ลิงออกลูก ชมภาพถ่ายหายากที่น่าอัศจรรย์ - National Geographic Thailand

ภาพอันน่าอัศจรรย์ของลิงออกลูก

ภาพอันน่าอัศจรรย์ของ ลิงออกลูก

ลิงบาบูนเกลาดา (Gelada) มักแยกตัวอย่างสันโดษออกจากฝูงในช่วงที่ให้กำเนิดลูก และนี่คือภาพ ลิงออกลูก ที่หาชมได้ยากของแม่ลิงบาบูนเกลาดา เจฟฟ์ เคอร์บี บักทึกช่วงเวลาที่เหลือเชื่อได้ระหว่างการถ่ายทำสารคดีเกี่ยวกับลิงบาบูนเกลาดาในเอธิโอเปีย เพื่อตีพิมพ์ลงในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

ลิงออกลูก

ในขณะที่เคอร์บีและคณะนักวิจัยกำลังยืนอยู่ใกล้ ๆ กับลิงเพศเมียตัวหนึ่งที่กำลังตั้งท้อง เธอแยกตัวโดดเดี่ยวออกมาจากฝูงเพื่อทำการคลอดลูก เคอร์บีบักทึกภาพต่อเนื่องในจังหวะที่หน้าของลูกลิงโผล่ออกมา เป็นภาพที่หน้าตื่นตาตื่นใจราวกับลิงมีสองหน้าในตัวเดียว

คุณทำได้อย่างไร “ผมมีโอกาสได้เป็นนักชีววิทยาก่อนจะมาเป็นช่างภาพ” เคอร์บีกล่าว เขาได้ทำการสำรวจพฤติกรรมของลิงบาบูนเกลาดาเป็นเวลาแรมปี ดังนั้นเมื่อเขาเห็นลิงที่ตั้งท้องแยกตัวออกจากฝูง (เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นได้ยาก) และตกลูกอย่างเงียบๆ (เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นได้ยากกว่า) เขาจึงคว้ากล้องพร้อมเลนส์ถ่ายระยะไกลแล้วตามเธอไป

(เหตุใดแม่ลิงจึงกินลูกที่ตายแล้วของตนเอง?)

ลิงออกลูก

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาคือ 20 นาทีแห่งความเจ็บปวด การหดเกร็งของกล้ามเนื้อเป็นระยะ และการเปลี่ยนตำแหน่งอย่างรวดเร็ว เคอร์บียังคงนิ่งอยู่ตรงนั้นห่างออกไปประมาณ 4.5 เมตร ในจุดที่ไม่มีสิ่งใดมาขวางวิถีการมองเก็น เว้นแต่ดอกไม้สีสวยที่อยู่ตรงนั้น ความผสมผสานระหว่างการให้กำเนิดลูกลิงอย่างช้าๆ และองค์ประกอบรอบๆ ที่เคอร์บีได้พิจารณาอย่างดีทำให้ภาพมีคุณค่าเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

ลิงบาบูนเกลาดามักจะโดดเดี่ยวตัวเองในช่วงที่ออกลูก แม้ว่านักวิจัยลิงบาบูนเกลาดาจะเป็นประจักษ์พยานในการคลอดลูกของแม่ลิงสองถึงสามครั้งในช่วงที่ทำงานกับพวกมัน แต่ภาพต่อเนื่องในครั้งนี้เป็นสิ่งที่ไม่แทบไม่มีการบันทึกไว้เลย สำหรับการทำงานด้านอนุรักษ์สัตว์ป่า เรามักจะให้ความสนใจไปยังจำนวนประชากรที่ลดลงและการสูญเสียพื้นที่อาศัย แต่ในภาพชุดนี้เราได้แสดงให้เห็นคติธรรม การสำรวจยังไม่จบลง แต่มันคือช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้น

เรื่อง แดเนียล สโตน

ภาพถ่าย เจฟฟ์ เคอร์บี

 

