ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม แผนที่เก่าในศตวรรษที่ 4 คือเครื่องยืนยัน - National Geographic Thailand

ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม แผนที่เก่าในศตวรรษที่ 4 คือเครื่องยืนยัน

ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม แผนที่เก่าในศตวรรษที่ 4 คือเครื่องยืนยัน

แม้หน้าตาเส้นสายจะไม่ชัดเจนเหมือนแผนที่สมัยใหม่ แผนที่เก่าพิวติงเจอร์ เทเบิล แผนที่ทางการทหารของอาณาจักรโรมันในอดีต ได้แสดงให้เห็นว่าอาณาจักรโบราณอันยิ่งใหญ่นี้มองโลกอย่างไร โดยมีตนเป็นศูนย์กลาง อาณาเขตของพวกเขาครอบคลุมตั้งแต่อังกฤษไปจนถึงอินเดีย และทั้งหมดเชื่อมต่อกันด้วยนวัตกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ นั่นคือถนน

ในตอนแรก ผู้คนสมัยใหม่อย่างเราอาจต้องใช้เวลาสักหน่อยในการทำความเข้าใจแผนที่เก่านี้ ด้วยความยาวถึง 22 ฟุตความสูง 14 นิ้ว แผนที่นี้ยาวมากทีเดียว มองเข้าไปให้ดี สถานที่ที่มีชื่อเสียงในยุโรปยังคงมองเห็นได้ โดยมีโรมันเป็นศูนย์กลาง ยุโรปและเอเชียถูกบีบอัดลงในช่องแคบๆ บางสิ่งที่ดูเหมือนกับคลองนั้นแท้จริงคือทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และเส้นสายสีแดงคือเครือข่ายขนาดใหญ่ของถนน

แผนที่เก่า
ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม

 

วัดขนาดโลก

แผนที่พิวติงเจอร์ฉบับนี้ เป็นฉบับสำเนาของแผนที่ดั้งเดิมที่เชื่อกันว่าถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 4 หนึ่งเป็นเพราะในแผนที่มีเมืองคอนสแตนติโนเปิล ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 330 นักวิชาการเชื่อว่าแผนที่ฉบับสำเนานี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 12 โดยกลุ่มนักบวชจากเมือง Colmar ที่ปัจจุบันคือพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส แผนที่ถูกค้นพบในศตวรรษที่ 15 และถูกมอบเป็นมรดกใหแก่ Conrad Peutinger นักวิชาการหนอนหนังสือชาวเยอรมัน

แม้นักวิชาการจะไม่มั่นใจว่าแผนที่เก่าจากศตวรรษที่ 12 นี้จะเป็นสำเนาจากต้นฉบับหรือไม่ แต่สิ่งประดิษฐ์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์นี้ช่วยเปิดโลกทัศน์และความเข้าใจเกี่ยวกับอาณาจักรโบราณอย่างมาก แผนที่ประกอบไปด้วย 12 ส่วน ทั้ง 11 ส่วนอยู่ที่หอสมุดแห่งชาติออสเตรียในกรุงเวียนนา ส่วนที่ 12 ซึ่งตรงกับสเปนและหมู่เกาะอังกฤษในแผนที่ เป็นเพียงส่วนเดียวที่ขาดหายไปจากผลงานชิ้นเอกนี้

แผนที่เก่า
เส้นสายของแม่น้ำไนล์แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ในอียิปต์

 

เส้นทางของอำนาจ

แผนที่แต่ละฉบับมีมุมมองที่แตกต่างกัน ผู้จัดทำเน้นข้อมูลบางอย่างโดยเฉพาะ และละทิ้งข้อมูลบางชิ้นไป ยกตัวอย่างเช่นแผนที่ของอาณาจักรกรีกเน้นไปที่องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ในขณะที่แผนที่ของอาณาจักรโรมันเน้นการปฏิบัติลงมือทำมากกว่า พวกเขาแสดงเส้นทางเครือข่ายของถนนที่เชื่อมโยงส่วนต่างๆ เข้ากับอาณาจักร

