เครื่องมือหิน อายุ 700,000 ปี ในฟิลิปปินส์ ใครกันคือผู้ประดิษฐ์?

ใครคือผู้ประดิษฐ์เครื่องมือหินอายุ 700,000 ปี ในฟิลิปปินส์?

ใครคือผู้ประดิษฐ์ เครื่องมือหิน อายุ 700,000 ปี ในฟิลิปปินส์?

เครื่องมือหิน ที่พบในฟิลิปปินส์ถูกประดิษฐ์ขึ้นก่อนที่มนุษย์สมัยใหม่จะเดินทางมาถึงหลายแสนปี และขณะนี้นักวิทยาศาสตร์ต้องการหาคำตอบว่าใครกันคือผู้ประดิษฐ์?

รายงานของสิ่งประดิษฐ์อันน่าสะดุดตานี้ถูกเผยแพร่ลงในวารสาร Nature เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2018 มันถูกทิ้งร้างอยู่ข้างเศษซากของกระดูกแรดบนที่ราบลุ่มของเกาะลูซอน เห็นได้ชัดเจนว่าเครื่องมือหินเหล่านี้มีไว้เพื่อตัดเฉือนเนื้อแรดออกมากินจากรอยตัดเป็นมุมบริเวณซี่โครง นอกจากนั้นยังพบร่องรอยของการทุบกระดูกให้แตก คล้ายกับว่าใครบางคนต้องการกินไขกระดูกในนั้น

แต่สิ่งที่ทำให้การค้นพบครั้งนี้พิเศษก็คืออายุของมัน เครื่องมือหินและเศษกระดูกเหล่านี้มีอายุเก่าแก่ 631,000 – 777,000 ปี ซึ่งทีมนักวิจัยประมาณตัวเลขที่ใกล้เคียงที่สุดอยู่ที่ราว 709,000 ปี มันเป็นช่วงเวลาก่อนที่มนุษย์สายพันธุ์โฮโมเซเปียนส์จะเดินทางมาถึง และหลักฐานเก่าแก่ที่สุดที่พวกเขามีเกี่ยวกับการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในฟิลิปปินส์ก็คือกระดูกเท้าจากถ้ำ Callao บนเกาะลูซอน ซึ่งมีความเก่าแก่เพียง 67,000 ปีเท่านั้น

“มันน่าประหลาดใจมากที่พบการตั้งถิ่นฐานเก่าแก่ขนาดนี้ในฟิลิปปินส์” Thomas Ingicco หัวหน้าการวิจัย ผู้เป็นนักโบราณคดีจากพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาในฝรั่งเศสกล่าว ดูเหมือนว่าผลงานครั้งนี้จะเป็นฝีมือของสายพันธุ์ที่เป็นญาติกับมนุษย์ แต่คำถามสำคัญที่ทำให้บรรดาผู้ศึกษาเกี่ยวกับการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในภูมิภาคแปซิฟิกใต้ต้องงงวยก็คือ พวกเขาเดินทางมายังฟิลิปปินส์ได้อย่างไร?

“มันเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมากครับ” Michael Petraglia นักบรรพชีวินวิทยาจากสมาคมมักซ์พลังค์ ซึ่งศึกษาเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์มนุษย์กล่าวว่า “แม้จะมีการอ้างก่อนหน้านี้ว่ามีมนุษย์ยุคแรกๆ เคยตั้งถิ่นฐานในฟิลิปปินส์ แต่ก็ไม่เคยมีหลักฐานที่ชัดเจนเท่าหลักฐานล่าสุดนี้”

 

พิสูจน์ความเก่า

ถิ่นที่อยู่หลายแห่งบริเวณเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้นั้นเป็นน่านน้ำเปิด ดังนั้นแล้วมนุษย์โบราณไม่สามารถเดินทางมาถึงได้หากพวกเขาไม่มีความรู้นการแล่นเรือ แต่แม้จะดูเป็นหนทางยากลำบาก สุดท้ายมนุษย์โบราณก็หาทางจนได้ ในปี 2004 มีรายงานการค้นพบหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของ Homo floresiensis บนเกาะ Flores ทางตะวันออกของอินโดนีเซียเมื่อหลายแสนปีก่อน และในปี 2016 ทีมนักวิจัยพบเครื่องมือหินบนเกาะสุลาเวสี ทางตอนเหนือของเกาะ Flores โดยเครื่องมือดังกล่าวมีอายุเก่าแก่มากถึง 118,000 ปี หรือเรียกได้ว่าเกิดขึ้นก่อนการมาถึงของมนุษย์สมัยใหม่ 60,000 ปีเลยทีเดียว

