การค้นพบโลกครั้งใหม่ในย่างก้าวของบรรพบุรุษ - National Geographic Thailand

การค้นพบโลกครั้งใหม่ในย่างก้าวของบรรพบุรุษ

การค้นพบโลกครั้งใหม่ในย่างก้าวของบรรพบุรุษ

บิชเคก คีร์กิซสถาน พอล ซาโลเพก นักข่าวรางวัลพูลิตเซอร์ ต้องการบอกเล่าเรื่องราวของโลกโดยผ่านการเดินทางในโครงการที่ชื่อว่า Out of Eden Walk ในตอนนี้เขาอยู่ในช่วงฤดูหนาวของเมืองบิชเคก ประเทศคีร์กิซสถาน เฝ้ารอให้หิมะในภูเขาละลายเพื่อที่จะออกเดินทางต่อไปยังดินแดนตะวันออก มุ่งหน้าสู่จีนตะวันตก เขาออกเดินทางตามเส้นทางเดียวกับบรรพบุรุษในยุคหินซึ่งอพยพจากแอฟริกาไปยังอเมริกาใต้

 

2013 : สุสานอันรุ่งเรือง

10 มกราคม 2013 เฮอร์โต โบวรี เอธิโอเปีย พอลตื่นมาในลานของหมู่บ้านในรีฟวัลเลย์ของแอฟริกา และหลังจากใส่บูทและจูบลาภรรยา เขาออกก้าวเดินไปยังอ่าวเอเดนซึ่งอยู่ห่างออกไป 250 ไมล์

กลุ่มเล็กของโฮโมเซเปียนส์ออกเดินทางในแบบเดียวกันไม่น้อยกว่า  100,000 ปีก่อน เพราะ การเปลี่ยนแปลงของอากาศ การล่า ความอดอยาก ประชากรที่ล้นเกินไป  ไม่มีใครรู้เหตุผลที่แน่ชัด แต่มนุษย์กลุ่มแรกที่ออกเดินทางจะพบกับการทดสอบที่สำคัญในการอยู่รอดของมนุษย์ ทั้งในการคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ และการแก้ปัญหาต่าง ๆ

พอลรู้สึกถึงความไม่มั่นคงของนักบุกเบิกยุคแรก ในขณะที่เขาเดินทางออกจากแคมป์ของทิม ไวท์ นักโบราณคดี ในแหล่งโบราณคดีมิดเดิลอาวาช แหล่งฟอสซิลมนุษย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก พอลออกเดินทางด้วยกองคาราวานอูฐซึ่งบรรทุกสัมภาระมากมาย

 

2014 : ปีของการอพยพ

สูทสีดำ และหนวดเคราอันโดดเด่น ใน เมอะเชอาเรม เยรูซาเลมล้อมรอบไปด้วยชาวยิวออร์โธด๊อกซ์สุดโต่ง เพศกลายเป็นเรื่องที่ถูกแยกออกจากกิจกรรมสาธารณะ ด้วยความศรัทธาที่แรงกล้า เขตนี้เปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อยตั้งแต่ตั้งถิ่นฐานในปี 1874

ในปีที่สองของการเดินทาง พอลได้เดินทางไปเยรูซาเลม หลังจากผ่านตะวันออกกลางมา จากถนนคนเดินสู่ฮิญาซในซาอุดิอาราเบีย แหล่งกำเนิดศาสนาอิสลาม เขาเดินทางผ่านเขตทุ่นระเบิดซึ่งเป็นด่านวัดใจศรัทธาของตัวเองในเขตเวสแบงค์และอิสราเอล ในช่วงเวลากลางคืน เขาพักผ่อนในบ้านของชาวปาเลสไตน์และชาวอิสราเอล

เด็กน้อยชาวซีเรียลอยอยู่ในอากาศ ขณะที่คนงานคนอื่นๆกำลังเก็บมะเขือเทศในจอร์แดน ประชากรชาวซีเรียมากกว่าครึ่งล้านต้องอพยพหนีจากสงครามกลางเมือง

แต่การเดินทางของเขาดูจืดชืดไปถนัดตาเมื่อเทียบกับโชคชะตาของผู้อพยพ 12 ล้านคน ผู้ได้รับผลกระทบจากสงครามกลางเมืองซีเรีย จากระยะเวลาเดือนกว่าในจอร์แดนและตุรกี เขาเดินผ่านกลุ่มอพยพที่ใหญ่ที่สุดที่โลกเคยเห็นมาในรอบ  70 ปี กระแสของมนุษย์ผู้ทุกข์ยาก ซึ่งแบ่งทุกสิ่งที่พวกเขามี น้ำชา รอยแต่งแต้มอยู่ภายใต้ผืนผ้าใบ  บทเพลง และเรื่องราวของพวกเขา

 