 

แผนที่ลักษณะนี้เรียกว่า “itineraria” มีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท แบบที่ 1 เรียก “itineraria adnotata” ให้ข้อมูลของถนน สถานีและระยะห่าง แผนที่ลักษณะนี้ที่โด่งดังที่สุดคือแผนที่ Antonine Itinerary ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 3 แสดงเส้นทางบนเกาะอังกฤษ แบบที่ 2 เรียกพิวติงเจอร์ เทเบิล (Peutinger Table) แสดงเส้นทางในลักษณะภาพวาดมากขึ้นดังรูปตัวอย่าง

แผนที่เก่า
อาณาจักรโบราณในซีเรีย และวัดเก่าแก่ของเมืองอเลปโป

จากสเปนถึงอินเดีย

แผนที่พิวติงเจอร์ไม่ใช่แผนที่สำหรับอาณาจักรโรมันเท่านั้น มันเริ่มต้นจากตะวันตกไกล หรือสเปนในปัจจุบันลากยาวไปสิ้นสุดที่อนุทวีปอินเดียและศรีลังกา ครอบคลุมทั้งหมดของ ecumene (ในภาษากรีกแปลว่าโลกทั้งหมดที่เราอาศัยอยู่) และยังประกอบด้วยรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมายตลอดเส้นทาง

แม่น้ำและทะเล, ลักษณะทางภูมิศาสตร์ ตลอดจนบ้านเมืองถูกวาดผ่านสีสันอันสดใส แผนที่ยังแสดงตำแหน่งที่ตั้งของที่พักแรมที่บรรดานักเดินทางสามารถพักผ่อนระหว่างการเดินทางได้อีกด้วย ข้อมูลทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลจำเป็นสำหรับการเดินทางอันยาวนาน ท่าเรือขนส่งสินค้าของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนพบเห็นได้ในแผนที่

รายละเอียดของข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าแผนที่ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ทางการทหาร แม้ว่าจะสามารถใช้ได้ก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดมีความเป็นคู่มือการเดินทาง ยกตัวอย่างเช่น ข้อความที่ระบุถึงคาบสมุทรไซนาย : ทะเลทรายที่ซึ่งโมเสสพาคนอิสราเอลเดินเท้านาน 40 ปี ซึ่งบรรดานักวิชาการไม่มั่นใจว่าข้อความลักษณะนี้ปรากฏในต้นฉบับอยู่แล้ว หรือถูกเขียนขึ้นใหม่ โดยนักเขียนแผนที่ในยุคกลาง

ข้อความระบุถึงตะวันออกไกล พื้นที่ที่เป็นทาร์จิกิสถานในปัจจุบัน แสดงถึงขอบเขตที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชจะสามารถแผ่ขยายอาณาเขตไปได้ ซึ่งนักวิชาการเชื่อว่าข้อมูลนี้ถูกเพิ่มขึ้นในยุคกลาง เพื่อแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิโรมัน

(เหตุใดแผนที่เก่าต้องเติมสิ่งแปลกๆ ลงไปในพื้นที่ว่างด้วย?)

ศูนย์กลางของความยิ่งใหญ่ทั้งหมดคือกรุงโรม แสดงผ่านภาพการขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์ ในมือของพระองค์มีหอกและโล่ พร้อมข้อความ “โรมคือเมืองหลวงของโลก” ถนนทุกเส้นมุ่งสู่กรุงโรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสองเมืองทางตะวันออกนครคอนสแตนติโนเปิล และแอนติออก แม้ว่าภาพที่วาดขึ้นจะมีขนาดเล็กกว่ากรุงโรมก็ตาม และที่น่าสนใจก็คือ เมืองปอมเปอี, เฮอร์คิวเลเนียม และโอโพลอนทิส เมืองโบราณที่ถูกทำลายจากการปะทุของภูเขาไฟวิสุเวียสตั้งแต่คริสตศักราชที่ 1 ก็ถูกวาดอยู่ในแผนที่นี้ด้วยเช่นกัน  ชี้ให้เห็นว่าแม้แผนที่จะถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 4 แต่อาจเป็นการยึดข้อมูลตามแผนที่ดั้งเดิมที่เก่าแก่กว่านั้น

