 

อ่านเพิ่มเติม

แมกมากับลาวา ต่างกันอย่างไร? วิทยาศาสตร์มีคำตอบ

เรื่องแนะนำ

บริการเช่าลุงในญี่ปุ่น เมื่อขาดใครสักคนรับฟัง

ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตามสามารถใช้บริการนี้ได้ผ่านการจองออนไลน์ คุณลุงพร้อมให้เช่ามีอายุตั้งแต่ 45 - 55 ปี สนนราคาชั่วโมงละ 1,000 เยน หรือราว 300 บาท โดยมีข้อแม้ว่าห้ามแตะเนื้อต้องตัวกันเป็นอันขาด

ภาพความกลัวจากในบ้านผีสิงเหล่านี้ ทำอดขำไม่ได้

เรื่อง เรเชล บราวน์ กล้องดักถ่ายภาพเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับบรรดานักวิทยาศาสตร์ผู้ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสัตว์ป่า พวกเขามักจะติดตั้งกล้องเหล่านี้ไว้ตามเส้นทางเดินของสัตว์ เพื่อให้ได้ภาพถ่ายตามธรรมชาติของมัน กล้องเหล่านี้ถูกควบคุมด้วยรีโมทเซ็นเซอร์ระยะไกล จึงใช้ได้ดีกับผู้ล่าอันตรายอย่างเสือจากัวร์ หรือใช้ในการติดตามพฤติกรรมโดยไม่ต้องรบกวนสัตว์ เช่นการรุมกินซากสัตว์ของฝูงอีแร้ง และเช่นเดียวกัน เทคโนโลยีนี้กำลังถูกนำมาใช้จับภาพความหวาดกลัวของผู้คน ที่บ้านผีสิง The Nightmares Fear Factory บ้านผีสิงชื่อดังในเมืองไนแอการาฟอลส์ ของแคนาดา ผู้เปิดให้บริการความขนหัวลุกมานานกว่า 30 ปี ในกลางทศวรรษที่ 20 Frank LaPenna เจ้าของกิจการได้แรงบันดาลใจจากกล้องถ่ายภาพบนรถไฟเหาะ เขาจึงตั้งใจว่าจะนำไอเดียเดียวกันนี้มาบันทึกภาพความหวาดกลัวของบรรดาลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเอาไว้ “ในตอนแรกผมยืนอยู่ในความมืด มีกล้องดิจิตอลตัวจิ๋วในมือคอยจับภาพผู้คนที่กำลังหวาดกลัว” เขาอธิบาย “จากนั้นผมจะวิ่งลงไปที่ลอบบี้ เอาเมมการ์ดออกจากกล้องเสียงเข้าคอมพิวเตอร์ และโชว์ภาพที่ถ่ายได้ขึ้นจอมอนิเตอร์ให้คนที่เพิ่งออกมาจากบ้านผีสิงได้เห็น” LaPenna ทำแบบนี้จนเมื่อเขาได้รู้จักกับเทคโนโลยีใหม่นั่นคือกล้องดักถ่ายภาพ ซึ่งจะบันทึกภาพอัตโนมัติ ด้วยเซนเซอร์ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อสัตว์ตัวนั้นๆ เดินผ่านอินฟาเรดที่ดักไว้ เขาออกแบบในรูปแบบที่คล้ายกันเพียงแต่ว่าเปลี่ยนจากอินฟาเรดเป็นปฏิกิริยาของผู้คนที่ตกใจเป็นสิ่งกระตุ้นให้กล้องทำงานแทน ด้วยวิธีนี้ช่วยให้เขาได้ภาพถ่ายของผู้คนกว่า 550 ภาพต่อวัน และบ้านผีสิงนี้เปิดทุกวันฉะนั้นในแต่ละปีเขาจึงมีภาพถ่ายที่รวบรวมเอาไว้หลายแสนภาพเลยทีเดียว ซึ่งในปี 2011 ภาพถ่ายเหล่านี้ถูกอัพโหลดขึ้นเว็บไซต์ของบ้านผีสิง เพื่อดึงดูดผู้ที่สนใจอยากลิ้มลองความสยองขวัญให้เข้ามาใช้บริการกันมากขึ้น แม้ว่าจะแตกต่างจากกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ที่ให้ประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ แต่คิดดูอีกที มองไปที่รูปถ่ายเหล่านี้ เราทุกคนล้วนคือสัตว์ที่เมื่ออะดรีนาลีนพลุ่งพล่านจากความกลัว ปฏิกิริยาที่แสดงออกมาผ่านภาพถ่ายจึงเป็นสัญชาตญาณล้วนๆ […]

