ศิลปะผนังถ้ำเล่าวิถีชีวิตมนุษย์ยุคน้ำแข็ง - National Geographic Thailand

ศิลปะผนังถ้ำเล่าวิถีชีวิตมนุษย์ยุคน้ำแข็ง

ศิลปะผนังถ้ำเล่าวิถีชีวิตมนุษย์ยุคน้ำแข็ง

พวกเราสามารถศึกษาประวัติศาสตร์โลกยุคน้ำแข็งและสัตว์ในโลกยุคน้ำแข็งอย่างแมมมอธ หรือสัตว์เลื้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ประเภทอื่นๆ ได้ในถ้ำที่ประเทศฝรั่งเศส และประเทศสเปนซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานโดยตามผนังมีภาพวาดที่เขียนเป็นสีและรูปลงบนพื้นหิน ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของคนยุคน้ำแข็ง และสัตว์ประเภทต่างๆ ที่คนยุคน้ำแข็งล่า เช่นแมมมอธ ม้า สิงโต และกวาง รวมถึงสัญลักษณ์ต่างๆ ที่คนยุคน้ำแข็งใช้สื่อสารกัน ภาพวาดตามผนังถ้ำของผู้คนยุคน้ำแข็งเหล่านี้จะแสดงให้พวกเราเห็นถึงวิถีชีวิตของคนยุคก่อนประวัติศาสตร์ได้อย่างชัดเจนและเข้าใจมากยิ่งขึ้น

 

อ่านเพิ่มเติมที่

มนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ล่าสลอธยักษ์เป็นอาหาร

เรื่องแนะนำ

เมื่อช่างภาพผู้บันทึกเรื่องราวของโควิด-19 ต้องเป็นผู้ติดเชื้อเสียเอง

สำหรับช่างภาพผู้นี้การเป็นประจักษ์พยานถึงความเข้มแข็งของผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาด โควิด-19 คุ้มค่าที่จะเสี่ยงกับการที่ตัวเขาเองอาจติดเชื้อ ผมถ่ายภาพราว 10,000 ภาพในช่วง 12 วันที่ผมใช้เวลาอยู่ในเมืองดีทรอยต์ เพื่อบันทึกผลกระทบที่ไวรัส โควิด-19 มีต่อผู้คนในเมืองนี้ ผมไปทุกหนทุกแห่งด้วยความระมัดระวังเท่าที่จะทำได้ ทั้งรถประจำทางในเมืองที่คนงานต้องพึ่งพาเพื่อไปและกลับจากทำงาน บ้านและอพาร์ตเมนต์ที่ผู้คนอาศัยอยู่ด้วยความรัก ถึงแม้ความเจ็บป่วยและการตกงานจะคุกคามความอยู่ดีมีสุขของพวกเขา และพิธีศพที่สมาชิกในครอบครัวต้องผลัดกันมาอำลาบุคคลอันเป็นที่รักซึ่งอนุญาตให้รวมกลุ่มกันได้ครั้งละไม่เกิน 10 คน สิบคน นั่นคือจำนวนลูก ๆ ของเชสเตอร์ เลิฟเวตต์ พอดี นาวิกโยธินผ่านศึกและอดีตบุรุษไปรษณีย์ผู้นี้ยังมีแม่ พี่ชาย น้องชาย หลานชายหลานสาว และคนอื่น ๆ ที่รักเขาอีกนับไม่ถ้วน กระนั้น ชายวัย 59 ปีผู้นี้กลับเสียชีวิตในโรงพยาบาล โดยไม่มีใครสักคนอยู่ข้างกาย นั่นคือวิถีที่เป็นไปในเวลานั้น ญาติ ๆ ของเลิฟเวตต์ไม่อาจอยู่พร้อมหน้ากันในพิธีศพ พวกเขาต้องผลัดกันเข้าและออก เจอร์รี พี่ชายของเลิฟเวตต์ กล่าวอย่างคมคายถึงเลิฟเวตต์ซึ่งเป็นคนที่อุทิศตนเพื่อครอบครัวและชุมชน สมาชิกในครอบครัวคนอื่น ๆ เขียนคำอุทิศแสดงความรัก บางคนทำให้บรรยากาศแจ่มใสขึ้นด้วยอารมณ์ขัน ทุกคนพูดถึงความสุภาพและห่วงใยผู้อื่นของเลิฟเวตต์ เขาชอบการเดินทางเช่นเดียวกับผม ผมถ่ายภาพดีออนเทย์ เคลย์ ลูกจ้างของบริษัทรับจัดงานศพวิลสัน-อากินส์ฟิวเนอรัลโฮม ขณะที่เขาร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าที่สั่นคลอนความรู้สึก เคนนี […]

