โฉมหน้าของ ผู้อพยพในอเมริกา เมื่อปี 1917 - National Geographic Thailand

โฉมหน้าของผู้อพยพในอเมริกาเมื่อปี 1917

โฉมหน้าของ ผู้อพยพในอเมริกา เมื่อปี 1917

ย้อนหลังไปเมื่อ 100 ปีก่อน นิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เขียนไว้ว่า การอพยพเข้าเมืองในสหรัฐฯ ไม่เคย “ครอบงำความรู้สึกนึกคิดของอเมริกันมากเท่านี้มาก่อน”  หนึ่งปีก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่งจะปิดฉากลง รัฐสภาสหรัฐฯ มีมติผ่านรัฐบัญญัติคนเข้าเมืองปี 1917  ซึ่งจำกัดการไหลบ่าเข้าสู่สหรัฐฯ ของ ผู้อพยพในอเมริกา อย่างมาก  ครอบครัวและบุคคลซึ่งส่วนใหญ่มาจากยุโรปตะวันออก ไอร์แลนด์ และสแกนดิเนเวีย ดิ้นรนเสาะหาที่พักพิงในประเทศซึ่งเคยเปิดประตูต้อนรับชาวยุโรปมาตลอดประวัติศาสตร์

นโยบายเชิงตอบโต้เป็นก้าวสำคัญที่สุดก้าวหนึ่งที่นำพาสหรัฐฯ ไปสู่ความเป็นชาติกำเนิดนิยม แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ครั้งสุดท้าย คติ หรือคำพูดที่ว่า “ประวัติศาสตร์มักซ้ำรอยตนเอง” อาจไม่เคยมีความหมายมากไปกว่าในตอนนี้อีกแล้ว  ภาพถ่ายเหล่านี้คัดเลือกมาจากสารคดีที่ตีพิมพ์เมื่อปี 1917

ร้อยปีผ่านไป อเมริกายังคงเผชิญกับวิกฤติการไหลบ่าของผู้อพยพเช่นเดิม เพียงแต่พวกเขามีโฉมหน้าที่เปลี่ยนไป รายงานจากศูนย์ศึกษาการเข้าเมืองซึ่งทำการสำรวจข้อมูลในปี 2013 พบว่า สหรัฐอเมริกามีจำนวนของผู้อพยพทั้งถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมายรวม 41.3 ล้านคน มากที่สุดมาจากเม็กซิโก 28% ตามมาด้วยอินเดียและจีน 5% เท่ากัน

เรื่อง ซาร่าห์ กิบเบ็นส์

ผู้อพยพ
ผู้อพยพหลายพันคนเข้ารับการอบรมภาษาที่จัดโดยภาคอุตสาหกรรมในสหรัฐฯ
ภาพถ่ายโดย Underwood and Underwood
ผู้อพยพ
เด็กๆ เหล่านี้มาจากถบคาบสมุทรบอลข่าน
ภาพถ่ายโดย Fredric c. Howe
ผู้อพยพ
ครอบครัวนี้อพยพมาจากฟินแลนด์
ภาพถ่ายโดย Fredric c. Howe
ผู้อพยพ
ครอบครัวผู้อพยพชาวโรมานี หรือยิปซี
ภาพถ่ายโดย Fredric c. Howe
ผู้อพยพ
สามผู้อพยพจากมอนเตเนโกรในเสื้อผ้าตามวัฒนธรรมดั้งเดิม
ภาพถ่ายโดย Fredric c. Howe
ผู้อพยพ
เด็กน้อยผู้อพยพจากสกอตแลนด์ในชุดกระโปรงและหมวกขนนกแบบชาวสกอต
ภาพถ่ายโดย Fredric c. Howe
ผู้อพยพ
สองพี่น้องจากออสเตรีย
ภาพถ่ายโดย Augustus F. Sherman
ผู้อพยพ
ผู้อพยพจากหลายเชื้อชาติมารวมตัวกันบนสวนที่ตั้งอยู่บนหลังคาของ Ellis Island ในนิวยอร์ก
ภาพถ่ายโดย Fredric c. Howe
ผู้อพยพ
ผู้อพยพจากตุรกี ในชุดประจำชาติกำลังทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้ธนาคาร
ภาพถ่ายโดย Fredric c. Howe
ผู้อพยพ
ชุดประจำชาติของผู้อพยพชาวโรมาเนีย
ภาพถ่ายโดย Fredric c. Howe
ผู้อพยพ
ผู้อพยพจากรัสเซียพร้อมด้วยลูกๆ สามคน
ภาพถ่ายโดย Fredric c. Howe
ผู้อพยพ
ผู้อพยพชาวกรีกคนนี้เคยเป็นทหารรักษาพระองค์
ภาพถ่ายโดย Fredric c. Howe
ผู้อพยพ
ครอบครัวผู้อพยพจากเยอรมันที่มีท่าทีเศร้าหมอง บ้านนี้มีลูกสาวหนึ่งคนและลูกชายอีกเจ็ดคน
ภาพถ่ายโดย Fredric c. Howe