ก้าวที่กล้านำ: บทบาท นักการเมืองหญิง ในการเมืองโลก

นิวซีแลนด์ นายกรัฐมนตรียาซินดา อาร์เดิร์น ปราศัยต่อรัฐสภานิวซีแลนด์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 ในเดือนมีนาคม เธอตัดสินใจประกาศปิดเมืองทั่วประเทศ “ฉันรับรู้ถึงความร้ายแรงของปัญหาในขณะนี้ได้อย่างชัดเจน” เธอกล่าว “ชาวกีวีทั้งหลายขอจงกลับบ้าน โปรดจงรักษาสุขภาพและความเอื้ออารี” ผู้หญิงในโบลิเวีย นิวซีแลนด์ และอัฟกานิสถานประสบความสำเร็จอย่างมากในการได้มาซึ่งอำนาจทางการเมืองของ นักการเมืองหญิง แต่หลายคนยังเผชิญกับการต่อต้านทางวัฒนธรรม และกระทั่งความรุนแรง ขณะที่อิทธิพลของพวกเธอเพิ่มมากขึ้น ตลอดประวัติศาสตร์ และทั่วโลก ผู้หญิงที่แสวงหาอำนาจทางการเมือง นักการเมืองหญิง มักเผชิญกับการต่อต้าน ตั้งแต่การใส่ร้ายป้ายสีไปจนถึงการลอบสังหาร ผู้หญิงก้าวหน้าไปมากก็จริง แต่ยังเผชิญกับอุปสรรคเดิมๆ ในกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศทั่วโลก รวมทั้งโบลิเวียและรัฐที่รุมเร้าไปด้วยความขัดแย้งอย่างอัฟกานิสถานและอิรัก การมีกฎหมายกำหนดสัดส่วนตามเพศ ในปัจจุบันเป็นเครื่องประกันว่า ผู้หญิงจะมีส่วนร่วมในเวทีการเมืองอย่างเป็นทางการ แต่การกำหนดสัดส่วนตามเพศดังกล่าวก็ยังมีข้อจำกัด ระบบเหล่านี้ถูกวิจารณ์ว่าไม่เป็นประชาธิปไตยและเป็นการเลือกปฏิบัติ อีกทั้งการให้สิทธิพิเศษ แก่ผู้หญิงเหนือผู้ชายด้วยเหตุผลด้านเพศสภาพเพียงอย่างเดียวถือเป็นการบั่นทอนหลักการวัดคุณค่าของคน ที่ความสามารถ ทว่าแม้แต่ในระบบการเมืองที่ดูเหมือนมีความเป็นกลางทางเพศและมุ่งประเมินคนที่ความสามารถ ก็มีความ ไม่เท่าเทียมเชิงโครงสร้างที่สืบทอดมายาวนานเช่นกัน ระบบที่ไม่กำหนดสัดส่วนเพศอย่างในสหรัฐอเมริกาก็อาจโอนเอียงเข้าข้างกลุ่มคนที่มีอำนาจครอบงำ ซึ่งรวมถึงผู้ชาย คนผิวขาว และคนที่มีทรัพยากรทางการเงินมาก การก้าวข้ามอุปสรรคเพื่อเข้าสู่เวทีการเมืองนับเป็นความท้าทายประการหนึ่ง แต่ประเด็นที่ว่าเมื่อเข้าสู่อำนาจแล้วผู้หญิงจะทำอะไรได้หรือไม่ได้ก็เป็นความท้าทายอีกประการหนึ่ง การให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมในพรรคการเมืองหรือในรัฐสภาอาจช่วยตอบโจทย์เรื่องความ เท่าเทียมระหว่างเพศได้ แต่ก็อาจเป็นเพียงการตอบโจทย์แบบขอไปที หากนักการเมืองหญิงได้เข้าไปปรากฏตัว แต่เสียงของพวกเธอไม่ถูกรับฟัง แล้วยังมีคำถามที่ว่า ผู้หญิงกลุ่มไหนที่มีโอกาสเข้าสู่พื้นที่แห่งอำนาจ และผู้หญิงเหล่านี้เป็นตัวแทนของคนกลุ่มอื่นมากน้อยเพียงใด ซึ่งเป็นคำถามที่หลายประเทศกำลังพยายามหาคำตอบ แม้จะต้องเผชิญกับการข่มขู่ […]

โลกกำลังแก่ลง: คนอายุ 65 กำลังจะมีมากกว่าเด็ก 5 ขวบ

(ภาพปก) เนื่องจากลักษณะประชากรทั่วโลกเปลี่ยนไป ส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและสังคม ภาพถ่ายโดย JOEL SARTORE, NAT GEO IMAGE COLLECTION ประชากรโลกมีแนวโน้มที่จะมีชีวิตนานขึ้น ในขณะเดียวกันมีเด็กเกิดใหม่น้อยลง ซึ่งถือเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายใน สังคมผู้สูงอายุ ตามประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ประชากรโลกมักมีอายุเฉลี่ยน้อยลงอยู่เสมอ ทว่า นับตั้งแต่วันประชากรโลก เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ที่ผ่านมา กลับเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ นั่นคือ ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปกำลังมีจำนวนมากว่าเด็กอายุ 5 ขวบ วันประชากรโลกก่อตั้งโดยโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ในปี 1989 เพื่อส่งเสริมให้ประเด็นเรื่องประชากรโลกเป็นที่สนใจ โดยการประเด็นเรื่องประชากรโลกเพิ่มสูงขึ้นไม่ได้เป็นเรื่องที่น่ากังวลเพียงเรื่องเดียว เนื่องจาก เรื่องโครงสร้างทางอายุของประชากรก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกัน การมีอายุยืนยาวขึ้นของประชากรโลก เป็นความสำเร็จที่โดดเด่นของมนุษย์ แต่การที่มีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นได้สร้างความกดดันในเรื่องที่เกี่ยวข้องทางเศรษฐกิจและสังคมเช่นเดียวกัน โดยจำนวนประชากรโลกกำลังดำเนินไปในลักษณะที่กลุ่มคนสองช่วงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้นในแบบที่สวนทางกัน โดยในปี 2050 อัตราส่วนของประชากรที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปจะเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 16 มากกว่าเด็กอายุ 5 ขวบถึงสองเท่า “ปีรามิดประชากรรูปทรงสามเหลี่ยม (คนอายุน้อยเป็นฐาน และคนอายุมากเป็นฐานยอดที่มีจำนวนน้อย) คือสิ่งที่เกิดขึ้นในหลายประเทศเมื่อครั้งอดีต แต่ตอนนี้มันกลับมีรูปร่างเป็นทรงถังน้ำ (ปากถังด้านบนกว้าง-ปลายถังด้านล่างแคบ)” โทชิโกะ […]