คืนใบหน้าให้แก่ มัมมี่ อายุ 1,600 ปี - National Geographic Thailand

คืนใบหน้าให้แก่มัมมี่อายุ 1,600 ปี

คืนใบหน้าให้แก่ มัมมี่ อายุ 1,600 ปี

ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ผู้เชี่ยวชาญสามารถสร้างแบบจำลองใบหน้าของบรรดา มัมมี่ อายุหลายพันปีได้ ซึ่ง เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ติดตามการทำงานคืนใบหน้าครั้งนี้จากในห้องปฏิบัติการแห่งหนึ่งในเปรู

มัมมี่ร่างนี้เป็นของสตรีชั้นสูงคนหนึ่งที่มีชีวิตอยู่ในอาณาจักรโมเช เมื่อคริสต์ศักราชที่ 400 เธอเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “ท่านหญิงแห่งเกา” ร่างของเธอถูกจัดแสดงอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์ El Brujo ทางตอนเหนือของเปรู ด้วยเทคโนโลยีเดียวกันกับที่ใช้ในการตรวจสอบทางนิติเวช ภัณฑารักษ์ของพิพิธภัณฑ์ใช้เลเซอร์แสกนร่างมัมมี่ และด้วยความชวยเหลือจากซอฟแวร์พิเศษ โปรแกรมได้สร้างกล้ามเนื้อและผิวหนังขึ้นปกคลุมร่าง เผยให้เห็นใบหน้าของสตรีรายนี้เป็นครั้งแรก

“ท่านหญิงแห่งเกา”ถูกค้นพบเข้าโดยบังเอิญเมื่อปี 2005 ทีมนักโบราณคดีเชื่อว่าสตรีรายนี้เสียชีวิตขณะอายุได้ประมาณ 20 กว่าปี สภาพของมัมมี่บางส่วนยังคงสมบูรณ์ ผิวหนังที่แขนของเธอยังคงอยู่และแสดงให้เห็นรอยสักรูปงู และแมงมุม

อารยธรรมของชาวโมเชมีมาก่อนชาวอินคาหลายพันปี และนับเป็นหนึ่งในอารยธรรมเก่าแก่ที่สำคัญของเปรู แต่เดิมนักโบราณคดีเชื่อว่าสังคมของชาวโมเชเป็นสังคมชายเป็นใหญ่ แต่การค้นพบมัมมี่เพศหญิงที่ถูกฝังพร้อมกับวัตถุมีค่า เป็นการบ่งชี้ถึงสถานะทางสังคมที่สูงส่งของเธอ ดังนั้น นักโบราณคดีจึงตั้งสมมติฐานว่าเธอน่าจะเป็นผู้ปกครองนครหรือนักบวช

 

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคืนใบหน้าให้แก่มนุษย์โบราณอื่นๆ

เผยโฉมใบหน้าวัยรุ่นมนุษย์โบราณ

 

เรื่องแนะนำ

สวัสดี… ปราสาทพระวิหาร

ซัวชไดย… เปรี๊ยะวิเฮียร์ สวัสดี… ปราสาทพระวิหาร ปราสาทหินดูจะไม่ใช่หมุดหมายสำคัญอันดับแรกๆ สำหรับนักเดินทางชาวไทยทั่วไป เสียเท่าไหร่ นอกจากคนที่สนใจ ใคร่รู้ในเรื่องเฉพาะเรื่องของโบราณคดี สถาปัตยกรรม อารยธรรม ชีวิตความเป็นอยู่ ของกลุ่มชนคนโบราณ ความรุ่งเรืองของอาณาจักรต่างๆ และรู้ถึงสัจธรรมที่ว่าในเบื้องลึกของทุกเรื่องราวเหล่านั้น มีความน่าสนใจแฝงเร้นไว้อีกมากมาย ไม่รู้จบ ปราสาทหินในเมืองไทยทุกวันนี้มีปรากฏอยู่ไม่ใช่น้อย ยิ่งใหญ่ เก่ากาล แตกต่างกันไปตามกาลเวลา แต่ที่ถือได้ว่าเป็นปราสาทหินที่ทรงคุณค่าอลังการ ทั้งด้านความยิ่งใหญ่ เก่าแก่ เอกอุแห่งความงดงาม ปราสาทพระวิหาร ไม่เป็นสองรองใคร เรื่องและภาพถ่าย: เจนจบ ยิ่งสุมล การจะไปเยือนปราสาทพระวิหารได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เช่นปราสาทหินอื่นๆ ทั่วไป ในประเทศไทย ทั้งระยะทางที่ยาวไกลกว่า 600 กิโลเมตรจาก กรุงเทำพฯ สู่จังหวัดศรีสะเกษ ความสูงชันของที่ตั้งตัวปราสาท หรือเหตุผลปัญหาด้านชายแดนไทยกับกัมพูชา นบางเวลา ฯลฯ… แต่พวกเราก็ดั้นด้นเดินทางมาถึงจนได้ อย่างที่วาดหวังไว้ ……………………………… เช้ามืด ก่อนดวงตะวันจะสาดแสง พวกเรารอเวลาเตรียมพร้อมกันอยู่ที่ผามออีแดง ทันทีที่ลูกไฟแห่งสุริยะจักรวาล โผล่พ้นขอบฟ้า เสียงชัตเตอร์ ก็ดังระรัวประชันกันราวกับข้าวตอกแตก ณ […]

