ค้นพบราชวังกษัตริย์ ชนพื้นเมืองในฟลอริดา - National Geographic Thailand

ค้นพบราชวังกษัตริย์ชนพื้นเมืองในฟลอริดา

ค้นพบราชวังกษัตริย์ ชนพื้นเมืองในฟลอริดา

เดือนกุมภาพันธ์ ปี 1566 กษัตริย์ Caalus ประทับอยู่บนบัลลังก์ของพระองค์ มองดูขบวนของคนแปลกหน้าที่กำลังมุ่งตรงไปยังราชวังของเขา

Pedro Menéndez de Aviles พลเรือเอกชาวสเปนได้รวบรวมทหารจำนวน 200 นาย, มือกลอง, นักเป่าทรัมเป็ต, นักเป่าขลุ่ย และคนแคระที่มีความสามารถในการร้องรำทำเพลง ทั้งหมดเดินทางมายังราชวังที่ตั้งอยู่บนอ่าวฟลอริดา ด้วยความคาดหวังว่าจะทำทุกวิถีทางให้ผู้นำชนพื้นเมืองประทับใจ เพราะในช่วงเวลานั้น พื้นที่ทั้งหมดทางตอนใต้ของรัฐฟลอริดาอยู่ในการปกครองของเขา

และล่าสุด ทีมนักโบราณคดีออกมาประกาศว่าพวกเขาค้นพบร่องรอยของสถานที่ดังกล่าวแล้ว โบราณสถานแห่งนี้น่าจะตรงกับที่บรรดามิชชันนารีชาวสเปนบรรยายไว้ว่า: มันคือพระราชวังขนาดใหญ่ที่สามารถจุคนได้มากถึง 2,000 คน

ชนพื้นเมืองในฟลอริดา
ภาพกราฟฟิกแสดงให้เห็นว่าหน้าตาที่แท้จริงของพระราชวังกษัตริย์ชาวคาลูซาน่าจะมีรูปลักษณ์อย่างไร โดดยอ้างอิงจากข้อมูลของบันทึกชาวสเปนในศตวรรษที่ 16 ตลอดจนเปรียบเทียบกับผลการวิเคราะห์เนื้อไม้ทางชาติพันธุ์วรรณนา (การศึกษาวัฒนธรรมและสังคมของมนุษย์ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งโดยเฉพาะ)
ศิลปกรรมโดย Merald Clark

รายงานการค้นพบดังกล่าวถูกเผยแพร่ลงในวารสาร Anthropological Archaeology การค้นพบร่องรอยของพระราชวังกษัตริย์โบราณช่วยเสริมหลักฐานการมีอยู่ของชาวคาลูซา (Calusa) ชนพื้นเมืองที่บรรดานักโบราณคดีตามหามานาน พวกเขามีสภาพสังคมอันซับซ้อน และแตกต่างจากชนพื้นเมืองอื่นๆ ในแผ่นดินเดียวกัน เพราะพวกเขาไม่ทำการเกษตร

“เรื่องราวของชาวคาลูซาลึกลับน่าค้นหามานานแล้วครับ เพราะพวกเขาเป็นชาวประมง และนักล่าสัตว์” William Marquardt นักโบราณคดีผู้ศึกษาวัฒนธรรมและสังคมของมนุษย์ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง จากพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา Gainesville ในฟลอริดากล่าว

 

อาณาจักรเรืองอำนาจที่สุดในภูมิภาค

สังคมที่ซับซ้อนส่วนใหญ่พึ่งพาการเกษตรในการผลิตอาหารเลี้ยงประชากร และแรงงานในอาณาจักร ทว่าชาวคาลูซาดำรงอยู่ได้ด้วยการประมงเป็นหลัก พวกเขาล่าปลามิวล์เล็ต, ฉลาม, เต่า, หอย และสัตว์อื่นๆ ที่หาได้ตามแนวชายฝั่ง นอกจากนั้นยังมีผลผลิตจากอ้อย ในขณะที่ตัวหมู่บ้านนั้นถูกล้อมรอบด้วยป่าโกงกาง