แผนที่เก่า
ดินแดนสุดขอบตะวันออกของอาณาจักรโรมันแทนที่ด้วยสัญลักษณ์ของนักรบหญิงเคียงข้างเสาคอนสแตนติน

เส้นทางอันยิ่งใหญ่

ส่วนสำคัญที่สุดของแผนที่คือถนน ความยาว 70,000 โรมันไมล์นี้มีจำนวนมากกว่าแผนที่ Antonine Itinerary ถนนเกือบทั้งหมดถูกวาดด้วยสีแดง อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญไม่สามารถคำนวณระยะทางจริงของถนนหรืออัตราส่วนทางภูมิศาสตร์จากแผนที่นี้ได้ และแผนที่พิวติงเจอร์นี้ยังมีข้อมูลที่ผิดไปจากทิศทางในความเป็นจริงเช่น แม่น้ำไนล์ ไหลจากตะวันตกไปยังตะวันออก แทนที่จะไหลจากทิศใต้ไปยังทิศเหนือ

คุณลักษณะนี้อาจอธิบายได้ว่าทั้งหมดคือ แนวความคิดเรื่องเส้นทาง (ภาษากรีก hodós แปลว่าถนน) การจะไปสู่อาณาจักรโรมัน เครือข่ายของถนนก่อตัวขึ้นในพื้นที่ที่อาณาจักรขยายตัวออกไป แนวคิดสมัยใหม่เกี่ยวกับละติจูดและลองติจูดใช้ไม่ได้กับที่นี่ เพราะทุกอย่างดำเนินเป็นเส้นตั้งและนอน ในฐานะทางหลวงสู่อาณาจักร

โดย อแมนด้า คาสเทรโล

แผนที่เก่า
พื้นที่ของทาจิกิสถานในปัจจุบัน

 

อ่านเพิ่มเติม

รวมแผนที่เก่าของคาบสมุทรเกาหลี

เรื่องแนะนำ

ไดโนเสาร์ที่ยังไม่สูญพันธุ์

เหตุการณ์ดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนโลกเมื่อ 66 ล้านปีก่อนทำลายล้างไดโนเสาร์ไปจนหมดสิ้น แต่นกในปัจจุบันเป็นเครื่องพิสูจน์ว่ายังคงมีผู้รอดชีวิตอยู่