มาดามทุสโซใช้ศีรษะนักการเมืองที่โดนบั่นคอเป็นแบบสร้างหุ่นขี้ผึ้งรุ่นแรก

ย้อนอดีตไปยังเบื้องหลังของผลงานชิ้นแรกๆ จาก มารี ทุสโซ ศิลปินหุ่นขี้ผึ้ง ที่ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์ของเธอขยายสาขาไปทั่วโลก

วัยรุ่นในทศวรรษ 1950 ทำให้การฉีดวัคซีนกลายเป็นเรื่องเท่ได้อย่างไร

วัยรุ่นอเมริกันได้กลายเป็นปรากฏการณ์ทางสังคม เมื่อพวกเขาผลักดันการ ฉีดวัคซีน โปลิโอในแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง มันเป็นคืนวันเสาร์ที่อัลเบียน เมืองเล็กๆ ทางตะวันออกของเมืองแบตเทิลครีก มิชิแกน เหล่าวัยรุ่นกำลังต่อแถวรอเต้นในโรงยิมของโรงเรียน ส่วนค่าเข้างั้นหรือ? ใช้แค่ตัวเปล่าก็พอ ปีนั้นคือปี 1958 และนี่ไม่ใช่การออกเที่ยวในคืนวันเสาร์แบบทั่วๆไป ที่นี่เรียกว่า “ซอล์ก ฮ๊อป” (Salk Hop) ซึ่งเป็นสถานที่ที่เปิดให้เฉพาะคนหนุ่มสาวที่ยินยอมรับการ ฉีดวัคซีน โปลิโอที่พัฒนาขึ้นโดยโจนัส ซอล์ก (Jonas Salk) หรือมีการแสดงหลักฐานที่ได้รับการฉีดวัคซีนก่อนเข้าไป การเต้นรำเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้กับความลังเลใจของผู้คนเกี่ยวกับวัคซีนโปลิโอที่ได้ล่วงมาเป็นปีที่ห้าแล้ว การรณรงค์ครั้งนี้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข และผู้คนที่เปี่ยมไปด้วยพลังงาน ความคิดสร้างสรรค์ หรือแม้แต่พลังขับเคลื่อนทางเพศ พวกเขาคือสิ่งที่ทรงพลังสิ่งใหม่ในสังคมอเมริกัน พวกเขาเหล่านั้นคือวัยรุ่น โรคโปลิโอ (Poliomyelitis) สามารถติดต่อกันได้ การเจ็บป่วยจากโปลิโออาจนำไปสู่การเป็นอัมพาต พิการหรือถึงแก่ความตาย โรคนี้ไม่ได้แพร่หลายนักในสหรัฐอเมริกาจนกระทั่งต้นศตวรรษที่ 20 ก่อนหน้านั้นพลเมืองสัมผัสกับไวรัสโปลิโอเป็นประจำผ่านน้ำดื่มที่ไม่ถูกสุขอนามัยซึ่งช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติให้กับพวกเขา อีกทั้งยังมีบรรดาคุณแม่ที่ส่งต่อภูมิคุ้มกันนี้ให้ลูกผ่านการให้น้ำนมจากเต้า มีการทำระบบท่อระบายน้ำและระบบน้ำให้ทันสมัยขึ้น แต่มันกลับส่งผลให้คนได้รับภูมิคุ้มกันน้อยลง และยิ่งทำให้เด็กๆ เสี่ยงต่อการติดเชื้อมากขึ้น ช่วงยุคเบบี้บูมในสมัยปลายทศวรรษ 1940 และต้นทศวรรษ 1950 ได้สร้างเงื่อนไขที่สมบูรณ์แบบในการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโปลิโอ ทันใดนั้น ไม่มีใครได้รับภูมิคุ้มกันอีกต่อไป ในทุกฤดูร้อน เริ่มปรากฏผู้ป่วยเด็กนับหมื่น […]