นอกเหนือจากอาหารทะเลแล้ว ชาวคาลูซายังล่ากวาง และนกเป็นอาหาร มีบันทึกบ่งชี้ว่าพวกเขาเก็บผลไม้ป่า ทว่าไม่ได้เพาะปลูกพืชใดๆ อย่างจริงจัง มีเพียงแค่สวนครัวขนาดเล็กๆ ที่แต่ละบ้านเรือนใช้ในการปลูกพริก, มะละกอ และน้ำเต้าเท่านั้น

ในศตวรรษที่ 16 สังคมของชาวคาลูซามีความซับซ้อนไม่ต่างจากสังคมเกษตรกรรมอื่นๆ พวกเขามีนักบวช, ทหาร, เครือข่ายคลอง, ถนนสำหรับแลกเปลี่ยนสินค้า ความยิ่งใหญ่ของกษัตริย์เองถูกพิจารณาได้จากบรรณาการที่พระองค์ได้รับจากประชาชนราว 20,000 คน ในหลายหมู่บ้าน

อีกหนึ่งสิ่งที่น่าจดจำสำหรับชาวคาลูซาก็คือ พวกเขาต่อต้านการล่าอาณานิคม และการเผยแพร่ศาสนา จากบันทึกในปี 1521 นักรบของคาลูซาทำร้าย Juan Ponce de León ชาวยุโรปคนแรกที่เดินทางมาถึงฟลอริดา ด้วยการยิงธนูเข้าที่ต้นขา

ชนพื้นเมืองในฟลอริดา
กระดูกของปลาฉลามที่พบระหว่างการขุดค้น ทั้งนี้อาหารหลักของชาวคาลูซานั้นได้มาจากทะเล
ภาพถ่ายโดย Amanda Roberts Thompson
ชนพื้นเมืองในฟลอริดา
ทีมวิจัยใน Mound Key ยังพบเปลือกหอยที่ใช้ในการถ่วงแหจับปลา รวมไปถึงเศษเครื่องปั้นดินเผาอีกด้วย
ภาพถ่ายโดย Amanda Roberts Thompson

แผนการตั้งอาณานิคมของชาวสเปนขึ้นบนพื้นที่ทางตอนใต้ของรัฐฟลอริดาจำต้องเก็บพับไป หลังบรรดาผู้ล่าอาณานิคมชาวสเปนต้องเผชิญกับการโจมตีจากชาวคาลูซาตลอดสามปี นั่นทำให้ชาวสเปนพยายามที่จะไม่เข้าใกล้ชนพื้นเมืองเหล่านี้อีกเลย จนกระทั่งอีกศตวรรษต่อมา แต่ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงแบบเดิม ซึ่งร่างของคณะนักบวชฟรังซิสกันที่ถูกพบในสภาพเปลือย และรวยรินใกล้จะหมดลมหายใจ ในปี 1697 เป็นหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าอารยธรรมนี้ชิงชังชาวสเปนมากแค่ไหน

ทว่าแม้อาณาจักรนี้จะเป็นอิสระ ไม่ขึ้นกับใคร แต่พวกเขาก็ต้องเผชิญกับผลกระทบจากการล่าอาณานิคม เมื่อการมาถึงของชาวยุโรปได้พาเอาโรคระบาดมายังพื้นที่บริเวณรัฐฟลอริดาด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นส่งผลให้จำนวนประชากรชาวคาลูซาลดลงเหลือเพียงราว 2,000 คน และเมื่อสิ้นสุดศตวรรษที่ 17 อาณาจักรของพวกเขาก็อ่อนแอลงไปอีก เพราะต้องเผชิญกับการโจมตีจากชนพื้นเมืองด้วยกันที่ติดอาวุธปืน และเมื่อสิ้นศตวรรษที่ 18 ในที่สุดอาณาจักรคาลูซาก็ล่มสลาย ทุกวันนี้ยังคงสามารถพบผู้คนที่สืบเชื้อสายมาจากอารยธรรรมนี้ได้ในอ่าว Florida Keys หรือในคิวบา

 