“มันเป็นหลักฐานที่ชัดเจนครับว่าสายพันธุ์ของมนุษย์โบราณสามารถเดินทางข้ามทะเลน้ำลึกได้” Adam Brumm นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัย Griffith ผู้ศึกษาเกี่ยวกับมนุษย์ Homo floresiensis กล่าว

และในการค้นหา Ingicco ร่วมมือกับ John de Vos นักชีววิทยาชาวเนเธอร์แลนด์ออกสำรวจพื้นที่โบราณคดีทางตอนเหนือของเกาะลูซอนที่มีชื่อว่าบริเวณ Kalinga พวกเขาพบตัวอย่างของกระดูกสัตว์และเครื่องมือหินที่ถูกค้นพบมาตั้งแต่ทศวรรษ 1950 แต่ด้วยความที่ตัวอย่างนั้นกระจัดกระจายเป็นเศษซากทำให้ไม่สามารถระบุอายุความเก่าแก่ได้ ฉะนั้นแล้วเพื่อพิสูจน์ว่าในอดีตเคยมีมนุษย์โบราณอาศัยอยู่ที่นี่จริงหรือไม่ พวกเขาจำเป็นต้องหาเครื่องมือหินที่ยังคงถูกฝังอยู่เพิ่มเติม

ในปี 2014 ทีมวิจัยขุดพบกระดูกของแรดที่สูญพันธุ์ไปแล้ว จากนั้นพวกเขาก็พบเครื่องมือหินตามมา ในการคำนวณหาอายุทีมนักวิจัยใช้ฟันของแรดเพื่อหาว่ามีปริมาณรังสีที่ดูดซับตามธรรมชาติอยู่เท่าไหร่ นอกจากนั้นพวกเขายังเก็บตัวอย่างของโคลนบริเวณรอบๆ ที่ค้นพบไปตรวจสอบ ผลปรากฏว่ามีร่องรอยของเศษหญ้าที่ถูกเผาจากการกระแทกของเศษดาวเคราะห์น้อยเมื่อราว 781,000 ปีก่อนอีกด้วย

“ทุกวันนี้คุณต้องใช้หลายวิธีมากในการพิสูจน์อายุ เนื่องจากในอดีตหลายงานวิจัยก็ผิดพลาด” Gerrit van den Bergh หนึ่งในผู้ร่วมวิจัยจากมหาวิทยาลัย Wollongong กล่าว

 

ผู้ต้องสงสัยที่ไม่ธรรมดา

หนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่อยู่ในลิสต์ของทีมวิจัย ว่าเป็นผู้ประดิษฐ์เครื่องมือเหล่านี้คือ มนุษย์เดนีโซวัน อีกหนึ่งสายพันธุ์มนุษย์ในเอเชียที่ถูกค้นพบในภูมิภาคไซบีเรีย อย่างไรก็ดีผู้ต้องสงสัยหลักคือมนุษย์โฮโม อีเร็กตัส เนื่องจากมีหลักฐานทางฟอสซิลว่าพวกเขาตั้งถิ่นฐานในบริเวณเกาะชวาเมื่อ 700,000 ปีก่อน

ด้านทีมของ Ingicco เชื่อว่าผู้ประดิษฐ์เครื่องมือหินและสังหารแรดโบราณตัวนี้น่าจะเป็นมนุษย์ Homo floresiensis ซึ่งอาจสืบเชื้อสายมาจากมนุษย์โฮโม อีเร็กตัส วิวัฒนาการในช่วงหลายพันปีอาจช่วยให้พวกเขาอาศัยอยู่บนเกาะเล็กๆ ที่ปราศจากนักล่าได้อย่างรุ่งโรจน์

ทว่าในปี 2010 Armand Mijares นักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัย Diliman ในฟิลิปปินส์ค้นพบกระดูกเท้าในถ้ำ Callao ซึ่งเป็นหลักฐานคาบเกี่ยวระหว่างมนุษย์สมัยใหม่และมนุษย์ Homo floresiensis เป็นไปได้หรือไม่ที่มีมนุษย์อีกสายพันธุ์หนึ่งซึ่งอาจจะสืบเชื้อสายมาจากมนุษย์โฮโม อีเร็กตัสเช่นกัน อาศัยอยู่ ณ พื้นที่แห่งนี้? อย่างไรก็ดียังเร็วเกินไปที่จะสรุปแบบนั้น “เราไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับช่วงเวลา 600,00 ปีก่อนเลยครับ” Petraglia กล่าว

 

งานวิจัยสุดหิน

ไม่ว่าใครก็ตามที่ประดิษฐ์เครื่องมือนี้ เป็นไปได้ว่าพวกเขาใช้เส้นทางอพยพ 2 เส้นทางมายังหมู่เกาะในฟิลิปปินส์ รายงานจากทีมของ Ingicco หนึ่งคือทางตะวันตกไปทางตะวันออกจากเกาะบอร์เนียว สองคือทางเหนือไปใต้จากจีนหรือไต้หวัน คำถามใหญ่ยังคงค้างคานั่นคือ มนุษย์โบราณเดินทางข้ามทะเลลึกได้อย่างไร

