แรดใช้กองมูลเหมือนใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก - National Geographic Thailand

แรดใช้กองมูลเหมือนใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก

แรดใช้กองมูลเหมือนใช้ โซเชียลเน็ตเวิร์ก

เมื่อมี โซเชียลเน็ตเวิร์ก ให้ผู้คนรวมตัวกัน พวกเขามักจะแลกเปลี่ยน หรือบอกเล่าเรื่องราวใหม่ ๆ แก่กันและกัน แรดขาวก็ทำเช่นเดียวกัน เพียงแต่ที่ของพวกมันคือที่สำหรับปล่อยกองมูลมหึมา

การศึกษาใหม่พบว่า เบาะแสของสารเคมีในมูลแรดขาว นำข้อมูลเกี่ยวกับอายุ เพศ สุขภาพทั่วไป และสถานะ การผสมพันธุ์ ของแรดตัวอื่นๆโดยผ่านส้วมสาธารณะ หรือกองมูล

“เราคิดว่ามูลสัตว์เป็นของเสียที่ไม่มีประโยชน์ แต่มันเป็นทางที่เหล่าสัตว์ใช้สื่อสารกัน และมีข้อมูลอีกมากที่เรายังไม่รู้เกี่ยวกับมัน” คอทนีย์  มาร์เนวิก หัวหน้าวิจัย และนักนิเวศวิทยา ของมหาวิทยาลัย KwaZulu-Natal ในแอฟริกาใต้กล่าว

สัตว์หลายชนิดสามารถปล่อยสารเคมีในฉี่ และรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับสมาชิกตัวอื่น ๆ ในสายพันธุ์เดียวกัน ตัวอย่างเช่น สุนัขที่มักจะดมเสาหรือท่อน้ำดับเพลิง

มีสัตว์หลายสายพันธุ์ที่รับข่าวลือผ่านกองมูล โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มใหญ่ ๆ เช่น ละมั่ง ลิง และกระต่าย แต่แรดคือสัตว์ตัวแรก ที่มีการศึกษาเป็นครั้งแรกและมีการยืนยันพฤติกรรมเช่นนี้

 

ข้อเท็จจริงจากความลวง

มาร์เนวิก และคณะวิจัย ติดตามแรดขาวมากกว่า 200 ตัวในแอฟริกาใต้จากหลากหลายฝูง และนำตัวอย่างมูลมาศึกษา หลังจากที่พวกมันปล่อยทิ้งไว้ในส้วมหรือแหล่งอุจาระของพวกมัน การหาส้วมของพวกมันทำได้ไม่ยาก เพราะ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่มักจะใช้เส้นทางที่ใช้เป็นประจำและเดินทางไม่ไกลมากนัก นักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์สารเคมีที่อยู่ในมูลของแรด พวกเขาพบกับอายุและเพศที่แตกต่างกัน ทั้งวัยรุ่น ตัวผู้ที่มีอำนาจ หรือแม้แต่ตัวเมียที่กำลังติดสัด

จากนั้น นักวิทยาศาสตร์ได้ทำมูลปลอมขึ้นมาจากหญ้า โคลน และฉีดส่วนประกอบที่เหมือนกันที่พบในมูลจากแหล่งที่แตกต่างกันสามแหล่ง จากนั้นก็นำไปปล่อยไว้ในแหล่งส้วมของพวกมันและเฝ้าสังเกตปฏิกิริยาของตัวผู้ที่เข้ามาดม ทีมงานพบว่า ตัวผู้นั้นมีปฏิกิริยาตอบสนองกับกองมูลปลอมที่มีสารเคมีของตัวเมียที่พร้อมผสมพันธุ์ ตัวผู้เหล่านี้ใช้เวลาในการดมมากกว่าแรดตัวอื่นๆ และมาที่ส้วมบ่อยๆ และถ่ายมูลทับกองตัวอย่างทดลอง ผลการวิจัยนี้เผยแพร่เมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา

 

การเฝ้าติดตาม

“มูลมีประโยชน์กับเหล่าสัตว์” แมดเลน เซน อาจารย์จากมหาวิทยาลัยแฟรงเฟิร์ตในเยอรมัน กล่าว “มันสำคัญที่สมาชิกทุกตัวในกลุ่มที่จะต้องรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้าคุณรู้สถานะของทุกคนในกลุ่ม คุณก็ไม่ต้องตามหา หรือมีเรื่องทะเลาะกัน” มันเป็นสิ่งสำคัญในการสื่อสารระหว่างสมาชิกอื่น ๆ ในสายพันธุ์เดียวกัน

เรื่องโดย แครี่ อาโนลด์

 

อ่านเพิ่มเติม

แรดขาวเหนือตัวผู้ตัวสุดท้ายตายแล้ว หรือนี่คือจุดจบ?