การก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่

เพื่อเข้าใจอารยธรรมคาลูซาให้ดียิ่งขึ้น Victor Thompson จากมหาวิทยาลัยจอร์เจีย พร้อมด้วยทีมงานของเขาลงพื้นที่สำรวจขุดค้นยังอุทยานแห่งชาติโบราณคดีบนเกาะ Mound Key เกาะรกร้างในอ่าว Estero ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมือง Fort Myers ในรัฐฟลอริดา

ผลการศึกษาใหม่ยืนยันว่าชาวคาลูซามีความสามารถในการสร้างสิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ มหึมา นั่นหมายความว่าพวกเขาต้องมีแรงงานจำนวนมากเช่นกัน รายงานจาก Marquardt

ทีมวิจัยบูรณะพระราชวังของกษัตริย์ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง จากบันทึกปรากฏว่าพระราชวังแห่งนี้สูงตระหง่านเทียบเท่ากับยอดเขา Mound 1 ที่สูงที่สุดบนเกาะ โครงสร้างรูปวงรีที่ใช้เป็นห้องโถงใหญ่มีความกว้าง 80 ฟุต ยาว 65 ฟุต ประกอบด้วยเสาไม้มากกว่า 150 ต้น

พวกเขายังพบเปลือกหอยแตกหักอีกหลายชิ้น ที่ดูเหมือนว่าจะถูกนำมาใช้สำหรับการแกะสลักเนื้อไม้ เศษเล็กเศษน้อยของไม้บ่งชี้ว่ามันเป็นต้นสนที่ถูกขนมายังเกาะแห่งนี้ด้วยเรือ “มันน่าสนใจมากที่พวกเขาขนย้ายวัสดุขนาดใหญ่ และก่อสร้างมันขึ้นมาได้” Thompson กล่าว นอกจากนั้นเขายังพบว่าโครงสร้างของมันถูกสร้างขึ้นในช่วงเวลาที่ต่างกันสามช่วง ผลการวิเคราะห์อายุจากคาร์บอนกัมมันตรังสี โครงสร้างที่เก่าแก่ที่สุดของพระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในคริสต์ศักราชที่ 1000 ซึ่งแสดให้เห็นถึงอิทธิพล และอำนาจของอาณาจักรแห่งนี้ที่แผ่ขยายในภูมิภาคมานานก่อนการมาถึงของชาวสเปนกว่า 500 ปี

ชนพื้นเมืองในฟลอริดา
กระดูกชิ้นนี้ได้มาจากบริเวณที่เป็นพระราชวังของกษัตริย์
ภาพถ่ายโดย Amanda Roberts Thompson
ชนพื้นเมืองในฟลอริดา
ลูกปัดคริสตัลของชาวสเปนถูกพบบริเวณใกล้กับพระราชวัง
ภาพถ่ายโดย Amanda Roberts Thompson

ที่ผ่านมาบริเวณ Mound 1 ถูกตั้งข้อสันนิษฐานมานานแล้วว่าน่าจะเป็นพระราชวังของกษัตริย์ Caalus รายงานจาก John Worth นักโบราณคดีมหาวิทยาลัยเวสต์ฟลอริดา ผู้ศึกษาเกี่ยวกับชาวคาลูซา แต่ไม่ได้มีส่วนร่วมในงานวิจัยชิ้นนี้

“Thompson และทีมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่เราว่าสถานที่นี้เป็นที่เดียวกันกับบันทึกของชาวสเปน” Worth กล่าว

แม้ว่าชาวสเปนจะใช้คำว่า “อาณาจักร” ในการบรรยายถึง แต่นักมานุษยวิทยาเชื่อกันมานานว่า ในฐานะสังคมล่าสัตว์เช่นนั้น พวกเขาไม่น่าที่จะยิ่งใหญ่ขนาดใช้คำว่าอาณาจักรได้ Lynn Gamble ศาสตราจารย์ด้านมานุษยวิทยา จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียกล่าว

