ร่วมฉลอง วันแม่สากล ไปกับความรักของแม่เหล่านี้ ผ่านภาพถ่ายเก่าหาชมยาก

ร่วมฉลองวันแม่สากลไปกับภาพถ่ายเก่าเหล่านี้

ร่วมฉลองวันแม่สากลไปกับภาพถ่ายเก่าเหล่านี้

กระเตงลูกไว้ที่สะโพก, อุ้มคนหนึ่งไว้ในอ้อมแขนขณะที่แขนอีกข้างก็จูงอีกคน หรือดูแลลูกไปด้วยขณะกำลังทำงาน บรรดาคุณแม่จากภาพถ่ายเก่าเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความรักของผู้เป็นแม่ที่ไม่มีความแตกต่างในด้านภูมิศาตร์หรือวัฒนธรรม เพราะความรักของแม่นั้นเป็นสากลที่รับรู้ได้ทั่วโลก และนี่อาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่แทบทุกประเทศกำหนดวันแม่เป็นของตนเอง ในขณะที่หลายประเทศเองก็ใช้ วันแม่สากล เป็นการระลึกถึงความรักจากผู้เป็นแม่

ทุกวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคมจะตรงกับวันแม่สากล ตามกำหนดของหลายประเทศอาทิ แคนาดา, จีน, ญี่ปุ่น, เดนมาร์ก, ตุรกี, นิวซีแลนด์, สหรัฐอเมริกา, เนเธอร์แลนด์ และบราซิล เป็นต้น แต่เดิมที่มาของวันแม่สากลนั้นมีประวัติค่อนข้างโศกเศร้า ก่อตั้งขึ้นในปี 1905 โดย Anna Jarvis ผู้จัดงานรำลึกถึง Ann Reeves Jarvis แม่ของเธอ ในฐานะผู้อุทิศชีวิตเพื่อเหล่าทหารผ่านศึกของทั้งสองฝ่ายในสงครามกลางเมืองสหรัฐอเมริกา

ภาพถ่ายเหล่านี้คัดเลือกโดยเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก แสดงให้เห็นถึงแม่และวิธีการเลี้ยงดูลูกในหลายวัฒนธรรมเนื่องในการเฉลิมฉลองวันแม่สากลประจำปี 2018 นี้ และขอบคุณแม่ของเราทุกคนที่มอบความรักซึ่งไม่มีวันเปลี่ยนแปลงให้อย่างเสมอมา

(และชมภาพถ่ายน่ารักของสัตว์ขณะดื่มนมแม่ได้ ที่นี่)