เรื่องแนะนำ

หมึกสายวงฟ้า ตัวเล็กจิ๋วแต่พิษร้ายแรง

ตั้งแต่กบลูกดอกสีเขียวนีออนไปจนถึงผีเสื้อจักรพรรดิ สิ่งมีชีวิตสีสันฉูดฉาดที่สุดในธรรมชาติบางชนิด วิวัฒนาการสีสันขึ้นมาเพื่อเป็นคำเตือนกับผู้ล่าว่า “อย่ายุ่งกับฉันนะ” เช่นเดียวกับ หมึกสายวงฟ้า หรือหมึกบลูริง ซึ่งมีสีสันสดใส และพบได้บ่อยที่นอกชายฝั่งเคียมา รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อ หมึกสายวงฟ้า ถูกคุกคามจากผู้ล่า วงแหวนสีน้ำเงินจะกะพริบวาววามไปทั่วร่างกายของพวกมัน เพื่อเป็นคำเตือนที่แสดงออกตามวิวัฒนาการ สำหรับผู้ล่าที่อาจจะกำลังคิดว่า หมึกบลูริงจะเป็นมื้ออาหารมื้อถัดไป หรือในกรณีของมนุษย์ สีน้ำเงินโดดเด่นฉูดฉาดดึงดูดความอยากรู้อยากเห็นของเราได้เสมอ ตั้งแต่ทะเลญี่ปุ่นจนถึงออสเตรเลีย มีหมึกสายวงฟ้ากระจายพันธุ์อยู่อย่างน้อย 10 ชนิดพันธุ์ บางชนิดพบได้ตามชายฝั่งน้ำตื้น ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกันกับมนุษย์มักลงไปใช้ประโยชน์จากบริเวณนั้น ในประเทศไทย สามารถพบหมึกสายวงฟ้าได้ทั่วทะเลไทย ส่วนใหญ่อยู่ตามพื้นท้องทะเล หรือบางครั้งพวกมันติดมากับเรืออวนลาก สำหรับหมึกสายวงฟ้าที่พบในแนวปะการัง เป็นชนิดที่ไม่พบหรือมีน้อยมากในเมืองไทย https://pmdvod.nationalgeographic.com/NG_Video/331/259/00000159-651a-d262-a5d9-659fda590000-161222-specials-tos-blue-ring-octopus-841742__971967.mp4 แม้จะมีรูปร่างขนาดเล็กและลำตัวนุ่มนิ่ม แต่หมึกสายวงฟ้า (Hapalochlaena fasciata) เป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในมหาสมุทร มันสามารถฆ่ามนุษย์ได้ด้วยการกัดเพียงครั้งเดียว ในน้ำลายของหมึกชนิดนี้มีส่วนผสมของพิษ เทโตรโดท็อกซิน (tetrodotoxin) เช่นเดียวกับที่พบในปลาปักเป้า ซึ่งออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทอย่างรุนแรง ส่งผลให้ระบบหายใจล้มเหลว จากรายงานที่ผ่านมาพบว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยสามรายในออสเตรเลียเนื่องจากปลาหมึกบลูริง แต่ในประเทศไทยยังไม่พบผู้เสียชีวิตจากหมึกสายวงฟ้า (ชมวิดีโอเพิ่มเติมได้ที่ https://video.nationalgeographic.com/video/news/00000161-e2c1-dcda-a37f-f3d792a70000) อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า มนุษย์ควรกลัวพวกมัน “เช่นเดียวกับสัตว์ส่วนใหญ่ พวกมันจะโจมตีมนุษย์ก็ต่อเมื่อรู้สึกว่าตกอยู่ในอันตรายหรือถูกคุกคาม […]

Explorer Awards 2018: ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย

ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย ช่างภาพสายอนุรักษ์และนักวิจัยฉลาม ผู้บอกเล่าผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการประมงเกินขนาด ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศผ่านภาพถ่าย

งานวิจัยเผย สายพันธุ์สัตว์ถึง 48 ชนิดบนโลกได้รับการอนุรักษ์ไม่ให้สูญพันธุ์

ม้ามองโกเลีย พรีวอสกี้ ภาพถ่ายโดย TERRY ALLEN, NATIONAL GEOGRAPHIC YOUR SHOT เมื่อปี 1993 อัตราการสูญพันธุ์ของนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสูงขึ้น 3 ถึง 4 เท่า แต่เนื่องจากความพยายามของนักอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง มีชนิดพันธุ์มากมายที่ได้รับ การอนุรักษ์ ไว้ได้อย่างประสบความสำเร็จ งานศึกษาที่ได้รับการเผยแพร่ในนิตยสาร the journal Conservation Letters กล่าวว่า ย้อนกลับไปเมื่อปี 1993 มีอัตราการสูญพันธุ์ของนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสูงขึ้น 3 ถึง 4 เท่า หากไม่มีมาตรการ การอนุรักษ์ ใดๆ และเป็นปีที่อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (Convention on Biological Diversity) ขององค์การสหประชาชาติเริ่มมีผล ในตอนนั้น สายพันธุ์นกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 15 ชนิดได้สูญพันธุ์หรือคาดว่าใกล้สูญพันธ์อย่างยิ่ง แต่นักวิจัยพบว่าในตอนนี้มีนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมราว 28 ถึง 48 สายพันธุ์ได้รับการปกป้องเอาไว้ สายพันธุ์สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ที่ได้รับ การอนุรักษ์ มีทั้งนกแก้วเปอร์โตริโก (Puerto […]