2015 : แดนวิญญาณ

หิมะปกคลุมช่องเขาทางเหนือของอามาเนีย ซึ่งถูกเรียกว่า Jardi Dzor หรือ หุบเขาสังหารหมู่ ซึ่งชาวตุรกีสังหารชาวอามาเนียประมาณ 4,000 คนในปี 1920

ในช่วงปีที่สามของการเดินทาง เขาถูกขัดขวางโดยกำแพงน้ำแข็งยุคใหม่ที่เรียกว่า กฎหมายพรมแดน อิหร่านปฏิเสธการยื่นขอวีซาของพอล แต่เขาไม่ละความพยายามโดยเดินทางไปทางทิศเหนือเข้าสู่คอเคซัส ผ่านเศษซากที่พร่ามัวของหุบเขาแห่งวัฒนธรรม ไปสู่มรดกแห่งการยึดครอง พิชิตชัย และการขับไล่ หลังจากนั้นเมื่อเขาไปยังจอร์เจียร์ และเรียนรู้เสน่ห์ของรสน้ำผึ้งและไวน์ เขาได้พบเห็นและเป็นพยานในความรักของแม่ผู้สูญเสียลูก และได้สัมผัสกับบาดแผลของศตวรรษเก่า การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวอามาเนีย

 

2016 : เส้นทางสายไหมใหม่

พอล ซาโลเพิก เดินทางผ่าน อุซเบกิสถาน ในกรกฎาคม 2016 ซึ่งเป็นเส้นทางสายไหมที่ไปยังจีน

ระหว่างปีที่ผ่านมา พอลเดินทางไปมากกว่า 1400 ไมล์ข้ามเอเชียกลาง เส้นทางสายไหมซึ่งครั้งหนึ่งเคยเชื่อมระหว่างตะวันออกกับตะวันตก กองคาราวานที่หายสาบสูญไปจากเส้นทางสายไหมเป็นกลุ่มแรกที่ได้พบกับประสบการณ์โลกาภิวัฒน์เป็นกลุ่มแรก ในปัจจุบันอูฐถูกแทนที่ด้วยท่อส่งก๊าซและเส้นไหมในศตวรรษที่ 21 คือ ก๊าซและน้ำมัน

การเดินทางในจุดเชื่อมต่อการค้ายุคโบราณ เมื่อผู้แพ้ในระบบตลาดเสรีดูเหมือนจะปฏิเสธพันธะสัญญาของโลกาภิวัฒน์ ที่นี่เป็นจุดสูงสุดของเส้นทางการค้าในช่วงก่อนยุคกลาง เอเชียกลางคือศูนย์กลางของการเบ่งบานทางวัฒนธรรมและนวัฒกรรมโลก แต่ในศตวรรษของสงคราม ศาสนา ศักดินา และการแยกตัว ผลักให้ภูมิภาคแห่งนี้กลายเป็นชายขอบไป

เรื่อง พอล ซาโลเพก

ภาพ จอน สแตนเมเยอร์

 