พบภาพเขียนสีโบราณรูปล่าวาฬบนผนังถ้ำในชิลี

พบ”ภาพเขียนสีโบราณ”รูปล่าวาฬบนผนังถ้ำในชิลี เมื่อรวม”ภาพเขียนสีโบราณ”กับเครื่องใช้ไม้สอยเก่าแก่อย่างฉมวกที่ทำขึ้นหยาบๆ กับแพเรื่องราวยุคโบราณก็ปรากฏ พรานโบราณแทงวาฬด้วยฉมวกที่ทำหยาบๆ จากแพไม้ อาจเป็นการฆ่าที่น่ายินดีสำหรับนักล่า-เก็บของป่าซึ่งอาศัยอยู่ในเขตแห้งแล้งที่สุดอย่างทะเลทรายอะตาคามาของชิลี เมื่อ 1,500 ปีก่อน ชั่วขณะเช่นนั้นถูกหยุดไว้กับกาลเวลาโดยฝีมือศิลปินโบราณตั้งแต่ 1,500 ปีที่ผ่านมา  ภาพวาดสีแดงสดใสบนผนังหิน วาดด้วยสีไอเอิร์นออกไซด์ ทำให้เราได้เห็นภาพการล่าดั้งเดิมอยู่  นักโบราณคดีกล่าวว่ามีทั้งภาพวาฬ ปลากระโทงดาบ สิงโตทะเล และฉลาม จากการศึกษาชิ้นใหม่ที่ตีพิมพ์ใน Antiquity พูดถึงความสำคัญของการล่าทางทะเลสำหรับนักล่า-เก็บของป่าในยุคนี้ และเรื่องน่าตื่นเต้นที่ภาพเหล่านี้เล่าเอาไว้ นักโบราณคดีต้นศตวรรษที่ 20 พบภาพเขียนผนังถ้ำชุดนี้พบครั้งแรกในเขตดังกล่าวของชิลี ที่หุบเขาเอลเมดาโน ซึ่งกั้นอยู่ระหว่างมหาสมุทรกับทะเลทราย จะมีก็แต่ชาวปาโปโซซึ่งเป็นคนท้องถิ่นเท่านั้นที่รู้ว่ามีภาพพวกนี้บนผนังถ้ำมานานนับพันปี งานวิจัยชิ้นใหม่มุ่งศึกษาศิลปะผนังถ้ำที่พบห่างออกไปทางตอนเหนือหลายกิโลเมตรที่พื้นที่ชื่อ Izcuna แต่เมื่อหากเอ่ยถึงช่วงเวลาของภาพวาด ก็มักจะเรียกกันว่า “ศิลปะเอลเมดาโน” ในหุบเขา Izcuna ภาพวาดจำนวน 328 ภาพถูกพบบนก้อนหินที่แตกต่างกัน 24 แท่ง  หลายชิ้นถูกไอน้ำที่เมฆแคมาคาคาส ซึ่งก่อตัวเหนือชายฝั่งชิลีและเคลื่อนเข้าสู่แผ่นดิน แต่ก็ไม่หนักหนาเกินกว่าจะระบุยุคสมัยของภาพได้ ศิลปะที่พบได้ทั่วไปคือภาพซิลลูเอตของปลาขนาดใหญ่ นอกนั้นเป็นภาพการล่าด้วยแพและฉมวก  มีภาพสัตว์บกอยู่บ้าง แต่การค้นพบภาพชีวิตในมหาสมุทรบนผนังถ้ำถือว่าเป็นของหายาก นักวิจัยชื่อเบนฆามิน บาลเยสเตอร์ สังเกตว่าปลาหรือวาฬมักถูกวาดเป็นภาพขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับนักล่าและแพของพวกเขา ทำให้เหยื่อดูเป็นศัตรูที่น่ากลัว  “โดยรวมแล้ว การล่าเป็นตัวแทนของปฏิบ้ติการระดับบุคคลที่ชำนาญและต้องฉายเดี่ยวได้แค่สองสามคนที่ถูกคัดมาแล้ว” มากกว่าความเป็นศิลปะ […]

ยกเลิกการค้นหา MH370 หลังสี่ปีไร้วี่แวว

ปริศนาการหายไปของเที่ยวบิน MH370 อาจกลายเป็นปริศนาตลอดกาล หลังรัฐมนตรีมาเลเซียออกมาประกาศว่าจะยุติการค้นหาทั้งหมดในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ เนื่องจากผ่านมาสี่ปีแล้ว แต่ยังไม่สามารถหาคำตอบของโศกนาฏกรรมได้

ค้นพบดีเอ็นเอของชนพื้นเมืองอเมริกันที่ไม่เคยถูกพบมาก่อน

จีโนมของมนุษย์โบราณนี้เป็นรูปแบบที่ไม่เคยพบมาก่อน เชื่อกันว่าพวกเขาแยกสายวิวัฒนาการออกมาจากชนพื้นเมืองในอเมริกาเผ่าอื่นๆ เมื่อราว 10,000 ปีก่อน