 

อ่านเพิ่มเติม

โลกของคาวบอยเป็นอย่างไร? ชมภาพเก่าอายุเกือบ 100 ปี

เรื่องแนะนำ

หมาขนเกรียนเม็กซิกันนี้มีประวัติอันยาวนาน

หมาขนเกรียนเม็กซิกันนี้มีประวัติอันยาวนาน สำหรับชนชาติโบราณอย่างชาวแอซเท็กและชาวมายาแล้ว เพื่อนที่ดีที่สุดของพวกเขาคือผู้ติดตามที่ไร้ขนอย่างหมาขนเกรียนเม็กซิกัน พวกมันคอยช่วยเสาะหาอาหารและนำทางพวกเขาไปยังโลกหลังความตาย เพื่อนผู้นี้เป็นที่รู้จักดีในชื่อ สุนัขขนเกรียนเม็กซิกัน หรือ Xoloitzcuintli (อ่านออกเสียงว่า show-low-itz-QUEENT-ly) คำๆ นี้มาจากสองคำรวมกันในภาษาแอซเท็ก คือ Xolotl หมายถึงเทพแห่งแสงสว่างและความตาย ส่วน itzcuintli มีความหมายว่าสุนัข ตามความเชื่อของชาวแอซเท็ก สุนัขสายพันธุ์นี้ถูกสร้างขึ้นโดยเทพเจ้าเพื่อปกป้องและนำทางดวงวิญญาณของมนุษย์ไปยังโลกหลังความตาย Xoloitzcuintli คือหนึ่งในสายพันธู์สุนัขที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปอเมริกา นักวิจัยเชื่อว่าบรรพบรุษของพวกมันอพยพมาจากเอเชียและพัฒนาจนเป็นสายพันธุ์ดังกล่าวเมื่อราว 3,500 ปีก่อน สุนัขพันธุ์นี้มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นคือไร้ขน (บางชนิดมีขนอยู่หย่อมหนึ่งที่บนหัวและหาง) อันเป็นผลจากวิวัฒนาการซึ่งรวมไปถึงการปราศจากฟันกรามน้อย ลักษณะที่โดดเด่นของฟันนี้ช่วยให้การระบุตัวตนของมันในทางโบราณคดีเป็นไปได้ง่ายดายขึ้น เจ้าสุนัข Xolos ปรากฏตัวบ่อยครั้งผ่านงานศิลปะในยุคเมโซอเมริกัน ด้วยลักษณะที่โดดเด่นคือหูแหลมตั้งและผิวหนังอันไร้ขนของพวกมัน ชิ้นงานที่ถูกพูดถึงบ่อยที่สุดคือรูปปั้นเซรามิกขนาดเล็กที่มีชื่อว่า Colima Dogs ที่ถูกพบทางตะวันตกของเม็กซิโก นักโบราณคดีประเมินว่าในสมัย 300 ปีก่อนคริสต์กาลจนถึงคริสต์กาลที่ 300 กว่า 75% ของการทำพิธีศพจะบรรจุหุ่นจำลองของสุนัขพันธุ์นี้ลงไปด้วย เพื่อช่วยนำทางดวงวิญญาณไปยังโลกหลังความตาย สุนัขสายพันธุ์นี้กลายเป็นที่สนใจเมื่อคณะเดินทางจากยุโรปมาถึงทวีปอเมริกา ในจำนวนนี้รวมไปถึงคริสโตเฟอร์ โคลัมบัสและคณะนักบวชชาวสเปนในศตวรรษที่ 16 ซึ่งมีบันทึกเรื่องราวของสุนัขเหล่านี้ไว้ว่า ชาวแอซเท็กโบราณห่มผ้าให้พวกมันในตอนกลางคืนเพื่อช่วยให้มันอุ่น นอกจากนั้นการที่มันปราศจากขนส่งผลให้ร่างกายของมันเป็นตัวนำความร้อนชั้นดี พวกเขาใช้มันเปรียบเสมือนขวดน้ำร้อนแก่บรรดาผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ “สุนัขรู้ดีว่าคุณกำลังป่วยอยู่” Kay […]

