มนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ล่าสลอธยักษ์เป็นอาหาร - National Geographic Thailand

มนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ล่าสลอธยักษ์เป็นอาหาร

มนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ล่าสลอธยักษ์เป็นอาหาร

แตกต่างจากสลอธในปัจจุบันที่ใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตห้อยโหนบนต้นไม้ในทวีปอเมริกากลางและใต้ บรรพบุรุษในยุคโบราณของพวกมันมีขนาดใหญ่เท่าวัว และใช้ชีวิตบนพื้นดิน พวกมันล้มตายไปจากแผ่นดินอเมริกาเมื่อราว 11,700 ปีก่อน ในขณะที่บางส่วนอยู่รอดมาได้หลายพันปีต่อมา ในหมู่เกาะแคริบเบียน แม้กระทั่งตอนนี้นักวิทยาศาสตร์เองก็ยังไม่รู้ถึงสาเหตุแน่ชัดที่ทำให้สัตว์ใหญ่ยักษ์อย่างพวกมันต้องสูญพันธุ์ อย่างไรก็ตามเชื่อกันว่ามนุษย์มีส่วนต้องรับผิดชอบ เพราะจากผลการศึกษาใหม่ล่าสุดดูเหมือนว่าบรรพบุรุษของพวกเราจะกินสลอธยักษ์เป็นอาหาร

ในรายการศึกษาที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2018 ในวารสาร Science Advances ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยอริโซนาร่วมกับหน่วยงานอุทยานแห่งชาติสหรัฐฯพบหลักฐานเชื่อมโยงระหว่างสลอธยักษ์และมนุษย์ในอุทยาน White Sands ซึ่งปกติแล้วสถานที่แห่งนี้มีร่องรอยมากมายของสัตว์โบราณ รวมไปถึงรอยเท้าของสลอธเช่นกัน โดยรอยเท้าที่พวกเขาพบนั้นมีความยาวถึง 30 เซนติเมตร มันมีรูปร่างเหมือนไตมนุษย์ และมีร่องรอยการจิกเล็บลึกลงไปในดิน

สลอธยักษ์
ปูนปลาสเตอร์ของรอยเท้าสลอธยักษ์
ภาพถ่ายโดย David Bustos, National Park Service
สลอธยักษ์
รอยเท้ามนุษย์ในรอยเท้าสลอธยักษ์

ทีมนักวิจัยพบรอยเท้าของสลอธยักษ์มากถึง 251 รอย อายุตั้งแต่ 10,000 – 15,000 ปีก่อน และส่วนสำคัญก็คือในการค้นพบครั้งนี้ไม่ได้มีแค่รอยเท้าของสลอธ มีจำนวนหลายรอยมากที่มีรายงานพบรอยเท้าของมนุษย์ซึ่งเก่าแก่พอกันในรอยเท้าของสลอธ นั่นทำให้เกิดข้อสันนิษฐานตามมาว่ามนุษย์ในยุคโบราณนั้นคุกคามสลอธยักษ์เหล่านี้ นอกจากนั้นทิศทางของรอยเท้าก็บอกเล่าเรื่องราวของการล่าเช่นกัน ทีมวิจัยตั้งข้อสันนิษฐานว่าสลอธบางตัวหนีเป็นวงกลม บ้างหนีเป็นเส้นตรงจากกลุ่มมนุษย์ผู้หิวโหย

ตลอดช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา กระบวนการกัดเซาะได้ทำลายคุณภาพของรอยเท้าเหล่านี้ ดังนั้นแล้วนักวิทยาศาสตร์เองก็ไม่อาจมั่นใจได้ 100% ว่ามนุษย์ในยุคโบราณล่าสลอธเป็นอาหารจริงหรือไม่ แต่อย่างน้อยข้อสันนิษฐานนี้ก็พอจะอนุมานได้ว่าการที่สลอธยักษ์นั้นมีขนาดมหึมาและอุ้ยอ้ายจึงทำให้พวกมันตกเป็นเป้าหมาย ทั้งยังเป็นของรางวัลที่คุ้มค่าในการออกล่าแต่ละครั้งอีกด้วย เพราะสลอธยักษ์หนึ่งตัวนั้นให้พลังงานถึง 612,000 แคลอรี่เลยทีเดียว ปริมาณสารอาหารมากมายขนาดนี้จะหาได้ที่ไหนอีกในโลกยุคโบราณ

เรื่อง Katherine Ellen Foley

สลอธยักษ์
ร่องรอยของสัตว์โบราณพบได้ที่อุทยาน White Sands

 

อ่านเพิ่มเติม

สลอธถึงจะช้าแต่ไม่ได้โง่

เรื่องแนะนำ

วาฬเพชฌฆาตปะทะวาฬสีน้ำเงิน

ฝูงวาฬออร์การ่วมมือกันโจมตีสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก พวกมันคงไม่ได้กำลังล่าเหยื่อ เรื่อง ซาราห์ กิบเบ็นส์ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ที่เมืองมอนเตเรย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย อากาศยานไร้คนขับหรือโดรน (drone) บันทึกภาพฝูงวาฬออร์การ่วมมือกันเข้าโจมตีวาฬสีน้ำเงิน วาฬออร์กาเป็นที่รู้จักอีกชื่อหนึ่งคือ วาฬเพชฌฆาต อาหารของพวกมันคือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อยู่ในทะเล เช่น โลมา และแมวน้ำ แต่ในกรณีนี้ ผู้ล่าที่น่าเกรงขามคงไม่ได้ตั้งใจที่จะต่อกรกับวาฬสีน้ำเงินตัวเต็มวัย ซึ่งถือว่าเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดบนโลก จากข้อมูลที่เคยบันทึกไว้ วาฬสีน้ำเงินมีความยาวลำตัวได้ถึงหนึ่งร้อยฟุต และหนักกว่า 200 ตัน จากภาพที่บันทึกได้ วาฬสีน้ำเงินสบัดตัวไปทางด้านข้างอย่างแรง คล้ายกับเป็นการสร้างกำแพงน้ำ และว่ายออกไปอย่างรวดเร็วให้พ้นวิถีของวาฬออร์กา แนนซี แบล็ก นักชีววิทยาทางทะเล กล่าว เธอบันทึกภาพเหตุการณ์นี้ได้จากดาดฟ้าเรือชมวาฬ เหตุผลที่แท้จริงเบื้องหลังการโจมตี “พวกมันอาจจะกำลังหยอกเล่นเฉยๆ ค่ะ” แบล็กกล่าว “วาฬออร์กาแหย่วาฬสีน้ำเงิน เหมือนอย่างที่แมวเล่นกับเหยื่อของมัน วาฬชนิดนี้มีนิสัยขี้เล่นและชอบเข้าสังคม” แบล็กดำเนินธุรกิจนำชมวาฬในชื่อ Monterey Bay Whale Watch ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา เธอเฝ้าสังเกตวาฬออร์กาและสัตว์ชนิดอื่นๆ ในกลุ่มคีตาเชียน (สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อยู่ในทะเล) แม้ว่าจะมีขนาดใหญ่กว่าวาฬออร์กา […]

ตามติดชีวิตนักจับผีเสื้อ

ร่วมติดตามภารกิจจับความสวยงามบรรจุลงกล่องอันเป็นนิรันดร์ของนักจับผีเสื้อในอินโดนีเซีย หนึ่งในตลาดค้าผีเสื้อที่ใหญ่ที่สุดในโลก