เรื่อง Heather Brady

วันแม่สากล
แม่ชาวเบดูอินที่ประดับประดาร่างกายด้วยเครื่องประดับมากมายกำลังมองลูกน้อย ภาพถ่ายในต้นทศวรรษ 1900
ภาพถ่ายโดย Garrigues
วันแม่สากล
แม่ชาวตะวันออกกลางกำลังให้นมลูกที่หน้าบ้านของเธอเอง
ภาพถ่ายโดย American Colony Photographers
วันแม่สากล
แม่และลูกสาวกำลังใช้กล้องโทรทรรศน์มองดูวิวของแกรนด์แคนยอน ในรัฐอริโซนา
ภาพถ่ายโดย Kolb Brothers
วันแม่สากล
แม่ชาวชวาและลูกของเธอบนเกาะชวา ในอินโดนีเซีย
ภาพถ่ายโดย Eliza R. Scidmore
วันแม่สากล
คู่สามีภรรยาชาวแอลจีเรียและลูกน้อยวัยหัดเดิน
ภาพถ่ายโดย National Geographic Creative
วันแม่สากล
แม่ชาวมองโกเลียจากภูมิภาคทางตอนเหนือสวมชุดประจำเผ่าและอุ้มลูกไว้บนหลัง
ภาพถ่ายโดย Ethan C. Le Munyon
วันแม่สากล
หนูน้อยชาว Toda จากนครเจนไน ในอินเดีย หลับในอ้อมอกของผู้เป็นแม่
ภาพถ่ายโดย Eliza R. Scidmore
วันแม่สากล
แม่ชาวศรีลังกาประคองลูกไว้บนสะโพก
ภาพถ่ายโดย Eliza R. Scidmore
วันแม่สากล
แม่ชาวสวิสเซอร์แลนด์และลูกสาวที่ในมือเต็มไปด้วยดอกไม้
ภาพถ่ายโดย Der Vereinigten Kunstanst A.G.
วันแม่สากล
ในมณฑลยูนนานของจีน ทรงผมอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้หญิงเหล่านี้บ่งชี้ว่าพวกเธอเป็นแม่คนแล้ว
ภาพถ่ายโดย China Inland Mission, Toronto
วันแม่สากล
คุณแม่และลูกจากแคว้นแมนจูเรียในจีน สวมใส่ชุดตามวัฒนธรรม
ภาพถ่ายโดย Eliza R. Scidmore
วันแม่สากล
ผู้อพยพชาวสโลวัก-ฮังการี ที่กำลังอุ้มลูกและมีลูกชายยืนเคียงข้างเดินทางมาถึงสหรัฐฯ
ภาพถ่ายโดย Frederic C. Howe
วันแม่สากล
แม่ชาว Tingian อุุ้มลูกไว้บนหลังในขณะเดียวกันก็ประคองตะกร้าไว้บนศีรษะ ภาพถ่ายจากเกาะลูซอน ในฟิลิปปินส์
ภาพถ่ายโดย Dean C. Worcester
วันแม่สากล
คุณแม่ผู้อพยพชาวรัสเซีย และลูกทั้งสามคน ขณะเดินทางถึงสหรัฐฯ
ภาพถ่ายโดย Frederic C. Howe
วันแม่สากล
เด็กน้อยหลับในย่ามตาข่ายที่แขวนอยู่กับศีรษะของผู้เป็นแม่ ในปาปัวนิวกินี
ภาพถ่ายโดย A.B. Lewis
วันแม่สากล
คุณยายชาวฟลามส์ในเบลเยียมกำลังกอดหลานสาว
ภาพถ่ายโดย National Geographic Creative
วันแม่สากล
แม่ชาวซามีในฟินแลนด์ พร้อมด้วยลูกน้อยสองคนนั่งบนหนังสัตว์ที่ช่วยให้ความอบอุ่น ทารกน้อยนอนอยู่ในเปลไม้ที่เชื่อกันว่าจะช่วยปกป้องคุ้มครองเด็ก
ภาพถ่ายโดย Borg Mesch
วันแม่สากล
คุณแม่และลูกชาวกัมพูชา
ภาพถ่ายโดย National Geographic Creative
วันแม่สากล
แม่ชาวญี่ปุ่นพันผ้าแบบพิเศษที่ช่วยให้แบกลูกแฝดได้ในคราวเดียว
ภาพถ่ายโดย Eliza R. Scidmore
วันแม่สากล
แม่บ้านและเจ้านายจูงมือเด็กเอาไว้ระหว่างจับจ่ายซื้อของในฮอลแลนด์
ภาพถ่ายโดย Emil P. Albrecht
วันแม่สากล
แม่ชาวฮังการีปั่นขนแกะในขณะที่ลูกน้อยนอนอยู่บนตัก
ภาพถ่ายโดย D.W. Iddings
วันแม่สากล
แม่และลูกน้อยจากหุบเขา Cuzco ในเปรู
ภาพถ่ายโดย Hiram Bingham
วันแม่สากล
คุณยายกับลูกสาวและหลานๆ จากทางตอนเหนือของมองโกเลีย
ภาพถ่ายโดย Ethan D. Le Munyon
วันแม่สากล
คุณแม่และลูกสาวยืนอยู่ใต้ข้าวโพดที่ตากให้แห้ง หน้าบ้านในฮังการี
ภาพถ่ายโดย A.W. Cutler
วันแม่สากล
คุณแม่และลูกที่กำลังหนุนหมอน จากเมือง Mezőkövesd ในฮังการี
ภาพถ่ายโดย A.W. Cutler

 

อ่านเพิ่มเติม

สัญชาตญาณความเป็นแม่มีแค่ในผู้หญิงหรือ?