ทว่าผลการศึกษาใหม่นี้กำลังทำให้บรรดานักวิชาการต้องคิดทบทวนเกี่ยวกับเกณฑ์ในการพิจารณาสังคมที่ซับซ้อนเสียใหม่ “เป็นอะไรที่กระตุ้นให้เราต้องคิดพิจารณาใหม่จริงๆ ค่ะ” Gamble กล่าว “พวกเขาพบว่ามีสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่โต ทั้งยังพบว่ามันยืนยงมาอย่างยาวนาน มันน่าสนใจมากว่าแท้จริงแล้วอารยธรรมของพวกเขานั้นใหญ่แค่ไหนกันแน่”

ด้าน Thompson เสริมว่าการขุดค้นทางโบราณคดีบนเกาะ จะยิ่งใช้รายละเอียดเกี่ยวกับปฏิสัมพันธ์ที่ชาวคาลูซามีต่อชาวสเปนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ตัวเขาระบุว่าเพิ่งได้รับการยืนยันว่าค้นพบสิ่งปลูกสร้างของชาวสเปน บนยอดเขาที่สูงเป็นลำดับที่สองของเกาะ ซึ่งจะเป็นหมุดหมายใหม่ของพวกเขาในการสำรวจครั้งต่อๆ ไป

เรื่อง Megan Gannon

ชนพื้นเมืองในฟลอริดา
ภาพถ่ายทางอากาศแสดงให้เห็นถึงร่องรอยของพระราชวังกษัตริย์ชาวคาลูซา ในฟลอริดา
ภาพถ่ายโดย Victor Thompson

 

อ่านเพิ่มเติม

โครงกระดูกโบราณฉายพิธีกรรมหลังต่อสู้ของคนเถื่อน

เรื่องแนะนำ

สำรวจโลก : นาฏลีลาเก่าแก่กลับมารุ่งเรือง

เรื่อง กูลนาซ ข่าน แม้ศิลปะการร่ายรำจะถือเป็นภาษาเก่าแก่ที่สุดภาษาหนึ่งในโลก ทว่าหลายครั้งความสำคัญเชิงวัฒนธรรมของมันกลับเลือนหายไป กระนั้น ปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกคือ ศิลปะการร่ายรำหรือนาฏศิลป์บางอย่างกำลังฟื้นคืนชีพ ขณะที่บางอย่างได้รับดัดแปลงให้เข้ากับยุคสมัย ตัวอย่างเช่นเมื่อปี 2011 บียอนเซนำระบำพื้นเมือง ของเอธิโอเปียที่เรียกว่า เอสคิสตา (Eskista) มาใช้ ในมิวสิกวิดีโอเพลง “Run the World (Girls)” บางครั้งการกลับมาของการร่ายรำเก่าแก่บางอย่างก็เปลี่ยนแนวทางปฏิบัติเรื่องเพศไปอย่างกลับตาลปัตร เช่น ระบำมอร์ริส (morris dance) อายุเก่าแก่ 500 ปีของอังกฤษที่เคยเป็นการละเล่นในหมู่ผู้ชาย กลับกลายเป็นที่นิยมในหมู่หญิงล้วน ขณะที่ผู้ชายในตุรกีสามารถโชว์ลีลาระบำหน้าท้อง เช่นที่เคยทำในยุคจักรวรรดิออตโตมัน ในอดีต ศิลปะการร่ายรำเคยกลับมารุ่งเรือง เช่นในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา การเต้นรำได้รับความนิยมขึ้นอีกครั้ง เมื่ออำนาจในการควบคุมชีวิตทางโลกของศาสนจักรอ่อนแรงลง แม้แต่การเต้นรำจังหวะวอลต์ซซึ่งทุกวันนี้ถือว่าเป็นการ เต้นรำแบบคลาสสิก ก็เคยถูกสั่งห้ามมาแล้ว เพราะ ถูกมองว่าส่งเสริมการถูกเนื้อต้องตัวระหว่างเพศ   อ่านเพิ่มเติม : ศิลปะเกาหลีเหนือที่เป็นมากกว่าโฆษณาชวนเชื่อ, นาฏยโนรา จิตวิญญาณแห่งแดนใต้