จินตนาการถึงภาพลูกพี่ลูกน้องสายพันธุ์มนุษย์ของเรากำลังใช้เรือ ย้อนกลับไปในปี 2010 เมื่อข่าวการค้นพบในถ้ำ Callao ถูกเผยแพร่ออกไป ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่ามนุษย์โบราณสามารถสร้างเรือได้ แต่สำหรับร่องรอยของแรดและช้างที่พบบนเกาะลูซอนล่ะ แน่นอนว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านี้สร้างเรือเองไม่ได้แน่ ฉะนั้นแล้วเป็นไปได้หรือไม่ว่าบรรดาสัตว์ใหญ่เหล่านี้อาจถูกพัดพามาโดยไม่ตั้งใจพร้อมกับดิคโคลนและพายุ ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้งในฟิลิปปินส์  สึนามิที่เกิดขึ้นในภูมิภาคอาจพัดเอามนุษย์ Homo floresiensis หลุดออกสู่ทะเล พวกเขาอาจคว้าจับเอาต้นไม้ที่ถูกพัดมาเช่นกัน และลงเอยขึ้นฝั่งที่เกาะแห่งนี้

“มันอาจเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ ไม่ใช่ความตั้งใจ” Russell Ciochon นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยไอโอวากล่าว ยังคงมีคำถามค้างคาก็คือ จะเป็นอย่างไรถ้าในอดีตมนุษย์ Homo floresiensis เหล่านี้เคยได้ติดต่อกับบรรพบุรุษของมนุษย์สมัยใหม่กลุ่มแรกที่เดินทางมาถึงเกาะลูซอน “พวกเขาได้เผชิญหน้ากันหรือไม่? พวกเขาจะมีท่าทีอย่างไรต่อกัน?” Brumm กล่าว

คำถามเหล่านี้ยังคงต้องค้นคว้าหาคำตอบกันต่อไป ซึ่งทีมนักวิจัยระบุว่าเรื่องราวความเป็นมาของมนุษย์บนเกาะลูซอนนั้นยังคงมีอีกมาก และนี่เพี่งจะเป็นบทเริ่มต้นเท่านั้น

เรื่อง มิคาเอง เกรสโค

 

อ่านเพิ่มเติม

มนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ล่าสลอธยักษ์เป็นอาหาร

เรื่องแนะนำ

ปานถ่อง – ปานซอย มนต์เสน่ห์ของไทใหญ่

มนต์เสน่ห์ ปานถ่อง – ปานซอย เพชรน้ำเอกพุทธศิลป์เมืองสามหมอก สัญจรสู่เมืองสามหมอกคราใด ถ้ามีเวลาว่าง ผมจะซอกแซกไปตามวัดวาอาราม เพราะเสน่ห์หนึ่งที่ตรึงใจผมยิ่งนัก คืออัตลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของชาวไทใหญ่ที่ไม่ซ้ำแบบใครเลย โดยเฉพาะการตอกลายบนโลหะ ทั้งสังกะสี อลูมิเนียม แผ่นเงิน นำไปประดับชายคาวัดวาวิจิตรตระการตายิ่งนัก เรียกในภาษาไทใหญ่ว่า “ปานซอย – ปานถ่อง” หรือที่ชาวล้านนาในจังหวัดอื่นนิยมเรียก “แป้นน้ำย้อย” นั่นเอง “ปานซอย” คือโลหะตอกลายที่ห้อยลงตรงชายคาโบสถ์วิหาร ส่วนโลหะตอกลายที่ปลายชี้ขึ้นด้านบน เรียก “ปานถ่อง” ลวดลายที่รังสรรค์เป็นลายดอกไม้ ลายพรรณพฤกษา ลายเครือเถา ที่น่าทึ่งคือแม้จะใช้วัสดุที่แข็ง แต่ “สล่า” หรือช่างตอกชาวไทใหญ่ มีกลวิธีตอกให้ลวดลายนูนมีมิติ ไม่แบนราบ ทว่าราวกับจะพลิ้วไหวยามเมื่อต้องแรงลม เฉกเช่นเดียวกับศิลปะเขมรแบบ “บันทายสรี” ที่แกะสลักหินแบบนูนสูงจนแลคล้ายลวดลายลอยเด่นขึ้นมาโลดเต้นได้ วัดที่ทำให้ผมตะลึงในความงามของปานซอย – ปานถ่อง เป็นวัดแรก คือวัดหัวเวียง ซึ่งตั้งอยู่อยู่บนถนนสิงหนาทบำรุง ใจกลางเมืองแม่ฮ่องสอน อารามสำคัญที่สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างตัวเมืองแม่ฮ่องสอนเมื่อ 157 ปีก่อน สร้างด้วยพุทธศิลป์ไทใหญ่อย่างอลังการ โดยเฉพาะหลังคาโบสถ์ วิหารที่โดดเด่นเป็นพิเศษ นอกจากประดับปานซอย – […]