อ่านเพิ่มเติม

ธรรมชาติอันงดงามในปากีสถาน

เรื่องแนะนำ

แอนน์ บุญช่วย ตัวละครใหม่ เชื้อสายไทย ในโลกแห่งดิสนีย์

(ภาพปก) แอนน์ บุญช่วย ตัวละครใน แอมฟิเบีย (Amphibia) แอนิเมชันเรื่องใหม่ของดิสนีย์ มีเชื้อสายไทย ในภาพเธอกำลังต้อนรับเหล่าผองเพื่อนสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกที่เข้ามาใช้บริการร้านอาหารไทยของเธอ ขอบคุณภาพจาก https://www.youtube.com/watch?v=iC71sCG52H8 หลังจากที่แอนิเมชันดิสนีย์ได้สร้างตัวละครหญิงที่มีหลากหลายเชื้อชาติเข้าไปอยู่ในใจผู้ชมตลอดมา ในปี 2019 ก็ถึงเวลาของตัวละครหญิงเชื้อสายไทยแล้ว เมื่อตอนที่ดิสนีย์ ค่ายภาพยนตร์แอนิเมชันชื่อดังที่เป็นขวัญใจผู้ชมทั้งเด็กและผู้ใหญ่ทั่วโลก ได้เปิดตัวการ์ตูนแอนิเมชันเรื่อง แอมฟิเบีย (Amphibia) ซึ่งมีตัวละครหลักเป็นเด็กสาวลูกครึ่ง ไทย-อเมริกัน นามว่า แอนน์ บุญช่วย (Anne Boonchuay) ทำให้แฟนแอนิเมชันจากค่ายนี้ โดยเฉพาะจากประเทศไทยต่างรู้สึกตื่นเต้นที่กำลังจะมีตัวละครเชื้อชาติใหม่ปรากฏในโลกของดิสนีย์ อาจเป็นไปได้ว่า นี่เป็นความต้องการของทางดิสนีย์ ที่พยายามขยายการนำเสนอเชื้อชาติที่หลากหลายบนโลกใบนี้ เพื่อให้ผู้ชมได้ตระหนักว่า โลกของเราไม่ได้มีเชื้อชาติเพียงแค่ชาวอเมริกันผิวขาว ชาวแอฟริกัน-อเมริกันผิวสี หรือคนจีน ที่มักถูกนำเสนอเป็นภาพตัวแทนของคนเอเชียเท่านั้น พัฒนาการของตัวละคร “ทางเชื้อชาติ” ของดิสนีย์ เมื่อครั้งที่ดิสนีย์เริ่มสร้างตัวละคร สโนว์ไวท์ เจ้าหญิงคนแรกของค่ายขึ้นมาเมื่อช่วงทศวรรษที่ 1930 มาจนถึงช่วงราวทศวรรษ 1980 ผู้ชมดิสนีย์ต่างติดภาพเจ้าหญิงในแบบคนอเมริกันผิวขาวที่ต้องคอยพึ่งพาผู้ชาย หรือเจ้าชายเพื่อให้บรรลุถึงความสุข-ความปรารถนาในชีวิต แม้ว่าจะมีเนื้อเรื่องที่ให้ผู้ชมตราตรึงให้โลกแห่งความฝัน ความรัก และเทพนิยาย แต่ในอีกด้านหนึ่ง ดิสนีย์เองก็ได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์ว่าสร้างเรื่องราวให้ตัวละครผู้หญิงพึ่งพาเพศชายมากเกินไป และไม่มีความหลากหลายของบุคลิกลักษณะตัวละครมากเท่าที่ควร ดังนั้น ในช่วงทศวรรษที่ […]

ศิลปะผนังถ้ำเล่าวิถีชีวิตมนุษย์ยุคน้ำแข็ง

ศิลปะผนังถ้ำเล่าวิถีชีวิตมนุษย์ยุคน้ำแข็ง พวกเราสามารถศึกษาประวัติศาสตร์โลกยุคน้ำแข็งและสัตว์ในโลกยุคน้ำแข็งอย่างแมมมอธ หรือสัตว์เลื้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ประเภทอื่นๆ ได้ในถ้ำที่ประเทศฝรั่งเศส และประเทศสเปนซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานโดยตามผนังมีภาพวาดที่เขียนเป็นสีและรูปลงบนพื้นหิน ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของคนยุคน้ำแข็ง และสัตว์ประเภทต่างๆ ที่คนยุคน้ำแข็งล่า เช่นแมมมอธ ม้า สิงโต และกวาง รวมถึงสัญลักษณ์ต่างๆ ที่คนยุคน้ำแข็งใช้สื่อสารกัน ภาพวาดตามผนังถ้ำของผู้คนยุคน้ำแข็งเหล่านี้จะแสดงให้พวกเราเห็นถึงวิถีชีวิตของคนยุคก่อนประวัติศาสตร์ได้อย่างชัดเจนและเข้าใจมากยิ่งขึ้น   อ่านเพิ่มเติมที่ มนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ล่าสลอธยักษ์เป็นอาหาร

ไอศกรีมจากขยะพลาสติก

ไอศกรีมจากขยะพลาสติก ใครๆ ก็ชื่นชอบไอศกรีม แต่หากมาได้เห็น ไอศกรีมจากขยะพลาสติก เหล่านี้คงกินไม่ลง อันที่จริงมันกินไม่ได้ด้วย แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ผู้คนตระหนักถึงปัญหาขยะล้นเมืองในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับปัญหาขยะพลาสติก ผลงานไอศกรีมที่กินไม่ได้เหล่านี้เป็นฝีมือของนักศึกษาศิลปะชาวไต้หวัน พวกเขาตระเวนรวบรวมตัวอย่างของน้ำจากแหล่งน้ำต่างๆ กว่าร้อยแห่งทั่วประเทศ จากนั้นนำมาแช่แข็งเอาไว้ในแม่พิมพ์ และเคลือบด้วยเรซิ่นเพื่อให้คงรูปถาวร แน่นอนว่าดูด้วยตาก็พอจะรู้ว่าของหวานเหล่านี้ไม่น่าลิ้มลอง แต่พึงระวังไว้ให้ดี หากมนุษย์เรายังคงไม่เปลี่ยนพฤติกรรมในการบริโภคที่มากเกินจำเป็นกันตั้งแต่ตอนนี้ นี่อาจเป็นอนาคตของไอศกรีมที่ลูกหลานเราจะได้กินก็เป็นได้ ชมวิดีโอ ไอศกรีมจากขยะพลาสติก ได้ที่นี่   อ่านเพิ่มเติม แพขยะพลาสติกแห่งแปซิฟิกไม่ใช่ในแบบที่คุณคิด