๘๙ พรรษา มหาราชในดวงใจ : พระบารมีแผ่ไพศาล

รอบนักษัตรที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๑๘ – ๒๕๓๐) หากนับจากปี พ.ศ. ๒๔๙๕ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯเยี่ยมราษฎรครั้งแรกที่บ้านหินเหล็กไฟ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  และต่อมาได้เสด็จฯเยี่ยมพสกนิกรในจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศ โดยเริ่มจากจังหวัดในภาคกลางและภาคเหนือ ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ขึ้นบนดอยปุย จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๓ เพื่อทรงใช้เป็นที่ประทับพักแรมระหว่างเสด็จฯเยี่ยมราษฎรชาวเขาและพสกนิกรในจังหวัดทางภาคเหนือ ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ขึ้นบนเขาตันหยง อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ในปี พ.ศ. ๒๕๑๕ สำหรับเป็นที่ประทับระหว่างเสด็จฯเยี่ยมราษฎรในภาคใต้ สำหรับการเสด็จฯไปทรงงานในภาคอีสานนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ขึ้นบนเทือกเขาภูพาน จังหวัดสกลนคร ในปีพ.ศ. ๒๕๑๘ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเลือกพื้นที่ด้วยพระองค์เองด้วยมีพระราชดำริที่จะฟื้นฟูสภาพป่าในบริเวณเทือกเขาภูพานที่ถูกบุกรุกจนแห้งแล้ง ต่อมาได้ขยายพื้นที่โครงการพระราชดำริออกไปจนครอบคลุมพื้นที่ ๑,๙๕๐ ไร่ โครงการนี้ช่วยพลิกฟื้นคืนชีวิตให้แก่ป่าต้นน้ำลำธารของเทือกเขาภูพานการเสด็จฯเยี่ยมราษฎรในท้องถิ่นต่าง ๆ ทำให้ได้ทอดพระเนตรสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรและสภาพพื้นที่ที่แท้จริง เมื่อทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่าราษฎรกำลังประสบปัญหาความทุกข์ยาก ทั้งเรื่องพื้นที่ทำกินและชีวิตความเป็นอยู่ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่าง ๆ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ราษฎรในพื้นที่เหล่านั้นโดยทั่วกัน พื้นที่ทางภาคเหนือซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงนั้น เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชาวไทยภูเขาเผ่าต่าง ๆ เดิมชนกลุ่มน้อยเหล่านี้หาเลี้ยงชีพด้วยการทำการเกษตรแบบไร่เลื่อนลอย จึงทำให้ต้องตัดไม้ทำลายป่า พืชไร่ที่เพาะปลูกก็มีทั้งพืชอาหารและพืชที่เป็นต้นทางของยาเสพติดคือฝิ่น ซึ่งเป็นสิ่งผิดกฎหมายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักถึงปัญหาและความจำเป็นของราษฎรเหล่านี้ จึงพระราชทานโครงการช่วยเหลือด้วยการส่งเสริมให้ชาวไทยภูเขาเปลี่ยนจากการทำไร่เลื่อนลอยมาเป็นการเพาะปลูกพืชไร่ ทั้งจำพวกพืชผักที่เป็นไม้ล้มลุกและไม้ยืนต้น มีการนำพันธุ์ผักผลไม้เมืองหนาวไปแจกและสอนวิธีเพาะปลูก เมื่อได้ผลผลิตมาก็ให้ความช่วยเหลือในการจัดจำหน่ายตามราคาที่เป็นธรรม ทำให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้นอย่างมาก และเลิกอาชีพการทำไร่ฝิ่นอย่างเด็ดขาดในที่สุด นี่คือปฐมบทของโครงการหลวงที่ดำเนินงานสืบเนื่องมากว่าสี่ทศวรรษในปัจจุบัน พื้นที่ทางภาคอีสานนั้นมีปัญหาเรื่องความแห้งแล้ง ขาดน้ำ และคุณภาพของดินที่เป็นปัญหาในการทำเกษตรกรรม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานโครงการเกษตรชลประทานในรูปแบบต่าง ๆ จนปัจจุบันพื้นที่ทางภาคอีสานสามารถทำการเกษตรได้หลายรูปแบบ แม้กระทั่งสวนยางพาราคุณภาพดีที่ให้ผลผลิตสูงไม่ด้อยกว่าสวนยางพาราในภาคใต้ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และน้ำพระราชหฤทัยที่ทรงห่วงใยอาณาประชาราษฎร์ พสกนิกรในทุกภูมิภาคของประเทศต่างเทิดทูนพระองค์ไว้เหนือสิ่งอื่นใด และพร้อมใจกันเรียกขานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของพวกเขาว่า “พ่อหลวง”   อ่านเพิ่มเติม : ๘๘ พรรษา มหาราชในดวงใจ : เสด็จฯเยี่ยมพสกนิกรทั่วหล้า, ๘๘ พรรษา มหาราชในดวงใจ : พระอัจฉริยภาพเกริกไกร