อ่านเพิ่มเติม

ชิมแปนซีเลือกกินสมองลูกลิงก่อนส่วนอื่น

เรื่องแนะนำ

ฟอสซิลปลาโบราณที่ถูกค้นพบโดยเด็กสิบขวบ

ฟอสซิลปลา โบราณที่ถูกค้นพบโดยเด็กสิบขวบ ราวๆ 3 ปีก่อน เด็กน้อยขี้สงสัยวัยสิบขวบที่กำลังอยู่ระหว่างการท่องเที่ยวยังวิหารเก่าแก่ของโคลอมเบีย สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ปลายเท้า เขาสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ดูคล้ายปลาอยู่ในหินก้อนแบนที่พื้น ดังนั้นเด็กน้อยจึงถ่ายภาพไว้ และไม่กี่วันต่อมาตัวเขาก็นำภาพถ่ายมายังสถาบันวิจัยบรรพชีวินวิทยาที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ ที่ซึ่งนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันกล่าวว่า เด็กน้อยได้พบเข้ากับฟอสซิลเข้าเสียแล้ว ข่าวดังกล่าวถูกแจ้งไปยังทีมวิจัย มหาวิทยาลัยอัลเบอร์ตา และจากการรวบรวมข้อมูล พวกเขาคิดว่าฟอสซิลที่หนูน้อยคนนี้พบน่าจะเป็นสัตว์ในกลุ่มปลาโบราณที่ไม่เคยถูกพบในอเมริกามาก่อน “เราพบว่าเขตร้อนชื้นเป็นภูมิภาคที่พวกมันอาศัยอยู่” Oksana Vernygora นักศึกษาปริญญาเอกผู้นำการวิจัยกล่าว “สิ่งที่เราต้องทำก็คือออกไปสำรวจ” ผลการค้นพบครั้งนี้ถูกเผยแพร่ลงในวารสาร Journal of Systematic Palaeontology เมื่อวันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา   หนทางสู่การค้นพบ วิหาร La Candelaria ตั้งอยู่นอกเมือง  Ráquira ของโคลอมเบีย ด้วยระยะเวลาการขับรถไม่กี่ชั่วโมง วิหารที่ก่อสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 นี้ปนะกอบด้วยตัวอาคารซับซ้อน, พิพิธภัณฑ์, ลานอเนกประสงค์ และถ้ำที่เหล่านักบวชออกัสตินอาศัยอยู่ (และทุกวันนี้วิหารบางส่วนยังเปิดเป็นโรงแรมให้นักท่องเที่ยวเข้ามาพักอีกด้วย) ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน การก่อสร้างทางเดินมายังวิหารเริ่มต้นขึ้นด้วยการนำก้อนหินมาจากเหมือง Andean ในจังหวัดโบยากา ซึ่งห่างออกไปราวหนึ่งชั่วโมงครึ่ง เหมืองแห่งนี้ถูกเปิดขึ้นสำหรับการนำหินมาก่อสร้างยังวิหารโดยเฉพาะ และถูกปิดเมื่อหินถูกขนส่งไปหมดแล้ว ซึ่งทีมนักวิจัยสามารถติตตามที่มาของหินได้จากที่นี่ […]