บังเกอร์ทหารจากยุคเผด็จการ กลายเป็นสารพัดประโยชน์

บังเกอร์ทหารจากยุคเผด็จการ กลายเป็นสารพัดประโยชน์ จำนวนที่แท้จริงของบังเกอร์ทหารที่ตั้งอยู่อย่างกระจัดกระจายทั่วแอลเบเนียยังคงเป็นที่ถกเถียงและคำตอบนั้นขึ้นอยู่กับว่าคุณถามใคร ซึ่งจำนวนมีตั้งแต่ 175,000 – 750,000 หลัง ในจำนวนนี้มีทั้งที่สร้างจากปูนซีเมนต์และโลหะ บังเกอร์รูปเห็ดเหล่านี้คือสัญลักษณ์ของการปกป้องตัวเองสำหรับประเทศเล็กๆ บนคาบสมุทรบอลข่าน กระท่อมทรงเห็ดเหล่านี้เป็นมรดกจากยุคสงครามเย็นในช่วงช่วงทศวรรษ 1970 – 1980 โดยรัฐบาลระบอบเผด็จการที่หวาดกลัวการรุกรานในสมัยนั้น มาวันนี้สามทศวรรษผ่านไปแอลเบเนียไม่ได้ปกครองโดยผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์อย่าง Enver Hoxha ที่ปกครองแอลเบเนียในปี 1944 – 1985 อีกแล้วประชาชนทั่วไปมองบังเกอร์เหล่านี้คือสัญลักษณ์ของช่วงเวลาอันยากลำบาก อย่างไรก็ตามพวกเขาได้เปลี่ยนมันเพื่อประโยชน์ใช้สอย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร, บาร์, คาเฟ่ หรือแม้แต่พิพิธภัณฑ์ “จำนวนของบังเกอร์แสดงให้เห็นถึงความหวาดกลัวระหว่างการปกครองของ Hoxha” Vjeran Pavlaković ศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมจากมหาวิทยาลัย Rijeka ในโครเอเชียกล่าว Pavlaković มุ่งเน้นไปที่ความทรงจำร่วมกันของคาบสมุทรบอลข่านในเวลานั้น “แทนที่จะใช้งบประมาณลงทุนไปกับการศึกษาหรือการพัฒนาเศรษฐกิจ รัฐบาลกับเลือกที่จะแยกตัวรัฐของตนออกมา” เรื่อง อเล็กซ์ ครีวา ภาพถ่าย โรเบิร์ต แฮคแมน   อ่านเพิ่มเติม ผู้คนที่ตกค้างอยู่ในโรงแรมหรูสมัยสหภาพโซเวียต    

ทำความรู้จักกับพยาบาลหุ่นยนต์แห่งรพ.มงกุฎวัฒนะ

ทำความรู้จักกับ พยาบาลหุ่นยนต์ แห่งรพ.มงกุฎวัฒนะ R1, R2 และ R3 คือชื่อของพยาบาลสามสาวที่ทำงานอย่างขยันขันแข็งและเป็นที่สนใจแก่บรรดาผู้มาใช้บริการยังโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะในช่วงเดือนที่ผ่านมา พวกเธอทำงานวันละ 12 ชั่วโมงโดยไม่มีวันหยุด เธอทำได้อย่างไร? เหตุผลที่อยู่เบื้องหลังหาใช่เงินเดือนสูงหรือความมุ่งมั่นเกินร้อยในอาชีพ แต่เพราะว่าพวกเธอเป็นหุ่นยนต์ เรียกได้ว่าโรงพยาบาลมงกุฏวัฒนะเป็นโรงพยาบาลแรกที่มีพยาบาลเป็นหุ่นยนต์ พวกเธอเป็นหุ่นยนต์นำร่องในโครงการใหญ่ของโรงพยาบาลที่ต้องการนำเอาระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่ของบุคลากรตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น เพราะเจ้าหน้าที่จะไม่ต้องเสียเวลางานไปกับงานที่ไม่ได้ใช้ความคิดมากนักอีกต่อไป ตัวอย่างเช่น งานล้างหรือฆ่าเชื้ออุปกรณ์ผ่าตัด หรืองานขนส่งข้าวของต่างๆ ในอนาคตทางโรงพยาบาลมีแผนที่จะใช้หุ่นยนต์เข้ามาทำงานในส่วนต่างๆ มากยิ่งขึ้น หากคุณผู้อ่านท่านใดมีโอกาสแวะเวียนไปใช้บริการก็อย่าลืมเข้าไปทักทายและฟังเสียงหวานๆ จากพวกเธอกัน   อ่านเพิ่มเติม โลกอนาคต : หรือนี่คือโฉมหน้าของเมืองในอีกร้อยปีข้างหน้า