เมื่อขนบธรรมเนียม ปล่อยสัตว์ กลายเป็นเรื่องไม่ชวนพิสมัย

เมื่อขนบธรรมเนียมปล่อยสัตว์กลายเป็นเรื่องไม่ชวนพิสมัย

เมื่อขนบธรรมเนียม ปล่อยสัตว์ กลายเป็นเรื่องไม่ชวนพิสมัย

ณ วัดแห่งหนึ่งบนภูเขาเทียนไถ ทางตะวันออกของจีน เคลาว์เดีย เหอหยุน เป็นประจักษ์พยานต่ออุบัติการณ์ที่รบกวนจิตใจเธออย่างยิ่ง มันคือธรรมเนียมการ ปล่อยสัตว์ ภาพฝูงชนกำลังหย่อนเต่าขนาดเท่าคอมพิวเตอร์พกพาลงในคูน้ำรอบ ๆ วัด ในขณะที่พระสงฆ์ยืนอยู่ตรงนั้นและสวดพึมพำอะไรบางอย่าง เธอคิดว่าอาจเป็นการสวดอวยพรให้กับเต่าเหล่านั้น

“มันอาจจะเป็นเต่าทะเลค่ะ และมันอาจจะตาย” เหอหยุนบอก เธอเป็นหัวหน้าโครงการในสหพันธ์ศาสนาและการอนุรักษ์ มีพันธกิจหลักด้านศาสนาที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม “ฉันว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตลอดเวลา เรามาอยู่ตรงนี้แค่ชั่วโมงกว่า ๆ เอง”

ฝูงชนที่อยู่ตรงหน้าเรากำลังปฏิบัติสิ่งที่เรียกว่า “ทำบุญ” จารีตโบราณของชาวพุทธที่เชื่อเรื่องการปล่อยสัตว์ที่ถูกกักขัง เพื่อแสดงความเมตตา และเชื่อว่าการกระทำเช่นนี้จะนำมาซึ่งกรรมดี ในประเทศจีนมีพุทธศาสนิกชนราว 245 ล้านคน พิธีกรรมนี้เริ่มขึ้นมาพันกว่าปีแล้ว โดยเริ่มจากผู้นำทางศาสนาเห็นชาวประมงในภูมิภาคเทียนไถกำลังกระทำกรรมชั่วด้วยการพรากชีวิตของปลาที่พวกเขาจับมาได้ จึงแนะนำให้พวกเขาปล่อยปลาลงในบ่อน้ำที่มนุษย์สร้างขึ้น

เหอหยุนและผู้เชี่ยวชาญคนอื่น ๆ กล่าวว่า การกระทำที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจที่จะทำร้ายสัตว์ของพุทธศาสนิกชนเหล่านั้น ได้กลายมาเป็นกิจกรรมเชิงพานิชย์ มีการจำหน่ายสัตว์ให้คนที่นำไปทำบุญโดยเฉพาะ ซึ่งมันหมายถึงความบาดเจ็บที่เกิดแก่สัตว์หรือบางครั้งนี่คือการจบชีวิตสัตว์เคราะห์ร้ายเหล่านั้น

กิจกรรมทำบุญลักษณะนี้ “สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในธุรกิจค้าสัตว์เป็นอย่างมาก โดยใช้ความมีเมตตาของชาวพุทธเป็นจุดขาย” รีฟา ฉี ประธานสมาพันธ์ชาวพุทธเชื้อสายอเมริกันในนิวยอร์ก กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Humane Society International

พุทธศาสนิกชนจากทั่วทุกมุมโลกหรือแม้กระทั่งคนที่ไม่ใช่ชาวพุทธก็ตาม โดยเฉพาะในประเทศจีน ต่างก็เคยทำการปล่อยสัตว์ หรือในภาษาจีนเรียกว่า ฟ่างเชิง นอกจากนี้ ในแต่ละปีมีสัตว์อีกกว่าร้อยล้านตัวที่ต้องเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของจารีตนี้ โดยพบชนิดพันธุ์ตั้งแต่เต่าไปจนถึงลิง ซึ่งตามวัฒนธรรมจีนเชื่อว่า การช่วยเหลือสัตว์เหล่านี้จะส่งผลให้พวกเขามีอายุยืนยาว