ชมความน่ารัก ‘ภาระดร’ ลูกโลมาอิรวดีกำพร้าแม่ ฝากเลี้ยงหวังยื้อชีวิต

กลิ่นนมผงผสมกับกลิ่นฝนมรสุมเป็นสิ่งที่เตะจมูกเมื่อผมมาถึงศูนย์วิจัย ฯ อ่าวไทยฝั่งตะวันออกที่จังหวัดระยอง ภายในเต็นท์สีดำใต้เมฆครึ้มผมเห็นเจ้าหน้าที่ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกำลังง่วนทำงานอยู่ในบ่อพักฟื้นซึ่งเป็นที่อยู่ของ “ภาระดร” ลูกโลมาอิรวดีกำพร้าแม่ที่มาเกยตื้นและถูกช่วยเหลือมาเลี้ยงดูที่ศูนย์วิจัยเมื่อช่วงวันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม ผมไม่ได้ถามว่าชื่อของเจ้าโลมานี้มีที่มาจากไหน แต่คงไม่ได้แปลว่า “ภาระ” ที่เจ้าหน้าที่กำลังต้องพบเจอหรอก (มั้ง) ครับ ในช่วงแรกที่นำเจ้าภาระดรเข้ามา มันไม่สามารถทรงตัวหรือว่ายน้ำเองได้เลย และมีบาดแผลบนตัว แต่หลังจากที่ทีมเจ้าหน้าที่และสัตวแพทย์สัตว์น้ำได้ผลัดเวรกันเฝ้าดูแลตลอด 24 ชั่วโมงเป็นเวลาร่วมกว่าอาทิตย์ เจ้าโลมาน้อยก็มีสุขภาพดีขึ้นจนสามารถว่ายน้ำไปมาได้เอง จนแทบจะว่าได้ว่าคึกคักจนเกินไป เพราะว่ายน้ำซนแทบไม่หยุดจนเจ้าหน้าที่ต้องคอยดูไม่ให้ว่ายน้ำไปชนขอบบ่อจนเป็นแผล อีกทั้งยังเจริญอาหารมากโดยที่จะมาคอยดูดนิ้วพี่เลี้ยงในเวลาที่หิวนมอยู่บ่อยๆ กินเล่นนอนแทบไม่ต่างอะไรกับเด็กวัยกำลังซน แต่เนื่องจากลูกโลมาที่ยังไม่หย่านมนั้นแทบไม่มีโอกาสรอดชีวิตได้โดยปราศจากแม่ของมันในธรรมชาติทางเจ้าหน้าที่จึงต้องคอยเลี้ยงดูภาระดรให้เติบโตแข็งแรงต่อไปอีกหลายเดือนก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไปกับอนาคตของมัน ในปัจจุบัน โลมาอิรวดีเป็นสัตว์คุ้มครองตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าและเพิ่งได้รับการเห็นชอบจากการเสนอให้เข้าเป็นสัตว์สงวนโดยคณะกรรมการทะเลแห่งชาติเมื่อเดือนพฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา แต่สถานการณ์ในธรรมชาติของโลมาชนิดนี้ยังน่าเป็นห่วงมากเนื่องจากพวกมันมีแหล่งอาศัยอยู่ตามพื้นที่ที่มักได้รับผลกระทบจากมนุษย์เช่นน่านน้ำใกล้ชายฝั่ง แหล่งน้ำกร่อย และแม่น้ำบางสายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น ภัยคุกคามหลักของพวกมันคือการติดเครื่องมือประมงอย่างเช่นที่เพิ่งคร่าชีวิตโลมาอิรวดีตัวสุดท้ายในแม่น้ำโขงของลาวไปเมื่อต้นปีนี้ หรือที่อาจทำให้ฝูงโลมาอิรวดี 14 ตัวสุดท้ายในทะเลสาบสงขลาหายสาบสูญไปตลอดกาลได้ในอนาคต เมื่อคำนึงถึงภัยอื่นๆ ที่ทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยของพวกมันเช่นมลพิษ การสร้างเขื่อนในแม่น้ำ หรือแหล่งน้ำที่แห้งเหือดด้วยสภาวะโลกรวนด้วยแล้ว โลมาชนิดนี้จึงถูกจัดสถานภาพว่าเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ Endangered โดยองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ในค่ำคืนที่ฝนตกเช่นคืนนี้ เหล่าสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ของกรมทรัพยากรทางทะเลก็ยังคงทำงานกันอย่างหนักอยู่ในบ่อเลี้ยงเพื่อกล่อมภาระดรให้นอนหลับสบาย ซึ่งผมก็หวังอยู่ลึกๆ ว่าสักวันหนึ่งภาระดรจะเติบโตอย่างแข็งแรงและมีโอกาสได้คืนกลับสู่ฝูงธรรมชาติ และในขณะเดียวกันก็อยากเห็นว่าญาติ 14 ตัวของภาระดรในทะเลสาบสงขลาจะยังสามารถอยู่รอดต่อไปได้ด้วยการยกระดับการตรวจตราและจัดการพื้นที่ประกอบกับความร่วมมือจากชุมชน อย่างน้อยก็ในช่วงชีวิตของพวกเรา หากคุณสนใจเรื่องราวของ […]