หน้ากากจงอยในช่วงการระบาดของ กาฬโรค

ในศตวรรษที่สิบเจ็ด ระหว่างการระบาดของ กาฬโรค ผู้คนต่างเชื่อว่าชุดแต่งกายนี้สามารถฟอกอากาศให้บริสุทธ์ได้ แต่พวกเขาคิดผิด ครั้งหนึ่ง กาฬโรค เคยเป็นโรคระบาดที่น่ากลัวที่สุดในโลก ด้วยจำนวนผู้คนที่ล้มหายตายจากไปกว่าร้อยล้านคน ดูเหมือนกับว่ามันระบาดไปทั่วโลกอย่างไม่มีอะไรมาหยุดยั้ง ผู้ป่วยต่างเจ็บปวดจากอาการของโรค ทั้งต่อมน้ำเหลืองบวม ผิวหนังมีสีคล้ำ และอาการทุกข์ทรมานอื่นๆ ช่วงศตวรรษที่สิบเจ็ดในยุโรป ทีมแพทย์ที่รักษาผู้ป่วยกาฬโรคสวมเครื่องแต่งกายที่ตั้งแต่นั้นมาดูเหมือนชุดที่นำมาซึ่งลางร้าย พวกเขาสวมผ้าคลุมยาวตั้งแต่หัวถึงปลายเท้า และสวมหน้ากากที่ดูคล้ายจงอยปากนกยื่นยาว เหตุผลเบื้องหลังหน้ากากป้องกันกาฬโรคเป็นความเข้าใจผิดอย่างรุนแรงเกี่ยวกับธรรมชาติการระบาดของโรคสุดแสนอันตรายนี้ ระหว่างการระบาดของกาฬโรค ซึ่งเป็นโรคระบาดครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในยุโรปยาวนานร่วมศตวรรษ เมืองที่ปกคุลมไปด้วยโรคระบาดได้จ้างแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกาฬโรค ผู้มีประสบการณ์การรักษาโรคมาแล้วทั้งคนรวยและคนจน ทีมแพทย์เหล่านี้ใช้ทุกความเชื่อที่มีในขณะนั้นเกี่ยวกับการป้องกันโรคระบาด ทั้งการไม่สัมผัสผู้ป่วย การใช้ยาถอนพิษกาฬโรค และหนึ่งในนั้นคือสวมหน้ากากจงอย เครื่องแต่งกายนี้ออกแบบโดย Charles de Lorme ซึ่งเป็นบุคคลที่ราชวงศ์ยุโรปต้องการตัวมารักษาโรคในช่วงศตวรรษที่สิบเจ็ด รวมถึงพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 และ Gaston d’Orléans บุตรแห่ง Marie de Médici เขาอธิบายว่า ในชุดประกอบด้วยเสื้อคลุมยาวเคลือบแว็กซ์ รองเท้าบู้ท เสื้อเชิ้ตที่สวมทับด้านใน หมวกและถุงมือที่ทำมาจากหนังแกะ แพทย์เหล่านี้มักถือไม้เท้าเพื่อใช้จิ้มไปยังตัวของผู้ป่วยที่ติดเชื้อ ส่วนศรีษะในชุดเป็นส่วนที่ดูแปลกประหลาด: ทีมแพทย์สวมเครื่องแต่งกายที่เป็นปรากฏการณ์ de Lorme อธิบายต่อ และสวมหน้ากากรูปทรงจงอย “ขนาด 15 […]