เรื่องแนะนำ

หยิบเท่าที่จำเป็น ให้เท่าที่ทำได้ – หลักการที่แท้จริงของตู้ปันสุข

ที่มาภาพ Facebook: The Little Free Pantry https://www.facebook.com/littlefreepantry/photos/a.1046213478786893/4567812126626993/?type=3&theater ตู้ปันสุข โครงการแบ่งปันอาหารช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากไวรัสโควิด-19 กับหลักปฏิบัติที่ทำให้การช่วยเหลือเช่นนี้ยั่งยืนและมีความสุขทั้งผู้ให้และผู้รับ การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ทำให้สังคมไทยต้องประสบปัญหาทางด้านสาธารณสุข ไวรัสดังกล่าวทำให้มีผู้คนต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลนับพันคนและมีผู้เสียชีวิต และในอีกด้านหนึ่ง ก็ทำให้เกิดปัญหาทางด้านเศรษฐกิจและสังคม นั่นคือการออกมาตรการการปิดเมือง (Lockdown) หยุดกิจกรรม รวมไปถึงกิจการ ภาคธุรกิจต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้คนทั้งประเทศ ทำให้มีคนจำนวนมากต้องกลายเป็นคนที่ขาดรายได้ หรือตกงาน ส่งผลต่อการใช้ชีวิตที่ยากลำบากมากขึ้น ในสังคมไทย มีการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจจากโควิด-19 ทั้งจากรัฐบาล บริษัทเอกชน หรือแม้กระทั่งบุคคลหรือกลุ่มคนธรรมดาที่คิดหาวิธีการช่วยเหลือผู้ที่ประสบปัญหาในรูปแบบที่ต่างกันออกไป นับตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา รูปแบบการช่วยเหลือซึ่งกำลังเกิดขึ้นและได้รับความนิยมคือโครงการ “ตู้ปันสุข” อันเป็นโครงการที่มีรูปแบบของ ‘ตู้กับข้าวของชุมชน’ ที่มุ่งช่วยเหลือคนในชุมชนด้วยการให้คนที่มีกำลังช่วยเหลือร่วมแบ่งปันของต่างๆ นำมาใส่เอาไว้ให้กับคนที่ต้องการมาเปิดตู้กับข้าวนี้เพื่อหยิบไปใช้ได้ฟรี ซึ่งโครงการนี้มุ่งหวังช่วยเหลือผู้คนที่เดือดร้อนให้ผ่านวิกฤตจาก โควิด-19 ไปด้วยกัน ไอเดียตู้ปันสุขมีต้นแบบมาจากโครงการ Little Free Pantry ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีหลักการสำคัญว่า Take what you need, give what you can – […]

เพื่อจะไปโรงเรียน เด็กๆ ชาวอินเดียเหล่านี้ต้องข้ามแม่น้ำที่ไหลเชี่ยว

โดย ซาร่าห์ กิบเบ็นส์ การเดินทางไปโรงเรียนของเด็กๆ ในรัฐหิมาจัลประเทศ ของอินเดีย ต้องเผชิญกับอุปสรรคอันยากลำบากนั่นคือกระแสน้ำอันไหลเชี่ยวที่ลงมาจากหุบเขา ผลกระทบจากมรสุม วิดีโอฟุตเทจนี้ถูกบันทึกไว้ใกล้กับหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า ชัมบา ได้แสดงให้เห็นถึงผลกระทบจากพายุมรสมที่เกิดขึ้นกับคนในหมู่บ้าน โดยเฉพาะกับเด็กๆ พวกเขาพร้อมใจกันพับขากางเกงขึ้น ค่อยๆ ก้าวเดินอย่างช้าๆ ลงไปในสายน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากท่ามกลางโขดหินที่ลื่น ซึ่งบางช่วงของแม่น้ำสายนี้ทีความกว้างถึง 14 เมตรเลยทีเดียว การเดินข้ามแม่น้ำเป็นไปอย่างเชื่องช้า รายงานข่าวระบุว่าเด็กๆ เหล่านี้ใช้เวลาในการข้ามถึง 40 นาทีด้วยกัน ในบางครั้งพวกเขาต้องหยุดพัก หรือทรงตัว เด็กบางคนจีบมือกันเป็นโซ่มนุษย์เพื่อไม่ให้ถูกพัดไป ส่วนเด็กที่โตกว่าแบกเด็กเล็กไว้บนหลัง รายงานจากสำนักข่าว Times of India หมู่บ้านแห่งนี้มีประชากรราว 400 คน และเด็กๆ ต้องเดินทางเป็นระยะทางมากกว่า 1.6 กิโลเมตรเพื่อที่จะไปเรียนหนังสือ ในการให้สัมภาษณ์กับ India TV News เด็กหญิงคนหนึ่งอธิบายว่า เธอพยายามขอร้องให้ผู้ใหญ่ช่วย แต่ในเวลานั้นไม่มีใครอยู่ “เสื้อผ้าของหนูเปียกไปหมด รองเท้าและหนังสือก็ด้วย” เธอกล่าวเป็นภาษาฮินดู ทุกๆ ปี ภูมิภาคนี้ในอินเดียจำต้องเผชิญกับฤดูมรสุม ที่ช่วยให้ชาวบ้านมีน้ำกินมีน้ำใช้ แต่ก็ต้องแลกมากับการใช้ชีวิตที่ยากลำบากขึ้นผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Nature […]