“ถ้าคุณโกหกภรรยาของคุณหรือยักยอกเงินของบริษัท คุณอาจจะคิดว่า คุณไปปล่อยสัตว์ประมาณหนึ่งพันตัวเพื่อเป็นการสร้างกรรมดีของคุณให้เพิ่มขึ้น” มาร์ติน พาลเมอร์ หนึ่งในสมาชิกสหพันธ์ศาสนาและการอนุรัษ์ กล่าว “ยิ่งคุณทำกรรมใหญ่ คุณก็ยิ่งจำเป็นต้องปล่อยสัตว์มากขึ้น เพื่อที่จะเป็นการสร้างกรรมดี”

(เผยวงการร่างทรงในมุมมองที่คุณอาจยังไม่เคยรู้)

 

เสรีภาพหรือจุดจบ

ปัญหาของการทำบุญปล่อยสัตว์คือ การเพิ่มขึ้นของจำนวนร้านค้าที่นำสัตว์มาขาย เนื่องจากพุทธศาสนิกชนที่ต้องการจะนำสัตว์ไปปล่อยจำนวนมาก สถาบันศาสนาเริ่มมีการออกมาต่อต้านการกระทำที่ไร้ความผิดชอบเช่นนี้ และปัจจุบันในกรุงปักกิ่งรวมถึงไต้หวันได้ออกกฎหมายเพื่อเอาผิดผู้ที่นำสัตว์ไปปล่อยตามวัดหรือตามชายหาด แต่ทว่า ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา นักผจญเพลิงได้เข้าช่วยชีวิตงูเหลือม เต่า และสัตว์ที่ถูกขัง พวกมันถูกปล่อยทิ้งที่ริมชายหาดแห่งหนึ่งในจังหวัดไห่หนาน ประเทศจีน เนื่องจากผู้ลักลอบค้าสัตว์กลัวความผิด

“มีคนจำนวนมากที่ทั้งรู้และไม่รู้ว่า การทำบุญปล่อยสัตว์จริง ๆ แล้วเป็นการทำร้ายสัตว์ทางหนึ่ง” เหอหยุน บอก

หนึ่งในเรื่องที่น่ากังวลคือ สัตว์ที่นำมาขายถูกดักจับมาและเขาสู่กระบวนการค้าอย่างผิดกฎหมาย เช่นกรณีของตลาดบาดาจูในนครปักกิ่ง แหล่งค้านกผิดกฎหมายที่ดำเนินการค้าให้แก่บรรดาผู้ที่ต้องการทำ ฟ่างเชิง

อีกเรื่องหนึ่งคือ “สัตว์เหล่านั้นมักถูกจับมาและอาศัยอยู่ในที่ที่ไม่เหมาะสม ถูกนำไปปล่อย และถูกจับอีกครั้ง” พาลเมอร์กล่าว ความตอนหนึ่งจากบทความในวารสาร Contemporary Buddhism อธิบายถึงองค์การทางศาสนาได้สั่งซื้อนกจำนวนมากจากผู้ค้าและนำพวกมันไปปล่อย หลังจากนั้นเหล่าผู้ค้าทั้งหลายรอคอยที่จะจับพวกมันกลับมาอีกครั้ง วนเป็นวงจรเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า พาลเมอร์บอกว่า มันเป็นรูปแบบของธุรกิจ พระสงฆ์บางรูปได้ส่วนแบ่งจากการค้าสัตว์ที่ถูกนำไปปล่อย

นอกจากนี้ มีสัตว์จำนวนไม่น้อยที่จบชีวิตลงระหว่างการขนย้ายก่อนถึงมือผู้ซื้อ เนื่องจากพวกมันได้รับบาดเจ็บหรืออยู่ในที่อาศัยที่ไม่เหมาะสม หรือแม้แต่การปล่อยสัตว์ต่างถิ่นเข้าสู่พื้นที่ ความไม่ตั้งใจของผู้ใจบุญอาจสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศท้องถิ่นได้ “การทำบุญปล่อยสัตว์กำลังเป็นปัญหาครับ” คริส ฮาร์เลย์ นักนิเวศวิทยาประจำมหาวิทยาลัยบริทิชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา กล่าวในนิตยสาร อูดูบอง เมื่อปี 2014

เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2015 สวนคาดูรีและสวนพฤกษศาสตร์ที่เป็นศูนย์คุ้มครองสัตว์ในฮ่องกงกล่าวว่า พวกเขาได้รับเต่าต่างถิ่นสองตัวที่ถูกปล่อยลงในอ่างเก็บน้ำ “สัตว์ต่างถิ่นเป็นสาเหตุหลักที่คุกคามระบบนิเวศของชนิดพันธุ์ท้องถิ่น” ทางศูนย์อธิบาย และในเดือนตุลาคม เจ้าหน้าที่ได้พยายามขัดขวางคนจำนวนหนึ่ง ที่กำลังจะปล่อยเต่าบราซิลจำนวนห้าร้อยตัวในมหาวิทยาลัยเพ็กกิง นครปักกิ่ง

 

ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

องค์กรของเหอหยุนได้ทำงานร่วมกับผู้นำทางศาสนาในประเทศจีน เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการทำบุญปล่อยสัตว์ และเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับผู้คนที่ต้องการประพฤติจารีตนี้ หนึ่งในทางเลือกคือ การให้ชาวพุทธถือศีลกินเจและร่วมกันต่อต้านการค้าสัตว์ที่ผิดกฎหมาย “เราต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม” พาลเมอร์บอก ถ้าเป็นเช่นนั้น ชาวพุทธจะได้รับกรรมดีจากการช่วยชีวิตสัตว์จริง ๆ

พุทธศาสนิกชนจากวัดแห่งหนึ่งในย่านไชน่าทาวน์ เขตแมนฮัตตัน ได้ร่วมทำกิจกรรมโดยการรับบริจาคเงินและนำไปช่วยเหลือการปล่อยสัตว์คืนสู่ป่า เมื่อหลายปีที่ผ่านมา พวกเขาเป็นตัวแทนของรัฐนิวยอร์กในการปล่อยนกบริเวณสวนสาธารณะเซนทรัลปาร์ก และพวกเขาตั้งชื่อกิจกรรมนี้ว่า “การปล่อยสัตว์ด้วยความเห็นอกเห็นใจ”

เรื่อง เจนี แอกท์แมน

 

อ่านเพิ่มเติม

นัต: พลังศรัทธาของมวลชน

เรื่องแนะนำ

กลยุทธการล่าของกิ้งก่าคาเมเลี่ยน

ลิ้นที่แลบออกอย่างรวดเร็วของกิ้งก่าคาเมเลี่ยนคืออาวุธที่ใช้ในการจับเหยื่อกินเป็นอาหาร แต่อาวุธร้ายของสัตว์นักล่าตัวนี้ไม่ได้มีแค่นั้น มาทำความรู้จักกับกิ้งก่าชนิดนี้ให้มากขึ้น แล้วคุณจะพบว่าเทคนิคของมันนั้นเจ๋งขนาดที่ว่าแทบไม่มีพลาดในการล่าเหยื่อ อาวุธที่ 1 : ความเชื่องช้า กิ้งก่าคาเมเลี่ยนจะเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าจนกว่าเหยื่อจะเข้ามาใกล้ในระยะที่มันสามารถล่าได้ เหตุใดจึงเชื่องช้า เพราะความช้านี่สัมพันธ์กับอาวุธชิ้นที่ 2 : การพรางตัว เพื่อไม่ให้เหยื่อสังเกตเห็นมัน อาวุธที่ 3 : สายตาอันเฉียบคม กิ้งก่าคาเมเลี่ยนสามารถมองเห็นได้ทุกทิศทางแบบ 360 องศา เพราะดวงตาของมันสามารถเคลื่อนไปมาได้ และอาวุธสุดท้ายคือ : ลิ้นที่แลบออกจับเหยื่ออย่างรวดเร็ว ความยาวของลิ้นนั้นมากกว่าความยาวลำตัวของมันเองถึง 1.5 เท่าเลยทีเดียว   อ่านเพิ่มเติม : มดปากตะขอโจมตีเหยื่อเร็วกว่ากระพริบตา, คุณมองออกไหมว่าเสือดาวซ่อนอยู่ตรงไหน?