เปิดภาพที่หาชมได้ยากของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 จากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

ตั้งแต่ภาพถ่ายพระราชพิธีเก่าแก่ไปจนถึงภาพถ่ายที่การแข่งขันอเมริกันฟุตบอล ทั้ง 20 ภาพนี้บันทึกเรื่องราวชีวิตของสมเด็จพระราชินีเอาไว้อย่างครอบคลุม โดยช่างภาพของ เนชันแนล จีโอกราฟฟิก และแทบไม่เคยเผยแพร่ที่ใดมาก่อน สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธ อเล็กซานดรา แมรี่ วินด์เซอร์ ประทับอยู่บนบัลลังก์โบราณ พระเนตรของพระองค์ช่างหม่นหมอง ก่อนหน้านี้ในช่วงพระชนมพรรษา 27 พรรษา สมเด็จพระราชินีนาถยังแต่งพระองค์ด้วยชุดขาว แต่บัดนี้พระองค์คือสมเด็จพระบรบราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราขอาณาจักรและเครือจักรภพ พระอังสาคลุมด้วยผ้าสีทอง พระหัตถ์กุมคทาประดับประดาไปด้วยอัญมนี และพระเศียรที่มีมงกุฎอันหนักอึ้งสวมอยู่ เสียงตะโกนกู่ร้อง “ขอพระเจ้าโปรดทรงคุ้มครององค์ราชินีผู้สูงศักดิ์” (God save the Queen!) ดังก้องไปทั่วมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ พร้อมทั้งเสียงแตรเงินดังกังวาน ในพิธีบรมราชาภิเษกเดือนมิถุนายนปี 1953 ไม่มีใครเดาได้เลยว่าการครองราชย์ขององค์พระราชินีเอลิซาเบธจะดำเนินมายาวนานถึง 70 ปี ช่วงเวลาพระราชพิธีสำคัญอันแสนวิจิตรบรรจงนี้มิได้สูญหายไปตามกาลเวลาแต่อย่างใด หากแต่ถูกบันทึกไว้โดยช่างภาพผู้เจนจัดอย่าง เจมส์ จาร์เช่ ผ่านกล้องไลก้าที่บรรจุฟิล์มสไลด์สี Kodachrome เอาไว้ เขาบันทึกภาพพิธีกรรมอันเก่าแก่นี้ไว้ทุกช่วงเวลา ก่อนจะรีบนำภาพเหล่านี้ไปยังสำนักงานใหญ่ของสมาคมเนชันแนลจีโอกราฟิกในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ผ่านบริการขนส่งทางอากาศพิเศษ บริบทของสังคมไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า แฟชั่น ดินแดน การสื่อสาร การคมนาคม และอื่นๆ […]