ชีวิตใหม่ของผู้ลี้ภัยในอเมริกา

ชีวิตใหม่ของผู้ลี้ภัยในอเมริกา Zain Younus วัย 11 ขวบ คือหนึ่งในผู้ลี้ภัยชาวปากีสถานที่เดินทางมายังสหรัฐอเมริกาพร้อมกับครอบครัว พวกเขาหลบหนีความรุนแรงและอันตรายจากกลุ่มก่อการร้ายที่เกิดขึ้นในบ้านเกิดของตน ครอบครัวของ Zain ได้ที่อยู่ในย่านแห่งหนึ่งของนครนิวยอร์ก ตัวเขาและพี่น้องทั้งหมดต้องเข้าชั้นเรียนเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในอเมริกา ซึ่งนอกเหนือจากการเรียนภาษาอังกฤษแล้ว ชั้นเรียนเหล่านี้ยังทำหน้าที่เสมือนชุมชนเล็กๆ ที่ช่วยให้บรรดาผู้ลี้ภัยไม่ต้องรู้สึกว่าตนเองโดดเดี่ยว รวมไปถึงให้ความช่วยเหลือกันและกันในด้านต่างๆ ชมภาพยนตร์สารคดีสั้นที่ผลิตโดย Joshua Seftel ซึ่งจะพาคุณผุ้อ่านไปติดตามชีวิตของ Zain ในช่วงเวลา 6 สัปดาห์ของการเข้าร่วมกิจกรรมเตรียมความพร้อม คุณผุ้อ่านจะเห็นว่าเด็กน้อยชาวปากีสถานเปลี่ยนไปสู่การเป็นเด็กชายชาวอเมริกันได้อย่างไร และในฐานะของแฟนคลับไมเคิล แจ็กสัน แล้ว Zain ได้ใช้ทักษะความสามารถในการเต้นของเขามาโชว์ในวันสุดท้ายของการเรียน ซึ่งช่วยทลายกำแพงทั้งหมดที่เขาเคยกังวล   อ่านเพิ่มเติม สำรวจความสุข : ผู้ลี้ภัย

นาฏยโนรา จิตวิญญาณแห่งแดนใต้

เรื่องและภาพ ชาญพิชิต พงศ์ทองสำราญ (รางวัลชมเชยโครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7) “ให้รักษาไว้ อย่าให้สูญหาย” เป็นพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ที่ตรัสกับนายเฉลิม แก้วพิมพ์ หนึ่งในโนราสามคนที่มีโอกาสรำถวายหน้าพระพักตร์เมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว  เป็นสิ่งยืนยันว่าโนราไม่ใช่เป็นเพียงการร่ายรำ หากเป็น “ราก-วิถี-จิตวิญญาณ” ของนาฏยศาสตร์และศิลปะโบราณแห่งแผ่นดินขวานทอง เชื่อว่าโนราเกิดขึ้นครั้งแรกในช่วงปี 1820 ตรงกับสมัยสุโขทัยตอนต้น แพร่ขยายจากหัวเมืองพัทลุงสู่เมืองอื่นๆ จนกลายเป็นละครชาตรี  ในอดีตคนนิยมรำโนรากันมาก ลูกหลานจึงเรียกบรรพบุรุษที่นับถือว่า “ครูหมอโนรา” หรือ “ครูหมอตายาย” เมื่อทำดีจะได้รับการปกป้อง หากทำสิ่งไม่ควรจะถูกลงโทษ  ความเชื่อดังกล่าวหยั่งลึกดังเห็นจากพิธีกรรม “โนราโรงครู” อันเชื่อมโยงความสมัครสมานสามัคคี การนับถือครูบาอาจารย์ บรรพบุรุษ และการทำความดีไว้ด้วยกัน  แม้ปัจจุบันทุกฝ่ายจะให้ความสำคัญกับศิลปะแขนงนี้จนเกิดคณะโนราเยาวชนมากมาย แต่คุณค่าแบบเดิมของโนรากำลังเปลี่ยนไป เมื่อเด็กรุ่นใหม่ที่ร่ายรำได้งดงามกลับขับกลอนโนราสุดไม่เป็น การแสดงถูกตัดทอนให้สั้นลงเพื่อเน้นความสนุกสนาน ตลอดจนการปรับรูปทรงและสีสันของชุดโนราให้เปลี่ยนไปจากเดิม ทำให้เกิดคำถามปลายเปิดต่อการอนุรักษ์และการพัฒนานาฏยศาสตร์โนราในอนาคตข้างหน้า