ปลา “เดิน” ได้ไม่ได้มีแค่ปลาตีนกับปลาหมอ มารู้จักกับปลาหิน “เดิน” ได้กัน

ระหว่างการดำน้ำตอนกลางคืนนอกชายฝั่งเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย นักดำน้ำชื่อ Emeric Benhalassa สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่าง นั่นคือปลาตัวหนึ่งที่ดูเหมือนกำลัง “เดิน” ไปตามพื้นทะเล Benhalassa ซึ่งเป็นพ่อครัวชาวฝรั่งเศส ผู้ชอบดำน้ำในเวลาว่าง  สงสัยว่ามันน่าจะเป็นปลาหิน (stingfish) ชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นชื่อสามัญของปลาในสกุล Minous จากวงศ์ปลาหิน (Synanceiidae) ปลาหินจัดเป็นปลามีพิษร้ายแรงที่สุดชนิดหนึ่งเท่าที่รู้จักกัน “พวกมันมีต่อมพิษบริเวณฐานของเงี่ยงตรงครีบหลัง และเมื่อเงี่ยงนี้แทงเข้าไปในผิวหนังของเรา พิษจะถูกฉีดเข้าไปในบาดแผล” เจฟฟ์ วิลเลียมส์ ผู้จัดการคอลเลกชั่น และนักมีนวิทยา จากพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาแห่งชาติสมิทโซเนียน อธิบาย อย่างไรก็ตาม ปลาหินชนิดที่เห็นในคลิปนี้ค่อนข้างลึกลับ “ปลาเดินเท้า” แห้งท้องทะเลชนิดนี้เคลื่อนที่โดยใช้ก้านครีบอก “อิสระ” ที่อยู่ด้านล่างสุดของลำตัว ซึ่งมีลักษณะคล้ายกระดูกแหลมๆ ยื่นออกมาจากด้านล่างของลำตัว พฤติกรรม “การเดิน” นี้อาจเป็นการล่าเหยื่อ เพราะปลาเหล่านี้มีปุ่มรับรสบนก้านครีบอิสระแต่ละอัน หากพิจารณาจากก้านครีบและลักษณะทางกายภาพอื่นๆที่เห็น ผู้เชี่ยวชาญคิดว่ามันน่าจะเป็นปลาชนิดใดชนิดหนึ่งต่อไปนี้ Striped stingfish, Whitetail goblinfish และ Painted stinger หรืออาจเป็นชนิดพันธุ์ที่ยังไม่มีผู้บรรยายไว้ก็เป็นได้ ผู้เชี่ยวชาญที่เห็นคลิปวิดีโอนี้ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า วิธีที่ดีที่สุดในการระบุชนิดพันธุ์ปลาตัวนี้คือการศึกษาตัวอย่างที่จับได้เท่านั้น ตัวอย่างปลาหินส่วนใหญ่ถูกลากขึ้นมาจากทะเลลึกโดยชาวประมงอวนลากที่จับสัตว์น้ำหน้าดินจำพวกกุ้ง ปู  […]

นกชนหิน : เหยื่อของเงินตรา อำนาจ และความหรูหรา

นกชนหินกำลังตกเป็นเป้าของการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลให้นกแปลกประหลาดชนิดนี้ตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยง ขณะที่ผืนป่าอันเป็นถิ่นอาศัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หดเล็กลง

ฟอสซิลเก่าแก่เผยต้นกำเนิดของซอโรพอด

ผลการค้นพบฟอสซิลนี้สั่นสะเทือนทฤษฎีวิวัฒนาการของไดโนเสาร์ เมื่อหลักฐานใหม่บ่งชี้ว่าไดโนเสาร์ยักษ์อย่างซอโรพอดถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกเร็วกว่าที่เคยคิดกันไว้