สนธิสัญญาแวร์ซายจบสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และเริ่มต้นสงครามโลกครั้งที่สองได้อย่างไร

วูดโรว์ วิลสัน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกากำลังยิ้มในขณะที่เดินนำขบวนของบรรดาผู้นำยุโรปที่เข้าร่วมเซ็น สนธิสัญญาแวร์ซาย แม้ว่าอดีตประธานาธิบดีวิลสัน จะเป็นผู้เจรจาสนธิสัญญานี้ด้วยตัวเอง แต่ในท้ายที่สุด สภาคองเกรสไม่ให้สัตยาบันในสนธิสัญญานี้ ภาพถ่ายโดย BETTMANN, GETTY ประเทศต่างๆ ในยุโรปพากันลงโทษเยอรมนีจากสิ่งที่ได้ทำไปในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง อันเป็นการลงโทษที่ย้อนกลับมาหลอกหลอนชาวโลกในภายหลัง 28 มิถุนายน 1919 นอกชานเมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส บรรดาผู้นำชาติยุโรปรวมตัวกันในพระราชวังแวร์ซายเพื่อเซ็น สนธิสัญญาแวร์ซาย ซึ่งรู้จักกันในฐานะหนึ่งในสนธิสัญญาที่มีเนื้อหาอันจงเกลียดจงชังมากที่สุดในประวัติศาสตร์ การเซ็นสนธิสัญญาครั้งนี้คือคือหมุดหมายแห่งการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่หนึ่งอย่างเป็นทางการ แต่ในขณะเดียวกัน ก็ได้เป็นรากฐานที่ทำให้เกิดสงครามโลกในครั้งต่อมา และถึงแม้ว่าจะมีการประชุมสันติภาพในหนึ่งปีก่อนหน้านี้ แต่ไม่มีประเทศใดที่ต้องลงชื่อในสนธิสัญญาฉบับนี้พึงพอใจกับมันเลย มีคนกว่า 65 ล้านคนที่ต้องเข้าร่วมต่อสู้ในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ทหารมากกว่า 8.5 ล้านนาย และพลเรือนกว่า 6.6 ล้านคนต้องเสียชีวิตไป สงครามได้ทำลายพื้นที่ฟาร์ม เมือง และสนามรบรอบๆ ยุโรป และเยอรมนีถูกกล่าวโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น แม้นักประวัติศาสตร์ร่วมสมัยยังคงถกเถียงกันอยู่ว่าใครคือผู้ที่ต้องรับผิดชอบในสงครามครั้งที่หนึ่ง สนธิสัญญาฉบับนี้ก็ได้ลงโทษเยอรมนีไปก่อนเสียแล้ว จากหลักการแห่งอุดมคติสู่สนธิสัญญาแห่งการลงทัณฑ์ ในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ประธานาธิบดี วูดโรว์ วิลสัน แห่งสหรัฐอเมริกาได้เสนอ หลักการ 14 ข้อ ซึ่งเป็นแผนแม่แบบสันติภาพของโลก อันมีใจความรวมไปถึงการตั้งองค์กรความร่วมมือจากหลายประเทศ (ซึ่งต่อมาคือองค์กรสันนิบาตชาติ) เพื่อรับประกันความมีเสถียรภาพแห่งทวีปยุโรปและป้องกันไม่ให้บรรดาประเทศต่างๆ […]

อัจฉริยะปีกัสโซ

ขอเชิญพบกับอัจฉริยะรวยเสน่ห์ผู้มีอารมณ์แปรปรวนกวนโทสะ ในขณะเดียวกันก็เป็นคนเอาจริงเอาจัง เหล่านี้คือตัวตนของ "ปีกัสโซ" ศิลปินระดับโลกผู้มากพรสวรรค์

พบเครื่องมือหินเก่าแก่ที่สุดนอกทวีปแอฟริกา

จากหลักฐานที่พบใหม่ในจีนนี้บ่งชี้ว่าบรรพบุรุษญาติห่างๆ ของมนุษย์เดินเท้าอพยพออกจากทวีปแอฟริกาเร็วกว่าที่คาดคิดกันไว้มาก ทว่าพวกเขาคือใครยังคงไม่มีคำตอบที่ชัดเจน